Age of war

    ตอนที่ 86 ยักษาปะทะรถถัง

    ***ยักษาแห่งปฐพี [บานา]

    “... บา…..! ”

    “อือ…”

    ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นขาวสว่างเจิดจ้า

    “ท่าน….นา…! ”

    “อืม…อึ๊ก…”

    รู้สึกว่าสติพร่ามัว แถมแก้วหูยังอื้ออึง

    “ท่านบานาครับ! ”

    “อั๊ก… มันเกิด…บ้าอะไรขึ้น? ”

    และเมื่อรู้สึกตัวอีกที ข้าก็พบว่าตัวเองนั้นกำลังนอนทอดกายเหนือริมผาในจุดที่ต่ำลงมาไปเสียแล้ว

    “พวกศัตรูมันโจมตีพวกเราครับ! แผนลอบโจมตีพังแล้วครับ! ”

    “... เป็นไปได้ยังไงกัน? ”

    ข้าแหงนหน้ามองออกไปเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน

    ตัวข้านั้นกำลังยืนอยู่ที่ริมผาในจุดที่ต่ำลงมาจากเดิมราวห้าสิบเมตร

    หน้าผาที่สูงชันและเต็มไปด้วยพืชตระกูลไม้เลื้อยขนาดใหญ่ กำลังถูกอะไรบางอย่างโจมตีเข้าใส่

    ระเบิดและควันไฟได้พวยพุ่งเป็นแนวยาวตลอดริมผาที่กองทัพของพวกใช้เราซ่อนตัว

    รอบข้างและด้านล่างที่ลึกลงไปนั้น กำลังเต็มไปด้วยเศษหินกับหิมะที่ปลิวกระจายทับถม

    พื้นที่ยืนอันคับแคบกำลังสั่นไหวเป็นจังหวะตามการโจมตีของศัตรู

    “รายงานสถานการณ์มาทีสิ”

    “ครับ! เนื่องจากถูกอาวุธ [คำรามยักษ์] โจมตีอย่างไม่คาดคิด เลยทำให้พวกเราเสียหายหนัก คาดว่าคงเสียทหารไปถึงครึ่งหนึ่งที่มีครับ! ”

    *บรึ้ม! *

    กระสุนสังหารจากอาวุธคำรามขนาด 305 มิลลิเมตรถูกลั่นออกไปจากแนวริมผาด้านบน

    กระสุนสังหารของฝ่ายเราได้ทำการทำลายป้อมอาวุธของศัตรูที่โจมตีใส่ริมผานี้

    “และหน่วยรบคำรามยักษ์ของอเมริคานากำลังพยายามยิงโต้กลับอย่างที่เห็นอยู่ครับ! ”

    *บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม! *

    ในตอนนั้นเองที่มีระเบิดพวยพุ่งเกิดขึ้นที่ฝั่งด้านขวา

    หน่วยอสูรขนปุยของแมงโกเริ่มทำการบุกโจมตีแล้ว

    สัตว์ร้ายขนาดสี่เมตรที่วิ่งทะยานลงมาจากตามริมผาพร้อมกับทหารยักษาซึ่งขึ้นขี่ได้ปรากฏสู่สายตาของข้า

    ริมผาขาวที่มีจุดประกายสะท้อนของอาวุธคำรามต้องแสงสนธยา กำลังเคลื่อนถาโถมลงมาประดุจหนึ่งน้ำตกสีทองอร่าม

    คลื่นโจมตีและระเบิดสีแดงฉานได้ผุดขึ้นกลางกระแสน้ำตกมีชีวิตที่เชี่ยวกราก

    แต่กองทัพครึ่งแสนของแมงโกก็หาได้หวั่นเกรงกลัว

    แม้นจักถูกสังหารนับพันด้วยเพียงการโจมตีเดียว เขาก็ยังคงชูอาวุธคำรามขึ้นฟ้า แล้วกู่คำรามก้องแทบฟ้าดินสลาย

    อาวุธทรงกระบอกโลหะกล้าที่ติดข้างอสูรสี่ขาทั้งสองข้าง ถูกจัดเล็งองศาแล้วยิงลั่นสวนกลับไป

    เปลวไฟและดอกเห็ดสีดำขนาดย่อมได้ผุดขึ้นเหนือเมืองไปทั่วบริเวณ

    “พวกเราเองก็รีบลงจากเขาก่อนดีกว่า”

    ข้าจะมาทำตัวสบายอารมณ์เช่นนี้ไม่ได้

    ทุกหน่วยเริ่มบุกโจมตีกันแล้ว และจะให้หน่วยของข้านั่งชมการต่อสู้เช่นนี้ได้เยี่ยงไร?

    “หน่วยรบยักษาแห่งปฐพี โรยตัวได้! ”

    “โอ้ว! ”

    หากสังเกตุว่าให้ดี ก็จะพบว่าพื้นราบที่ริมผาข้างล่างนั้น กำลังถูกถมไปด้วยหิมะสูง

    ส่วนที่ริมผาบริเวณนี้นั้น กลับไร้ซึ่งหิมะหนาให้เห็นอีกต่อไป

    การโจมตีของอาวุธคำรามคงทำให้หิมะถล่มทับลงมา

    เรียกว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่รอดชีวิตมาได้

    เชือกยาวถูกโยนลงจากริมผาสูงเหนือพื้นราวแปดสิบเมตร

    กองทหารราบในชุดเกราะคลุมสีขาวเริ่มโรยตัวลงมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

    พวกเรานั้นมีจำนวนเหลือประมาณสี่หมื่นคนได้

    ที่พื้นหิมะขาวด้านล่าง คือพื้นที่ทำการเกษตรของเผ่ายักษาน้อย

    และพื้นที่การเกษตรที่ว่านั้น กำลังเต็มไปด้วยควันสีขาวที่ลอยตลบขึ้นสูง

    อสูรเหล็กติดอาวุธคำรามกับกองทหารเผ่ายักษาน้อยกำลังวิ่งเข้ามากระชับพื้นที่แห่งนี้อยู่

    อสูรเหล็กจำนวนราวสองร้อยตัวกับกองทหารติดอาวุธครบมืออีกครึ่งแสน

    พวกมันยืนเข้าแถวเป็นหน้ากระดานยาวพร้อมกับลั่นกระสุนสังหารใส่พวกข้า

    “ยิงสวนกลับไป! ”

    ข้าดึงตรีศูลในมือออกมาโจมตี

    ท่อโลหะหกกระบอกที่ติดอยู่กับหัวปลายแหลมของตรีศูลเริ่มหมุ่นวนและคำรามก้อง ก่อนจะสาดกระสุนสังหารสวนกลับศัตรูที่กำลังโจมตีโถมเข้าใส่

    ควันไฟและกลิ่นเหม็นดินระเบิดได้ลอยคละคลุ้ง สลับกับเสียงอื้ออึงดังลอดแก้วหู

    ประกายแสงสาดส่องไปทั่วเบื้องหน้า

    ข้าต้องโรยตัวลงมาด้วยสภาพผ่าดงกระสุนเช่นนั้น

    ทิ้งดิ่งราวกับฆ่าตัวตาย พร้อมกับสาดกระสุนแบบบ้าคลั่งโดยไม่เล็งออกไป

    ข้าใช้มือขวาจับ [ตรีศูลคำราม] เอาไว้ แล้วใช้มือซ้ายพันกับเชือกจนแน่นเพื่อเตรียมเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงและรวดเร็ว

    ข้าวิ่งตรงในแนวดิ่งโดยใช้ริมผาเป็นพื้นยืน หลบกระสุนที่โปรยปรายเข้าใส่สู่พื้นหิมะเบื้องล่าง

    “หน่วยรบปฐพี ตามข้าพเจ้ามา! ”

    *บรึ้ม! *

    ข้ากรีดร้องพร้อมกับเสียงปืนใหญ่ที่ระเบิดคำรามก้อง

    พวกข้าโรยตัวมาถึงพื้นกันแล้ว

    ข้าไม่รู้ว่ามีใครตายบ้างและตายไปเป็นจำนวนมากเพียงใด

    ทุกอย่างล้วนสับสนอลม่าน ทั้งกลิ่นควัน เหล่าทหารที่วิ่งกระจัดกระจาย และห่าดงกระสุนที่โปรยปราย

    ในตอนนั้นเองที่วิถีกระสุนของศัตรูเปลี่ยนไป

    ลูกปืนสังหารกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งตรงเป็นแนวหน้ากระดานอย่างสวยงามลอยข้ามหัวพวกข้า

    เป้าหมายคือริมผาที่กำยังยิงตอบโต้อย่างดุเดือดนั้น

    *บรึ้ม! *

    ระเบิดไฟจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นเป็นแถบยาวตลอดแนวเทือกเขาตั้งแต่เหนือจรดใต้

    เศษหินจำนวนมากร่วงโรยลงมาพร้อมกับซากศพของเผ่ายักษา

    “หน่วยรบคำรามยักษ์ของอเมริคาพินาจสิ้นแล้วครับ! ”

    “เห็นกับตาแล้วเฟ้ย! บุกต่อเลยโว้ย! ”

    ข้าชูตรีศูลคำรามขึ้นฟ้า แล้ววิ่งตะลุยไปแนวหน้าพร้อมกับลั่นรังเพลิงทั้งหก

    กระสุนสังหารที่รัวยิงออกไปนั้น กำลังแผ่ขยายออกเพื่อกดหัวทหารของฝ่ายศัตรูมิให้โผล่ปรากฏออกมาจากหลุมดินที่กระจายไปทั่วบริเวณ

    ที่ต้องระวังในยามนี้จึงมีเพียงแค่อสูรเหล็กกล้าเท่านั้น

    “ย๊ากกก! ”

    ข้าได้ยินเสียงของแมงโก

    กองทัพอสูรขนปุยเองก็มาถึงพื้นล่างแล้วเช่นกัน

    ฝูงสัตว์สี่ขาที่หุ้มด้วยขนยาวสีขาวนั้นกำลังวิ่งเข้าประชิดด้วยความว่องไว

    อาวุธคำรามยักษ์ที่ติดทั้งสองข้างลำตัวยิงตอบโต้กลับไปที่อสูรเหล็ก

    ถึงจะไม่สามารถสังหารได้ภายในนัดเดียว แต่มันก็ยังพอสามารถทำร้ายเจ้าสัตว์ตีนตะขาบที่ไร้ดวงตาของเผ่ายักษาน้อยได้

    ปากกระบอกโลหะยาวของอสูรเหล็กเริ่มหันปลายกระบอกไปทางกองทัพของแมงโก

    พวกเขายิงแลกกันอย่างบ้าคลั่ง จนไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนว่าฝ่ายใดเสียหายหนักกว่ากัน

    ในเวลาเดียวกัน ที่เหนือท้องฟ้าก็ยังมีอสูรเหล็กฝูงใหญ่บินตัดอากาศมาที่พวกเรา

    ข้ารีบยิงกระสุนไปบนฟ้าพร้อมวิ่งต่อไป

    อุจจาระที่ฝูงบินนั้นปล่อยลงมาได้ระเบิดขึ้นดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ

    แต่ตราบเท่าที่ขาของข้ายังไม่หัก ข้าก็จะวิ่งหน้าต่อไป

    “ปะทะศัตรู! ”

    “โอ๊ววววว! ”

    แล้วข้าก็สามารถเข้ารบระยะประชิดได้สำเร็จ

    สงครามได้กลายเป็นศึกตะลุมบอนในทันใด

    ทุกสิ่งล้วนดูสับสนวุ่นวาย

    อสูรขนปุ่ยวิ่งพลล่านไปทั่วสนามรบพร้อมกับที่อสูรเหล็กเลื้อยตีนตะขาบแข่งกับมัน

    ทหารหาญของทั้งสองฝ่ายต่างลั่นอาวุธคำรามใส่กันในระยะแนบชิด

    แต่ด้วยร่างกายกับผิวหนาที่แข็งแกร่งกว่า พวกเราจึงเริ่มตีกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ

    “ย๊าก! ”

    ข้าใช้ตรีศูลคำรามยิงทหารที่กำลังเล็งมาจากทางด้านซ้าย

    ใช้ประโยชน์จากแรงถีบปืนเป็นแรงเหวี่ยงมาแทงทะลุร่างของศัตรูตรงหน้า

    แล้วกระโดดสูงเพื่อเข้าประชิดอสูรเหล็กตัวหนึ่งที่ขวางเส้นทางข้า

    “อึ๊บบบบ! ”

    ข้ายังจำจุดอ่อนของพวกอสูรเหล็กได้

    ข้าใช้มืออันทรงพลังแหวกแผ่นโลหะที่ติดหัวข้างบน

    ใช้มือดึงผิวกะโหลกออก แล้วจับคอเหล่านักรบยักษาน้อยออกมาจากข้างใน--- ไม่มี?

    ข้างในเปลือกเหล็กที่ควรมีเผ่ายักษาน้อยบังคับอยู่ข้างในนั้น กลับมีแผงประหลาดปรากฏอยู่แทน

    ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่ข้ารู้คือต้องทำลายมันให้สิ้นเสีย

    “ตายซะ”

    ข้าใช้ตรีศูลคำรามลั่นกระสุนลงไปอย่างไม่เสียดาย

    ภายในร่างโลหะของอสูรเหล็กเริ่มลุกไหม้ ก่อนที่มันจะแน่นิ่งไป

    ข้าลงมาจากร่างของมัน แล้วใช้มือทั้งสองจับแท่งกระบอกโลหะยาวที่ติดตรงส่วนหัวของมัน

    “ว๊ากกก! ”

    ทุ่มพลังเต็มที่ไปที่กล้ามเนื้อแขน ก่อนจะใช้ร่างที่สูงสามเมตรกว่าของข้า ยกเจ้าอสูรเหล็กขึ้นมา

    ข้าเหวี่ยงอสูรเหล็กที่หนักเป็นตันออกไปทางอสูรเหล็กอีกตัว

    เสียงกระแทกอันรุนแรงดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับระเบิดที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    ข้าได้กลิ่นลุกไหม้ของน้ำมัน

    “บุกต่อ! ”

    หลังจากโจมตีเปิดทางแล้ว ข้าก็บุกเข้าไปลึกมากขึ้นกว่าเดิม

    รอบกายเต็มไปด้วยเขม่าควันและเสียงระเบิดแผดเผา

    ข้าฟาดฟัน ยิงกระสุนสังหารจนหมดสิ้นไม่เหลือ

    แต่ถึงกระสุนจะหมดลง ข้าก็ยังคงเหวี่ยงตรีศูลคำรามต่อไป

    แม้นเลือดจะโทรมกาย ชุดคลุมป้องกันจะเริ่มฉีกขาด แต่ข้าก็ยังคงสู้ต่อไป

    ข้านำทัพเอาชัยไปพร้อมกับลูกน้องที่วิ่งตามมาข้างหลัง

    แหวกฝ่าดงกองทัพศัตรูจนแตกพ่ายเป็นสองส่วน

    ในเวลาเดียวกัน ทัพของแมงโกก็เข้าตีขนาบจากทางขวาในระยะไกล

    พวกศัตรูต่างแสดงท่าทีตื่นตระหนกต่อความโหดเหี้ยมและแข็งแกร่งของพวกเราเผ่ายักษา

    “พวกมันถอนทัพแล้วเฟ้ย! ”

    พวกศัตรูเริ่มล่าถอยตามเสียงคำรามแห่งชัยชนะของแมงโก

    ภาพที่ศัตรูถอนกำลังถอยกลับไปในตัวเมืองนั้นช่างงามตายิ่งนัก

    แต่ยังวางใจไม่ได้

    พวกเราในตอนนี้เหลือเพียงราวห้าหมื่นคนจากสามแสนคน

    ในขณะที่ศัตรูอาจยังมีกำลังเสริมมากกว่านี้รอคอยอยู่ข้างในเมือง

    “หนวยยักษาแห่งปฐพี กระจายกำลังเข้าเมือง ใช้แผนกองโจรเผาให้เหี้ยน! ”

    “หน่วยอสูรขนปุยตามข้ามา พวกเราจะไปยึดกำแพงเมืองกัน! ”

    “โอ้ว! ”

    พวกข้าเริ่มบุกต่ออีกครั้ง

    แต่ทว่า---

    “นี่มัน… อะไร!? ”

    ในตอนนั้นเองที่มีวัตถุขนาดเล็กโจมตีเข้ามาใส่พวกข้า

    พอมันระเบิดแตกตัวออก พวกข้าก็พบว่ามันมีแค่เสียงดัง *ปัง* ธรรมดาเท่านั้น

    มันไม่มีสี แต่พวกข้าสามารถสัมผัสได้ด้วยร่างกายว่ามีอะไรบางอย่างอยู่

    “อึ๊ก!? ”

    แสบ…

    ข้ารู้สึกแสบไปทั้งดวงตา ผิวหนัง และทั่วทางเดินหายใจ

    “ฮะ ฮะ ฮะ ยังมีอาวุธบ้าบอซ่อนอยู่จริง ๆ ด้วยสินะ? ”

    ที่เบื้องหน้าข้านั้น มีกลุ่มนักรบติดอาวุธของฝ่ายศัตรูกำลังวิ่งสวนกับกลุ่มที่ถอนทัพมาทางพวกข้า

    พวกมันสวมชุดปิดร่างกายมิชิดและมีหน้ากากประหลาดสวมปกปิดใบหน้า

    “หน่อย! ”

    แต่ถึงดวงตาจะพร่ามัว ผิวหนังแสบร้อน และหายใจติดขัด แต่พวกข้า กองทัพยักษาจะไม่มีวันยอมล้มลงเพราะอาการทางกายที่อ่อนล้าเด็ดขาด!

    ข้ากับพวกพ้องต่างวิ่งรุกเข้าใส่กองทัพหน้าใหม่ที่มีราวหนึ่งหมื่นคนตรงหน้าพร้อมกัน

    “เหวอ!? โดน [ฟอสจีน] เข้าไปเต็ม ๆ แล้วยังขยับได้อีกหรือเนี่ย! ”

    ข้าได้ยินศัตรูคนหนึ่งกรีดเสียงร้องเป็นภาษามนุษย์อย่างตื่นตระหนก

    ฟอสจีน? ชื่อของอาวุธเมื่อกี้นี้สินะ

    ข้าจัดการหวดตรีศูลแบบไร้ซึ่งความลังเล

    ศัตรูตรงหน้าถูกกวาดกระเด็นไปไกลขึ้นท้องฟ้าทีเดียวราวสิบคน

    พวกมันลั่นอาวุธคำรามใส่ข้า แต่กระสุนขี้ปะติ๋วนั้นไม่สามารถสังหารข้าได้หรอก

    ถึงจะร่างกายอ่อนล้าและหนักอึ้งเพราะ [ฟอสจีน] อะไรที่ว่านั่น แต่การต่อสู้กับหน่วยรบใหม่ตรงนี้ก็หาได้หนักหนาไม่

    มันเป็นการไล่กระทืบจากกองทัพของข้าเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

    “บุกต่อเข้าไปในเมืองเลย! ”

    หลังจากกวาดศัตรูจนสิ้น พวกเราก็แยกทางกับหน่วยของแมงโกเข้าไปในเมือง

    อาคารที่สูงปิดล้อมถนนซ้ายขวาเริ่มลุกเป็นไฟ

    พวกข้าแผดเผาเมืองอย่างไม่สนใจสายตาของเผ่ายักษาน้อยที่เป็นชาวบ้านธรรมดา

    นี่คือสงคราม ข้าจะมาแสดงความเห็นใจไม่ได้

    แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรฆ่าพวกไร้ทางสู้ให้เสียเกียรตินักรบละนะ

    “อย่าไปเสีย…แค๊ก! เวลากับพวกไม่คิดสู้ รีบหาทางเปิดกำแพงเมือง…แค๊ก! กับหาคริสตัลของศัตรูซะ… แค๊ก! นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย!? ”

    ทำไมข้าถึงรู้สึกหายใจไม่ทันแบบนี้ฟะ?

    “แกนะคือบานาใช่ไหม? ข้ารู้ว่าเจ้าฟังภาษามนุษย์ได้”

    “แค๊ก! … ศัตรูหน้าใหม่หรือ? ”

    ในตอนนั้นเองที่มีศัตรูกลุ่มใหม่มายืนขวางเส้นทางพวกเรา

    บนถนนที่กว้างแปดเมตร มีนักรบหน้าใหม่ราวห้าสิบคนมาปรากฏตัวขึ้น

    และหัวหน้ากลุ่มของมันนั้นกำลังเอยชื่อของข้าออกมาอยู่

    ข้าจำมันได้

    “ไม่คิดว่าจะได้มาแก้มือกับเจ้าในสถานที่แบบนี้”

    ชายผิวคล้ำหน้าเหี้ยมดูดุดันที่ใช้ง้าวเป็นอาวุธคนนั้น ข้ายังจำมันได้ดี

    “กู จ้าวแห่งยุทธหัตถี [แดง] ขอท้าประลองหนึ่งต่อหนึ่งกับเจ้า! ”

    จ้าวแห่งยุทธหัตถี [แดง] บุรุษยอดนักรบเผ่ายักษาน้อยที่เคยรบรากับข้าเมื่อก่อนคนนั้น

    ข้ายังจำใบหน้าของมันได้ดีเลยละ

    ว่าแต่อย่ามาท้าประลองตอนที่คนอื่นเขากำลังหมดสภาพสิฟะ… แค๊ก!

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน