“ไม่ต้องหนีหรอก ยังไงเ้าก็หนีข้าไม่พ้น อีกไม่นาน เราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป” เสียงหัวเราะชวนขนลุกดังก้องทั่วป่า
“ไม่มีทาง!!! ท่านเ้าอาวาสต้องช่วยข้าได้แน่ ๆ” หนิงเอ๋อวิ่งไปเถียงไป
“หึหึ...หากมีใครมาขัดขวาง ข้าจะกำจัดเสียให้หมด!!” เสียงหัวเราะดังก้องชวนปวดประสาท
หนิงเอ๋อสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว นี่เป็ครั้งแรกที่ได้สนทนากับนางปีศาจ หนิงเอ๋อมองแม่ชีที่นอนหลับอยู่ใกล้ ๆ พลางคิดในใจ...หากเราอยู่ที่นี่ก็อาจจะทำให้ผู้มีพระคุณตกอยู่ในอันตรายไปด้วย...นางเปิดเสื้อออกเล็กน้อย ก้มลงมองกลางหว่างอก เมื่อก่อนรอยปานแดงมีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ตอนนี้มันขยายเกือบเท่ากำปั้นแล้ว
วันรุ่งขึ้น หนิงเอ๋อเดินเข้าไปสวมกอดแม่ชีที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร
“ข้ารักท่านนะ”
“เป็อะไร มาอ้อนแต่เช้าเชียว” แม่ชีหัวเราะ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด หนิงเอ๋อก็ยังเป็เด็กในสายตาอยู่เสมอ
“วันนี้ข้าขออนุญาตไปเก็บสมุนไพรที่ท้ายวัดนะคะ”
“อืมได้...อย่าไปไกลนักนะ ระวังตัวด้วยล่ะ” แม่ชีลูบศีรษะด้วยความเอ็นดู ไม่ทันได้สังเกตดวงตาที่เศร้าสร้อยของเด็กสาว
หนิงเอ๋อปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เดินออกไปทางท้ายวัด มุ่งตรงไปยังป่าลึก เพื่อหาที่จบชีวิตตนเอง!!
...จะต้องไม่มีใครตกอยู่ในอันตรายเพราะเราอีกแล้ว... นี่เป็ทางออกเดียว... นางเดินไปจนถึงแม่น้ำ หยิบเอาสมุนไพรชนิดหนึ่งเข้าปาก สมุนไพรชนิดนี้หากกินเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดอาการมึนงง สติล่องลอย ตัวชา แขนขาไม่มีแรง
จากนั้น หนิงเอ๋อเดินลงไปที่แม่น้ำ ยาเริ่มออกฤทธิ์ นางปล่อยให้ตัวเองจมไปพร้อมกับกระแสน้ำ สติหลุดลอยแล้วภาพก็ตัดไป
“หวังลู่เอิน” ชายหนุ่มรูปร่างปราดเปรียว ผิวขาวละเอียด กำลังเดินอยู่ในป่า ดวงตาดุจเหยี่ยวมองหาพืชสมุนไพรมาทำยารักษาโรค เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มคล้ายฝนกำลังจะตกลงมาในไม่ช้า คงถึงเวลาที่ต้องกลับเสียแล้ว ในระหว่างที่เขาเดินลัดเลาะไปตามแม่น้ำนั้น พลันหางตามองไปเห็นบางสิ่งลอยมาตามกระแสน้ำที่กำลังไหลค่อนข้างแรง เมื่อเพ่งมองให้ชัดก็เห็นเป็ร่างคน ชายหนุ่มร้อนรนวางตะกร้าสมุนไพรที่สะพายอยู่ด้านหลังลงที่พื้น แล้ววิ่งฝ่าสายน้ำที่เริ่มไหลเชี่ยว
เขาอุ้มร่างสาวน้อยขึ้นมาจากน้ำอย่างทุลักทุเล ประคองนางนอนลงที่พื้น ใบหน้าและร่างกายซีดเซียว ชายหนุ่มตรวจดูพบว่า ชีพจรของนางเต้นแ่เบา เขาเริ่มปฏิบัติการยื้อชีวิตให้พ้นเงื้อมมือมัจจุราช ประสานมือกดบริเวณหน้าอกเป็จังหวะ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ในที่สุดใบหน้านางเริ่มมีเืฝาดขึ้นมา ชีพจรใกล้เคียงปกติ
ฝนเริ่มตกแรงขึ้นเรื่อย ๆ หวังลู่เอินอุ้มนางขึ้นมา ก้าวยาว ๆ อย่างเร่งรีบ จนไปถึงบ้านเชิงเขา ซึ่งเป็ที่พำนักอาศัยของเขา
ที่หน้าบ้าน เขามองเห็นป้าซูฉียืนกางร่ม ชะเง้อมองด้วยความเป็ห่วง
“ตายแล้ว!!! คุณชาย เกิดอะไรขึ้น” ป้าซูฉีร้องด้วยความใ เมื่อเห็นคุณชายของเธอเปียกปอน ซ้ำยังอุ้มสาวน้อยคนหนึ่งมาเสียด้วย
หวังลู่เอิน ไม่มีเวลาตอบคำถามนั้น เขาอุ้มสาวน้อยเข้าไปนอนในห้องโถงด้วยความร้อนใจ
“ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางด้วย ข้าจะไปเตรียมยา” ชายหนุ่มบอกป้าซูฉี แล้วรุดเข้าไปในครัวทันที
หวังลู่เอินกลับมาในห้องโถงอีกครั้ง พร้อมถ้วยยา ป้าซูฉีเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สาวน้อยเรียบร้อยแล้ว นางยังคงนอนไม่ได้สติ เขาประคองนางให้ดื่มยา
สาวน้อยปรือตาสะลึมสะลือ สายตาพร่ามัว ...นี่เราคงตายไปแล้วสินะ... แต่...นี่มันรสชาติอะไร หอมหวานเสียจริง...
ในที่สุดนางก็ดื่มยาจนหมด แล้วหลับไปอีกครั้ง
“คุณชายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะค่ะ ป้าจะเฝ้านางเอง” ป้าซูฉีมองคุณชายที่เปียกปอนไปทั้งตัวด้วยความเป็ห่วง
คล้อยหลังหวังลู่เอินออกไปจากห้อง ป้าซูฉีมองสาวน้อยที่กำลังหลับสนิทด้วยความสงสัย...เกิดเื่อะไรขึ้นหนอ แล้วสาวน้อยคนนี้เป็ใครกัน..ดูแล้วอายุน่าจะ 18 -19 เห็นจะได้...ป้าซูฉีรู้นิสัยของคุณชายของเธอดี ต่อให้ซักไซ้คาดคั้นเพียงใด หากคุณชายไม่อยากเล่า ก็จะไม่มีทางเอ่ยปากออกมา เื่นี้ก็เช่นกัน คงต้องรอให้คุณชายเล่าเอง