บทที่ 209
“ตู้ม!!!” เสียงระเบิดระอองน้ำแข็งดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นที่ใต้ระเบียง ซึ่งมันก็รุนแรงมากจนทำให้ระเบียงปูนอันแข็งแรงนี้ต้องพังถล่มลงมาทันที หญิงสาวทั้งสองคนที่เพิ่งลงมาเหยียบบนหลังคาบ้านอีกฝั่งต้องหันไปมองด้วยความตกใจทันที เพราะตรงจุดนั้นเป็นทางที่ชายหนุ่มจากฟลอริสตี้โดดลงไป“ทีโอเรีย! ตอบด้วย” วานีลที่เพิ่งได้ยินชื่อชายหนุ่มเมื่อไม่นานมานี้ก็ร้องเรียกเขาผ่านระบบสื่อสารอย่างเร่งรีบ“ข้าสบายดีขอรับ” เสียงชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยความสดใส บ่งบอกว่าเขาปลอดภัยจากพลังโจมตีที่มหาศาลนั้นแต่ยังไม่ทันที่วานีลจะถามไถ่ต่อไป เส้นสายฟ้าจำนวนมากจู่ๆก็พุ่งเข้ามาจากความว่างเปล่าจู่โจมเข้าใส่หญิงสาวทั้งสอง มันมาจากหลายทิศทางรวมทั้งมุมอับสายตาด้วย ไม่มีทางเลยที่พวกเธอจะตั้งรับพวกมันได้ทัน อย่างไรก็ตามแบทเทิลสูทที่สวมใส่อยู่นี้ก็ไม่ใช่แค่ชุดรัดรูปอวดหุ่นสวยเท่านั้น “เปรี้ยง!!!” ประกายสายฟ้าระเบิดออก เมื่อพวกมันปะทะเข้ากับม่านพลังงานเวทย์ทรงกลมสีฟ้า ที่ล้อมรอบตัววานีล และมีอาอยู่ พลังทำลายล้างอันมหาศาลของมันนอกจากไม่สามารถเจาะทะลุม่านพลังเข้าไปได้แล้ว พลังของมันยังลดลงเรื่อยๆอย่างกับว่าถูกดูดซับเข้าไปในม่านพลังอย่างไรอย่างนั้นไม่รอช้าหญิงสาวทั้งสองคนย้ายจุดพักเท้าทันที แม้ว่าม่านพลังจากชุดแบทเทิลสูทจะทำงานได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน แต่พวกเธอก็อาจจะถูกโจมตีซ้ำเมื่อไรก็ได้ จึงกระโดดข้ามไปที่หลังคาบ้านหลังถัดไป และถัดไปเรื่อยๆไม่หยุด แน่นอนว่าเรื่องราวเป็นไปอย่างที่ทั้งสองคนคิด พลังสายฟ้าระเบิดขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา แต่กลับอยู่ในตำแหน่งรอบตัวพวกเธอเสมอ พลังทำลายมหาศาลที่โจมตีอย่างต่อเนื่องได้ขนาดนี้ ต้องมาจากจอมเวทย์ขั้นสูงอย่างไม่ต้องสงสัย“โชคดีจริงๆที่ข้ายอมใส่ชุดนี้ ไม่อย่างนั้นคงตายไปแล้ว” มีอาบอกกลับเพื่อนสาวด้วยความระทึก“ตอนแรกข้าก็นึกว่าท่านภามอยากให้ข้าใส่เพื่ออวดหุ่นให้ดูเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วเขากลับเป็นห่วงข้าจริงๆเหรอเนี่ย” วานีลก็บอกความในใจกลับไปด้วยความตื่นเต้น เหมือนว่าสายฟ้าอันบ้าคลั่งยังไม่หยุดง่ายๆ มันยังคงตามล่าสองสาวไปเรื่อยๆอย่างกับว่าถ้าเป้าหมายไม่ตายมันก็จะไม่ยอมหยุด แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของผู้ใช้คาถาบทนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ว่าความอำมหิตหมายสังหารเหยื่อในตอนนี้ กลับกลายเป็นทำให้จอมเวทย์ผู้นั้นต้องรู้สึกหวาดหวั่น บนหลังคาโบสถ์อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล และเป็นศูนย์กลางของย่านสลัมนี้ จอมเวทย์หญิงชราผมหงอกในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มมองไปยังหญิงสาวในบาเรีย ที่กำลังกระโดดข้ามหลังคาไปมาไม่หยุดด้วยใบหน้าซีดเผือดเหมือนกับว่าเธอกำลังกลัวอะไรบางอย่าง‘ไม่นะ! เวทย์อัสนีปีศาจล่าล้างนรก มันจะตามติดเป้าหมายไปจนกว่าเป้าหมายจะตาย หากยังอยู่ในอาณาเขตห่างจากผู้ใช้ไม่เกิน 1 กิโลเมตร แต่ทุกครั้งที่มันโจมตีจะสูบมานาจากข้าไปเรื่อยๆ ไม่ได้การแล้ว สงสัยข้าต้องหนีก่อนไม่งั้นได้ตายทั้งแบบนี้แน่’ จอมเวทย์หญิงปริศนาคิดวิเคราะห์ถึงผลได้ผลเสียในใจของตน ก็ตัดสินใจจะจากไปเพื่อหยุดการสูญเสียมานาจากร่างตัวเองจนตาย แต่เพียงแค่เธอหันหลังกลับเท่านั้น ก็พบกับชายหนุ่มสองคนภายใต้หน้ากากสีดำลึกลับ ที่ยืนคอยอยู่สักพักแล้วโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้หญิงชราตกใจเป็นอย่างมาก เพียงเพราะว่าเธอเสียสมาธิไปเพียงชั่วครู่เท่านั้นศัตรูก็เข้ามาประชิดตัวได้แล้ว เหงื่อเย็นไหลอาบเต็มหน้าจอมเวทย์ชราด้วยจิตใจอันหนักอึ้ง แต่ชายหนุ่มทั้งสองนั้นไม่ปรานีศัตรูแม้แต่น้อย ไซเลอร์เปิดการจู่โจมก่อนด้วยลูกศรสังหารอันรวดเร็วรุนแรง ที่พุ่งเข้ากลางหน้าอกฝ่ายตรงข้ามพอดี แม้ว่าเธอจะไม่อาจหลบพ้นการจู่โจมกะทันหันนี้ แต่มันก็ไม่อาจสังการจอมเวทย์ผู้มากประสบการณ์ได้เช่นกัน เมื่อม่านพลังอัสนีระเบิดออกอย่างกะทันหัน สามารถป้องกันการโจมตีของลูกศรสังหารไว้ได้ หรือเรียกอีกอย่างว่าแผดเผาศรโลหะนั้นจนไหม้เกรียมแล้วสลายกลายเป็นฝุ่น ซึ่งพลังนี้มันออกมาจากจี้ห้อยคอโลหะที่จอมเวทย์หญิงชราสวมใส่เอาไว้ที่คอนั่นเอง‘เกือบไปแล้ว โชคดีนะที่ข้ามี...’ จอมเวทย์สายฟ้ากำลังนึกโล่งอกอยู่ในใจแต่ เพียงเสี้ยววินาทีเหตุการณ์ตรงหน้าเธอก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง เดนิสพุ่งเข้าหาศัตรูด้วยความเร็วสูง ปลายดาบที่แหลมคมของเขาพุ่งเข้าสู่กลางลำคอของหญิงชรา ที่ชะงักนิ่งไปด้วยความตกตะลึง ความมั่นใจของเขาแสดงออกผ่านสีหน้าอย่างชัดเจนด้วยรอยยิ้มยินดี‘ยัยป้าข้าก็เป็นผู้ใช้สายฟ้าเช่นกัน เหตุใดข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ามีความลับอะไรซ่อนอยู่’ ชายหนุ่มรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถโค่นศัตรูที่ร้ายกาจตรงหน้าได้ด้วยตัวเอง แต่เรื่องราวมันก็ไม่ได้เป็นไปดั่งที่เขาหวัง เมื่อคลื่นละอองน้ำแข็งลูกใหญ่พุ่งเข้าโจมตีเข้ามาอย่างไร้ร่องรอย สีข้างของเดนิสถูกซัดกระแทกอย่างแรงจนร่างนั้นเสียหลักตกลงไปจากหลังคาสูงโดยไม่ได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นไซเลอร์กลับเห็นชัดเจนทุกอย่าง นักธนูหนุ่มกระโดดลอยตัวขึ้นสูงพร้อมกับปล่อยสายธนูที่ง้างไว้ออก สายที่รั้งไว้รอตั้งแต่แรกดีดลูกศรสังหารให้พุ่งตัวเข้าสู่หน้าอกจอมเวทย์ชราอีกครั้ง ส่วนตัวของเขาเองก็ไม่ได้อยู่ชื่นชมผลงานแต่อย่างใด เพราะเขากำลังร่วงหล่นตามเพื่อนลงไปด้านล่าง ส่วนลูกศรโลหะอันแข็งแกร่งเมื่อครู่นั้นแน่นอนว่ามันไม่ได้พุ่งเข้าเป้าแต่อย่างใด เพราะสายลมหนาวเหน็บที่พัดพาละอองน้ำแข็งนั้น สามารถปัดเป่าอันตรายให้ปลิวกระเด็นออกไปได้ในทันที ส่วนจอมเวทย์ชราถึงกับเข่าทรุดลงไปกับหลังคาโบสถ์ด้วยความอ่อนแรงอย่างช่วยไม่ได้“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” จอมเวทย์หนุ่มชุดขาวปรากฏตัวออกมาจากละอองน้ำแข็ง แล้วเข้ามาประคองหญิงชรา“ข้าไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้เรารีบไปจากที่นี่เถอะ ก่อนมานาของข้าจะถูกสูบออกไปจนหมดจากเวทย์อัสนีปีศาจล่าล้างนรก” จอมเวทย์ชราสีหน้ายังคงไม่สู้ดีนัก แม้ว่าจะรอดตายจากการโจมตีของสองชายหนุ่มแต่มานาในร่างยังคงลดลงไม่หยุด“เอ๋? ท่านฆ่าพวกมันไม่ได้รึ?” จอมเวทย์ผมขาวประหลาดใจมากที่เวทมนตร์สุดอันตรายนั้นไม่อาจทำอันตรายศัตรูได้เลย“เจ้าก็ดูนั่นเถอะ แม้ว่าพวกนางจะไม่ได้มีฝีมือ และประสบการณ์ต่อสู้เท่าไร แต่ด้วยม่านพลังคุ้มกันที่แข็งแกร่งเช่นนั้นพลังของข้าก็ไม่อาจทำลายมันได้ เอาล่ะไปกันเร็วเข้า” จอมเวทย์สายฟ้าตัดพ้ออย่างจนปัญญากับการต่อสู้ในครั้งนี้“ขอรับ ข้าจะรีบพาท่านไปเดี๋ยวนี้ เฮ้อ! แม้แต่ข้าก็จัดการพวกมันไม่ได้สักคน เจ้าหนุ่มนั่นเข้ามาลอบจู่โจมข้าได้โดยที่ไม่ได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ แต่ก็เพราะรีบมาช่วยท่านจึงไม่ได้สู้กับมันต่อเลยไม่รู้ว่าสุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะ หวังว่าจันทราพิฆาตจะรับมือกับพวกมันได้นะ” จอมเวทย์ชุดขาวก็อดบ่นกับความผิดพลาดของตัวเองไม่ได้เช่นกัน แต่ก็ไม่รอช้ากลายร่างเป็นละอองน้ำแข็งแล้วหอบเอาร่างหญิงชราหายไปด้วยอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ของหน่วยเรียกร้องความสนใจของซีเคร็ทการ์เด้นจบลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของภามที่ยืนมองหน้าจอยักษ์อย่างตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบ และมันก็เป็นไปตามที่เขาคิด ฝ่ายของเดเมียน กลาเซียส่งยอดฝีมือระดับสูงมาแค่สองคนเพื่อลองเชิงพวกตนเท่านั้น“สั่งการลงไปให้หน่วยล่อเป้าทั้งหมดทุกคนกลับมาทันที เราจะวางแผนสำหรับดำเนินการขั้นถัดไปก่อน จากนั้นจึงเข้าไปสนับสนุนหน่วยอินทรีย์ และหน่วยหมาป่า” ภามกล่าวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารที่นั่งกดปุ่มคอมพิวเตอร์อยู่ข้างๆ จากนั้นเขาก็เดินต่อไปอีกหน่อย เพื่อดูหน้าจอข้อมูลตรงหน้าเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง ซึ่งภาพที่แสดงบนหน้าจอนั้นเป็นไฟล์เสียงจำนวนมาก ทั้งหมดมาจากอุปกรณ์ดักฟังที่ภามให้หน่วยลับล่วงหน้ามาติดตั้งพวกมันไว้ทั่วเมืองฮาเวสตี้ตั้งแต่ตอนเช้า“เปิดคลิปเสียงที่จอมเวทย์สองคนนั้นคุยกันให้ฟังหน่อยสิ อ้อ! แล้วก็ขอคลิปเสียงของเดเมียนด้วย” ผู้บัญชาการแห่งซีเคร็ทการ์เด้นพยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดก่อนการต่อสู้ครั้งต่อไป