ตอนที่ 149 ผู้สืบทอดวิชาดาบอาทมาฏ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
วิถีกระบี่ที่สองคือขั้นการฝึกฝนกระบี่ของผู้ฝึกฝนกระบี่
วิถีกระบี่ที่สองไม่นับว่าเป็นเคล็ดวิชากระบี่ได้ แต่นับได้ว่าสามารถเคล็ดวิชากระบี่ที่ร้ายกาจขึ้นมาได้ หรือไม่หากทำการฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่สักชุดหนึ่งก็จะทำให้เคล็ดวิชากระบี่นั้นล้ำเลิศเสียยิ่งกว่าเคล็ดวิชาชุดเดิมเสียอีก
โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกฝนกระบี่ล้วนไม่สนใจในตัวกระบี่หรือเคล็ดวิชากระบี่ทั้งสิ้น
สูงสุดคือสามัญ
กระบี่ที่ใช้ออกมาย่อมล้ำเลิศเสียยิ่งกว่ากระบี่วิเศษหรือเคล็ดวิชากระบี่ใดๆ
นี่คือเส้นทางมุ่งสู่การเป็นเซียนกระบี่ที่แท้จริง
“ผ่านไปสองเดือนกว่าแล้วในที่สุดก็รังสรรค์วิถีกระบี่ที่สองขึ้นมาได้ การบ่มเพาะเท่านี้คงจะห้ำหั่นกับมอนสเตอร์ในอบิสสีแดงระดับสูงได้แล้ว แต่ในด้านการป้องกันยังด้อยอยู่บ้าง ... อย่างไรก็ตามฉันยังไม่ได้ขุดค้นอักขระสปีริตในวิถีชี้แนะ หากสามารถทำได้โอกาสจะก้าวเข้าสู่การบ่มเพาะอักขระขั้นสีเขียวก็ราบรื่นแล้ว” เฟิร์สเอ่ยพึมพำออกมาอย่างพึงพอใจ
เขาใช้สิทธิลาพักผ่อนกับแคลนไปแล้ว ช่วงเวลาหนึ่งปีนี้สามารถจมจ่อมกับการบ่มเพาะได้ตามอำเภอใจ
ในระหว่างลงเทรดอบิสเขาได้คิดถึงวิธีการหนึ่งที่จะได้รับอักขระแห่งสปีริตมา
เมื่อทักษะสายสนับสนุนหลายอย่างมีการใช้อักขระปรากฏขึ้นมา แม้แต่การใช้เข็มสร้างรอยสักของเขาก็ยังมีอักขระปรากฏ เช่นนั้นภายในวิถีชี้แนะสำหรับพลังสปีริตย่อมมีอักขระที่จะให้เขาศึกษาอยู่ในนั้น
หากเป็นเมื่อก่อนเฟิร์สคงไม่อาจใช้วิธีนี้ได้ เพราะการเก็บเกี่ยวอักขระในวิถีชี้แนะนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อในตอนนี้เขามีโลกสีเงินแล้ว เขาสามารถส่งผ่านข้อมูลเข้าไปได้อย่างใจนึก
อย่างเช่นการต่อสู้กับกรรไกรเงา ภายในโลกสีเงินเขาก็สามารถจดจำและจำลองกรรไกรเงาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งโลกสีเงินยังทำให้กรรไกรเงาที่จำลองขึ้นมานั้นสมบูรณ์มาก เมื่อเขาฝึกซ้อมกับร่างจำลองของกรรไกรเงา ความสมจริงนี้แทบจะไม่ต่างไปจากการต่อสู้กับกรรไกรเงาตัวจริงเลยทีเดียว
เฟิร์สตัดสินใจบ่มเพาะศาสตร์อักขระต่อ
หากเขาสำเร็จขั้นสีเขียวได้แล้ว การลงเทรดอบิสสีแดงก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงอีกต่อไป กระทั่งสีน้ำเงินเขาก็ยังมีความมั่นใจว่าจะรักษาชีวิตได้
ทว่า ...
ในระหว่างที่เฟิร์สกำลังจะจมจ่อมเข้าไปในโลกสีเงินอยู่นั้น สัมผัสที่ปกคลุมไปทั้งภูเขาก็พบกับสิ่งแปลกปลอม
สิ่งนั้นไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งกำลังล่วงล้ำเข้ามา!
บุรุษในเสื้อยืดสีขาวลายกราฟฟิกและกางเกงยีนต์สีซีดกำลังเดินทางเข้ามาในป่า แต่การเดินทางนี้จะไม่แปลกถ้าเขาไม่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
นี่คือความเร็วที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจบรรลุได้
ใช่แล้ว เขาต้องเป็นเวเนเตอร์ที่เก่งกาจคนหนึ่งอย่างแน่นอน
หากมองหน้าเขาให้ดีก็จะพบว่าชายคนนี้ก็คือ “ดาบสีชาด” เวเนเตอร์ดาราแดงแปดแฉกแรงค์ S ที่ผู้กำกับไพศาลแห่งนิวโฮปภาคกลางส่งมา
เขาคนนี้มีประวัติไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย แม้การบ่มเพาะยังไม่ถึงดาราแดงเก้าแฉกแต่พลังรบก็เข้าสู่แรงค์ S แล้ว นั่นหมายความว่าเขาเป็นผู้มีความสามารถพิเศษที่ฝีมือดีคนหนึ่ง
ดาบสีชาดเชี่ยวชาญวิชาดาบอาทมาฏ วิชาดาบที่ได้ชื่อว่าสืบทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณ
ว่ากันว่าวิชาดาบชุดนี้เป็นวิชาดาบที่ตกทอดมาจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งแต่ยังมีพระอิสริยยศเป็นพระอุปราชวังหน้ารั้งเมืองพิษณุโลก
ด้วยวิชาดาบโบราณนี้จึงทำให้ดาบสีชาดกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงและเป็นสมาชิกอันดับต้นๆ ของแคลนนิวโฮปภาคกลาง
เนื่องจากดาบสีชาดได้รับคำสั่งจากผู้กำกับไพศาลซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็นปู่และหัวหน้าของเขาให้มาสืบข่าวของเฟิร์สวัน
แม้จะมีข่าวลือที่น่าตกตะลึงออกมามากมาย แต่ดาบสีชาดต้องการที่จะพิสูจน์ความจริงด้วยตนเอง
สำหรับที่อยู่ของเฟิร์สวันนั้นหาได้ไม่ยากอยู่แล้ว และเขาก็รู้ด้วยว่าเฟิร์สวันปิดด่านบ่มเพาะอยู่ที่ใด
“เด็กคนนี้แปลกมาก เขาสามารถเอาแต่บ่มเพาะอย่างเดียวเป็นเดือนๆ แบบนี้ได้ยังไง ฉันตามที่นี่มาสามสี่วันแล้ว แต่ก็ไม่เห็นเขาออกมาจากภูเขานั่นเลย วันนี้หากฉันไม่ได้พบกับเขาด้วยตัวเองคงต้องกลับไปมือเปล่าแน่ๆ” ดาบสีชาดบ่นพึมพำ
เนื่องจากผู้กำกับไพศาลรีบเร่งมา จึงทำให้เขาไม่อาจนิ่งเฉยอีกต่อไป
ความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะรบกวนการฝึกของเด็กหนุ่ม แต่เมื่อเขาไม่ยอมออกมาจากที่นั่นเลย
ดาบสีชาดจึงต้องบุกเข้าไปด้วยตนเอง
ใช่แล้ว ดาบสีชาดจงใจที่จะเดินเข้าหาเฟิร์สโดยตรง เขาไม่ได้เอาแต่สังเกตอีกต่อไป
แต่ทว่า ...
ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตของภูเขาลูกนั้น แผ่นหลังของเขาก็รู้สึกเย็นวาบอย่างไม่รู้ตัว
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้”
ดาบสีชาดเป็นถึงเวเนเตอร์แรงค์ S ที่เก่งกาจ หลายคนยังประเมินว่าเขาน่าจะอยู่แรงค์ S+ เสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเกิดความรู้สึกแบบนี้
“นี่มันไม่ธรรมดาแล้ว ...”
ยังไม่ทันที่ดาบสีชาดจะได้พูดจบ จู่ๆ เสียงที่เยียบเย็นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา
“ออกไปจากที่นี่ซะ!”
เสียงนี้ไม่ได้เกิดจากการตะโกนหรือตะคอกอย่างรุนแรง แต่มันเป็นเสียงที่กล่าวออกมาอย่างธรมดา แต่กลับดังกึกก้องอยู่ในหูของดาบสีชาด
ตอนนั้นเองแรงกดดันประหลาดอันมหาศาลก็กดทับลงมาและบังคับให้ดาบสีชาดต้องล้มลงกับพื้น
แรงกดดันนี้มาพร้อมกับเสียงที่เยียบเย็นนั้น!
“คิดจะทำให้ฉันล้มลงหรอ? ฝันไปเถอะ!” ดาบสีชาดเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม
ขณะเดียวกันนั้นเองสัญลักษณ์ดาราแดงแปดแฉกก็เผยออกมา พลังสีแดงปะทุออกมาทั่วร่างจนทำให้ใบไม้และเศษดินหินรอบกายต้องถูกผลักดันให้กระเด็นออกไป
วูม!
ดาบสีชาดยืนหลังเหยียดตรง แรงกดดันที่ปรากฏออกมากลับหายไปอย่างสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง
“เฟิร์สวัน วันนี้ฉันมาเพื่อต้องการพบนาย ... ออกมาพบฉันซะ!” ดาบสีชาดเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยพลังสปีริตที่รุนแรง
เสียงนี้เหมือนการโจมตีด้วยพลังสปีริต มันพุ่งเข้าไปยังใจกลางของภูเขา
แต่ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้บรรลุเป้าหมาย กลับถูกอีกเสียงหนึ่งปะทะเข้ามา
“ที่นี่ไม่ต้อนรับคนนอก ไสหัวออกไปซะ!”
ปัง!
สองเสียงปะทะกัน ความว่างเปล่าบริเวณนั้นราวกับจะมีบางสิ่งชนกันจนเกิดคลื่นกระแทกกระจายออกไป
ดาบสีชาดหรี่ดวงตาแคบลงและเอ่ย “น่าสนใจ ตอนนี้ฉันมาถึงที่นี่แล้ว หากฉันต้องการพบกับนาย ฉันก็ต้องได้พบ!”
ทันทีที่พูดจบร่างของดาบสีชาดก็ทะยานเข้าไปในภูเขาราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากแล่ง
ซูม!
ภายในถ้ำกระบี่ เฟิร์สยังคงปิดตานั่งขัดสมาธิ สัมผัสรับรู้ของเขาครอบคลุมทั้งภูเขาราวกับเทพเซียนคนหนึ่งก็มิปาน
“ดื้อด้านเสียจริง ...”
เฟิร์สกล่าวพร้อมกับยกแขนขวาขึ้นแล้วโบกออกไปตามอำเภอใจ
ตอนนั้นเองถ้ำกระบี่ของเฟิร์สก็ปะทุพลังที่ไร้รูปกวาดผ่านออกไปเป็นกระบี่พุ่งเข้าหาดาบสีชาดในทันที
ครืน!
พลังกระบี่นี้ทรงพลานุภาพเป็นอย่างมาก ในทุกที่ที่มันเคลื่อนผ่าน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหน้าเศษหินดินทรายล้วนแหวกออกให้กับมัน
“หืม!” ดาบสีชาดสัมผัสได้ถึงอันตรายที่พุ่งเข้ามา
เขาแอบตกใจเล็กน้อยแต่แววตาก็มีความเย้ยหยัน
“คิดจะโจมตีฉันเหรอฝันไปเถอะ”
ดาบสีชาดเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก พลังกระบี่นั้นพุ่งออกมาในระยะไกล เขาที่มีสัมผัสเฉียบแหลมย่อมรับรู้การมาของมัน จึงมีความมั่นใจว่าจะหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
ร่างของดาบสีชาดพริ้วไหว หลบหลีกพลังกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า ...
พลังกระบี่นั้นไม่ได้ทึมทื่อเหมือนที่คิด
มันพุ่งเข้าห้ำหั่นดาบสีชาดราวกับมีชีวิต ด้วยพลังระดับนี้ดาบสีชาดจึงไม่อาจประมาทกับมันได้
ไอเทมสปีริตที่เป็นดาบสีชาดถูกเรียกออกมาอย่างรวดเร็ว
ดาบสีชาดโต้กลับด้วยวิชาดาบอาทมาฏ!
ปัง! ปัง!
ตูม!
วิชาดาบอาทมาฏนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความรวดเร็วและรุนแรง มีท่ารุกเป็นท่าเดียวกับท่ารับ เมื่อคู่ต่อสู้ฟันมาจะรับและฟันกลับทันที ไม่มีอะไรตายตัว นับว่าร้ายกาจเป็นอย่างมาก
พลังกระบี่จึงถูกทำลายเพราะเหตุนี้
“อาวุธของฉันถูกนำออกมาแล้ว เฟิร์สวันอย่าทำให้ฉันผิดหวังก็แล้วกัน”