ที่ลานกลางเมือง
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นยามค่ำคืนแต่แสงไฟที่อยู่รอบลานกลางเมืองยังคงสว่างอยู่ตลอดเวลา
ที่กลางเมืองมีรูปปั้นของไลท์ตั้งอยู่
รูปปั้นของไลท์เป็นรูปปั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหินอ่อน นอกจากนี้ยังมีความเหมือนเกือบจะหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
นอกจากรูปปั้นของไลท์แล้วก็ยังมีรูปปั้นของสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกๆคนอีกด้วย ซึ่งมีทั้งแบบยืนเดี่ยวและยืนเป็นกลุ่ม
ไลท์และเบเรียลเดินชมรูปปั้นด้วยความสนใจ นี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองต้องมาเดินชมรูปปั้นของตัวเองแบบนี้ มันจึงมีความรู้สึกแปลกๆบางอย่างในใจ
หลังจากที่ชมรูปปั้นเสร็จแล้วไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังบ้านเก่าของเขา
ไม่นานทั้งสองก็เดินทางมาถึงบ้านเก่าของไลท์
ไลท์มองดูบ้านของเขาด้วยความคิดถึง เขานึกไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่เขาขายบ้านหลังนี้ไปแล้วแต่ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนเดิม
ไลท์ไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เขาโด่งดังบ้านหลังนี้ก็ถูกซื้อคืนและถูกเก็บรักษาอย่างดีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“ นี้หรอบ้านที่นายเคยอาศัยอยู่? ” เบเรียลถามด้วยความสนใจ บ้านไม้หลังเล็กๆที่มีเพียงไม่กี่ห้อง นอกจากนี้บริเวณรอบๆบ้านก็มีพื้นที่รอบๆให้คนอื่นได้เดินชม แต่ไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ นอกจากนี้รอบๆบ้านหลังนี้มีนักผจญภัยหลายสิบคนเฝ้าอยู่
ไลท์มองไปยังนักผจญภัยคนหนึ่งด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะกลายเป็นความคิดถึง
นักผจญภัยคนนั้นก็คือไซรัส นักผจญภัยระดับDที่เคยมาสอนทักษะการต่อสู้ให้กับเด็กๆในหมู่บ้าน
ตอนนี้ไซรัสได้ปล่อยออร่าระดับAออกมาทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะสร้างความวุ่นวายที่นี้
“ คนรู้จักหรอ? ” เบเรียลถามด้วยความสงสัยเพราะเธอเห็นไลท์มองไปที่ไซรัสอย่างไม่วางตา
ไลท์พยักหน้ารับเบาๆและพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้วล่ะ ”
“ ไม่เข้าไปทักทายหน่อยหรอ? ” เบเรียลถามขึ้น
ไลท์ส่ายหน้าและพูดว่า “ ตอนนี้ยังเนื่องจากจำนวนคนที่มากเกินไป ถ้าหากฉันปรากฏตัวขึ้นมาก็อาจจะทำให้ทุกคนโดยรอบรุมเข้ามาหาอีก ”
“ นั้นสิ ชื่อเสียงของนายโด่งดังแค่ไหน นายย่อมทราบดี ”เบเรียลหัวเราะคิกคัก
ไลท์เองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆและเดินไปหาที่นั่งเพื่อรอเวลา
ไม่นานไลท์ก็ฉุกคิดบางอย่งก่อนที่จะหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งออกมาพร้อมกับห่อด้วยกระดาษบางอย่างก่อนที่จะดีดใส่ไซรัสด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นความเร็วที่ระดับAสามารถรับได้อย่างสบายๆ
ไซรัสที่กำลังนั้งคุยกับลูกน้องก็ต้องหยุดชะงักก่อนที่จะรีบจับบางสิ่งที่พุ่งมาหาเขาด้วยความเร็ว
ซึ่งเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในนี้ทำให้เขาสามารถสัมผัสถึงบางสิ่งที่พุ่งมาได้ ส่วนคนอื่นๆไม่สามารถสัมผัสได้
“ หัวหน้าเกิดอะไรขึ้น? ” ลูกน้องคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย คนอื่นๆเองก็รู้สึกสงสัยเพราะพวกเขาเห็นหัวหน้าเหมือนกับจับบางอย่าง
ไซรัสขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะแบมือออกมาดู ซึ่งเป็นก้อนกระดาษที่ห่อหุ้มก้อนหินเอาไว้
ไซรัสจึงแกะกระดาษออกมาอ่านก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจและกลายเป็นตื่นเต้น จากนั้นเขาก็มองดูรอบๆก่อนที่จะมองมายังบุคคลปริศนาสองคนที่สวมชุดคลุมสีดำและหน้ากากเพื่อปกปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้
“ พวกแกเฝ้าที่นี้ก่อนเดี๋ยวฉันมา ” ไซรัสพูดจบเขาก็รีบวิ่งออกมาทันที
เหล่าลูกน้องของไซรัสพากันแสดงสีหน้าสงสัย พวกเขาไม่ค่อยได้เห็นหัวหน้าของพวกเขามีท่าทีแบบนี้มาก่อน
ไซรัสที่วิ่งมาหยุดอยู่ด้านหน้าของบุคคลปริศนาทั้งสอง
ไลท์เปิดหน้ากากของตัวเองเล็กน้อยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาก่อนที่จะปิดหน้ากากตามเดิม เขาทำแบบนี้ก็เพราะต้องการให้ไซรัสรู้ว่าเป็นเขาจริงๆ
“ เป็นนายจริงๆด้วย นี้นายกลับมาแล้วงั้นหรอ?….ไม่สิท่านไลท์กลับมาแล้วหรอครับ? ”ไซรัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและดีใจ
ซึ่งประโยคแรกนั้นน้ำเสียงของไซรัสเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ประโยคหลังเต็มไปด้วยความเคารพและมีโทนเสียงที่สุภาพมากกว่าเดิม
“ ไม่เอาน่าคุณไซรัส พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ ทำไมต้องพูดจาแบบนั้นด้วยล่ะเอาแบบประโยคแรกที่พูดคุยกันสิ ดูเป็นเพื่อนกันมากกว่านะครับ ” ไลท์หัวเราะออกมา
ไซรัสที่ได้ยินก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเพราะเขาดีใจเกินไปหน่อยจึงลืมไปว่าตอนนี้ไลท์คือหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์
“ ว่าแต่คนอื่นๆเป็นอย่างไรบ้างครับ? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
คนอื่นๆที่ไลท์ถามก็คือชาวบ้านโกแลนซ์
“ พวกเขาก็อยู่ที่เมืองนี้แหละ ถ้าหากนายต้องการเดี๋ยวฉันจะเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกันเลยก็ได้ ” ไซรัสพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา
“ ไม่เป็นไรหรอกครับแล้วทุกคนสบายดีไหมครับ? ” ไลท์ถาม
“ ทุกคนก็สบายดีนะแต่ก็มีอยู่สองคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งก็คือคุณเจลโม่และคุณเบติช ทั้งสองป่วยตายน่ะ ” ไซรัสพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา
ไลท์ที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน ทั้งสองคนไลท์จำได้และพูดคุยกันอย่างถูกคอด้วย
เจลโม่เป็นพ่อค้าขายสมุนไพร ร้านของขายเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ส่วนเบติชเป็นชาวบ้านที่เลี้ยงไก่ขาย ให้กับชาวบ้าน
“ นึกไม่ถึงเลยว่าทั้งสองคนจะไปเร็วขนาดนี้ แล้วหลุมศพของทั้งสองอยู่ไหนครับเดี๋ยวผมจะไปทำความเคารพสักหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ หลุมศพของทั้งสองอยู่ที่นอกเมืองน่ะ ซึ่งเป็นหลุมศพที่ฝังคนของหมู่บ้านเราไง ” ไซรัสพูดขึ้น
ไลท์จำได้ขึ้นมาว่า ในทุกๆครั้งที่มีคนของหมู่บ้านโกแลนซ์เสียชีวิตก็จะถูกนำไปฝังไว้ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่อยู่บนเนินเขาเล็กๆแห่งหนึ่ง
“ เข้าใจแล้วครับ ว่าแต่ตอนนี้จิลเป็นยังไงบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น เขาคิดถึงเพื่อนสนิทของเขาคนนี้
“ เจ้าหมอนั้นน่ะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองไปแล้ว ” ไซรัสพูดจบเขาก็หัวเราะออกมา
“ หมายความว่ายังไงครับ? ” ไลท์สงสัย
“ ก็เจ้าหมอนั้นใช้ชื่อเสียงของนายทำให้ผู้คนจำนวนมากไปบาร์ของเขา นอกจากนี้ยังมีเมนูที่โด่งดังที่สุดมีที่ชื่อว่า สเต็กวัวเจิร์ล นายคงจำได้สินะว่าสเต็กวัวเจิร์ลคืออะไร ใช่แล้วล่ะ สเต็กวัวเจิร์ลคือเมนูที่นายคิดและมอบให้จิล ทำให้จิลบอกกับทุกๆคนว่าเมนูที่นายคิดค้นขึ้นทำให้ใครก็ตามที่มาที่เมืองนี้จะต้องกินสเต็กวัวเจิร์ลสักครั้ง นอกจากนี้เจ้าจิบเปิดบาร์ที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดในเมืองแห่งนี้เลยทีเดียว
แม้ว่าความแข็งแกร่งของจิบจะไม่มาก ซึ่งตอนนี้มันมีความแข็งแกร่งในระดับB แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกจิล เพราะจิลคือเพื่อนสนิทของนาย และทุกคนก็รู้ดีว่านายเป็นคนที่รักพวกพ้องถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับจิลก็จะกลายเป็นว่ามีปัญหากับนายไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครกล้าที่จะไปมีปัญหากับจิล แม้แต่ราชาของอาณาจักรฟรอสก็ยังเชิญจิลไปเป็นแขกพิเศษอยู่หลายครั้ง ” ไซรัสพูดขึ้น
“ งั้นหรอ เดี๋ยวฉันต้องไปพบเจ้านั้นสักหน่อย ฉันจะไปเก็บเงินมันสักหน่อยที่ใช้ชื่อของฉันจนร่ำรวยแบบนี้ นอกจากนี้ฉันอยากดูว่าเจ้าบ้านั้นจะทำสีหน้ายังไงเมื่อเจอฉัน
” ไลท์หัวเราะออกมา แน่นอนว่าไลท์ไม่ได้โกรธหรือเก็บเงินจริงๆหรอก เพราะก่อนที่เขาจะออกมาเขาบอกกับจิลว่าจิลสามารถใช้ชื่อของเขาในการเรียกลูกค้าได้เลย
“ นายอยากไปหามันก่อนไหมล่ะ ตอนนี้ก็เพิ่งจะเที่ยงๆ เจ้าหมอนั้นน่าจะยังอยู่ที่บาร์ของมัน ” ไซรัสถามขึ้น
“ เอาไว้ตอนค่ำๆแล้วกันค่อยไปหาจิลก็ได้ แล้วบาร์ของเจ้านั้นยังใช้ชื่อเดิมอยู่หรือเปล่า? ” ไลท์พูดขึ้น
“ ใช้ชื่อบาร์โลตัสเหมือนเดิมแหละ นายถามใครก็ได้ในเมืองนี้ทุกๆคนรู้จักบาร์โลตัสกันหมดนั้นแหละ ” ไซรัสพยักหน้ารับ
“ ตกลงครับเดี๋ยวผมค่อยไปหาจิลเองแล้วกัน ” ไลท์พยักหน้ารับๆเบา
“ แล้วคนนี้คือคู่รักของนายใช่ไหม? ” ไซรัสพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังเบเรียลที่อยู่ด้านข้าง
“ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์หัวเราะเบาๆ
เบเรียลเปิดหน้ากากของตัวเองออกมาให้ไซรัสเห็นใบหน้า
“ สวัสดีฉันเบเรียลนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณไซรัส ” เบเรียลทักทายด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอจะสวมหน้ากากตามเดิม
“ ท่านเบเรียลนี้สวยกว่ารูปปั้นและในโปรเตอร์อีกนะครับเนี้ย ” ไซรัสหัวเราะเล็กน้อย
“ ขอบคุณมากนะค่ะ แล้วก็ไม่ต้องเรียกท่านเบเรียลหรอก เรียกเบเรียลเฉยๆก็ได้เพราะถึงอย่างไรคุณไซรัสก็เป็นคนรู้จักของไลท์ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเรียกแบบจริงๆจังๆ ” เบเรียลพูดขึ้น
ไซรัสได้แต่พยักหน้ารับ
“ จริงสินายลองเข้าไปดูในบ้านของนายไหม? ” ไซรัสถามขึ้น
แม้ว่าบ้านหลังนี้ไลท์จะขายไปแล้วแต่เมื่อไลท์โด่งดังในช่วงหนึ่งปีหลัง ทางหมู่บ้านจึงลงมติกันว่าจะซื้อบ้านหลังนี้กลับและเก็บเอาไว้พร้อมกับส่งคนมารักษาและดูแลบ้านของไลท์ให้เหมือนเดิมทุกอย่าง
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้ารับ เพราะถึงอย่างไรบ้านหลังนี้เขาก็อาศัยตั้งแต่เขายังเป็นเพียงคนธรรมดา
ไซรัสพาทั้งสองคนเดินไปที่บ้าน
“ หัวหน้า ” ลูกน้องของไซรัสพากันยืนขึ้น จากนั้นสายตาของพวกเขาก็มองไปที่ไลท์และเบเรียลด้วยความสงสัย
“ นี้เพื่อนของฉันเอง ” ไซรัสพูดขึ้นพร้อมกับบอกให้ลูกน้องทั้งหมดกลับไปนั่งที่เดิม
ลูกน้องของไซรัสมองหน้ากันก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งที่เดิม
ไซรัสพาไลท์และเบเรียลเข้าไปในบ้าน
เมื่อไลท์เข้ามาในบ้านก็พบว่าข้างของเครื่องใช้นั้นแตกต่างไปอยู่บ้างแต่ของบางอย่างก็ยังอยู่เหมือนเดิม
“ รู้สึกคิดถึงเหมือนกันนะเนี้ย ” ไลท์พูดพร้อมกับเดินสำรวจรอบๆ
เบเรียลและไซรัสเดินตามไลท์
หลังจากที่เดินดูบ้านของไลท์อยู่สักพักแล้วทั้งสามก็ออกมาจากบ้าน เนื่องจากบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ดูมากเท่าไหร่
“ ขอบคุณมากครับคุณไซรัส เดี๋ยวผมกลับก่อนนะครับ อ่อแล้วก็ยังไม่ต้องบอกเรื่องที่ผมมากับคนอื่นนะครับ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่บอกคนอื่นแน่นอน ” ไซรัสพยักหน้ารับเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
หลังจากนั้นไลท์และเบเรียลเดินเที่ยวเล่นเมืองไลท์อีกครู่หนึ่งก่อนที่จะไปหาร้านขนมหวานเพื่อนั่งรอเวลา
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง
ไลท์มองดูท้องฟ้าที่ดำมืดแล้ว เขาก็พาเบเรียลไปยังบาร์โลตัส
บาร์โลตัสเป็นบาร์ขนาดใหญ่และหรูหราที่สุดในเมือง
บาร์แห่งนี้มีทั้งหมดสองโซนคือโซนธรรมดาและโซนพิเศษ
โซนธรรมดาคือบาร์ธรรมดาที่เอาไว้ให้คนธรรมดานั่งดื่ม โซนพิเศษคือบาร์แบบพิเศษที่จะมีเอาไว้เพื่อต้อนรับคนมีเงินและมีอำนาจความแข็งแกร่ง
หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาในบาร์แล้วก็พบว่าแม้แต่โซนธรรมดาก็ยังดูดีและตกแต่งอย่างลงตัว ผู้คนที่โซนนี้ก็นับว่ามีจำนวนมาก ซึ่งคนที่จะนั่งโซนนี้ส่วนมากเป็นคนธรมดาและพวกที่แข็งแกร่งในระดับDหรือC
ไลท์ไม่ได้คิดที่จะมายังโซนธรรมดาอยู่แล้วเขาจึงเดินไปยังพื้นที่ของโซนพิเศษทันที
การที่จะเข้าโซนพิเศษได้จะต้องแสดงบัตรประจำตัวว่าเป็นใครมาจากไหน และถ้าหากมีความแข็งแกร่งในระดับBขึ้นไป และถ้ายิ่งเป็นตัวตนระดับAหรือมากกว่าก็จะได้ไปนั่งที่พื้นที่ดีๆ
“ เบเรียล ฉันต้องการที่จะแกล้งจิลสักหน่อย เธออยู่เฉยๆนะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” เบเรียลตอบรับ
จากนั้นไลท์ก็เดินไปที่โซนพิเศษ เขาก็ถูกผู้คุ้มกันสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่หยุดเอาไว้ ออร่าของผู้คุ้มกันทั้งสองคือระดับB
“ ขอดูบัตรประจำตัวด้วยครับ ” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งพูดขึ้น
ไลท์ไม่ตอบแต่เขาเดินเข้าไปในโซนพิเศษทันที เบเรียลก็เดินตามไปด้วย
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ ” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งรีบตะโกน ส่วนผู้คุ้มกันอีกคนหนึ่งก็รีบหยิบอาวุธ แต่พวกเขาก็พบว่าร่างกายของพวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้
ผู้คุ้มกันทั้งสองเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ เกิดอะไรขึ้นทำไมร่างกายของฉันถึงไม่สามารถขยับได้” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งตกใจ
“ ช่วยด้วย รีบแจ้งผู้คุ้มกันคนอื่นเร็วเข้า ” ผู้คุ้มกันอีกคนก็ตะโกนขึ้นด้วยความเร่งรีบ
เสียงตะโกนของผู้คุ้มกันดังขึ้นก็ทำให้ฝูงชนที่อยู่โดยรอบพากันตกใจก่อนที่จะมีคนหลายคนวิ่งไปตามเจ้าหน้าที่ทันที
ไม่นานเจ้าหน้าที่กว่ายี่สิบคนก็วิ่งมาล้อมไลท์และเบเรียลเอาไว้ ซึ่งมีเพียงหนึ่งคนที่มีความแข็งแกร่งในระดับA
“ พวกแกคิดที่จะสร้างปัญหาที่นี่งั้นหรอ? ” หัวหน้าผู้คุ้มกันตะโกนด้วยความโกรธ
“ ใช่ ฉันมาที่นี้เพื่อที่จะสร้างปัญหา ” ไลท์พยักหน้ารับ
สีหน้าของเจ้าหน้าที่ทุกคนกลายเป็นจริงจัง
“ นี้แกไม่รู้หรอว่าบาร์แห่งนี้คือเพื่อนสนิทของท่านไลท์ แกอยากที่จะเป็นศัตรูกับท่านไลท์งั้นหรอ ” หัวหน้าผู้คุ้มกันตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจพร้อมกับมองไปยังไลท์และเบเรียลด้วยแววตาจริงจัง
“ ใช่ฉันรู้ และฉันก็ไม่กลัวที่จะสร้างปัญหาให้กับไลท์อีกด้วย ” ไลท์หัวเราะออกมา
ผู้คุ้มกันทั้งหลายมองหน้ากัน
“ จับตัวสองคนนี้เอาไว้แล้วก็ใครก็ได้รีบไปแจ้งท่านจิลเร็วเข้า ” หัวหน้าผู้คุ้มกันตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเขาสัมผัสได้ว่าบุคคลปริศนาสองคนนี้แข็งแกร่ง เพราะฉะนั้นเขาจึงหวังพึ่งท่านจิลให้มาหยุดสองคนนี้
ผู้คุ้มกันคนหนึ่งรีบวิ่งไปทันที ส่วนที่เหลือก็หยิบอาวุธออกมาพร้อมกับพุ่งตัวใส่ไลท์