คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 38 :การแสดง

    ตอนที่ 38:การแสดง

     

            5 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

     

            ตลอด 5 วันที่ผ่านมานี้ หลิวจือเซียได้อัดเพลง ‘ดาวดวงน้อย’และมักจะแวะไปที่สำนักพิมพ์อี้ฮวา

     

            เป็นเพราะการตีพิมพ์นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่หลิวจือเซียอ่านมันแล้ว เขาไม่ได้พอใจกับตัวหนังสือและภาพประกอบเท่าไหร่ดังนั้นเขาจึงต้องไปยังสำนักพิมพ์เพื่อให้คำแนะนำกับหวางเสี่ยวถง

     

            ชีวิตประจำวันในตลอดหลายวันมานี้เป็นเหมือน ๆ เดิมตอนเช้าไปที่โรงเรียน ตอนเย็นกลับมาที่บ้านเพื่อฝึกเล่นเพลงก่อนจะนอนก็ได้ฟังนิทานเรื่องใหม่ที่พ่อเล่าให้ฟังทุกวันนั้นเยว่เยว่มีความสุขอย่างมาก

             

            ขณะนี้ เพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ถูกอัพโหลดขึ้นไปยังเพนกวินมิวสิคได้ 5 วันแล้ว

             

            ในวันแรกเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ก็ขึ้นไปอยู่ในชาร์ตเพลงใหม่ตั้งแต่ตอนเที่ยง 8 ชม.ต่อมา จำนวนคนเข้าฟังก็สูงถึง 200,000 ครั้ง และมียอดดาวน์โหลดมากกว่า50,000 ครั้ง

     

            ในวันที่ 5 ซึ่งก็คือวันนี้ จำนวนการเข้าฟังสูงถึง 8 ล้านครั้งและมียอดดาวน์โหลดสูงเฉียดฟ้า มันสูงถึง 3 ล้านครั้ง และตัวเลขก็ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ

             

            เพลงเวอร์ชั่นสมบูรณ์ของเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’นั้นมีค่าบริการดาวน์โหลด 1 หยวนต่อครั้งเงินยอดนี้ทางเว็บกับนักร้องจะได้กันคนละครึ่ง ดังนั้นแค่ 5วันรายได้ของหลิวจือเซียจากเพนกวินมิวสิคก่อนหักภาษีจึงสูงถึง 1.5 ล้านแล้ว

             

            นอกจากข่าวดีนี้แล้ว เวยป๋อของหลิวจือเซียก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมากตั้งแต่เปิดมานั้นเขาเขียนข้อความแค่ 2 อัน แต่จำนวนแฟนคลับกลับเพิ่มขึ้นจาก 53คนเป็นมากกว่า 600,000 คน

             

            แม้ว่าจะเทียบกับแฟน ๆ หลายล้านคนของเย่หลินเถาไม่ได้แต่อย่างน้อยก็พอเทียบกับพวกคนดัง ๆ ในเวยป๋อได้

             

            จากระดับสีส้ม เป็นระดับสีทองแล้ว แฟนคลับของหลิวจือเซียถือว่ามากพอสมควรเลย

             

            .........................

             

            ในวันเสาร์ซึ่งคือวันแสดงของสาขาวิชาการละคร

             

            “จือเซีย นายพร้อมหรือเปล่า ? ” หลางเวิ่นซิงที่สวมชุดสูทได้มาที่บ้านหลิวจือเซียตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ เด็ก ๆ จึงไม่ต้องไปโรงเรียนดังนั้นหลางเวิ่นซิงจึงไม่ได้พาฮันฮันมาด้วย

             

            “พี่ซิง พี่จะรีบไปไหนกัน ? ”หลิวจือเซียเปลี่ยนชุดอยู่พร้อมกับแต่งตัวให้กับเยว่เยว่

             

            “น้องชาย นายไม่ได้ดูเวลาเลยรึไง ? ”หลางเวิ่นซิงไปนั่งในห้องนั่งเล่นและเงยหน้ามองดูนาฬิกาที่ข้อมือ“ฉันบอกนายแล้วว่าฉันจะไม่ออกตัว ฉันจะนั่งอยู่กับคนอื่น ๆเพื่อรอดูชัยชนะของนายนะ”

             

            “อย่าเลย” หลิวจือเซียที่สวมเสื้อสีขาว กางเกงยีนส์สีฟ้า และหมวกเบสบอลก็เดินจูงมือเยว่เยว่ออกมา “คนของเฉิงกวงมีเดียน่าจะรู้จักพี่ไม่ใช่รึไง ?ตอนที่พี่ไปถึง พวกนั้นคงโทรเรียกหัวหน้าของพวกเขามาหากเจ้าของบริษัทบันเทิงสองคนปรากฏตัวในงาน งานนี้คงน่าสนุกแน่ ! ”

             

            “วันนี้เยว่เยว่สวยจริง ๆ เลย ! ” หลางเวิ่นซิงหันกลับมา เมื่อเห็นเยว่เยว่ที่เดินตามหลิวจือเซียเขาก็อดที่จะตาเป็นประกายขึ้นมาไม่ได้

             

            วันนี้หลิวจือเซียแต่งตัวให้กับเยว่เยว่ด้วยการรวบผมไปด้านหลังพร้อมกับมีโบว์รูปกระต่ายมัดเอาไว้ชุดของเธอมีดอกไม้สีฟ้าปักเอาไว้ กระโปรงยาวยิ่งเธอวิ่งไปมาก็ทำให้เธอดูราวกับผีเสื้อตัวน้อย

             

            “ขอบคุณค่ะคุณลุง วันนี้คุณลุงก็ดูหล่อมากเหมือนกัน ! ”เยว่เยว่ดูมีความสุขมากที่จะได้แสดงกับพ่อของเธอเหมือนว่าไม่มีอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีกแล้ว

             

            “ไม่ใช่ว่าปกติลุงก็หล่ออยู่แล้วหรือ ? ”หลางเวิ่งซิงจงใจแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา

             

            “ปกติพี่สนใจเรื่องหน้าตาด้วยรึไง ? ” หลิวจือเซียกรอกตาใส่

             

            “ใช่ค่ะ ปกติคุณลุงก็หล่ออยู่แล้ว ! ”เยว่เยว่พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่วันนี้แค่หล่อกว่าเดิม ! ”

             

            “ฮ่าฮ่า ฟังแล้วรู้สึกดีจริง ๆ ” หลางเวิ่นซิงหัวเราะออกมา

             

            “พี่ซิง มีอะไรแนะนำผมไหม ? ” หลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่ขึ้นก่อนจะเดินตามหลางเวิ่งซิงออกจากบ้านไป

             

            “มาเถอะ” หลางเวิ่นซิงเดินออกมาพร้อมกับพูดขึ้น“จางชางกงอยากรับคนมีพรสวรรค์เข้าบริษัท ถ้านายได้ที่ 1 ไปเดาว่าเขาต้องแค้นฉันแน่ ๆ ”

             

            “จริงหรือ ? ” หลิวจือเซียหัวเราะออกมาและพูดขึ้น“งั้นผมไปอยู่กับพวกนั้นดีกว่า”

             

             ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาหลิวจือเซียก็รู้นิสัยของหลางเวิ่นซิงขึ้นบ้างแล้วแม้ว่าจะมีภาพลักษณ์เย็นชาและบ้าอำนาจในฐานะประธานแต่อันที่จริงอีกฝ่ายก็เป็นคนดีมาก

             

            “จะย้ายก็ย้าย ! ” หลางเวิ่นซิงลูบคางและหัวเราะออกมา“ยังไงซะเราก็ทำสัญญากันไว้แค่ 3 ปี ค่าฉีกสัญญาก็ไม่ได้มากมายอะไรนายจะย้ายค่ายก็ได้ถ้านายต้องการ”

             

            “พี่พูดเองนะ “หลิวจือเซียหรี่ตาลงเขาแกล้งทำให้หลางเวิ่นซิงไม่พอใจ

             

            “และไม่ว่านายจะไปไหน แต่เซียเยว่สตูดิโอก็ต้องแบ่งกำไร 20%ให้กับฉันอยู่ดี ถึงนายจะทำเงินให้กับเฉิงกวงมีเดีย แต่ฉันก็ยังได้เงินอยู่ดี” หลางเวิ่นซิงยืดอกพูดขึ้นมา

             

            เพราะเซียเยว่สตูดิโอนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ตราบใดที่ไม่ยุบเซียเยว่สตูดิโอไป งั้นเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ก็จะได้ส่วนแบ่ง20% จากรายได้อยู่ดี

             

            ดูเหมือนว่าหลิวจือเซียจะพลาดไปแล้ว หลางเวิ่นซิงเจ้าเล่ห์จริงๆ !

             

            .................................

             

            หลังจากที่พูดคุยกันกว่า 20 นาที ทั้งสามคนก็มาถึงโรงละคร

             

            วิทยาลัยการละครฮัวเซียนั้นมีโรงละครของตัวเองมันคล้ายกับเวทีในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยรายการทีวีต่าง ๆ ที่จุคนได้กว่า 8,000 คน

             

            นี่เป็นเวลา 9 โมงเช้า การแสดงของสาขาการแสดงจะจัดขึ้นที่นี่ดังนั้นโรงละครจึงพร้อมทั้งแสง ม่าน และเสียง ทุกอย่างถูกเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว

             

            ตอนนี้มีนักศึกษาจำนวนมากอยู่ในโรงละครหลางเวิ่นซิงจงใจไม่เดินไปพร้อมกับหลิวจือเซียและไม่รู้เลยว่าหลิวจือเซียเดินแอบปะปนไปกับคนอื่น ๆ ตอนไหนพร้อมกับใส่แว่นตาดำไปด้วย

             

            ตอนที่เดินไปที่หลังเวทีหลิวจือเซียก็พบกับคนคุ้นหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาเขาจึงอดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้าลง

             

            เยว่เยว่จับมือหลิวจือเซียไว้แน่นและมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียไม่เดินต่อ เยว่เยว่จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา “คุณพ่อคะเราไม่ไปต่อหรือ ? ”

             

            “ยังไม่ไป” หลิวจือเซียยิ้มออกมาและส่ายหน้าเขาเปลี่ยนทางก่อนจะเดินออกไป

             

            “อย่าเพิ่งไป ! ” คนที่มานั้นไม่คิดจะปล่อยเขาไปไหน“คิดว่าใส่หมวกแล้ว ฉันจะจำนายไม่ได้หรือ ? ”

             

            หลิวจือเซียต้องหยุดเขาอยากจะบอกว่าที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้แฟนคลับจำเขาได้

             

            หลิวจือเซียส่ายหน้าและหันกลับไปมองคนที่มาก่อนจะพูดขึ้น“สวัสดี ! ”

             

            “สวัสดี ! ” อีกฝ่ายยิ้มออกมาและพูดขึ้น“วันนั้นนายช่วยนำทางให้ฉัน ฉันยังไม่ได้ขอบคุณนายเลย”

             

            ใช่ นี่คือผู้หญิงที่เดินชนกับเขาที่หน้าหอพักชาย  ไม่นานมานี้

             

            เธอไม่ได้ใส่ชุดเดิมเหมือนในวันนั้น วันนี้เธอใส่ชุดสีดำผมของเธอมัดอยู่ด้านหลัง พร้อมกับสวมแว่นตาดำบนแก้มที่บอบบางของเธอ

             

            “ขอบคุณหรือ ไม่จำเป็นหรอก ! ” หลิวจือเซียโบกมือและพูดขึ้น

             

            อีกฝ่ายยิ้มออกมาและมองไปที่เยว่เยว่ที่จับมือหลิวจือเซียอยู่ก่อนจะพูดขึ้น“แล้วสาวน้อยคนสวยคนนี้ชื่ออะไรหรือคะ ? ”

             

            “สวัสดีค่ะ หนูชื่อเยว่เยว่”เยว่เยว่มองไปที่ผู้หญิงตรงหน้าด้วยสีหน้าใส่ซื่อ “พี่สาวพี่สวมแว่นกันแดดในที่ร่มแบบนี้ มันไม่มืดไปหน่อยหรือคะ ? ”

             

            “พรืด ! ” หลิวจือเซียอดไม่ได้และหัวเราะออกมา

             

             ผู้หญิงคนนั้นอึ้งไปชั่วครู่เธอไม่คิดเลยว่าเยว่เยว่จะถามออกมาแบบนี้

             

            หลิวจือเซียจึงรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นนิ่งไป

             

            เขาถามขึ้นว่า “เธอมาที่นี่เพื่อดูการแสดงงั้นหรือ ? ”

             

            “อืม” เธอก้มหน้าลงมามองเยว่เยว่ “เด็กคนนี้เป็นญาติของนายหรือ? ”

             

            “เธอเป็นลูกสาวฉัน” หลิวจือเซียลูบหัวเยว่เยว่และพูดขึ้น

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน