ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่231 หัวใจแห่งห้วงมิติ หัวใจแห่งปราณจิต

 

 อี้เฉิน ที่ถูกฆ่าภายในพื้นที่ปิดกั้น อยู่ๆ ร่างกายของเขาก็มาโผล่ภายในวังวิหารแห่งหนึ่ง ภายในรอยแตกร้าวที่พวกเขาเข้ามาสำรวจกัน อี้เฉินถึงกับถอนหายใจยาวออกมา ตัวเขาคิด ถูกจริงๆ ด้วยว่ามันคือการทดสอบ การต่อสู้เหล่านั้นมันเป็นแค่ภาพลวงตา ลวงประสาทสัมผัสทั้ง 5ของพวกเขาทั้งหมด


ไม่คิคเหล่าจอมยุทธผู้ล่วงลับพวกนี้ จะชอบเล่นตลกกับชีวิตคน สร้างการทดสอบเช่นนี้ขึ้นมา เขายังจำได้เมื่อในอดีต ยามที่เขาเจอกับ ชิงหลัน นางเองก็ใช้วิธีทดสอบตัวเขาเช่นนี้ เช่นกัน ราวกับชอบเล่นกับ ความตายของผู้คน


เขาเอ่ยพูดพึมพำออกมา "พวกเมิ่งอี้ เยี่ยฉิน คงเสียใจกับการตายของเขาไม่น้อย ไม่รู้พวกนางจะมองภาพลวงตา ที่ถูกสร้างขึ้นมาหลอกลวงพวกเขา ออกหรือไม่"



 อี้เฉิน กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ภายในวังวิหารนี้เองเขาก็ไม่รู้ ว่าจะมีอะไรอยู่อีกหรือไม่ ดวงตาของเขากวาดตามองสำรวจออกไปรอบทิศ ด้านหน้าของเขาเหมือนเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ทอดยาวออกไป คล้ายกับที่ประทับขององค์จักรพรรดิ ภายในห้องโถงถูกตกแต่งอย่างสวยงาม เต็มไปด้วยลวดลายฉลุ ด้านบนเพดานสูงเองก็เต็มไปด้วยโคมไฟส่องแสงพร่างพราว เสาลวดลายมังกรขนาดใหญ่หลายสิบต้นทอดยาวไปจนถึงหน้าบัลลังก์ พรมสีแดงถูกปูยาวออกไปเป็นทางยาวจนไปสุดเส้นสายปลายทาง


อีกทิศหนึ่งของบัลลังก์ มีประตูอีกบานหนึ่งที่ถูกเปิดออก เหมือนประตูบานนั้นจะเป็นทางออกที่แท้จริง บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่แพร่กระจายออกมา มันไม่ได้กดดันร่างกาย แต่มันเหมือนความหนักอึ้งที่คนผู้นี้แบกรับความหวังของเหล่าผู้คนทั้งหมดไว้



ทันทีที่ อี้เฉินก้าวเดินเข้าไป เสาลวดลายมังกรก็ส่องแสงสีฟ้าขึ้นมาพร่างพราว ช่างเป็นภาพที่ดูแปลกตาไม่น้อย เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปตามพรมที่ปูทอดยาวออกไป ทุกครั้งที่เขาย่างกรายเข้าไป เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่คนผู้นี้แบกรับไว้



 ไม่นานเขาก็เดินมาถึงด้านบนของบัลลังก์สีทอง เขาเห็นหีบไม้เก่าแก่ใบหนึ่ง มันสลักลวดลายไว้อย่างสวยงาม แต่เขากลับไม่ได้คิดเปิดมันดู

อี้เฉินเดินตรงไปที่ ด้านหลังของบัลลังก์อย่างไม่ลังเล ที่แห่งนั้นมันกลับมีโลงศพสีทอง ตั้งอยู่หนึ่งโลงลวดลายของโลงศพที่สลักไว้ดูธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่แพร่กระจายออกมาจากภายในโลงนั้น เขาพยายามสำรวจดูแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แต่เมื่อเขาเปิดเปลือกตาออก เพ่งพินิจดู ตัวเขากลับเห็นตัวอักษรบางอย่างเขียนไว้ด้านข้างของโลงศพ



มันสลักคำว่า "ความเสียใจของข้ามีเพียงสิ่งเดียว คือการไม่ได้ร่วมต่อสู้ไปพร้อมกับบรรพชน" ทันทีที่อี้เฉินอ่านประโยคนั้นขึ้นมา ภายในวังวิหารกลับสั่นไหวน้อยๆ ราวกับมันตอบรับกับน้ำเสียงของอี้เฉิน อย่างไรอย่างนั้น


 อี้เฉินที่เห็นภาพด้านหน้าของเขามีแสงสีทองพร่างพราวออกมาจากภายในโลงศพ ทำให้เขาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แสงสีทองค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย ก่อนที่มันจะปรากฏเป็นร่างชายวัยกลางคน ผมสีม่วงออกมา ราวกับตัวเขาเป็นแค่วิญญาณโปร่งแสง อาภรณ์ที่เขาสวมใส่เป็นเพียงผ้าแพรไหมอย่างดี ใบหน้าดูคล้ายกับหนุ่มเจ้าสำราญริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนเขาจะโบกมือไปที่กล่องไม้ ด้านหน้าบัลลังก์ กล่องไม้ใบนั้นก็พุ่งเข้ามาอยู่ในมือของเขาอย่างรวดเร็ว



ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมา "เจ้าเป็นคนที่ผ่านการทดสอบของข้างั้นหรือ"



อี้เฉินได้ยินเขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนเปิดปากพูดมันออกไป "ท่านผู้อาวุโส ข้าผ่านการทดสอบของท่าน แต่ข้าไม่เข้าใจความหมายที่ท่านต้องการทดสอบ"



ชายวัยกลางคนส่ายหัว "หากไม่กล้าที่จะเสี่ยงต่อความตาย เส้นทางที่เลือกเดินก็อาจจะไม่เหมาะกับตนเองก็เป็นได้"



อี้เฉินที่ได้ยินทำให้เขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าคนผู้นี้ต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่ "แล้วความหมายที่ท่านแอบเขียนไปด้านข้างของโลงศพนั้น มันหมายถึงอะไรกันแน่"



"สักวันหนึ่งเจ้าจะรู้คำตอบนั้นเอง เมื่อเจ้ายังเดินในเส้นทางของจอมยุทธ วันนั้นจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน" ก่อนที่เขาจะเปิดกล่องไม้ที่สลักลวดลาย ออกมา ภายในกลับมีหัวใจผลึกใส ดวงหนึ่งโผล่ออกมา มันแยกออกจากกันเป็น2ส่วน อีกด้านเป็นสีม่วง ส่วนอีกด้านเป็นสีฟ้าใส



อี้เฉินที่เห็นหัวใจทั้งสองส่วนนั้น ทำให้เขาดวงตาเบิกกว้าง มองออกไปด้วยความประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดกันแน่



 เมี่ยนจือที่อยู่ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน เมื่อนางเห็นหัวใจแห่งห้วงมิติ กับหัวใจแห่งปราณจิต ก็ทำให้นางถึงกับตาลุกวาว อยากได้ทั้งสองส่วนมาครอบครอง มันก็คือการสืบทอดวิถีของผู้ล่วงลับผู้นี้

หากนางได้ดูดซับมันเข้าไปเป็นไปได้ ที่ปราณจิตของนางจะหายจากอาการบาดเจ็บ จึงบอกกล่าวกับอี้เฉินออกไป ทันทีที่อี้เฉินรับรู้เขาเตรียมที่จะเปิดปากพูดมันออกมา


แต่อยู่ๆ ชายวัยกลางคนก็เอ่ยย้ำ มาที่อี้เฉิน "เจ้าจะเลือกได้เพียงส่วนเดียวเท่านั้น หากเจ้าเรียนรู้ทั้งสองส่วน เจ้าจะตายตกด้วยเหตุนี้ ข้าจึงแยกมันออกเป็นสองส่วน"



อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับหนังตากระตุกเล็กน้อย ใจจริงเขาก็อยากได้ หัวใจแห่งห้วงมิติ จึงทำให้เขาลังเลเป็นอย่างมาก



เมี่ยนจือที่เห็นอี้เฉินลังเลที่จะเอาหัวใจแห่งปราณจิต มาให้นางทำให้นาง กระทืบเท้าภายในทะเลความรู้อย่างแรง "ไอ้คนไม่รู้จักบุญคุณ เจ้าอย่าลืมไปนะว่าใครทำข้าบาดเจ็บ"



 อี้เฉินส่ายหัวอยู่หลายที สลัดความโลภออกไปจากหัวสมอง "ถ้าเช่นนั้นข้าเอาหัวใจแห่งปราณจิต ก็แล้วกัน"



ชายวัยกลางคนยกยิ้ม ก่อนเขาจะโยนหัวใจทั้งสองส่วนมาให้อี้เฉิน แล้วกล่าวพูดย้ำอีกครั้ง "เจ้าอย่าดูดซับหัวใจทั้ง2ส่วนเข้าไปภายในร่างกายเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นร่างของเจ้าจะแตกดับ" ก่อนที่ร่างที่เหมือนวิญญาณของเขา จะค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย



เอ่ยพูดพึมพำออกมา 'ชิงหลันเด็กหนุ่มคนนี้หรือ ที่เจ้าให้เขาเป็นผู้สืบทอดของเจ้า ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่แปลกประหลาดเสียจริง หวังว่าเจ้าจะเลือกคนไม่ผิดนะ' ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายไปราวกับอากาศธาตุ ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความโล่งอกกับสิ่งที่เขาแบกรับไว้


 อี้เฉินที่ได้หัวใจมาทั้งสองส่วน เขาถึงกับมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะนั่งขัดสมาธิ ท่ามกลางห้องโถงใหญ่ ค่อยๆ ดูดซับหัวใจแห่งปราณจิตเข้าไปไว้ภายในทะเลความรู้ของเขา



ทะเลความรู้ของเขา ค่อยๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่หัวใจสีฟ้าจะผสานเข้าไปภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน จนเหมือนกับว่าปราณจิตของเขา ยกระดับขึ้นไปอีกหลายขั้น แม้แต่ดวงตาของเขาที่ใช้ปราณจิตในการควบคุม มันกลับเริ่มสามารถควบคุมดวงตาได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกหลายเท่า จนเขาสามารถลืมตาได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป ไม่ปลดปล่อยปราณจิตออกไปทำร้ายใครมั่วซั่วอีกต่อไป



ในยามนี้อี้เฉิน เริ่มมั่นใจในดวงตาของเขาเป็นอย่างมาก หากตัวเขาใส่ปราณจิตเข้าไปภายในดวงตา เขามั่นใจมันสามารถเป็นกำลังรบให้กับเขาได้อย่างแน่นอน


 เมี่ยนจือนางเองก็ดูดซับหัวใจแห่งปราณจิตเข้าไปภายในร่างปราณจิตของนาง ปราณจิตของนางที่เคยแตกร้าว ค่อยๆ สมานกลับมาเป็นดั้งเดิมอีกครั้ง ใบหน้าของนางยกยิ้มขึ้นมาด้วยความยินดี ไม่คิดว่าอาการบาดเจ็บของนางจะฟื้นตัวได้รวดเร็วเช่นนี้ ราวกับได้เกิดใหม่อย่างไรอย่างนั้น



อี้เฉินถอนหายใจยาวออกมา มืออีกข้างหนึ่งของเขา ที่ถือหัวใจแห่งห้วงมิติ อีกส่วนเอาไว้แน่น มองดูมันด้วยความเสียดาย มีของล้ำค่าอยู่ในมือแล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่อาจใช้มันได้


    ก่อนเขาจะสลัดความเสียดายทั้งหมดทิ้งไป กลับไปตั้งใจ นั่งดูดซับหัวใจแห่งปราณจิตต่อโดยไม่สนใจภายนอกอีกต่อไป เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปใหญ่ ตัวอี้เฉิน ก็รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างภายในห้องโถงใหญ่ ราวกับว่ามีใครบางคนมาเยือนยังพื้นที่แห่งนี้



     ทันทีที่อี้เฉิน เปิดเปลือกตาออกมา ก็เห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ไร้ราคี ปลิวไสวไปตามการย่างก้าวเดินของนาง กระโปรงแหวกออกมา จนมองเห็นขาขาวเรียวยาวอย่างชัดเจน ส่วนเว้าส่วนโค้งเองก็มองเห็นเด่นชัด ใบหน้ามีผ้าขาวปิดบังไว้ แต่ก็มองเห็นคิ้วโค้งเป็นคันศรจมูกโด่งเป็นสัน รอบกายาของนางเต็มไปด้วยผีเสื้อปราณพลังบินล้อมพันกายาของนางไว้ สายตาที่นางมองมาที่อี้เฉินราวกับ อี้เฉินทำเรื่องที่ผิดบาปมาอย่างไรอย่างนั้น

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน