แม่หนูน้อยฤดูกาล

    ตอนที่44 แยมส้ม

         จากที่กำลังคิดอะไรเพลินๆเกี่ยวกับกลุ่มคนต่างชาติที่เริ่มเข้ามาค้าขายกันแล้วกับคนในเมืองเฉิงหลง ก็ต้องเป็นอันสะดุดเพราะได้ยินพวกพี่ชายพูดถึงตัวเองนี่แหละ

         “หมั่นโถวว่านะ ยกพวกพี่ชายไปให้คนผมสี ตาสีก่อนเลย ถ้าพวกเขาเห็นพวกพี่ชายน่าจะสนใจมากกว่านะเจอของแปลกเพราะผมสีดำสีเดียวกันหมด ตาสีดำเหมือนกันหมดน่ะ ถ้าพวกเขาเห็นหมั่นโถวก็คงจะชินตาแล้วล่ะกับผมสีๆน่ะ เขาไม่อยากได้หมั่นโถวไปเลี้ยงหรอก”หมั่นโถวน้อย

         “.........!!!”พวกพี่ชาย

         “ใช่ๆ ยกพวกพี่ชายให้ไปเลยค่ะ เปาจื่อเห็นด้วยเลย”พี่สาวเปาจื่อ

         “............!!!”พวกพี่ชาย

         “ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พากันหัวเราะตัวงอกันเลยทีนี้ เมื่อได้ยินหมั่นโถวน้อยเอาคืนพวกพี่ชายกัน

         “นั่นอย่างไรล่ะ โดนน้องสาวเอาคืนเข้าให้แล้วสิ”แม่

         “ใช่ค่ะ….”อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “เอาล่ะ เอาล่ะฟังปู่พูดก่อนนะเด็กๆ ถึงหมั่นโถวน้อยน้องสาวของพวกเราจะมีผมสีก็จริง แต่ผมสี ตาสี ที่ปู่กับตาพูดถึงนี้น่ะไม่ใช่สีแบบที่หมั่นโถวน้อยมีนะ”ปู่

         “เอ๋…..???”พวกพี่ชาย

         “กลุ่มคนที่ว่านี้เท่าที่เคยเห็น จะมีผมมีแดง มีทอง สีน้ำตาล สีเทา มีเพียงแค่สีเดียวเท่านั้น และแต่ละสีผมของพวกเขาเป็นเอกลักษณ์มากไม่เหมือนสีผลของหมั่นโถวน้อยเลย แตกต่างกันมากๆ”ตา

         “โอ้….!!!”พวกพี่ชาย

         “จริงด้วยล่ะน้องหมั่นโถวน้อยของพวกเราไม่ใช่ว่าจะมีสีผมสีเดียวตลอดได้”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไรหมั่นโถวน้อยก็ต้องยังคงใส่หมวกไหมพรมไว้อยู่ดีนั่นแหละ”ปู่

         “อ้อ……”พวกเด็กๆ 

         “ไม่เป็นไร ถึงจะยกน้องหมั่นโถวน้อยให้กลุ่มคนผมสี ตาสีไม่ได้ พวกเราก็จะเลี้ยงน้องหมั่นโถวน้อยเหมือนเดิมครับ”พี่รองเปาจี

        “ใช่ครับ…”พวกพี่ชาย

         “..............”หมั่นโถวน้อย ที่ฟังดูแล้วมันแปลกๆจริงๆสำหรับคำพูดพี่ชายของเธอเนี่ย

         “ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า…”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ 

         “ดูเจ้าตัวเล็กทำหน้าเวลาฟังพวกพี่ชายพูดสิคะนั่น”แม่

         “ท่าทางเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไหร่เลยนะคะเนี่ย”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “และดูเหมือนพวกพี่ชายก็จะยังไม่รู้ตัวกันเลยนะคะว่าพูดอะไรออกมา แล้วน้องหมั่นโถวน้อยของพวกพี่ๆจะไม่ชอบเสียด้วยสิ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “ใช่….อิ…อิ…”แม่ อาสะใภ้

         “เดี๋ยว ปู่ ตา พ่อๆ ของพวกหลานคงจะต้องรีบเอาดอกเก๊กฮวยและส้มพวกนี้ไปขายก่อนแล้วล่ะนะเด็กๆ”ปู่

         “แล้วพวกเราค่อยกลับมาคุยกันใหม่นะเด็กๆ”ตา

         “ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ

         “แต่ว่าอยากไปเที่ยวเมืองใหญ่ด้วยจังเลยค่าาาา”หมั่นโถวน้อย

         “เอาไว้คราวหลังดีกว่านะลูก เพราะตอนนี้มันอยู่ในช่วงแรกเริ่มของฝนตกมาได้แค่เข้าวันที่สองเอง ผู้คนจากเขตหัวเมืองอื่นๆก็กำลังเข้ามาเขตหัวเมืองตะวันออกของพวกเราเยอะมากๆ มันออกจะวุ่นวาย ไว้ให้สถานการณ์ต่างๆมันคงที่อีกสักพักก่อนละกันนะลูกสาว”พ่อ

         “จริงด้วยสินะคะที่นั่งของรถน่าจะสำคัญสำหรับคนอื่นๆที่จะต้องขนน้ำกิน น้ำใช้กัน หมั่นโถวเข้าใจค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “ดีมากเลยลูกที่คิดถึงความจำเป็นที่สำคัญของคนอื่นด้วย”พ่อ

         “รอให้น้องหมั่นโถวน้อย ทำฝนตกที่เขตหัวเมืองอื่นๆก่อน เท่านี้คนก็เริ่มน้อยแล้วล่ะ”พี่สาวเปาจื่อ

         “คงจะต้องอีกสักพักนั่นแหละพี่เปาจื่อ ไว้ให้คิดรอบคอบกว่านี้ก่อนว่าจะเริ่มจากหัวเมืองเขตอื่นที่ไหนก่อนดี”หมั่นโถวน้อย

         “แต่ละเขตหัวเมืองก็มีความจำเป็นใช้น้ำเหมือนๆกันหมด แต่ว่าขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม และพื้นที่แต่ละเขตอีกด้วยว่าเป็นแบบไหนกัน”ตา

         “อือ….ต้องรอบคอบให้มากอย่างที่หมั่นโถวน้อยบอกนั่นแหละ”ตา

         “จริงๆแล้วไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นหรอกค่ะ ตา ปู่ แค่ทำให้ฝนตกไปก่อนจะสถานที่ พื้นที่แบบไหนก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ ผู้คนจะคิดกันแค่ว่า สภาวะภัยแล้งแบบนี้เลยทำให้ธรรมชาติแปรปรวนได้ค่าาาาา หมั่นโถวน้อยแค่พูดออกมาแบบดูดี และเท่ห์เท่านั้นเองค่ะ….”หมั่นโถวน้อย

         “..........!!!”ปู่ ตา พ่อ อาผู้ชาย พูดกันไม่ออกเลยทีเดียว ต่างกำลังคิดว่าเจ้าตัวเล็กพูดดูมีหลักการ และดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุเสียอีก แต่ว่าที่ไหนได้…!!!กับตรงกันข้ามกับสิ่งที่กำลังพูดออกมาเลย

         “ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน พากันหัวเราะเสียงดังอีกแล้ว เมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าตัวเล็ก

         “เอ่อ….อะแฮ่ม…พวกเรารีบออกเดินทางกันก่อนเถอะนะไม่รู้ว่าจะต้องรอรถนานด้วยหรือเปล่า”ตา

         “ใช่ๆ…!!หลานๆปู่ไปก่อนนะลูก”ปู่ ก็รีบพูดออกตัวรีบไปเลย

         “ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ 

         “เดินทางให้ปลอดภัย และขายของให้ได้เงินกลับมาเยอะๆนะคะ”หมั่นโถวน้อย

         “ครับลูกสาว/หลานสาว….”ตา ปู่ พ่อ อาผู้ชาย

         “เดี๋ยวพวกเราช่วยดันขึ้นสะพายหลังเองค่ะพ่อ”แม่

         “ตา ปู่ พ่อ อาอาค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “ว่าอย่างไรครับลูกสาว???”พ่อ 

         “ไปขึ้นรถตรงเขตแดนที่อยู่ติดกับชายป่าใกล้บ้านเรานี่คะ?? ใช้รถเข็นไปดีกว่าค่ะ แล้วค่อยแบกตอนขึ้นรถ ส่วนรถเข็นก็จอดหลบแถวๆ นั้นอย่างไรก็ไม่หายอย่างแน่นอน เพราะมีพวกพี่ๆทหารเยอะแยะไปหมด และเราจอดอยู่ทางฝั่งกำแพงขั้นเขตแดนระหว่างหัวเมืองกันด้วยอย่างไรเสียก็ไม่มีใครสามารถข้ามมาขโมยรถเข็นของพวกเราได้หรอกค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “จริงด้วยสิ….!!!”ปู่ ตา

         “หลานสาวของตาฉลาดมากๆเลยลูก!!”ตา เอ่ยชื่นชมหลานสาวคนเล็ก

         “พวกเราไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลยนะเนี่ยนะ ถ้าหมั่นโถวน้อยไม่พูดออกมาคงจะพากันแบกส้มหนักๆกันไปล่ะ”ปู่

         “จริงครับ แบบนี้ประหยัดแรงพวกเราไปเยอะเลย หลานสาวของผมนี่ฉลาดสุด เหมือนผมเลย”อาล่าเถียว

          “เหรอ…???”ตา

          “...????”อาล่าเถียว มองสายตาของพ่อตัวเองที่มองแปลกๆเหมือนกับว่าเขาพูดอะไรผิดไปเสียอย่างนั้นแหละ!!!

