บทที่ 27 ทำการค้า ต้องใช้เงินตัวเองด้วยหรือ?
ตำหนักเจียวฝาง
หลิวปังนวดเอวที่แก่ชราของตน ส่วนฮองเฮาหลวี่นั้นดูเปล่งปลั่งงดงาม เห็นได้ชัดว่านางพึงพอใจกับการแสดงออกของเ้าคนแก่เ้าเล่ห์ผู้นี้มาก
"เฮ้อ!"
"ฝ่าา เหตุใดจึงถอนหายใจเพคะ?"
หลิวปังกล่าวตามตรงว่า "แม้ว่าลูกทรพีผู้นั้นจะมอบสูตรน้ำตาลกรวดให้แก่ราชสำนัก แต่หากคิดจะผลิตน้ำตาลนี้ในปริมาณมาก ก็ต้องสิ้นเปลืองเงินและเสบียงไม่น้อย"
ฮองเฮาหลวี่พยักหน้า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของต้าฮั่นในยามนี้ไม่น่าไว้วางใจจริง ๆ แม้แต่สิทธิในการหล่อเหรียญขั้นพื้นฐาน ยังต้องปล่อยให้ราษฎรจัดการ เห็นได้ชัดว่าการยึดถือแิหวงเหล่า เป็เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ถึงกระนั้น ต้าฮั่นที่มีทั้งภัยในและภัยนอก ก็ยังคงอยู่ในสภาวะที่สั่นคลอนดั่งต้องพายุฝน ภายในมีเหล่าจูโหวอ๋องต่างแซ่ที่ซุ่มสะสมกำลังพล ภายนอกมีฉานอวี๋แห่งซยงหนูที่จ้องตะครุบเหยื่อ
การที่หลิวปัง้าผลิตน้ำตาลกรวดจำนวนมาก จึงถือเป็ก้าวที่เสี่ยงเช่นกัน ก้าวแรกในการทำการค้าของฮ่องเต้แห่งต้าฮั่นช่างยากลำบากถึงเพียงนี้
การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับซยงหนูก็ต้องมอบเสบียงและทรัพย์สิน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยอมถอนทัพ ส่วนจำนวนที่แน่นอนนั้น หลิวปังยังไม่ได้หารือกับเหล่าขุนนาง
สำหรับหลิวปังแล้ว น้ำตาลกรวดคือความกังวลที่แสนสุขจริง ๆ ทั้งที่มีูเาทองคำอยู่ตรงหน้า แต่กลับมองเห็นทว่าััไม่ได้
"ช่างเถิด เื่นี้ข้าจะไปหารือกับอัครมหาเสนาบดีและคนอื่น ๆ" หลิวปังลุกขึ้นจัดระเบียบเครื่องแต่งกาย
ฮองเฮาหลวี่กล่าวเสียงเบาว่า "หม่อมฉันจะให้หลวี่ซื่อจือและฝานไคว่นำทรัพย์สินส่วนตัวออกมาบางส่วน..."
หลิวปังได้ยินดังนั้นก็รู้สึกอบอุ่นในใจ ทุกครั้งที่้าความช่วยเหลือ สตรีตรงหน้าจะยืนเคียงข้างเขาอย่างมั่นคงเสมอ
"ต่อให้พวกเขาสองคนมอบทรัพย์สินทั้งหมดที่มี ก็เป็เพียงน้ำหยดเดียวในกังหันน้ำเท่านั้น… ฮองเฮาไม่ต้องกังวลเื่นี้ ข้าจะหาทางแก้ไขเอง!"
เ้าคนแก่เ้าเล่ห์ยังคงมีความมั่นใจและสุขุมเสมอ และนี่ก็เป็หนึ่งในเหตุผลที่ดึงดูดฮองเฮาหลวี่
ย้อนกลับไปตอนที่ครอบครัวของฮองเฮาหลวี่เพิ่งมาถึงอำเภอเพ่ย ในตอนนั้นมีแขกผู้มีเกียรติมาเยือนมากมาย ด้วยฐานะเพียงนายด่าน หลิวปังทำได้เพียงนั่งอยู่นอกประตู เพื่อขอร่วมดื่มเหล้าสักจอก
ใครจะรู้ว่าเ้าหมอนี่กลับะโลั่นว่า "หลิวจี้ ขอร่วมยินดีด้วยเงินหมื่นชั่ง!"
คำคุยโวที่พ่นออกไปนั้น โชคดีที่ผู้รับแขกคือเซียวเหอ จึงทำให้เขาไม่ถูกไล่ตะเพิดไป แต่กลับได้รับการต้อนรับในฐานะแขกผู้มีเกียรติจากท่านพ่อหลวี่ซึ่งเป็พ่อตาในอนาคต
คำคุยโวที่หลิวปังพ่นออกไปล้วนกลายเป็จริงทั้งสิ้น นี่คือความเก่งกาจของเขา หากพูดเกินจริงโดยทำไม่ได้ ก็เป็ได้แค่คนโง่
หลังจากเ้าคนแก่เ้าเล่ห์คุยโวเสร็จ เขาก็ดูหมดเรี่ยวแรง ถึงขั้นไม่มีอารมณ์จะฟังพระสนมชีร้องเพลง
สูตรน้ำตาลกรวดที่ล้ำค่าเช่นนี้ หากต้าฮั่นไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ นั่นจึงจะเป็การสิ้นเปลืองอย่างแท้จริง!
ณ จวนไหวอินโหว
องครักษ์เถิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย วิธีการอยู่ร่วมกันของศิษย์อาจารย์คู่นี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก
อาจารย์หานซิ่นถือตำราพิชัยา อ่านอย่างตั้งอกตั้งใจยิ่ง ส่วนลูกศิษย์หลิวอิ๋งนอนแผ่อยู่บนพื้น หลับปุ๋ยอย่างมีความสุข
เสียงกรนดังคลออยู่ข้างกายหานซิ่น ซึ่งเทพแห่งาผู้นี้เริ่มชินเสียแล้ว ถึงขั้นว่าหากไม่มีเสียงของหลิวอิ๋งคลอไปด้วย เขากลับอ่านหนังสือไม่ลง
"สูตรน้ำตาลกรวด เ้าคิดจะส่งมอบไปแบบนี้จริง ๆ หรือ?"
จนกระทั่งท้องเริ่มหิว หลิวอิ๋งจึงลืมตาที่ปรือปรอยขึ้นมา "ท่านอาจารย์ เหตุใดจึงส่งมอบไม่ได้ขอรับ?"
"สูตรที่ล้ำค่าเช่นนี้ หากหลุดรอดไปถึงมือชาวบ้าน เ้าจะรู้หรือไม่ว่าจะก่อให้เกิดการนองเืเพียงใด?"
หานซิ่นแค่นเสียงเย็น "ความหมายของอาจารย์ คือเ้าควรใช้สูตรนี้ไปต่อรองเงื่อนไขกับฝ่าา! ตำแหน่งรัชทายาทของเ้า ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับชีวิตของฮองเฮา แต่ยังเกี่ยวข้องกับหน้าตาของเซียวเหอและอาจารย์ด้วย!"
องครักษ์เถิงได้ยินดังนั้นก็แอบยิ้มในใจ ท่านโหวช่างรักศักดิ์ศรีเสียจริง เห็นชัดว่าเป็ห่วงลูกศิษย์ แต่กลับต้องบอกว่าทำเพื่อหน้าตาของตนเอง
"โธ่ ท่านอาจารย์! สูตรนี้มันจะสำคัญอะไรกันเล่า! มอบให้ราชสำนัก เพื่อให้ราษฎรทั่วหล้าได้กินน้ำตาลกรวด ย่อมดีกว่าปล่อยให้พวกแม่ทัพนายกองเอาไปหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองตั้งเยอะ!"
หลิวอิ๋งบิดี้เีแล้วหัวเราะ "ท่านอาจารย์ เที่ยงนี้กินอะไรดีขอรับ?"
เที่ยงนี้ ยังจะกินข้าวอีกหรือ? หานซิ่นขมวดคิ้ว "เมื่อเช้า เ้าเพิ่งจะกินไปไม่ใช่หรือ?"
"แม้ตอนนี้ราชสำนักจะมีสูตร แต่เกรงว่าคงไม่มีเงินและเสบียงเพียงพอที่จะสนับสนุนการผลิตน้ำตาลกรวดได้"
ขาดเงินหรือ?
เมื่อเห็นหลิวอิ๋งทำหน้าสงสัย หานซิ่นจึงอธิบายอย่างอดทนว่า "ยามนี้ราชสำนักรายจ่ายมากกว่ารายรับ เมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะรบกับอ๋องซิ่นแห่งแคว้นหานอย่างดุเดือดเพื่อกวาดล้างโจรที่เหลือ อีกทั้งกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวจัด หาก้าขนส่งอ้อยไปยังเมืองฉางอัน ระหว่างทางย่อมมีการสูญเสียไม่น้อย"
หลิวอิ๋งในยามนี้กลับทำหน้าไม่ยี่หระ "ท่านอาจารย์ ทำการค้าก็ต้องใช้เงินของตัวเองด้วยหรือขอรับ เสด็จพ่อของข้านี่ช่างโง่จนน่าสงสารจริง ๆ! แล้วอีกอย่าง เหตุใดต้องขนส่งอ้อยไปยังฉางอันด้วยเล่า?"
"หากกลัวว่าสูตรจะรั่วไหล ก็แค่คั้นเป็น้ำอ้อยที่ทางใต้ แล้วค่อยขนส่งน้ำอ้อยไปยังฉางอันก็สิ้นเื่" การเก็บรักษาน้ำอ้อยนั้น สะดวกกว่าการขนส่งต้นอ้อยมาก
ทำการค้า ต้องใช้เงินตัวเองด้วยหรือ? เ้าลูกศิษย์ทรพีคนนี้ช่างพูดจาถากถางได้เก่งจริง ๆ!
เมื่อเห็นหานซิ่นทำหน้าเหวอ หลิวอิ๋งก็คร้านจะอธิบาย เพียงแต่สั่งให้องครักษ์เถิงไปเตรียมมื้อเที่ยงให้เขา
"ท่านโหว ท่านจะรับประทานด้วยหรือไม่ขอรับ?"
"วันหนึ่งต้องกินถึงสามมื้อ ช่างเป็ถังข้าวเคลื่อนที่จริง ๆ!" หานซิ่นด่าด้วยความระอา
ไม่นานนักองครักษ์เถิงก็ทำบะหมี่ร้อน ๆ มาชามหนึ่ง
หานซิ่นเห็นบะหมี่ชามเดียวจึงถามว่า "แล้วของข้าเล่า?"
"ท่านโหว เมื่อครู่ข้าถามท่าน..."
"จะพูดมากทำไม รีบทำบะหมี่ให้ข้าอีกชามเดี๋ยวนี้!"
หานซิ่นมองหลิวอิ๋งที่กำลังกินบะหมี่คำโต แล้วถามด้วยความสงสัยว่า "ลองบอกมาซิ เ้าจะแก้ปัญหาเื่ต้าฮั่นขาดเงินขาดเสบียงได้อย่างไร?"
หลิวอิ๋งส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด "ทำไม่ได้ขอรับ!"
หานซิ่นโกรธจนฟันสั่น เ้าลูกศิษย์ทรพีคนนี้ทุกครั้งที่เปิดปาก ทำให้เขารู้สึกอยากจะฟาดสักที "กินบะหมี่เสร็จแล้ว รีบไสหัวไปให้พ้น!"
"ท่านอาจารย์ ข้ายังอยากกินมื้อเย็นด้วย..."
"ไสหัวไป! เดี๋ยวนี้!"
หลังจากกินเสร็จ หลิวอิ๋งก็เดินออกจากจวนไหวอินโหวอย่างสง่างาม อย่างไรเสียหานซิ่นก็ให้เขาหยุดพัก ถึงจะกลับไปยังพระราชวังฉางเล่อเขาก็ไม่กลัวใครจะตำหนิ
ด้วยหลักการที่ว่าต้องไปพบเสด็จแม่ทุกวัน หลิวอิ๋งจึงมาที่ตำหนักเจียวฝาง แต่กลับเห็นเสด็จพ่อผู้แสนเ้าระเบียบก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วย
"เสด็จพ่อ สูตรก็ส่งให้ท่านแล้ว เหตุใดจึงยังมาที่ตำหนักเจียวฝางทุกวันอีกเล่าขอรับ?"
"เ้าลูกทรพี! ฮองเฮาคือเมียข้า ข้าอยากจะมาเมื่อไหร่ก็มา เ้าจะกัดข้าหรืออย่างไร?" เ้าคนแก่เ้าเล่ห์เท้าสะเอว ท่าทางราวกับหญิงปากจัดที่กำลังด่าทออยู่กลางตลาด
"ทะเลาะอะไรกัน? พวกเ้าพ่อลูกอย่าได้ทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอกันเลย" ฮองเฮาหลวี่ยิ้มออกมาที่มุมปากซึ่งหาได้ยาก นางรู้สึกว่าฮ่องเต้กับรัชทายาทก่อนหน้านี้ดูเหมือนนายกับบ่าวมากกว่า ตอนนี้ถึงจะดูเหมือนพ่อลูกจริง ๆ
"ข้าถูกเื่ราชการแผ่นดินทำให้ยุ่งจนหัวหมุนทุกวัน ยังต้องมาถูกเ้าลูกทรพีทำให้อารมณ์เสียอีกหรือ?"
"เสด็จพ่อ ข้าได้ยินว่ามีบางคนขาดเงิน ต่อให้ได้สูตรน้ำตาลกรวดไปก็ไม่มีประโยชน์หรือขอรับ?"
"ข้าว่าเ้าคงอยากโดนตีแล้ว! ฮองเฮาช่วยข้าจับตัวมันไว้ที!" เมื่อหลิวปังเถียงไม่ชนะก็คิดจะลงไม้ลงมือ
หลิวอิ๋งจึงรีบหลบไปอยู่ข้างหลังมารดาทันที "ดูท่านสิ พูดเพียงไม่กี่คำ เหตุใดจึงฉุนเฉียวง่ายดายเช่นนี้? หรือว่าถึงวัยทองแล้วขอรับ?"
"ไสหัวไป จะตีให้ตายจนเหลือแต่หัวเหมือนฝานอวี๋ชีเลย!" เห็นได้ชัดว่าหลิวปังไม่รู้ว่าวัยทองคืออะไร แต่นั่นก็ไม่เป็อุปสรรคต่อการใช้พื้นรองเท้าสั่งสอนลูกทรพี
"หยุด หยุด หยุด! อย่าตีขอรับ!"
"ให้เหตุผลข้ามาข้อหนึ่ง!"
"ข้าจะสอนท่านทำการค้าแบบจับเสือมือเปล่าขอรับ!"
"พูดภาษาคน!"
"ไม่ต้องใช้เงินของราชสำนัก ก็สามารถทำการค้าได้ขอรับ!"
เมื่อหลิวปังได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบวางรองเท้าเน่า ๆ ลง แล้วหันมามองลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "อาอิ๋ง! รีบบอกพ่อเร็วเข้า ว่าจะทำการค้าแบบจับเสือมือเปล่าได้อย่างไร!"
"เสด็จพ่อ ข้าว่าข้าชอบท่าทางดื้อรั้นของท่านเมื่อครู่มากกว่านะขอรับ!"
ฮองเฮาหลวี่มองดูพ่อลูกทั้งสอง แล้วอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมา