พวกมันทั้งหมดราวสองร้อยกว่าคนพุ่งเข้ามาโดยที่ไม่คิดที่จะพูดคุยอะไรด้วย ความสามารถของพวกมันเทียบได้กับยอดฝีมือเทียบเท่าแรงค์ S กว่าสิบคนนอกนั้นจะเป็นแรงค์ A ฝีมือดีทั้งนั้น
เจ้าพวกนี้มันไม่คิดจะพูดคุยด้วยเลยสินะ ถ้างั้นก็คุยกันด้วยเจ้านี่แทนแล้วกัน
ผมใช้ทักษะดาบมายาแห่งความมืดออกมาแต่ก็โดนชาร์ลอตต์บอกให้หยุดเพราะเธอไม่อยากให้ผมกลายเป็นจุดสนใจของพวกกลุ่มอำนาจการที่ปกปิดตัวตนของผมเอาไว้แบบนี้จะดีที่สุด ถึงเธอจะมีความมั่นใจในฝีมือของผมแต่ว่ามันก็เป็นการดึงศัตรูที่แข็งแกร่งเข้ามาหา ในตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่ผมต้องแสดงพลังออกไปต่อหน้าคนอื่น
อย่างที่เคยได้บอกเอาไว้ว่าแวมไพร์กับมนุษย์เป็นศัตรูกัน จากนั้นเธอก็เดินออกไปแล้วใช้ฝ่ามือฟาดเข้าใส่อาการธาตุห้าครั้งด้วยท่วงท่าที่งดงามราวกับร่ายรำก่อนที่อากาศธาตุจะสั้นไหวเล็กน้อยเปลี่ยนกลายเป็นคลื่นพลังงานแปลกประหลาดพุ่งเข้าไปโจมตีกลุ่มที่เป็นแนวป้องกันของพวกกลุ่มอำนาจในทันที
ในขณะที่คลื่นพลังงานที่มีความแปลกประหลาดพร้อมกับพลังทำลายที่รุนแรงที่เป็นพลังของชาร์ลอตต์ที่โจมตีออกมากำลังพุ่งเข้ามายังกลุ่มที่เป็นแนวป้องกันของกลุ่มอำนาจที่คิดจะมาโจมตีกลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ พวกมันคิดจะใช้การป้องกันเฉพาะของพวกมันเองเพื่อรับการโจมตีนี้ของชาร์ลอตต์แต่ว่าการโจมตีนั้นทะลุทะลวงการป้องกันของพวกมันเข้าไปแบบที่ไม่สามารถต้านทานได้พวกมันทั้งหมดก็กระเด็นออกไปไกลนับร้อยเมตรก่อนจะสลายกลายเป็นละอองเลือดในพริบตา
ผมตกตะลึงกับการโจมตีที่สุดยอดของชาร์ลอตต์ มันเป็นทักษะที่แปลกประหลาดมากๆ เธอมีความสามารถอะไรกันแน่นะนั่นเป็นสิ่งที่ผมสนใจก่อนที่จะใช้ทักษะตรวจสอบออกมา
ชาร์ลอตต์ นาเดีย ดาร์เลเน่เลเวล 620 (สูงสุด) ( ข้ามขีดจำกัดของโลกใบนี้ที่มีเลเวลสูงสุดแค่ 600 เพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น )เผ่า แวมไพร์ ขั้น 3 (ร่วมวงศ์วาน โรเบิร์ต ซัมเมอร์)อาชีพ จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเอสโทเนีย , มังกรแห่งหายนะสายเลือดบริสุทธิ์(ในตอนแรกเป็นแค่ครึ่งมังกรแต่พอกลายเป็นแวมไพร์ สายเลือดของมันเกิดวิวัฒนาการขึ้น)ฉายา ราชินีมังกรแห่งหายนะ( เปลี่ยนมาจากเจ้าหญิงครึ่งมังกรแห่งหายนะ ) , จักรพรรดินีผู้ทรงภูมิ , ภรรยาของแวมไพร์ , ผู้ต้องคำสาปแห่งรักนิรันดร์(เมื่ออยู่กับคู่ครองของตนเองในระยะสื่อถึงกันได้จะเพิ่มพลังทุกอย่างขึ้น 100%) , แม่ผู้ให้กำเนิดบุตรของแวมไพร์ พลังชีวิต 1402685/1402685 (ในตอนแรกอยู่ที่ 564521 แต่เพราะผลของสายเลือดสายเลือดมังกรบริสุทธิ์)พลังเวทย์ 1564234/1564234 (ในตอนแรกอยู่ที่ 678941 แต่เพราะผลของสายเลือดสายเลือดมังกรบริสุทธิ์)กำลัง 79561ว่องไว 97846ปัญญา 113597ทักษะตรวจสอบ เลเวล 8 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 7 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น) ตรวจจับ เลเวล 8 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 7 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)เคลื่อนย้ายพริบตา เลเวล 32 ( สูงสุด )(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)สายลมแห่งแดนสนธยา เลเวล 32 ( สูงสุด )(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)คลื่นพลังแห่งมิติ เลเวล 32 ( สูงสุด )(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ดาบแห่งสายลม เลเวล 32 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)พายุที่บ้าคลั่ง เลเวล 32 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ราชินีแห่งสายลม เลเวล 32 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)???? เลเวล 32 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)???? เลเวล 32 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)???? เลเวล 32 (สูงสุด)(เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ทักษะติดตัวต้านทานความเสียหายทางกายภาพ เลเวล 32 (สูงสุด) (เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ต้านทานความเสียหายทางเวทย์มนตร์ เลเวล 32 (สูงสุด) (เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ต้านทานความเสียหายจากมอนสเตอร์ประเภทโจมตีระยะประชิด เลเวล 32 (สูงสุด) (เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ต้านทานความเสียหายจากมอนสเตอร์ประเภทโจมตีระยะไกล เลเวล 32 (สูงสุด) (เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)ต้านทานความเสียหายจากการลอบโจมตี เลเวล 32 (สูงสุด) (เลเวลเกิน 30 ที่เป็นเลวเลสูงสุดเพราะความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น)สวนกลับการโจมตีที่มาโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยโอกาส 100% และทำความเสียหายกับคู่ต่อสู้ที่มาโจมตีเพิ่มเติม สัดส่วนพลังชีวิตของตนเอง 80% + 200%เมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่มากกว่าหนึ่งคน เพิ่มความเสียหายทุกอย่างที่ตนเองทำได้ 100%ต้านทานสถานะผิดปกติทุกอย่าง 50%การโจมตีทุกการโจมตีจะ + การเจาะเกราะเพิ่มขึ้น 60%เมื่อคู่ต่อสู้ใช้พลังเวทมนตร์ในระยะห้ากิโลเมตรโจมตีใส่ผู้ครอบครองทักษะจะทำให้คู่ต่อสู้ทำความเสียหายเวทมนตร์ที่โจมตีมาลดลง 30%
ผมมอง "แถบสถานะ" ของชาร์ลอตต์ก่อนที่จะคิดไปถึงตอนที่ลากตัวชาร์ลอตต์ออกมายังดีนะที่เธอไม่ฆ่าผมให้ตายในทันทีแค่โจมตีด้วยฝ่ามือเบาๆไม่สิแค่แผ่ความกดดันเข้าใส่ผม ผมก็ตายลงไปแล้ว เลเวลที่เกินขีดจำกัด 600 ไปแล้วของชาร์ลอตต์ทำให้ผมรู้ทันทีว่าการที่ผมได้เธอเข้ามาร่วมวงศ์วานครั้งนี้นั้นทำให้ความแข็งแกร่งของวงศ์วานเพิ่มขึ้น
และมันก็ยังไปกระตุ้นแม้แต่สายเลือดภายในร่างกายจนทำให้มันสามารถเพิ่มความเข้มข้นจนกลายเป็นมังกรที่แท้จริงได้ตอนนี้ผมว่าพลังป้องกันของตัวเธอเองก็ไม่น่าจะมีใครในโลกสามารถทำลายมันได้หรอก เพราะมนุษย์ไม่มีทางทำให้มังกรบาดเจ็บไปได้นอกจากคนๆนั้นจะเป็นเทพ ขนาดเจ้านี่มันก็ตามมาด้วยเหรอเนี่ย! "ผู้ต้องคำสาปแห่งรักนิรันดร์(เมื่ออยู่กับคู่ครองของตนเองในระยะสื่อถึงกันได้จะเพิ่มพลังทุกอย่างขึ้น 100%)" มันน่าสงสัยจริงๆทำไมมันถึงได้เกิดกับชาร์ลอตต์นอกจากไอรีนกับเซล่าด้วย ผมคงต้องไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากออกไปจากดันเจี้ยนนี้แล้วสิ พลังชีวิตที่มหาศาลของชาร์ลอตต์เล่นเอาผมเองแทบจะเข่าอ่อนก่อนหน้านี้ผมบ้าดีเดือดเกินไปที่เข้าไปโจมตีเธอแบบนั้นยังดีนะที่เธอไม่สวนกลับมาในทันทีเพราะว่าถ้าเธอตั้งใจปล่อยมันออกมาด้วยทักษะติดตัวอันนี้แล้วละก็ "สวนกลับการโจมตีที่มาโดยไม่ทันตั้งตัวด้วยโอกาส 100% และทำความเสียหายกับคู่ต่อสู้ที่มาโจมตีเพิ่มเติม สัดส่วนพลังชีวิตของตนเอง 80% + 200%" ถ้ามันได้ทำงานออกมาอย่างว่าแต่มีผมสักพันคนเลยสักหมื่นคนผมก็ตาย
ชาร์ลอตต์เดินกลับมาก่อนที่จะถามผม
“เจ้าสามารถตรวจสอบ “แถบสถานะ” ของข้าได้ด้วยเหรอ น่าสนใจ น่าสนใจ ดูเหมือนว่าข้าจะยังเข้าใจเจ้าไม่มากพอสินะ หลังจากนี้ข้าจะพยายามมากขึ้นก็แล้วกัน”
เธอรู้ด้วยว่าผมกำลังตรวจสอบมันทั้งที่ผมแอบทำมันโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“แต่ก็เอาเถอะข้าก็ไม่ได้อยากรู้ว่าเจ้ามีความสามารถอะไรนักหรอก ต่อให้รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะยังไงพวกเราก็เป็นสามีภรรยากันอยู่แล้วความแข็งแกร่งของข้าก็มีไว้เพื่อเจ้าเพียงผู้เดียวและเจ้าก็เป็นเสาหลักที่คอยเป็นที่พึ่งพิงให้กับข้า”
คำพูดที่ออกมาจากปากผมบ่อยๆคือคุณภรรยาสุดที่รักแต่พอเป็นชาร์ลอตต์พูดออกมาในทำนองสามีภรรยาผมก็ค่อนข้างรู้สึกผิดกับจักรพรรดินั่นเลยนะเพราะเดิมทีแล้วชาร์ลอตต์ก็เป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว
“เจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรกับสถานะของข้าที่เป็นจักรพรรดินีหรอกเพราะข้าไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่กับเจ้าคนไร้ประโยชน์นั่นเลยและคืนวันแต่งงานเจ้านั่นก็บอกกับข้าด้วยพันธสัญญาเลือดว่ามันจะไม่ร่วมหอกับข้า ไม่สร้างทายาท ไม่มีความรักต่อกัน จะมีก็แต่ผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น”
ผมได้ฟังแบบนี้แล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเพราะผมกลัวว่าเธอจะรักจักรพรรดิอะไรนั่นอยู่ก่อน หรือไม่ก็กลายเป็นศรีภรรยาอะไรแบบนั้นไป แต่พอได้มาฟังความจริงก็ทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนจะโอบเอวของเธอเอาไว้
“เจ้าคงไม่คิดจะทำเรื่องแบบนั้นในขณะที่คนอื่นๆกำลังรอพวกเราเดินทางกันต่อหรอกนะ”
“เอ่อ...”
ผมดึงมือกลับมาในทันที เจ้ามือบ้าแกจะเร็วเกินไปแล้วนะ เกือบไปแล้วสิดีนะที่อารมณ์ความรู้สึกมันยังไม่มากเกินขอบเขตไม่อย่างนั้นต่อให้คิดจะหยุดผมก็สายไปแล้ว คนอื่นๆที่เห็นถึงกับหัวเราะออกมาเพราะการไม่เลือกสถานที่ของผมเองทำให้พวกเขาชินไปกับเหตุการณ์แบบนี้ไปแล้วถึงตอนแรกจะอิจฉาผมตาร้อนก็ตามแต่ในตอนนี้พวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่แท้จริงการที่จะมีภรรยาสุดสวยอยู่ข้างกายก็เป็นเรื่องธรรมดา
“อะ..แฮ่ม เดินทางกันต่อเถอะ”
กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ก็เดินทางกันต่อไปในทันที เมื่อเข้าสู่เขตของวิหารรอบด้านเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่มีขนาดใหญ่มากๆไม่ต่างไปจากเมืองของยักษ์เลย พอเดินเข้ามาอีกสักนิดก็พบเข้ากับรูปปั้นขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง นั่นเป็นตัวที่ผมจำได้แม่นยำที่สุดใช่แล้วมันคือราชาคนเถื่อนนั่นเอง
โดยมีรูปปั้นขนาดเล็กของเจ้าตัวประหลาดรอยล้อมรอบตัวของมันอีกทีพวกมันยังมีพลังกดดันแผ่ออกมาเป็นระยะๆอีกด้วย ผมสำรวจมันไปเรื่อยๆก่อนที่จะไม่พบอะไรที่มันน่าสนใจเพราะในบริเวณนี้มันก็มีแค่รูปปั้นพวกนี้เท่านั้นนอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ดูอีกแล้ว
หลังจากที่เดินผ่านรูปปั้นพวกนั้นมาก็จะเป็นภายในของเขตวิหารที่ไม่ต่างไปจากแดนเวทมนตร์มหัศจรรย์ที่ผมมักเห็นในเกมไม่ก็หนังแนวแฟนตาซีที่มีแดนเวทมนตร์ที่สวยงามที่นี่ก็ไม่ต่างกับที่เห็นในหนังพวกนั้นมากนักเพราะที่นี่มันเต็มไปด้วยป่าไม้ลำธารบรรยากาศเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ราวกับว่ามันไม่ใช่สถานที่ของบอสดันเจี้ยนจะมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้เลย
เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่ผมเห็นว่าพวกมันกำลังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็กลายเป็นว่าตัวของพวกมันขยายใหญ่ขึ้นก่อนที่ดวงตาของมันจะเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงจ้องมองมาที่กลุ่มของผมกับกลุ่มของลูเชียโน่ พวกมันในตอนนี้ได้กลายไปเป็นมอนเตอร์ที่ดุร้ายไปแล้ว
ผมคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องไม่ใช่แดนเวทมนตร์มหัศจรรย์อะไรทั้งนั้นแต่เป็นแดนแห่งความตายต่างหากคำว่าดันเจี้ยนมันก็ย่อมไม่มีสิ่งปกติธรรมดาอยู่อาศัยกันหรอกก็เพราะในนี้มันก็มีแต่ เจ้าตัวประหลาด มอนสเตอร์พิลึกๆ และสิ่งแปลกๆมากมาย ที่จะมาอยู่ที่นี่.......... . . .
ปล . ( ไรท์ติดเรียนอย่างหนักจากวันนี้ไปจนถึงวันศุกร์การลงนิยายจะเป็นเวลาตอนค่ำๆถึงดึกๆและจะพยายามคงมันเอาไว้ที่สองตอนต่อวันเหมือนเดิมให้ได้ )