         พวกท่านเตรียมนำรถเข็นมาขนตะกร้าใส่ส้มขึ้นให้เรียบร้อย ในตอนแรกก็ว่าจะแบกใส่หลังกันไป แต่เจ้าหมั่นโถวน้อยพูดขึ้นทำให้พวกท่านต้องทำตามในคำแนะนำที่ดีเลย

         เด็กๆ กับพวกผู้หญิงยืนส่งพวกผู้ชายอยู่หน้าบ้านจนลับสายตากันไป และพากันเข้ามารอในบ้านกัน

         “ถือเสียว่ารอบนี้พวกเราไม่ได้ลงทุนอะไรกันเลยจริงๆนะคะ”แม่

         “ใช่ แม้กระทั่งผลผลิตที่นำไปขายก็ได้มาแบบฟรีๆ ไม่ได้เสียค่าเมล็ดพันธุ์พืชแต่อย่างใด แค่ออกแรงเก็บเกี่ยวเพียงอย่างเดียวเลยจริงๆ”ย่า

         “นั่นน่ะสิ ไม่ต้องขุดดิน ปลูก รดน้ำหรือทำอะไรเลยแค่เก็บมาขายเท่านั้นเอง แถวยังจะมีรถวิ่งเข้าตัวเมืองใหญ่แบบไม่ต้องเสียเงินสักหยวนเดียวอีกด้วยนะ”ยาย

         “ใช่ค่ะ…”แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “รถที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งขาไป ขากลับ และปลอดภัยอีกด้วยค่ะแม่ รอบนี้พ่อ พี่เซาปิ่ง และพวกน้องชายคงจะพากันกลับมาถึงบ้านเร็วขึ้นด้วย”แม่

         “ใช่…”ย่า ยาย

         “ตั้งแต่พวกเราอยู่ด้วยกันมา ก็คงจะมีครั้งนี้จริงๆนะที่ไม่เหนื่อย ไม่กังวล ไม่คิดมากเลย”ย่า

         “จริง..แต่ละครั้งที่พวกเขาพากันออกเดินทางไปที่เมืองใหญ่ก็ห่วงความปลอดภัยมากที่สุดนี่แหละ”ยาย

         “มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตของพวกเราจริงๆนะคะ กุ้ยฮวายอมรับเลย”แม่

         “ใช่….”ย่า ยาย อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “เรื่องดีๆที่มาจากหมั่นโถวน้อยทั้งหมดเลยก็ว่าได้นะ พวกเราว่าไหมล่ะ???”ยาย

         “ใช่..!!!”ย่า แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน พวกท่านอดไม่ได้จริงๆที่จะหันไปมองเจ้าเด็กน้อยตัวแสบหัว 4 สี ที่กำลังหัวเราะพูดคุยคึกคักอยู่กับพี่สาวเปาจื่อของเธอ และพวกพี่ชาย

         “แต่ในช่วงความคิดหนึ่งก็อยากให้หมั่นโถวน้อยได้ใช้ชีวิตปรกติเหมือนเด็กๆทั่วๆไปเหมือนกันนะคะ เพราะต่อจากนี้ไปจะต้องระมัดระวังตัวเรื่องสีผมของตัวเองไปตลอด และต้องใส่หมวกติดหัวตลอดแบบนี้อีก”แม่

         “จะทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อชะตาชีวิตของแต่ละคนจะต้องดำเนินต่อไปไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆความเสียสละในส่วนนี้ของหมั่นโถวน้อย ช่วยชีวิตคนทั้งเมืองเฉิงหลงเลยนะ”ยาย

         “ค่ะ”แม่

         “แต่ก็ยังดีอยู่ตรงที่ว่าเจ้าตัวเขาไม่ได้คิดมากอะไรยังคงเป็นหมั่นโถวน้อยตัวแสบของบ้านเหมือนเดิม เผลอจะแสบมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไปนะ ยังพากันซน พากันปั่นป่วน หัวเราะอารมณ์ดี พอเห็นแบบนี้ก็เบาใจขึ้นเยอะเลย”ย่า

         “จริงค่ะ…”แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “เพียงแค่เขายังใช้ชีวิตที่สนุกสนาน สบายใจได้เท่านี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ”ยาย

         ความกังวลใจในสิ่งนี้ที่ทำให้พวกผู้ใหญ่เองก็ยังคงรู้สึกเป็นห่วง เป็นกังวล และหวาดวิตกยังห้ามไม่ได้จริงๆ เพราะมันคือการใช้ชีวิตทั้งชีวิตกับผมที่จะเปลี่ยนสีต่างๆได้ตลอดเวลาแบบนี้ของหมั่นโถวน้อย

         แต่ว่าพวกท่านเองก็จะพยายามทำให้ชีวิตของหมั่นโถวน้อย ได้มีความสุขเหมือนกับเด็กๆทั่วไปให้ได้

         “เด็กๆ เดี๋ยวแม่จะเอาขนมมาให้นะ และก็ยังมีส้มที่พ่อ เขาแยกเอาไว้ให้พวกหนูด้วยนะ”แม่

         “ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ 

         “ส้มแบ่งเอาไว้เยอะไหมคะแม่???”หมั่นโถวน้อย

         “ไม่เยอะหรอกลูก”แม่

         “งั้นพวกเราไปทำส้มเพิ่มกันดีกว่าค่ะ หมั่นโถวคิดอะไรบางอย่างออกแล้วเกี่ยวกับส้มพวกนี้เนี่ย”หมั่นโถวน้อย

         “เอ๋........??????”พวกพี่ๆ

         “หมั่นโถวน้อยจะเอาส้มไปทำอะไรเหรอลูก บอกแม่ได้ไหม???”แม่

         “ได้ค่ะแม่ หมั่นโถวน้อยจะแปรรูปส้มพวกนี้โดยการทำ “แยมส้ม”ค่ะ”หมั่นโถวน้อย

         “แยมส้ม…????”ทุกๆคน

         “น้องหมั่นโถวน้อย แยมส้มมันคืออะไรกันเหรอ??”พี่สาวเปาจื่อ

         “มันก็เอ่อ…คล้ายๆกับซาลาเปาไส้ผัก ไส้เนื้อน่ะพี่เปาจื่อ แยมส้มพวกนี้ก็สามารถใส่เป็นไส้ของซาลาเปาก็ได้ และสามารถเอาหมั่นโถวไปจิ้มกินกับแยมส้มก็อร่อยมากนะ”หมั่นโถวน้อย

         “เอาน้องไปจิ้มกับแยมส้มเหรอ…..???”พวกพี่ชาย ทำหน้าตาแปลกใจ

         “โอ๊ย…!!!พี่ชายก็ไม่ใช่หมั่นโถวคนนี้ที่เป็นน้องสาวพวกพี่น่ะ หมายถึงหมั่นโถวที่เป็นหมั่นโถวน่ะเข้าใจไหม????”หมั่นโถวน้อย

         “เอ่อ…..อือ…..” “หงึก…หงึก…..”พวกพี่ชาย ที่คิดกันและพากันส่ายหน้าบ้าง พยักหน้าแบบเข้าใจบ้างปะปนกันไปหมด เลยไม่แน่ใจว่าเข้าใจกันหรือยัง!!!

         “ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “อึ่ม….พี่เปาจื่อพวกเราไปทำส้มเพิ่มเพื่อมาทำแยมส้มจิ้มกินอร่อยๆกันดีกว่านะ”หมั่นโถวน้อย

         “ไปกันน้องหมั่นโถวน้อย…”พี่สาวเปาจื่อ 

         เมื่อพูดจบสองสาวน้อยพากันจูงมือ และก็ก้าวขาสั้นๆเตรียมพร้อมจะออกไปจากบ้าน เพื่อไปที่พื้นที่ดินทดลองฤดูใบไม้ผลิกันเลย พวกพี่ๆยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ไม่รู้ว่าน้องหมั่นโถวน้อยจะทำอะไรอีก

         “เฮ้….น้องสาวพากันออกไปแล้วรีบตามไปเร็วเข้า”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “อ้อ…ครับพี่ใหญ่..!!!”พวกพี่ชายคนอื่นๆ

         พวกพี่ชายก็เร่งฝีเท้าตามพวกน้องสาวไปติดๆ เช่นกัน ตามด้วย ย่า ยาย แม่ และอาสะใภ้ทั้งสองคน

    ************

         หมั่นโถวน้อยจะชวนทำแยมส้มเอาไว้กินกันแล้ว เรื่องกินเรื่องใหญ่เสมอ ทีนี้ก็จะมีของกินเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างกันแล้ว