"นั่นสินะ..."นับเงินยิ้มเศร้าให้กับคำถามของดาวเหนือ ทำเอาหนุ่มน้อยหน้าเสีย
"ถะ...ถ้ารุ่นพี่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ ผมขอโทษครับที่ถาม"เขาละล่ำละลักจนลิ้นแทบพันกัน
"ไม่เเป็ไร...พี่อยากตอบ" หญิงสาวหันมายิ้มให้เขาด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง"พี่คงอยากปกป้องลูกผู้หญิงด้วยกัน... ล่ะมั้ง"
คำตอบของเธอยังคงไม่ช่วยให้เมฆหมอกแห่งความสงสัยจางหายไป...เหมือนเดิม ถึงอย่างนั้นดาวเหนือก็ไม่กล้าซักถามอะไรเพิ่มเขาไม่อยากเห็นใบหน้าเศร้าๆ ของรุ่นพี่อีก
"คนที่เห็นผู้หญิงเป็แค่เครื่องระบายความใคร่ระบายอารมณ์ พอเบื่อแล้วก็ฆ่าทิ้ง พวกมัน... ไม่สมควรมีชีวิตอยู่บนโลกหรอก"
จู่ๆ สีหน้าและแววตาของนับเงินก็เปลี่ยนไปมันเริ่มเปล่งรังสีแห่งความโกรธแค้นราวกับว่าเธอยังไม่เคยลืมเลือนเื่ราวในอดีตแม้สักเสี้ยววินาที
"เขา... เอ่อ...เป็ใครหรือครับ?"
แม้จะไม่เคยเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกเหล่านี้ของนับเงินมาก่อนแต่มันก็ช่วยให้ดาวเหนือกล้าที่จะซักถามอะไรต่อมิอะไรจากเธอมากขึ้นกว่าเดิม
"เขาเป็ขุนนางคนสนิทแล้วก็เป็สามีของพี่เอง"
คำตอบของนับเงินทำเอาดาวเหนือชะงักไปอีกครั้งในเมื่อนั่นหมายความว่าเธอ... ฆ่าสามีของตัวเอง!!
"ใกล้เวลาแล้วเราเข้าไปกันเถอะ!"
เสียงพูดของรุ่นพี่สาวปลุกหนุ่มน้อยให้ตื่นจากภวังค์และหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ทั้งคู่ก็วาร์ปหายไปจากตรงนั้น
"แค่กๆ ๆ"
เสียงไอแหบแห้งของใครคนหนึ่งดังแว่วมาจากภายในห้องที่มีประตูไม้สลักเสลาลวดลายกุหลาบไร้หนามกั้นอยู่เวลานี้ทั้งนับเงินและดาวเหนือวาร์ปมายืนอยู่ตรงโถงทางเดินภายในคฤหาสน์หลังงามขนาด50 ห้อง ซึ่งเรียงรายไปด้วยแจกันลายครามเก่าแก่จากหลายยุคหลายสมัยและภาพวาดสีน้ำมันซึ่งคนหัวศิลป์เท่านั้นจึงจะมองออกว่าจิตรกรผู้รังสรรค์มันขึ้น้าสื่ออะไร
"คนที่ไอคนนั้นหรือครับ?"ดาวเหนือกระซิบถามนับเงิน ทั้งที่ต่อให้เขาไม่ทำอย่างนั้นก็คงไม่มีใครได้ยินคำพูดประโยคนั้น นอกจากผีบ้านผีคฤหาสน์และเ้าที่
"ใช่...ไม่รู้เหมือนกันนะว่า กรรมที่ก่อไว้หนักหนาจะกลบฝังความทรงจำของแต่ละชาติจนเขาจำผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หรือเปล่า" นับเงินตอบยิ้มๆ สีหน้าของเธอในเวลานี้ไม่ได้ถูกฉาบไปด้วยความเศร้า หรือความโกรธแค้นทว่าเต็มเปี่ยมด้วยความยินดีที่เคลือบแฝงบางสิ่งเอาไว้
"แค่กๆ ๆ ๆๆ"
เสียงไอที่ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆเป็เสมือนสัญญาณให้นับเงินและดาวเหนือเตรียมพร้อมทั้งคู่วาร์ปเข้าไปภายในห้องเื้ับานประตู ทันทีที่นับเงินพยักหน้าให้สัญญาณ
"พะ... พะ...พวกเธอเป็ใคร ขะ... เข้ามาได้ยังไง!?" ชายแก่วัย 70 บนเตียงไม้ขนาด 6 ฟุตในห้องกว้างที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนหรู ทว่าว่างเปล่าไร้ซึ่งลูกหลานและคู่ชีวิตมองสองยมทูตด้วยอาการตื่นใ ร่างเหี่ยวย่นสั่นเทา ขณะที่บริเวณมุมปาก คางและคอเสื้อนอนผ้าฝ้ายสีเทาอ่อนมีคราบเืทั้งใหม่เก่าเปรอะเปื้อน
"พวกเรา...เอ่อ... วาร์ปเข้ามาครับ" ดาวเหนือหันรีหันขวางมองชายชราที มองนับเงินทีและเมื่อเห็นหัวหน้าสาวไม่ตอบอะไร หนุ่มน้อยจึงจำต้องเป็ฝ่ายตอบคำถามนั้น
"พูดบ้าอะไรออกไปเดี๋ยวนี้!"
อาการตื่นใของชายชราแปรเปลี่ยนเป็ความเกรี้ยวกราด ในทันทีที่ดาวเหนือพูดจบประโยคและเพราะนั่นเป็การรวบรวมกำลังอ่อนล้าที่หลงเหลือเพื่อขับไล่ผู้มาเยือนแปลกหน้ามันจึงดู... น่าสมเพชเหลือเกิน
"ไอ้อ่ำ!ไอ้โจ๊ก! มาเอาตัวไอ้พวกนี้ออกไปจากห้องฉัน แค่กๆ ๆ ๆ"
เมื่อไม่มีทีท่าว่าคนแปลกหน้าจะยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ชายชราจึงเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์เรียกหาคนรับใช้ชาย เพื่อให้สนองตอบความ้าของตนและแม้สารร่างจะไม่เอื้ออำนวยต่อการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ หากแต่นั่นก็เป็เสมือนสัญลักษณ์ของชายผู้นี้ไปเสียแล้ว
"มาแล้วครับคุณท่าน!มันผู้ไหนครับ ที่บังอาจลอบเข้ามา พวกผมอยู่ข้างล่าง ไม่เห็นใครเลยนะครับ"ไอ้อ่ำ คนรับใช้ผิวคล้ำร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ในชุดเสื้อยืดสีแดงกางเกงขาสั้นสีเขียวเปิดประตูผลัวะเข้ามารายงาน และเพราะยังไม่ถึงฆาตมันจึงไม่เห็นร่างโปร่งแสงแปลกปลอมภายในห้อง เหมือนอย่างที่คุณท่านของมันเห็น
"ใช่ครับ จริงๆนะครับคุณท่าน" ไอ้โจ๊ก คนรับใช้ผิวขาวซีดในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงบ็อกเซอร์สีน้ำเงิน ซ้ำยังผอมแห้งเหมือนกินแต่โจ๊กสมชื่อพยักหน้าช่วยยืนยันอีกเสียง เมื่อเห็นคุณท่านของพวกมันตั้งท่าจะพ่นคำด่า
"ตาบอดหรือไง พวกมันก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ยังเสือกบอกว่าไม่เห็นอีก!" ชายชรายกมือสั่นเทาชี้ไปที่สองยมทูตตรงปลายเตียงหากแต่ไอ้อ่ำกับไอ้โจ๊กก็ยังพยายามเพ่งมอง พร้อมกับทำหน้างงเหมือนตรงนั้นมีเพียงความว่างเปล่า
"ตรงไหนครับคุณท่าน?"ไอ้อ่ำรวบรวมความกล้าถามชายชราเ้าของคฤหาสน์อีกครั้ง
"เอ่อ...คงไม่ใช่ว่าคนที่คุณท่านเห็น นุ่งโจงแดงหรอกใช่ไหมครับ?" ไอ้โจ๊กถามขึ้นบ้างมิหนำซ้ำคำถามของมันยังทำให้ดาวเหนืออดยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะขำไม่ได้
...เดิมทีเขาก็เคยคิดว่ายมทูตต้องสวมโจงแดงกว่าจะรู้ความจริงว่านรกพัฒนาไปไกลกว่าประเทศไทยแล้ว ก็ตอนหมดลมหายใจนั่นแหละ
"โจงแดงบ้านแกสิพวกมันใส่สูทดำเว้ย คนอย่างฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก แค่กๆ ๆ"
แม้จะอ่อนแรงและอ่อนล้าเพียงใดทว่าชายชราก็ยังสามารถรวบรวมสรรพกำลัง เพื่อโอ้อวดความเป็ะของตัวเอง ทำเอาใครคนหนึ่งหัวเราะลั่นขึ้นมาทันที
"ฮะๆ ๆ ๆคุณพี่น่ะ... ถึงเวลาตายแล้วล่ะเ้าค่ะ"
คำประกาศของนับเงินเรียกให้ทั้งชายชราและดาวเหนือหันไปจ้องหน้าเธอพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายแม้ว่าการเคลื่อนไหวของชายชราจะเชื่องช้ากว่ามากก็ตาม
"กะ... กะ...แกหมายความว่าอะไร!?"
น้ำเสียงของชายชราแหบแห้งขึ้นมาอีกครั้งหมายรวมถึงดวงตาที่ฉายแววตระหนกนั่นด้วย
"ไอ้อ่ำ!ไอ้โจ๊ก! มันบอกว่ามันจะฆ่าฉัน พวกมันเข้ามาฆ่าฉัน แกเห็นพวกมันหรือยังจัดการมันสิโว้ย แค่กๆ ๆ ๆ"
เสียงโวยวายของชายชราดังตามมาถึงอย่างนั้นไอ้อ่ำกับไอ้โจ๊กก็ยังคงยืนงงในดงเฟอร์นิเจอร์สองคนรับใช้ทั้งมุดดูใต้เตียง เก้าอี้ โซฟาและเดินมองหาบุคคลที่คุณท่านบอกว่าจะมาฆ่าตนถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครมองเห็นสองยมทูตภายในห้อง แน่ล่ะ!เพราะคนที่ถึงฆาตในวันนี้มีเพียงชายชราคนเดียว
"สงสัยคงเป็อย่างคุณนายกับคุณหนูว่าคุณท่านกินยาจนหลอน เดี๋ยวก็เลิกโวยวายเองแหละ ไปกันเหอะ!"ไอ้อ่ำกระซิบบอกไอ้โจ๊ก ก่อนที่สองคนรับใช้อ้วนผอมจะค่อยๆย่องออกไปจากห้องแบบเงียบที่สุด
"พวกเอ็งจะไปไหนอ้อ... นี่คงสมรู้ร่วมคิดกันจะยกเค้าสมบัติฉันสินะ ถ้าฉันรอดไปได้ฉันเอาพวกแกเข้าคุกแน่ แค่กๆ ๆ ๆ"
คำคาดโทษของชายชราไม่สามารถหยุดการจากไปของสองคนรับใช้ได้และทันทีที่บานประตูปิดสนิทลง นับเงินก็วาร์ปจากตรงปลายเตียงเปลี่ยนไปยืนข้างเตียง ในจุดที่ใกล้ชายชรามากที่สุด!!
"คุณพี่จำข้าได้ไหมเ้าคะ?"หญิงสาวยื่นหน้าเข้าไปถามแม้ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดถึงขั้นที่ผมยาวๆ ของเธอจะปรกหน้าชายชราแต่สำหรับดาวเหนือ... นี่มันคือฉากหนังสยองขวัญชัดๆ
"ทะ... ทะ...เธอเป็ใคร ออกไป ยะ... อย่ามาใกล้ฉัน ฉันไม่รู้จักเธอ แค่กๆ ๆ"ชายชราละล่ำละลัก ปิดท้ายด้วยเสียงไอและเืสีแดงสดที่ทะลักออกมาพร้อมกัน
"อ้อ...คุณพี่จำข้าไม่ได้จริงๆ ด้วย แล้วแบบนี้ล่ะเ้าคะ?" นับเงินหัวเราะหึๆในลำคอ ก่อนที่ชุดสูทยมทูตของเธอจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ชุดไทยโจงกระเบนสีม่วงเสื้อแขนกระบอกสีชมพู ห่มสไบเฉียงสีม่วงและสวมสังวาลย์อย่างตัวละครในหนังย้อนยุคที่ดาวเหนือเคยผ่านตา
โอยยยย... หนังผีเรียกพี่แล้วแบบนี้ดาวเหนือพลอยหน้าซีดตามชายชราไปอีกคน แต่ถึงแม้จะขนลุกชูชันอกสั่นขวัญแขวนขนาดไหนหนุ่มน้อยก็บังคับตัวเองให้ยืนจับตาดูหนังสดเื่นี้ชนิดตาไม่กะพริบ
"ทะ... ทะ...เธอ!!"
สีหน้าของ 'คุณพี่' ในร่างชายชราเหี่ยวย่นของภพชาตินี้บ่งบอกอาการตื่นกลัวและตระหนกใสุดขีด ตรงข้ามกับนับเงินที่หัวเราะชอบใจกับท่าทางที่ได้เห็น
"คุณพี่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะเ้าคะยังคงเห็นผู้หญิงเป็เครื่องบำเรอกาม บำบัดความใคร่ หมดประโยชน์แล้วไซร้ก็หาเื่สั่งปะา เสียแรงที่บุญนำพาให้ได้กลับมาเกิดเป็มนุษย์"
รังสีแห่งความโกรธแค้นและโกรธเกรี้ยวของนับเงินแผ่ขยายไปทั่วทั้งคฤหาสน์ จนแม้แต่ดาวเหนือยังต้องวาร์ปไปยืนดูห่างๆ อย่างห่วงๆอยู่หลังโซฟาหนังวัวภายในห้อง
"นะ... นะ...นี่เธอ... ยะ... ยังจะตามมาฆ่าฉัน... ในชาตินี้อีกเรอะ"
คำพูดของชายชราบ่งบอกว่าภาพในอดีตชาติได้ย้อนคืนกลับมาอยู่ในความทรงจำ ยิ่งทำให้นับเงินแสยะยิ้มด้วยความยินดี
"ข้าจะมารับดวงิญญาของคุณพี่ต่างหาก...คุณพี่น่ะ... ถึงฆาตแล้วล่ะเ้าค่ะ!"
สิ้นคำประกาศของนับเงินชายชราก็ค่อยๆ ยกมือสั่นเทาที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกขึ้นกุมหน้าอกพร้อมกับไอออกมาอย่างหนัก จนเืสีแดงสดเปรอะเปื้อนไปทั่ว ร่างผอมแห้งราวโครงกระดูกในห้องวิทย์พยายามหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ เป็เฮือกสุดท้ายทว่าในที่สุด... อวัยวะภายในนั้นก็ถึงวาระแห่งการล้มเหลว มัน...ไม่สามารถรับใช้เ้าของร่างนี้ได้อีกต่อไป
"ปล่อยฉัน!ปล่อยฉัน! ฉันไม่ไปไหนกับเธอทั้งนั้น ฉันทำบุญมาเยอะแยะผีผู้หญิงต่ำช้าฆ่าคนตายอย่างเธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!"ิญญาของชายชราหลุดจากร่างออกมาโวยวายไม่หยุดทำเอาดาวเหนือคันปากอยากเว่าขึ้นมาบ้าง
"เอ่อ...พี่เค้าเป็ยมทูตครับคุณลุง ไม่ใช่ผี"
คำพูดของหนุ่มน้อยทำเอาคุณลุงที่ว่าหันมามองเขาตาขวาง ท่าทางเหมือนจะกระโจนเข้าขย้ำปานคนบ้าไร้สติจนนับเงินต้องเรียกเ้านิลออกมาพันธนาการไว้
"นังคนบาปหยาบช้าฆ่าคนตายแบบนี้น่ะเหรอจะมาเป็ยมทูตบ้าไปแล้ว! นรกมันต้องมีอะไรผิดเพี้ยนบิดเบี้ยวแน่ๆ"
น้ำเสียงที่เคยหวาดกลัวของชายชราเปลี่ยนเป็เกรี้ยวกราดไม่ต่างจากใบหน้า มิหนำซ้ำร่างเหี่ยวย่นนั้นยังสะบัดตัวหลุดจากพันธนาการของเ้านิลอย่างง่ายดายและน่าอัศจรรย์ก่อนจะพุ่งเข้าหานับเงินเหมือน้าชำระแค้นข้ามภพข้ามชาติที่ยังหลงเหลืออยู่แต่แล้วตอนนั้นเอง...
พลัวะ!!!
เสียงด้ามเคียวฟาดเข้าที่กลางหัวของชายชราอย่างแรงพร้อมการปรากฏตัวของไมเคิลมันแรงขนาดที่ทำให้ิญญาเคราะห์ร้ายปลิวทะลุประตูออกไปข้างนอกห้องราวกับลูกเบสบอลโฮมรันเลยทีเดียว
"รู้ว่าตัวเองจะเสียเปรียบคนที่มีกรรมผูกกันมาแต่ก็ยังมา ยูนี่ดื้อจริงๆ ถ้าไอมาไม่ทันจะเป็ยังไง"ไมเคิลส่ายหน้าเอือมระอา ก่อนจะวาร์ปหายไป ไม่ได้หนีไปไหน ทว่าออกไปจัดการชายชราเคราะห์ร้ายต่อเื่นี้นับเงินรู้ดี
"ไปกันเถอะดาวเหนือ!"นับเงินดึงแขนยมทูตหนุ่มน้อยให้วาร์ปตามเธอมาที่ด้านนอกห้อง เพื่อที่จะพบว่า...
ตรงมุมรับแขกด้านข้างโถงกลางของบ้านไอ้อ่ำกับไอ้โจ๊กกำลังเอกเขนกดูทีวีและกินมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบรสบาร์บีคิวอยู่บนโซฟากำมะหยี่ราวกับเป็บ้านของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าคุณท่านได้สิ้นลมแล้วและเวลานี้กำลังถูกยมทูตผู้แต่งกายเลียนแบบไมเคิล แจ็คสันได้อย่างแเีใช้ด้ามเคียวฟาดลงไปนอนกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าถึงอย่างนั้นทันทีที่ชายชราเหลือบไปเห็นนับเงิน...
"แก... นังฆาตกร!!"
ทั้งน้ำเสียงและสายตาที่จ้องมองมาของชายชราเต็มไปด้วยความอาฆาต มุ่งร้าย มิหนำซ้ำพอนับเงินวาร์ปเข้ามาใกล้ยังลุกพรวดตั้งท่าคล้ายจะกระโจนเข้าบีบคอหญิงสาว
พลัวะ!!!
ด้ามเคียวของไมเคิลฟาดเข้าที่กลางหัวเกรียนๆซึ่งปกคลุมด้วยผมหงอกเต็มแรง จนอีกฝ่ายล้มลงไปนอนกับพื้นอีกรอบ
...นี่ถ้าเป็คนไม่ใช่ิญญาคงสมองเสื่อมแหงๆ ดาวเหนือคิดแต่ไม่กล้าพูดออกมา
"ความเป็สุภาพบุรุษน่ะเคยมีไหม?" ไมเคิลถามชายชราพร้อมกับใช้ด้ามเคียวกดลงตรงกลางหลัง เพื่อไม่ให้ฝ่ายนั้นลุกขึ้นมาได้อีก
"ทีแกยังไม่เอื้อเฟื้อกับคนชราเลยนี่อย่ามาทำเป็ปากดีหน่อยเลย" อดีตสามีของนับเงินเมื่อสองชาติก่อนชำเลืองมองไมเคิล ดวงตาวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งความแค้น
"คนชราอย่างแกน่าเอื้อเฟื้อเหรอว่าคนอื่นเป็ฆาตกร แล้วแกเป็ฆาตกรหรือเปล่าคนที่สั่งฆ่าผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็เมียแบบไม่รู้สึกอะไรอย่างแก มันน่ารังเกียจสุดๆเลยว่ะ" ไมเคิลไม่พูดเปล่า แต่กดน้ำหนักด้ามเคียวลงบนหลังของชายชราแรงขึ้นๆเรื่อยๆ เหมือนอยากให้มันทะลุลงไปถึงหัวใจภายในกายเนื้อที่นอนแน่นิ่ง
"นังนั่นก็ฆ่าผัวตัวเองเหมือนกันมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากฉัน!" ชายชราเถียงกลับทันควันจนถูกไมเคิลใช้ด้ามเคียวตีปาก
"คนอย่างแกก็คิดได้แค่นี้แหละไม่รู้ตัวเลยสินะว่าแผ่นดินสูงขึ้นตั้งเยอะ หลังจากที่แกตาย...คนนึงสั่งฆ่าเพราะเบื่อ ไม่ก็หมดประโยชน์กับอีกคนที่ฆ่าเพราะไม่อยากให้ใครต้องถูกฆ่าอีกสมองแกทำจากอะไรถึงตัดสินว่าเหมือนกัน! หา!" ไมเคิลตั้งท่าจะฟาดชายชราด้วยเคียวอีกรอบถ้านับเงินไม่ขัดขึ้นเสียก่อน
"พอแล้วล่ะไมเคิล...ช่างเถอะ! พูดไปเขาก็คงไม่เข้าใจหรอก ขนาดใช้กรรมในนรกมาแล้วรอบนึงมาเกิดใหม่ก็ยังเหมือนเดิม" นับเงินมองอดีตสามีด้วยสายตาว่างเปล่าขณะที่เ้านิลค่อยๆ เลื้อยเข้าไปพันธนาการเหยื่อของมันอีกรอบ
"มูน... ไปช่วยทีรัดปากด้วย อย่าให้มันพ่นอะไรออกมาอีก!" ไมเคิลสั่งคู่หูบนบ่าด้วยเหตุนี้ชายชราจึงถูกงูั์สองตัวพันธนาการอย่างแ่าก่อนที่ทั้งหมดจะวาร์ปลงมายังนรก เพื่อส่งตัวเหยื่อรายล่าสุดให้กับผู้คุม
"ยูรู้เื่ของไอได้ยังไง?"นับเงินถามไมเคิลหน้านิ่ง หลังจากที่ผู้คุมลากตัวอดีตสามีของเธอเดินห่างออกไปแล้ว
"ท่านยมให้ไอมาช่วยยูไอก็เลยต้องถามรายละเอียดมาด้วย จะได้จัดการถูก" ไมเคิลยักไหล่สีหน้าเฉยเมยเสมือนการใช้ด้ามเคียวฟาดดวงิญญาปานลูกเบสบอลนั้นเป็เื่ธรรมดาและเหมาะสมกับชายชราปากมากแล้ว
เอ่อ... ยังไงก็คงดีกว่าการใช้เคียวตัดหัวแล้วลากมาลงนรกนั่นแหละนะ ดาวเหนือคิดแต่ไม่กล้าพูดออกมาตามเคย
"อ้อ...ท่านยมไม่ได้เรียกยูไปอบรมเื่ที่ตีกะพวกมาร แต่เรียกไปคุยเื่ไองั้นสิ"นับเงินทำหน้าแห้งเหี่ยวเหมือนต้นไม้ขาดปุ๋ยขาดน้ำ
"เปล่า...ก็เรียกไปอบรมนั่นแหละ แต่เดี๋ยวคืนนี้ท่านก็ต้องเรียกไอไปอีกเลยไม่ได้อบรมเยอะ"
คำพูดของไมเคิลทำให้ดาวเหนือพลอยทำหน้าเหมือนต้นไม้ขาดปุ๋ยขาดน้ำไปด้วยอีกคน...นี่เขาต้องวาร์ปหนีคมเคียวและคมหอกของรุ่นพี่กับพวกมารอีกแล้วเหรอเนี่ย!
"ยังไงก็อย่าทำเกินกว่าเหตุแล้วกันคงรู้นะว่าแนวหน้าของพวกเราที่ฝีมือสูสีกับหัวหน้าของพวกนั้น... มีแค่ยู"นับเงินเอ่ยเตือน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็รอบที่เท่าไหร่แล้วในชีวิตการเป็หัวหน้ายมทูตของเธอ
"ไอรู้"ไมเคิลตอบสั้นๆ เพราะที่ผ่านมา เขาเคยตอบยาวๆให้กับคำถามนี้มากี่ครั้งแล้วก็จำไม่ได้
"ยูรู้แต่มาตรฐานการเกินกว่าเหตุของยู มันต่างจากของพวกไอไง" นับเงินดักคอถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนไมเคิลจะแกล้งทำเป็หูทวนลมไม่ได้ยิน ด้วยเหตุนี้หัวหน้ายมทูตสาวจึงหันมาพูดกับรุ่นน้องอย่างดาวเหนือแทน
"ฝากเราดูแลพฤติกรรมเขาแทนพี่หน่อยนะ"
คำพูดของนับเงินทำเอาดาวเหนือถึงกับเหงื่อตก
"ได้เหรอครับผมเป็แค่เด็กใหม่จะทำอะไรได้ล่ะครับ" หนุ่มน้อยรีบออกตัวด้วยคำที่ไมเคิลใช้เรียกขานแทนชื่อเขาเป็ประจำ ใช่...ก็เพราะเขามันเป็แค่เด็กใหม่ ที่ไม่มีทั้งคู่หูและเคียวเป็ของตัวเองซ้ำยังแทบจะไม่มีพลังอะไรเลยด้วย
"เฮ้อ...เอาเถอะๆ น่าจะได้เวลาเคสถัดไปแล้วล่ะ เดี๋ยวผิดเวลาแล้วจะยุ่ง"หัวหน้ายมทูตสาวทำท่าโบกมือไล่สองหนุ่มก่อนจะหันหลังเดินออกไปในสภาพเหมือนคนหมดเรี่ยวแรงซึ่งทั้งดาวเหนือและไมเคิลต่างก็รู้ดีว่าหัวหน้าของพวกเขากำลังอ่อนล้าทั้งกับสภาพร่างกายและจิตใจ
"พร้อมจะไปหรือยัง?"ไมเคิลหันมาถามดาวเหนือ ทั้งที่ไม่จำเป็ต้องถามก็ได้
"พร้อมั้แ่รุ่นพี่นัดให้เจอกันตี1 แล้วครับ" หนุ่มน้อยตอบพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเหมือนจะเรียกขวัญและกำลังใจของตัวเอง ในการไปเจอคมเคียวคมหอกอีกครั้ง
"ยังไม่เจอมารสูทขาวตอนนี้ไม่ต้องทำท่าแบบนั้นก็ได้" ไมเคิลพูดเหมือนล่วงรู้สิ่งที่ดาวเหนือคิดทำเอาเด็กใหม่ถึงกับยิ้มเจื่อนๆ
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกปฏิบัติภารกิจโดยไม่มีใครพูดอะไรอีก ไมเคิลไม่ได้เรียกเคียวออกมาใช้ไม่ใช่เพราะเห็นใจเด็กใหม่ ทว่าเพราะไม่มีความจำเป็ขณะที่ดาวเหนือพยายามปรับความคิดตัวเองอย่างหนัก เพราะยังต้องรับบทเด็กติดตามไมเคิลอีกหลายวัน
"แนวหน้าของพวกเราที่ฝีมือสูสีกับหัวหน้าของพวกนั้น...มีแค่ยู"
คำพูดของนับเงินยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของดาวเหนือเขาเองก็รู้ว่าไมเคิลไม่ใช่แค่รองหัวหน้ายมทูต แต่เป็เสมือนปราการเหล็กแข็งแกร่งซึ่งไม่ว่าใครหน้าไหนก็พังลงไม่ได้ และไม่ใช่แค่เื่ของพวกมารสูทขาวเท่านั้นที่ถูกโยนมาให้รองหัวหน้ายมทูตคนนี้จัดการ...
"พี่!ปล่อยผมไปเถอะนะ เดี๋ยวผมทำบุญไปให้ หรือพี่อยากได้อะไร ผมจะให้พี่หมดเลยผมไม่อยากลงนรก"
เสียงติดสินบนยมทูตของใครคนหนึ่งดังแว่วมาเข้าหูดาวเหนือ หนุ่มน้อยพึ่งรู้ว่ามีคนคิดแบบนี้ด้วย นี่คง...ใช้วิธีนี้บ่อยตอนยังไม่ตายสินะ
"แกน่ะ...เก็บบุญเอาไว้ใช้กับตัวเองเถอะ" ไมเคิลตอบกลับคำพูดนั้นด้วยท่าทีขรึมๆดวงตาภายใต้กรอบแว่นดำว่างเปล่าและเ็านั่นเองที่ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทีก่อนหน้าที่เคยวิงวอนร้องขอ
"เก็บบุญไว้ใช้เองงั้นเหรอเหอะ! แกรู้หรือเปล่าว่าฉันลูกใครบุญที่ฉันกับครอบครัวทำมากกว่าบุญที่แกทำมาทุกชาติอีก พ่อฉันอยู่บน์เดี๋ยวพ่อก็ลงมารับฉันแล้ว พูดดีๆ ด้วยทำเป็เหลิง!"
คำพูดอวดเบ่งแต่ละประโยคที่คนคนนั้นพล่ามออกมาทำเอาดาวเหนือเสียวสันหลังวาบ หวั่นใจว่ามันจะทำให้รุ่นพี่สติหลุดเรียกเคียวออกมาประหัตปะาคนปากมาก ก่อนที่หมอนั่นจะได้ไปรับโทษในนรกถ้าเป็แบบนั้นล่ะก็ ท่านยมคงจะทรงกริ้ว สั่งลงโทษแบบไม่มีข้อยกเว้นเื่นี้ไมเคิลเองก็รู้ดี
"พ่อแกน่ะ...อยู่ในนรก... จำใส่สมองเอาไว้"
แววตาของรองหัวหน้ายมทูตยังคงว่างเปล่าและเ็าแม้ดาวเหนือจะััได้ถึงรังสีอำมหิตกับความสะใจวูบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นและแผ่ซ่านออกมาแต่มันก็หายไปภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเหมือนไมเคิลจงใจกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง
"แกโกหก!พ่อฉันไม่มีทางลงนรก แกโกหก!!"
แม้เสียงโวยวายจะดังตลอดระยะเวลาของการนำดวงิญญาเหยื่อรายล่าสุดลงสู่ห้วงนรกอเวจีหากแต่ไมเคิลก็ไม่ได้สั่งให้คู่หูพันธนาการใบหน้าและปากที่พยายามแสดงอาการเกรี้ยวกราดตลอดเวลาชายหนุ่มปล่อยให้คนคนนั้นร้องแรกแหกกระเชอได้ตามอำเภอใจพร้อมกับแกล้งทำหูทวนลมเสมือนมันเป็เพียงเสียงกิ่งไผ่ที่เสียดสีตรงข้ามกับมูนที่แลบลิ้น ชำเลืองมองมนุษย์คู่หูเป็ระยะๆเหมือนอยากได้คำสั่งนั้นเต็มแก่
"รุ่นพี่...เอ่อ... ไม่รำคาญเหรอครับ?" ดาวเหนืออดสงสัยไม่ได้
"ก็ไม่นี่...ชินแล้วมั้ง" ไมเคิลตอบด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนกำลังฟังเพลงรัก จนดาวเหนือต้องหรี่ตามองจับผิดว่าอีกฝ่ายมีเอียปลั๊กเสียบติดอยู่ที่รูหูหรือไม่
...หนุ่มน้อยพึ่งรู้ว่านอกเหนือจากเหล่าิญญาที่พวกมารสูทขาวหมายตาแล้วเหยื่อที่ถูกโยนมาให้ไมเคิลรับผิดชอบยังเป็พวกตัวปัญหาที่ล้วนลอยนวลจากคุกในโลกมนุษย์อีกด้วย
"ฉันจะบอกยมบาลให้ถอดแกออกจากตำแหน่งยมทูต!แกจะต้องชดใช้เื่ที่หาว่าพ่อฉันอยู่ในนรกแล้วก็เื่ที่มาปากดีกับฉันด้วย!" คนคนนั้นยังโวยวายไม่หยุดแม้จะถูกผู้คุมสูทแดงลากถูลู่ถูกังออกไปจากหน้าประตูนรกแล้วก็ตาม
แน่นอน...ทั้งตัวผู้คุมและดาวเหนือต่างก็โดนหางเลขกันถ้วนหน้าเช่นกัน
"เฮ้ย!มาลากฉันแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันลูกใคร แกก็เหมือนกัน! มัวยืนเฉยทำซากอะไรทำไมไม่ช่วยฉัน ถ้าแกช่วยฉันล่ะก็ ฉันจะช่วยให้แกไปเป็เทวดาบน์แกจะได้ไม่ต้องมาเป็ไอ้เด็กรับใช้ยมทูตแบบนี้"
คำพูดของคนคนนั้นทำเอาดาวเหนือยิ้มอ่อน หนุ่มน้อยหันไปถามรองหัวหน้ายมทูตอีกครั้งด้วยความไม่มั่นใจ
"คนแบบนี้มีเยอะจริงๆหรือครับ รุ่นพี่ถึงบอกว่าชินแล้ว?"
"อืม! ธรรมดาชาชิน เคสต่อไปนี่ก็ธรรมดาแบบเดียวกัน" ไมเคิลพยักหน้าบ่งบอกว่าหมายความตามที่พูดมิหนำซ้ำยังทิ้งท้ายไว้ให้ดาวเหนือกระตือรือร้นในการอยากรู้อยากเห็นด้วย
"ยังไงหรือครับ?"หนุ่มน้อยอดสวมบทเ้าหนูจำไมไม่ได้ ถ้านี่เป็กับดักของไมเคิลล่ะก็คงเรียกได้ว่าเขาติดกับเข้าเต็มเปา
"ก็เคส...ลูกฉันเป็คนดีไง"