เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 สุดท้ายก็ต้องถูกเอาคืน

                เวลานี้สายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นล้วนแต่มองมาที่เมิ่งฝานทั้งสิ้นนัยน์ตาของพวกเขาเหล่านั้นแฝงไปด้วยความตกตะลึง แปลกใจ ลังเล และอีกมากมาย พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าบุรุษผู้นี้จะสามารถต้านทานการโจมตีของหมิงเหลยได้

                “เป็นเจ้านี่เอง!”

                เสียงของไป๋สุ่ยเอ๋อร์ทำลายความเงียบงันลงในเวลาต่อมานางมองมายังเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาที่แปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าเขาผู้นี้จะมายังเมืองชิงเฉิงเช่นเดียวกัน

                เมิ่งฝานคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“ก็ใช่น่ะสิ!”

                แม้ว่าไม่อยากจะหาเรื่องให้ตนเองแต่เมิ่งฝานก็ไม่ได้อยากให้สตรีผู้หนึ่งต้องมาแบกรับผลที่ตนเองสร้างเอาไว้ฉะนั้นแล้วเขาจึงจำเป็นต้องลงมือ ไป๋สุ่ยเอ๋อร์กระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงใส “เจ้าหัวขโมยน้อย เรื่องของข้าเจ้าไม่ต้องยุ่ง!”

                เมิ่งฝานไหวไหล่พลางยิ้มขึ้น “ถ้าหากข้าไม่ลงมือ คนบางคนก็คงจะต้องเป็นว่าที่ภรรยาโจรไปแล้ว!”

                เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าของไป๋สุ่ยเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปทันทีนางถลึงตามองเมิ่งฝานแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา เมิ่งฝานหันกลับไปสนใจชายฉกรรจ์ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“สหาย ดูท่าวิธีการของเจ้าจะไม่ค่อยเหมือนชายชาตรีสักเท่าใดเลยนะ!”

                เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของหมิงเหลยก็เปลี่ยนไปเขาจ้องมองเมิ่งฝานก่อนจะตวาดอย่างดุดัน “เจ้าไม่ต้องมายุ่งเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? เรื่องขององครักษ์แพรโลหิตเป็นสิ่งที่เจ้าควรจะเข้ามายุ่งอย่างนั้นหรือ!”

                เขาตวาดออกไปก็หวังว่าเมิ่งฝานจะถอยไปด้วยความหวาดกลัวทว่ามันกลับเหนือความคาดหมายของเขานัก เพราะเมิ่งฝานเพียงกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไสหัวไป!”

                ทันใดนั้นสีหน้าของหมิงเหลยย่ำแย่อย่างที่สุดเมืองชิงเฉิงแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่ปกครองขององครักษ์แพรโลหิตเช่นกันแต่กลับมีคนกล้าลบหลู่เขาถึงเพียงนี้ หมิงเหลยจึงตวาดพร้อมกับออกหมัดไปด้วยท่อนแขนที่แข็งแกร่งดุจเหล็ก

                หมัดที่อยู่ในอากาศพุ่งทะยานไปดุจดั่งลูกระเบิดหมิงเหลยเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณระดับห้าจึงทำให้พลังปราณภายในร่างกายระเบิดออกมาได้อย่างไม่หยุดยั้งบนหมัดมีพลังปราณสีทองเปล่งประกายและน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง

                ทว่าในเวลาต่อมาเมิ่งฝานกลับผลักฝ่ามือออกไปเบื้องหน้าเพื่อป้องกันตนเองเอาไว้

                ปั่ก!

                เมื่อหมัดอันน่าสะพรึงนั้นพุ่งปะทะกับฝ่ามือพลังของอีกฝ่ายก็สลายไปคล้ายว่าเมิ่งฝานยังไม่ได้ทำอันใดเลยแม้แต่น้อย

                จากนั้นเมิ่งฝานจึงเอ่ยถามว่า “เจ้าไม่ได้กินข้าวหรือไร?”

                เมื่อสิ้นเสียงของเขาพลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้นรอบตัวสีหน้าของทุกคนบ่งบอกถึงความแปลกประหลาดที่ยิ่งกว่าแปลกประหลาดเสียอีก ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหมิงเหลยมีอำนาจเพราะพลังอันแข็งแกร่งแต่ยามนี้เด็กหนุ่มตรงหน้าหมิงเหลยกลับสามารถรับมือกับเขาได้อย่างง่ายดาย หมิงเหลยตวาดเสียงดังดุจดั่งสัตว์ร้ายหลังจากนั้นแขนทั้งสองข้างพลันมีกล้ามเนื้อปูดนูนจากการรวบรวมพลังปราณ ก่อนจะชกเข้าใส่เมิ่งฝานหลายต่อหลายครั้ง

                ปัง! ปัง!

                แต่ละหมัดรวดเร็วปานสายฟ้าหมิงเหลยเคลื่อนพลังปราณมหาศาลในร่างกายเหลือเพียงเงาที่เลือนรางในอากาศ นี่เป็นพลังที่สามารถทำลายก้อนหินขนาดใหญ่และทำลายทุกสรรพสิ่งการโจมตีอย่างบ้าคลั่งนี้บ่งบอกว่าหมิงเหลยเดือดดาลขึ้นมาแล้วจริงๆ และพร้อมที่จะสังหารให้ตาย ณ ที่แห่งนี้

                ทว่าเมิ่งฝานกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไหวติงดุจดั่งหินผาทั้งยังใช้แขนเพียงข้างเดียวต้านทานอีกฝ่าย

                นิ้วทั้งห้ากางออกฝ่ามือขาวมีแสงสว่างเปล่งประกายและสามารถยับยั้งพลังของอีกฝ่ายได้ทั้งหมดไม่ว่ามันจะชกเข้ามาด้วยความแรงมหาศาลเพียงใดก็ตาม

                เพียงชั่วพริบตาหมิงเหลยชกออกไปแล้วถึงสิบกว่าหมัดทว่าเมิ่งฝานกลับสามารถรับได้ทุกครั้งไปโดยไม่ได้ถอยหลังเลยแม้เพียงก้าวเดียว

                น่าสะพรึงถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

                ผู้คนในบริเวณรอบๆล้วนแต่มองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง เหตุใดเด็กหนุ่มร่างบางผู้นี้จึงมีพลังมากมายเช่นนี้ได้!ขณะนี้แม้แต่สีหน้าของไป๋สุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มก็ยังเปลี่ยนไปเล็กน้อยนางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พลังของเจ้าก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วหรือ?”

                ไม่ผิดแน่ ตอนที่อยู่ในถ้ำพลังของเมิ่งฝานยังไม่ได้น่าตระหนกเพียงนี้ทว่ายามนี้เมิ่งฝานกลับสามารถเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ในขั้นหลอมปราณระดับห้าได้อย่างง่ายดายเมื่อได้เห็นเช่นนั้นไป๋สุ่ยเอ๋อร์ก็ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “เจ้ามันคนบ้า!”

                หลายอึดใจต่อมานั้น ต่อให้หมิงเหลยพยายามจู่โจมเพียงใดเมิ่งฝานก็ยังไม่ได้ขยับไปไหนซ้ำยังมองหมิงเหลยด้วยนัยน์ตาที่เย็นชาแต่ก็ฉายแววของจิตสังหารที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

                หมิงเหลยตวาดเสียงต่ำในเวลาต่อมาเขาจู่โจมหลายต่อหลายครั้งจนยามนี้พลังปราณภายในร่างกายเริ่มจะหมดไปทว่ากลับยังไม่อาจทำให้เมิ่งฝานขยับไปที่ใดได้เลยแม้แต่น้อย

                แท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่!

                หมิงเหลยตกตะลึงยังไม่ทันเสร็จก็พบว่าตนเองไม่อาจขยับมือได้อีกต่อไปเพราะเวลานี้...เมิ่งฝานกำลังจับมือเขาเอาไว้!

                เมิ่งฝานออกแรงจับมือของหมิงเหลยเอาไว้หนึ่งข้างเขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาที่ราบเรียบก่อนจะเอ่ยว่า “พลังของเจ้าแข็งแกร่งอย่างมากแต่ว่า...มันยังไม่พอ!”

                ถูกต้องแล้ว มันยังไม่พอ!

                ภายในเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมาเมิ่งฝานต้องทนรับพลังการจู่โจมที่คล้ายดั่งสายฟ้าฟาดมานับพันครั้งซึ่งทุกครั้งก็ราวกับว่าจะเอาชีวิตเขาก็ไม่ปาน

                ฝึกฝนอย่างหนักหนานับร้อยนับพันครั้งสุดท้ายย่อมแข็งแกร่งได้ดั่งเหล็กกล้า!

                เมื่ออยู่ภายใต้การจู่โจมของรั่วสุ่ยอีทำให้เมิ่งฝานมีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากินโอสถพลังเทพเข้าไปสิบเม็ดและน่าสะพรึงยิ่ง

                เมื่อหมิงเหลยมองมือของตนเองที่ถูกเมิ่งฝานจับเอาไว้พลังมหาศาลที่แล่นผ่านมือเข้ามายังร่างกายก็ทำให้หมิงเหลยแสดงความหวาดกลัวออกมาทางสายตาเวลานี้เขารู้ถึงความแตกต่างของตนเองกับเมิ่งฝานแล้วจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอแล้วตวาดเสียงต่ำ“เจ้าคิดว่าทำสิ่งใด?”

                เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยองศาที่น่าสะพรึงก่อนจะเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “รังแกผู้อื่นก่อน...จะอย่างไรก็ต้องถูกเอาคืน!”

                เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานพลันขยับเขาเดินขึ้นไปข้างหน้าพลางปล่อยพลังอันน่าสะพรึงออกมาทั่วร่าง พื้นพลันสั่นสะเทือนขึ้นมาในทันใด

                จากนั้นเมิ่งฝานก็ชกออกไปทำให้เกิดเงาร่างที่เลือนรางขึ้นในอากาศ

                เพียงชั่วพริบตาพลังปราณในร่างกายก็ถาโถมออกไปประหนึ่งสายน้ำเชี่ยวระเบิดออกมาแล้วพุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศอย่างดุดัน!

                สายธารหลั่งสมุทร!

                หมัดที่อยู่ในอากาศคล้ายดั่งดาวตกเพียงชั่วพริบตาก็พุ่งเข้าไปยังหน้าอกของหมิงเหลย พลังอันน่าสะพรึงแผ่ซ่านพร้อมกับเสียงร้องอย่างน่าเวทนาของหมิงเหลยที่ดังขึ้นก่อนเขาจะกระอักเลือดแล้วกระเด็นออกไปไกลประหนึ่งว่าวสายป่านขาด

                หมิงเหลยกระเด็นออกไปหลายก้าวก่อนสุดท้ายจะล้มลงไปบนพื้นใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด กระดูกบนร่างถูกเมิ่งฝานทำลายไปกว่าครึ่ง

                แข็งแกร่งยิ่งนักเหี้ยมโหดอย่างยิ่ง!

                เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็เปลี่ยนไปพวกเขามองไปยังเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาแห่งความตกตะลึงเพราะนึกไม่ถึงว่าแม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นหมิงเหลยก็ยังไม่อาจรับมือเขาได้แม้แต่หมัดเดียวเขาผู้นี้เป็นผู้ใดมาจากที่ใดกัน อายุยังน้อยแต่กลับแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

                แล้วในเวลาต่อมาพลันมีคนผู้หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึง“เขาผู้นี้...คือเมิ่งฝานที่สังหารสวีซิว!”

                การตายของสวีซิวทำให้ชื่อของเมิ่งฝานและไป๋สุ่ยเอ๋อร์เลื่องลือไปทั่วทุกที่แล้วในยามนี้ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุหรือพลังก็ล้วนแต่เข้ากันได้ทั้งสิ้น ซ้ำยังอยู่กับไป๋สุ่ยเอ๋อร์อีกต่างหากจึงทำให้ผู้คนทั้งหลายสามารถคาดเดาได้ไม่ยาก

                ทางฝั่งของหมิงเหลยที่ล้มอยู่บนพื้นพลันมีความหวาดกลัวปรากฏขึ้นที่นัยน์ตาหลังจากนั้นจึงตะโกนเสียงดัง “ทุกคนลุยเข้าไปพร้อมกันเป่านกหวีดบอกท่านนายกองที่อยู่ในเมืองนี้ด้วย!”

                เมื่อสิ้นเสียงนั้นทุกคนโดยรอบคล้ายดั่งตื่นจากความฝันแล้วมองไปยังเมิ่งฝานถึงแม้นัยน์ตาจะอัดแน่นไปด้วยความกลัวแต่เมื่อนึกถึงเงินรางวัลขององครักษ์แพรโลหิตจึงทำให้ทหารรับจ้างทุกคนล้วนแต่ตวาดออกมาเสียงดังแล้วกรูกันเข้าไปหาเขาทันใดนั้นรอบกายจึงมีจิตสังหารแผ่ซ่านออกมามากมาย

                ไป๋สุ่ยเอ๋อร์มองไปยังทหารรับจ้างจำนวนมากที่กรูเข้ามาด้วยใบหน้าถอดสีก่อนจะถามเสียงเบา “จะทำเช่นไรดี?”

                “ก็ต้อง...วิ่ง!”

                เมิ่งฝานไหวไหล่ก่อนจะคว้ามือของไป๋สุ่ยเอ๋อร์เอาไว้ซึ่งเขายอมรับเลยว่ามือของไป๋สุ่ยเอ๋อร์นั้นนุ่มนวลทั้งยังอุ่นราวกับหยกก็ไม่ปานแต่เวลานี้เมิ่งฝานยังไม่มีเวลาไปเชยชมจำต้องก้าวเท้าเพื่อหนี

                เมื่อถูกจับมือไว้ไป๋สุ่ยเอ๋อร์ก็ย่นคิ้วแต่เมื่อเห็นทหารรับจ้างจำนวนมากถาโถมเข้ามาจึงปล่อยให้เมิ่งฝานทำตามใจ เมิ่งฝานวิ่งหนีไปโดยไม่สนใจความสง่าของตนเองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อคนขององครักษ์แพรโลหิตอยู่ที่นี่ก็แสดงว่าคนอื่นคงจะไม่ต่างกัน

                เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าหมิงเหลยผู้นี้จะเป็นจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดขององครักษ์แพรโลหิตไม่อย่างนั้นคงไม่ได้มาอยู่กับหน่วยองครักษ์แพรโลหิตพวกนี้

                เมิ่งฝานก้าวออกไปเบื้องหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับทหารรับจ้างที่กรูกันเข้ามาขณะเดียวกันก็ชกออกไป

                ปัง! ปัง!

                หนึ่งหมัดกับอีกหนึ่งเท้า ทหารรับจ้างสองคนลอยปลิวออกไปในทันใดเลือดสีแดงสดไหลทะลัก ล้มลงไปกับพื้นไม่ฟื้นคืน

                เมิ่งฝานที่อยู่ในขั้นหลอมปราณและมีพลังอันน่าสะพรึงหาใช่ผู้ที่คนธรรมดาจะสามารถขัดขวางได้ไม่เวลานี้เมิ่งฝานจูงมือไป๋สุ่ยเอ๋อร์หนีหายเข้าไปในกลุ่มคนอย่างรวดเร็วแล้ว

                ขณะที่ถูกเมิ่งฝานลากไปตามแรงไป๋สุ่ยเอ๋อร์ก็มิได้มีความเร็วที่ธรรมดานางมองไปยังกลุ่มทหารรับจ้างที่ถาโถมกันเข้ามาแล้วเอ่ยเสียงต่ำ “ออกจากเมือง ตรงนั้นมีสัตว์อสูรของข้าอยู่ตัวหนึ่ง มันบินได้!”

                เมื่อได้ยินเช่นนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานมีความประหลาดใจปรากฏแต่ก็พยักหน้ารับ

                ทั้งสองมีความเร็วสูงแต่ทางฝั่งขององครักษ์แพรโลหิตก็มีความเร็วที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพียงชั่วครู่ก็มีทหารรับจ้างจำนวนมากมายปรากฏตัวขึ้นบนถนนซึ่งแม้ว่าพวกนี้จะมีพลังไม่มากพอแต่ก็มีจำนวนมากมาย

                อีกอย่างคือพวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้ที่เหี้ยมโหดและกำลังไล่ล่าเมิ่งฝานกับไป๋สุ่ยเอ๋อร์อย่างไม่ลดราวาศอกหลังจากนั้นหลายอึดใจด้านหลังของคนทั้งสองก็มีทหารรับจ้างอยู่มากมายหลายร้อยคน พวกเขาถือกระบี่และดาบเอาไว้ในมือและหนึ่งในนั้นมีผู้ที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงดุจดั่งสายฟ้า นั่นคือหัวหน้ากองขององครักษ์แพรโลหิตสวีจ้าน!

                นัยน์ตาของเขาเยือกเย็น ขณะเดียวกันสวีจ้านก็ตวาดเสียงดังกังวานไปทั่วทั้งถนนจนแสบแก้วหู“หยุดอยู่ตรงนั้น หากพวกเจ้าไม่หยุดข้าจะฆ่าพวกเจ้าเสีย!”

                “หยุดกับผีน่ะสิ!”

                เมิ่งฝานเอ่ยด้วยเสียงอันเยือกเย็นแต่หาได้หันกลับไปไม่หากเขาหยุดก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว วิ่งเท่านั้นถึงจะมีทางรอด

                เพียงชั่วพริบตาทั้งสามก็วิ่งไล่ตามกันไปทางทิศที่ออกจากเมืองเมิ่งฝานนึกไม่ถึงเลยว่าเพิ่งจะซื้อของเสร็จก็ต้องเจอกับเรื่องเช่นนี้จึงทำได้เพียงยิ้มเจื่อนเท่านั้น

                เพียงไม่กี่อึดใจเมิ่งฝานก็มาถึงเขตชายแดนของเมืองไป๋สุ่ยเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายยกนิ้วขึ้นมาใส่ปากแล้วเป่าลมออกไปไม่นานก็มีเงาร่างของบางสิ่งบินใกล้เข้ามาด้วยความเร็วเมื่อมันดิ่งลงมาจากฟากฟ้าก็เห็นว่าเป็นเหยี่ยวตัวยักษ์

                โดยมันเป็นเหยี่ยวที่เป็นสัตว์อสูรระดับสามมีความใหญ่ราวสามเมตร บินโฉบลงมาจากฟากฟ้าด้วยมุมองศาที่สวยสมบูรณ์เมื่อเห็นเหยี่ยวตัวนั้นบินโฉบเข้ามาเมิ่งฝานจึงยกร่างของไป๋สุ่ยเอ๋อร์ขึ้นแล้วโยนไปบนตัวเหยี่ยว

                เมื่อเห็นการกระทำของเมิ่งฝาน ผู้ที่อยู่ด้านหลังของสวีจ้านก็ตวาดออกมาเสียงดังกว่าจะได้เจอเมิ่งฝานกับไป๋สุ่ยเอ๋อร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าในเวลานี้คนทั้งสองกลับกำลังจะหายเข้าไปในกลีบเมฆต่อหน้าต่อตา

                หลังจากที่ตวาดออกไปสวีจ้านก็ปลดปล่อยพลังปราณออกมาจากร่างกายอากาศรอบตัวเขาคล้ายดั่งถูกแช่แข็ง กลิ่นอายแห่งพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาน่าสะพรึงจนทำให้ร่างกายของผู้ที่ได้สัมผัสสั่นเทา!จอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณคือผู้ที่ผสานพลังปราณเข้าไปในพลังจิตวิญญาณทำให้ความน่าสะพรึงเป็นสิ่งที่จอมยุทธ์ขั้นหลอมปราณไม่อาจทัดเทียมได้

                “หึเหล่าจื่อเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณ หากปล่อยให้พวกเจ้าหนีไปได้อย่างง่ายดายเพียงนี้ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด? จงลงมาเสีย!”

                เมื่อสิ้นเสียงนั้นสวีจ้านจึงตวาดออกมาเสียงต่ำขณะเดียวกันก็ลอยตัวขึ้นไปในอากาศดุจดั่งเทพในสรวงสวรรค์ก็ไม่ปานกลิ่นอายแห่งพลังที่ปลดปล่อยออกมาทำให้สีหน้าของผู้คนที่อยู่โดยรอบเปลี่ยนไป เมื่อจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณขยับระลอกคลื่นแห่งพลังพลันถาโถมก่อนที่สวีจ้านจะปล่อยพลังฝ่ามือลงมาจากฟากฟ้า!

                เพียงชั่วพริบตาพลังปราณภายในร่างกายของเขาก็ระเบิดถาโถมออกมาดุจดั่งสายน้ำที่ไหลเชี่ยว

                “หัตถ์นพอัสนีทมิฬ”

                ทุกคำรุนแรงดั่งอัสนี ขณะเดียวกันก็มีฝ่ามือที่เกิดจากการผสานตัวของพลังปราณพุ่งเข้าไปยังจุดที่เมิ่งฝานอยู่นี่เป็นวิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับสูงที่สวีจ้านฝึกฝนและสามารถปล่อยมันออกมาได้ในระดับที่สมบูรณ์

                ฝ่ามือนั้นปกคลุมอาณาบริเวณหลายร้อยเมตรภายในแฝงไปด้วยอานุภาพแห่งอัสนีที่แข็งแกร่ง ประหนึ่งอัสนีพิโรธที่สามารถทำลายห้วงอวกาศจนแหลกสลายได้ก็ไม่ปาน

                หากมันดิ่งลงไปเบื้องล่างต่อให้เป็นเหยี่ยวตัวยักษ์ก็ยังต้องแหลกสายกลายเป็นผุยผง

                สีหน้าของไป๋สุ่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่บนหลังของเหยี่ยวเปลี่ยนไปพร้อมกับหลับตาลงคล้ายยอมรับในชะตากรรมของตนเองทว่าในชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานพลันหันหลังกลับไปอย่างฉับพลัน

                เขาก้าวไปด้านหน้าแล้วชกออกไปด้วยแขนทั้งสองข้างอย่างพร้อมเพรียงพลังระเบิดออกมาพร้อมกับพลังปราณที่แผ่ซ่าน จากนั้นแขนทั้งสองข้างของเมิ่งฝานก็ประสานกันเป็นรูปกากบาท

                สองหมัดสะท้านสิงขร!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984