ย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite)

    บทที่42 การโต้กลับ

            สามวันแล้ว นับตั้งแต่แลนซ์ถูกผนึกพลังเวทด้วยกำไลต้องสาปซึ่งเป็นสมบัติของราชวงศ์เอเธียน่า เหล่านักเรียนห้องบีต่างได้ใจเพราะคิดว่าแลนซ์นั้นไม่สามารถทำอะไรพวกตนได้อีกแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวแลนซ์อีกต่อไป


            และสามวันที่ผ่านมานี้แลนซ์ถูกพวกนักเรียนห้องบีกลั่นแกล้งอย่างหนัก ตู้วางรองเท้าของเขาถูกใช้เป็นที่ทิ้งขยะ  บ้างก็วางจดหมายเขียนคำด่าดูถูกล้อเลียนเอาไว้ แต่ทว่าแลนซ์นั้นไม่โกรธหรือโวยวายอะไร เขาใช้ชีวิตตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            “ครั้งนี้เนื้อสัตว์เน่าหรอ”แลนซ์กล่าวเมื่อเปิดตู้รองเท้าของเขาเพื่อที่จะวางรองเท้า เขาใช้เวทแสงเผาผลาญเนื้อเน่าจนระเหย ก่อนจะใช้เวทชะล้างให้ตู้รองเท้าสะอาดเหมือนดั่งเดิม


            “ฉันชักทนไม่ไหวแล้วนะ” แอนนากล่าวเสียงสั่นเมื่อเห็นแลนซ์ถูกรังแกติดต่อกัน “ให้ฉันได้จัดการพวกมันเถอะค่ะแลนซ์ ฉันจะเผารองเท้าพวกมันให้หมดเลยคอยดู”


            “ไม่ได้เด็ดขาด” แลนซ์กล่าว “เกิดเธอถูกผนึกเวทอีกคนจะทำยังไงล่ะ ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่เธอน่ะจะลำบากยิ่งกว่าฉันอีกนะ”


            “ถ้างั้น...เราย้ายห้องกันดีไหมคะ หรือย้ายที่เรียนก็ได้” แอนนาเอ่ยเสียงเศร้า ก่อนจะเดินไปซบอกแลนซ์ “ฉันรู้ค่ะว่ามันไม่ใช่เรื่องหนักหนาสำหรับคุณ แต่ฉันเจ็บปวดค่ะ ที่ปกป้องอะไรคุณไม่ได้เลย ถ้าที่นี่เป็นอาณาจักรบลูสกาย--”


            “--อาณาจักรบลูสกายทำไมเหรอ”


            ผู้กล่าวคือโรซ่า เฟลเมียร์ เธอเดินขึ้นบันใดมาพอดี พลางยิ้มเยาะแลนซ์และแอนนา ข้างหลังเธอนั้นมีโซอี้ตามติดมาด้วย


            “หรือว่าพวกไพร่ได้ตระหนักแล้วสินะคะ” โซอี้กล่าว “ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของตน กลับไปเป็นไพร่ที่บ้านเกิดเมืองนอนคงโอเคกว่า”


            “โซอี้ หยุดพูดแบบนั้นนะ” โรซ่ากล่าวเสียงดุ ทำเอาโซอี้หัวหดทันที “ฉันรู้อะไรดีๆมาล่ะ ดูเหมือนเธอจะไม่ใช่ไพร่โดยกำเนิดสินะ แอนนา”


            โรซ่ายิ้มให้กับแอนนา ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาใกล้


            “ดวงตาสีชมพูนั่น เป็นหลักฐานว่ามีเชื้อสายวัลไคเรีย อดีตอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่แห่งทวีปไกอาสินะ”


            “ใช่แล้วล่ะ” แอนนากล่าว “บรรพบุรุษฉันมาจากวัลไคเรีย”


            “อย่างน้อยก็ยังมีเศษซากของความสูงส่งในอดีต” โรซ่ากล่าว “มิน่าล่ะ ทำไมเธอถึงได้รับเลือกมาอยู่ห้องเอในตอนแรก ก่อนจะขอทำเรื่องลงมาห้องบี”


            “ขอลงมาห้องบีหรือ” โซอี้กล่าว “แสดงว่านางก็รู้จักเจียมตัวสินะคะ ว่าไม่ได้ยิ่งใหญ่แบบอดีตแล้ว”


            “เข้าใจผิดแล้วล่ะ” แอนนากล่าว “ฉันลงมาห้องเดียวกับแลนซ์ต่างหากล่ะ และกำลังคิดว่าจะไปอยู่ห้องอื่น...หากห้องบีไม่ต้อนรับพวกเรา”


            โซอี้ยิ้มเยาะทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนที่เธอจะเดินมาหาแอนนา


            “ก็หัดรู้จักเจียมตัวสิคะ...แบบที่ไพร่คนอื่นๆเขาทำกัน เตรียมโต๊ะ เตรียมเก้าอี้ ทำความสะอาดห้องเหมือนพวกไพร่คนอื่นๆ เพราะพวกเธอไม่ยอมทำ ฉันเลยให้ทำความสะอาดตู้รองเท้าของตัวเองยังไงล่ะ ดีที่ฉันให้ทำแค่ตู้เดียวนะคะ”


            “เป็นฝีมือเธอเองสินะ ที่กลั่นแกล้งแลนซ์น่ะ” แอนนากล่าวเสียงสั่น ก่อนที่โซอี้จะไหวใหล่ จังหวะนั้นโรซ่าดึงโซอี้มาด้านหลังทันที


            “พวกเธอไม่จำเป็นต้องย้ายห้องหรอกนะ หากทำตามที่ฉันต้องการหนึ่งอย่าง”


            “ทำตามหรือ” แอนนากล่าว “เรื่องบ้าอะไรอีกล่ะ” 


            “แลนซ์ แอนนา นับจากนี้มาทำงานให้ฉันซะ ฉันจะให้ทั้งสองคนเป็นผู้ติดตาม แบบที่โซอี้หรือเฟยหลงเป็น หากทำแบบนั้นพวกเธอก็จะอยู่ห้องบีได้อย่างสมศักดิ์ศรียังไงล่ะ”


            “ให้เป็นขี้ข้าของคนที่อ่อนแอกว่าตนน่ะหรือ” แลนซ์กล่าวเสียงเรียบ “คงยอมไม่ได้หรอก”


            “อ่อนแอหรือ” โรซ่ากล่าว “ถ้าในมุมมองของสัตว์สี่เท้าน่ะใช่ ผู้มีพลังมากกว่า ยอมได้ทุกสิ่งและเป็นจ่าฝูง แต่มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่มีปัญญา เราใช้สายเลือดและชนชั้นเป็นตัวชี้วัดคนๆนั้น ซึ่งสำคัญกว่าพลังหรือพรสวรรค์ยังไงล่ะ”


            “ท่านโรซ่าให้โอกาสแล้ว ยังไม่รู้จักขอบคุณอีก” โซอี้กล่าว “เป็นฉันล่ะก็จะรีบคว้าโอกาสเลยนะรู้มั้ย”


    “ไม่ดีกว่า” แลนซ์กล่าว “พวกฉันอยู่กันได้ ไม่ต้องมาดูแลอะไรหรอก”


    แลนซ์กับแอนนาเดินเข้าห้องเรียนไป โซอี้ส่งเสียงถอนหายใจดังจนได้ยินทั่ว ในขณะที่โรซ่าส่ายหน้าเบาๆ


    “โซอี้ ห้องนอนทั้งสองอยู่ไหน...ไปทำความสะอาดให้พวกนั้นด้วยละกัน เผื่อพวกมันจะเปลี่ยนใจมารับใช้ฉันเร็วขึ้น หรือไม่ก็ตัดสินใจออกไปจากห้องบีของพวกเธอ”


    ………………….


    “เสร็จซะที” แลนซ์กล่าวพลางบิดขี้เกียจ เมื่อเขาทำรายงานในวิชาสัตว์ปีศาจจนเรียบร้อย ในขณะที่แอนนาทำท่าเหม่อลอย พลางมองไปยังโซอี้และเพื่อนอีกสองคนของเธอที่เข้าห้องมาทีหลัง หลังจากพวกเธอขออาจารย์ไปเข้าห้องน้ำพักใหญ่ๆ พวกนั้นหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พลางแอบชำเลืองมองมาที่กลุ่มแลนซ์


    “ยัยพวกนั้นต้องทำอะไรแน่ๆ” แอนนากล่าวเสียงขุ่น “ฉันรู้สึกได้”


    “คงเล็งห้องพักเรานั่นแหละ” แลนซ์กล่าว “ถ้าคิดจะเล่นทำลายข้าวของพวกเรา ห้องนอนเป็นอย่างเดียวที่เหลืออยู่ ฉันนึกไม่ออกเลยว่าพวกนั้นจะทำอะไรได้อีก”


            “คุณมีของมีค่าในห้องหรือเปล่า” แอนนาเอ่ยถามแลนซ์ในห้อง แลนซ์ส่ายหน้าเบาๆ


            “แต่ฉันมี” แอนนากล่าวพลางถอนใจ “เสื้อราคาแพงอยู่ในตู้เสื้อผ้าสามตัว กับรองเท้าเข้าคู่อีกสามคู่ ถ้าเสียหายขึ้นมาฉันรับรองว่าจะไม่เอาพวกมันไว้แน่”


            “รอเลิกเรียนก่อน” แลนซ์กล่าว “ถ้ายัยพวกนั้นทำลายข้าวของในห้องเราจริง จะไปตอนนี้หรือเลิกเรียนก็คงค่าเท่ากัน”


            “รู้สึกเหมือนกรรมตามสนองเลย” แอนนากล่าวพลางถอนใจ “ตอนเด็กๆฉันโดนราชินีโบยที่น่อง เลยแอบเข้าห้องหล่อนแล้วเอากรรไกรไปตัดเสื้อตัวโปรดของเธอจนแหว่ง...ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ว่ารู้สึกยังไง”


            “อย่ากังวลเลย” แลนซ์กล่าว “เดี๋ยวฉันซ่อมให้ ถ้าเสื้อผ้าเธอเสียหายจริงๆ”


            ช่วงสัปดาห์แรก เป็นช่วงเปลี่ยนย้ายที่พักอาศัย นักเรียนทุกคนต้องอยู่หอพักภายในโรงเรียน กลุ่มของแลนซ์เองก็ทยอยขนข้าวของที่จำเป็นมาไว้ในห้องพักที่โรงเรียนเตรียมเอาไว้แล้ว 


            โดยห้องพักแบบปกติซึ่งมีห้องน้ำในตัวนั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นห้องแบบพิเศษที่มีการตกแต่งเพิ่มจึงจะเสียรายเดือน และกลุ่มของแลนซ์ทุกคนนั้นก็เลือกห้องพักแบบปกติ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย


            “ขอเก็บรายงานเลยแล้วกันนะครับ” อาจารย์ฟ็อกซ์กล่าวเมื่อเวลาสอนจบลง “ส่วนใครที่ทำไม่ทันก็ตามไปส่งอาจารย์ที่ห้องล่ะ”


            ทุกคนในห้องลุกทันที เพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว แลนซ์และแอนนาสังเกตุว่ากลุ่มของโซอี้แอบมองพวกเขาก่อนจะพากันกระซิบและหัวเราะ หลังจากนั้นกลุ่มของโซอี้จึงค่อยออกจากห้องเรียน


            “เตรียมไปเจอเซอร์ไพร์สกันเถอะ” แลนซ์กล่าวกับแอนนา “จะได้ดูด้วยว่าจะตอบแทนคืนยังไง”


            …………………….


            แลนซ์และแอนนาเดินมาที่ห้องนอนของแอนนาก่อน พวกเขาพบว่าประตูนั้นถูกล็อคเอาไว้ตามปกติ แต่ทว่าเมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าที่นอนนั้นถูกรื้อกระจุยกระจาย เสื้อผ้านักเรียนของแอนนาถูกกรีดและฉีกด้วยใบมีด ส่วนชุดสวยของแอนนาและรองเท้าราคาแพงกลับหายไป


            “ถ้าทำลายยังพออภัยได้นะ เพราะมันซ่อมได้” แอนนากล่าวเสียงสั่น "แต่ขโมยนี่มันเกินไปจริงๆ"


            แลนซ์ลดพลังเวทในตัวเองจนเกือบหมดสิ้น ก่อนจะถอดกำไลข้อมือคำสาปออก กำไลจะหยุดการทำงานหากเป้าหมายตายแล้ว ซึ่งแลนซ์สามารถจำลองร่างกายของตนให้คล้ายกับคนตายได้ ด้วยการลดพลังเวทในร่างอย่างมาก เขาจึงถอดมันออกได้


            หลังจากนั้นวงเวทสีขาวของแลนซ์ปรากฏทั่วทั้งห้องของแอนนา ก่อนที่เขาจะถ่ายเทพลังเวทรักษาไปทั่วทั้งห้อง เพื่อฟื้นฟูสภาพเครื่องนอนและชุดนักเรียนจนคืนสภาพเดิม


            “ได้เวลาโต้กลับแล้วล่ะ” แอนนากล่าว “คราวนี้ฉันขอเลือกวิธีเองนะคะ จะเอาให้มันเจ็บแสบไม่แพ้กันเลย”


            เช้าวันต่อมา ในห้องเรียนห้องบีนั้นพบว่าแลนซ์และแอนนาขาดเรียน ตู้รองเท้าของแลนซ์คราวนี้ถูกเศษไม้และขี้เลื่อยเทใส่ พวกนักเรียนห้องเอซึ่งมาช้ากว่าห้องบีต่างเห็นกันทั่ว เพราะพวกเขาต้องขึ้นบันใดผ่านบริเวณห้องเก็บรองเท้านั้น ไอวี่และคาลอสต่างมองด้วยความกังวล ที่พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้ ในขณะที่อาเธอร์และโรซ่าต่างยิ้มด้วยความสะใจ


            “ป่านนี้คงวิ่งหาซื้อเสื้อกันใหม่แล้วล่ะมั้ง ฮ่าๆๆๆ”


            โซอี้หัวเราะลั่นห้องกับกลุ่มของเธอ เพราะวันนี้แลนซ์และแอนนาขาดเรียน บ่งบอกว่าทั้งสองคนนั้นคงเดือดร้อนสุดๆไปเลย


            “เราเล่นแรงไปหรือเปล่าน้า” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มโซอี้กล่าว เธอชื่อว่าเดย์ซี่ เธอเป็นสาวผมน้ำตาลยาวไว้ทรงหางม้า ดวงตาสีฟ้า หน้าตาดูน่ารัก หากแต่ดวงตานั้นแฝงไปด้วยความร้ายกาจ  “ถึงขั้นมาเรียนไม่ได้...แต่ว่าก็ว่าเถอะ ท่านโรซ่าสั่งให้เก็บเสื้อผ้าราคาแพงและเหรียญเงินของพวกมันเอาไว้แล้ว ถ้าพวกมันมาก้มหัวขอโทษถึงค่อยคืนไป ก็นับว่าเราเมตตามากแล้วล่ะเนอะ”


            “ไว้พักเที่ยงเราค่อยไปดูพวกนั้นหน่อยดีไหมคะ...ฉันรู้สึกว่าบางทีเขาอาจเดือดร้อนมากก็ได้ ถ้าถึงขั้นเหรียญเงินกว่าสิบเหรียญหายไปด้วย”


            ผู้กล่าวเป็นหญิงสาวหน้าตาใจดี ผมทรงดอกผักกาดสีทอง และดวงตาสีเขียวขุ่น หน้าตาเธอเรียบเฉย และดูเคร่งเครียดตลอดเวลา ท่าทางเธอจำเป็นต้องเข้ากลุ่มเพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้า เธอมีนามว่าเอริก้า


            เหรียญเงินนับสิบนั้นคือสมบัติของแลนซ์นั่นเอง แลนซ์จงใจไม่บอกแอนนาว่าห้องเขามีของมีค่า เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกไม่สบายใจหรือเจ็บแค้นไปมากกว่านี้ แอนนามักเจ็บแค้นมากกว่าปกติ ถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องของแลนซ์


            “ไว้เลิกเรียนค่อยไปดู” โซอี้กล่าว “ไปแบบแอบๆล่ะ เพราะท่านโรซ่าไม่ได้มีคำสั่งให้ไป”


            จนกระทั่งวันนี้ทั้งวัน แลนซ์และแอนนาก็ยังไม่มาเรียน กลุ่มของโซอี้เริ่มมองหน้ากัน เมื่ออาจารย์ประกาศว่าแลนซ์และแอนนาทำเรื่องย้ายห้องเรียนไปห้องดีแล้ว


            “สงสัยจะเกินไปหน่อย พวกมันหนีเลย” เดย์ซี่กล่าว “แต่มันคงไม่รู้สินะ ว่าต่อให้มันหนีไปห้องดี หากท่านโรซ่าเอาจริง ก็ยังตามเล่นงานพวกมันได้”


            “ช่างเถอะ” โซอี้กล่าว “พวกเราลองแวะไปดูมันได้แล้ว”


            กลุ่มของโซอี้แสร้งมาเยี่ยมเพื่อนห้องเดียวกันที่อยู่ใกล้ๆหอพักแอนนา และหลังจากคุยกับเพื่อนของเธอ ก็พบว่าแอนนาย้ายห้องออกไปแล้ววันนี้ ในใจลึกๆของโซอี้จึงรู้สึกผิดขึ้นมา เธอเปิดประตูห้องของแอนนาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเดินดูรอบๆ เธอพบว่าห้องนั้นใหม่เอี่ยมราวกับว่าไม่มีคนอยู่


            เช่นเดียวกับห้องพักของแลนซ์ เพื่อนในห้องผู้ชายรายงานว่าเขาเองก็ย้ายออกไปแล้วเช่นกัน และวันนี้ทั้งวันยังไม่มีใครเห็นทั้งสองคนเลย


            “ไม่ใช่ว่าลาออกไปเลยล่ะ” เอริก้ากล่าวกับโซอี้และเดย์ซี่ “แบบนั้นเหมือนพวกเราใจร้ายไปแล้วนะคะ”


            “ก็ช่างสิ” เดย์ซี่ตวาดใส่เอริก้า “พวกอ่อนแอทนแรงกดดันไม่ได้เอง เราไม่ผิดซะหน่อย”


            “นั่นสิ” โซอี้กล่าวเสริม “พวกมันคงรู้แล้วล่ะ ว่าถ้าท่านโรซ่าเอาจริง จะเกิดอะไรขึ้น พวกมันคงเข็ดและกลัวเราแล้วล่ะมั้ง...วันนี้พวกเรากลับห้องพักได้แล้วล่ะ”


            …………..


            โซอี้นั้นยังไม่กลับห้องพักของตัวเอง เธอต้องแวะไปที่ห้องพักของโรซ่าก่อน เพื่อคอยเตรียมรีดเสื้อผ้าให้โรซ่า เตรียมน้ำร้อนให้เธออาบ  และต้องจัดที่นอนให้สำหรับพร้อมนอน หน้าที่รับใช้โรซ่าเป็นหน้าที่ของเธอ 


            แต่แล้วเมื่อเธอไปถึงห้องโรซ่า เธอก็พบว่าโรซ่ากำลังนั่งเข่าอ่อนนิ่งในห้องของเธอด้วยอาการสั่นเทา เพราะห้องพักของโรซ่าในเวลานี้แทบไม่เหลือเค้าเดิมเลย


            ห้องทั้งห้องของโรซ่าถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนดำเป็นตอตะโก ทรัพย์สมบัติของเธอทุกอย่างถูกทำลายจนจำสภาพเดิมไม่ได้ เหรียญเงินและเหรียญทองถูกเปลวไฟความร้อนสูงเผาจนหลอมละลาย 


            และที่สำคัญอาวุธเวทมนตร์ระดับขุนนางของเธอ ดาบสองมือสีแดงราวกับทับทิมสวยงามนั้น ถูกวัตถุปริศนาตีจนแตกเป็นเสี่ยงๆจนไม่อาจประกอบกลับได้อีก รวมทั้งเหรียญตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อบ่งบอกว่าเธอเป็นขุนนางนั้นถูกเหยียบจนแหลกละเอียด


            “บ้าน่า เครื่องราชและอาวุธนั้นมีเวทเขตแดนชั้นสูงปกป้อง อะไรกันที่สามารถทำลายมันได้” 


            โซอี้เอ่ยถามนายของเธอ แต่ทว่าโรซ่าไม่ตอบ เธอได้แต่ก้มหน้านิ่งพลางร้องไห้เงียบๆ


    หัวใจของโซอี้หล่นวูบทันที เมื่อความคิดที่ว่าพวกเธอถูกเอาคืน โซอี้รีบไปห้องของเธอที่อยู่ไม่ไกลนัก เธอพบว่าห้องของเธอปลอดภัยดี ไม่มีอะไรเสียหาย จึงทำให้เธอโล่งใจ เธอจึงตัดสินใจจะเปิดตู้เสื้อผ้าของเธอเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่ซ่อนเอาไว้ แต่แล้วเธอก็พบว่ามันเปิดไม่ออก ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็เปิดไม่ออก


    เสียงประตูหน้าห้องของเธอปิดดังปัง เช่นเดียวกับบานหน้าต่างทุกบานที่ถูกปิด คงเหลือไว้เพียงบานกระจกเล็กๆตรงห้องน้ำเท่านั้นที่เปิดค้างไว้เพื่อให้อากาศเข้า โซอี้ลองพยายามเปิดประตู แต่แล้วเธอก็พบว่ามันเป็นเวทเขตแดนกักขัง ทันทีที่มือของเธอสัมผัสประตู วงเวทสีรุ้งก็กั้นขวางเอาไว้


    “ปล่อยฉันออกไปนะ” โซอี้ร้องเสียงดังลั่น เธอรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเธออยู่ในเวทเขตแดนกักขังอันทรงพลัง เสียงร้องของเธอส่งออกไปข้างนอกไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจใช้เวทธาตุดินที่เธอถนัดทำลายเขตแดนดู 



    วงเวทสีน้ำตาลระดับสามปรากฏออกมา ก่อนที่กระสุนหินแหลมคมจะยิงใส่ประตูห้องของเธอ แต่แล้วเวทของเธอดันตีกลับใส่เธอเอง ร่างของเธอกระเด็นไปกลางห้อง ก่อนที่เธอจะสลบ


    ……………………………….


    “เล่นแรงไปไหมนะ ที่ขังทุกคนเอาไว้ด้วยเวทเขตแดนระดับต่ำสุด แต่เสริมพลังคนละห้าร้อยเท่า” แลนซ์กล่าวกับแอนนาขณะเดินซื้อเสื้อนักเรียนใหม่ที่ร้านขายของในร้านสมาคมจอมเวท แอนนาหัวเราะเบาๆก่อนจะกล่าว


    “ถือเป็นการสั่งสอนให้เข็ดหลาบค่ะ เล่นมาเอาเงินของคุณไป และยังเอาเสื้อผ้าฉันไปอีก ไหนจะทำให้เราต้องเสียเวลาทำเรื่องย้ายห้อง และสร้างหลักฐานเพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นที่ต้องสงสัยในครั้งนี้”


    “นั่นสินะ เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ” แลนซ์กล่าว “เรามารอลุ้นกันเถอะ ว่าพวกนั้นจะออกจากเขตแดนได้ในกี่วัน...หวังว่าจะหาทางออกมาได้เองโดยที่ฉันไม่ต้องไปปลดเขตแดนให้นะ”



    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมารอบนี้ ไม่ขอเป็นผู้กล้า (Rewrite) ที่คุณอ่าน