"วางมีดลงก่อน มึงกับกู เราคุยกันได้นะเว้ย"
"เหอะ! กูไม่สนทนากับพวกโรคจิต ถ้ากูวางมีดลง มึงกับผัวของมึงก็จะเข้ามารุมฆ่ากู กูไม่ได้โง่นะเว้ยไอ้ทาย"
ไอ้มอสพูดจาเหมือนคนสติแตก ไร้ความเชื่อใจ จนไม่ฟังเหตุผลที่ผมอยากจะอธิบาย ไม่ถึงเสี้ยววินาทีมันก็พุ่งตัวเข้ามา หวังจะใช้มีดเล่มนั้นทำร้ายผม แต่ยังดีที่ผมจับข้อมือมันเอาไว้ได้ทันปลายมีดจึงยังไม่เสียบเข้าิั
"ไอ้มอส!"
"ไอ้ทาย! กูจะฆ่ามึง"
"มึงสติหน่อยดิวะเพื่อน!"
"ใครเพื่อนมึง กูไม่ใช่เพื่อนมึง!"
ไอ้มอสดันมีดสุดแรงเกิด ทำให้ผมต้านทานแรงนั้นไม่ไหว จนต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากคนที่ยืนกอดอก มองผมที่กำลังจะถูกมีดเสียบ ด้วยสายตาเรียบนิ่ง
"อะ ไอ้มอส กูจะต้านไม่ไหวแล้วนะเว้ย!"
"ไม่ไหวมึงก็ปล่อยดิวะ เื่จะได้จบเสียที!"
"จบยังไง ถ้ากูตายไป แล้วมึงจะพอใจงั้นอ้อ!?"
"เออ กูจะพอใจ แล้วกูก็จะดีใจมากด้วย มึงมันเป็พวกเศษสวะคนรวยที่คอยแต่จะเหยียบคนอย่างกูให้ต่ำลง ใครๆ เขาก็บอกว่ามึงดีอย่างงั้น ดีอย่างงี้ ขนาดพ่อแม่กูยังเอาแต่ชื่นชมมึง แล้วด่ากูว่ากูเป็ลูกที่โง่เง่า ไม่เหมือนมึงที่เพอร์เฟ็กต์ไปเสียทุกอย่าง" มันพูดระบายความรู้สึกเคียดแค้นพร้อมกับกดปลายแหลมลงบนเนื้อของผมจนเืซึม
"หึ! กูจะบอกอะไรให้นะ ไอ้ทาย กูไม่เคยคิดว่ามึงเป็เพื่อนสนิท แต่กูคิดว่ามึงเป็ศัตรู และเข้าหามึงเพื่อที่กูจะได้ดักแทงข้างหลังมึง แล้วทำให้ชีวิตมึงมีแต่ความฉิบหาย มึงจำได้ใช่ไหมที่มีการขโมยข้อสอบ แล้วหลักฐานก็โยงมาที่ตัวมึงจนทำให้มึงถูกลงโทษ จนพ่อแม่มึงต้องเอาเศษเงินมาอุดปากผอ. ใช่! กูเป็คนทำเอง ไหนจะสร้างเื่ที่มึงไปลวนลามน้องมอต้นในห้องน้ำหญิง กูก็เป็คนทำ กูทำทุกเื่ ที่สามารถทำให้คนอย่างมึง พังพินาศได้!"
"พะ เพื่ออะไรวะ!?"
ผมถามกลับทั้งที่ยังสับสนในสิ่งที่ได้ยินทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาผมไว้ใจมัน แล้วคิดว่ามันเป็เพื่อนสนิท เพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างผมมาโดยตลอด ใครจะคิดว่าลึกๆ แล้ว เพื่อนคนนั้นจ้องจะทำลายชีวิตของผมอยู่แบบนี้
"กูพูดมาขนาดนี้ มึงยังจะถามอีกเหรอวะว่าเพื่ออะไร ไอ้ทาย ไอ้โง่ ไอ้ควาย!" ประโยคสุดท้ายมันด่าทอ พร้อมกับกดแรงมหาศาลเข้าหาตัวผม ปลายมีดคมกริบที่ทิ่มอยู่บนเนื้อผ้าชุ่มเื เสียบลงบนิัลึกขึ้น เมื่อผมเริ่มรู้สึกเจ็บเกินกว่าจะตั้งรับฝ่ายเดียว ผมก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ยันเท้าถีบหัวเข่ามันให้เสียหลักทรุดตัวลงนั่ง จากนั้นก็แย่งมีดแล้วโยนอาวุธเพียงชิ้นเดียวไปให้ไกลที่สุด
เคร้ง!
"ไอ้ทาย!"
ร่ายกายที่แข็งแรงกว่าเท่าตัว เอื้อมมือขึ้นมาคว้าคออีกฝ่ายให้ลงไปนอนแทนที่ แล้วบีบรัดลำคอหวังเอาชีวิตพลางเหลือบตามองคนมุมห้องด้วยความหวาดระแวง
"อะ อึก อัก!"
ฝ่ามือบอบช้ำพยายามแกะสองมือที่กำลังบีบรัดต้นคอแน่นขนัด จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย ผมรู้สึกถึงมันอีกแล้ว หากไร้การช่วยเหลือครั้งนี้ผมคงได้ตายจริงๆ
ฉึบ!
เสียงความคมกริบ เสียบแทงลงบนิั
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ไอ้มอสเบิกตาขาวโพลง แรงบีบเริ่มคลายตัวก่อนที่ร่ายกายของมันจะทิ้งดิ่งลงไปนอนราบข้างกาย ผมที่เพิ่งได้รับอากาศหายใจอีกครั้ง ก็นอนไอจนตัวโก่ง แล้วหันไปมองคนที่ทำให้ไอ้มอสหยุดได้ เขาถือมีดชุ่มเืสีสด แล้วเดินเข้าไปนั่งคร่อมบนร่างไอ้มอส ก่อนจะเสียบไปที่เบ้าตา
ฉึบ!
เพทายถึงกับอ้าปากค้าง ให้กับความโรคจิตของชายฆาตกร เขาเสียบงัดลูกกะตาออกมาจากเบ้าอย่างน่าสยดสยอง แล้วหันมามองผม ที่ยังคงนอนตื่นกลัวอยู่ข้างๆ
"คราวหลัง ฉันจะไม่ช่วยนายอีกแล้ว"
ชะ ช่วยงั้นเหรอ ช่วยฆ่าคนอื่นเนี่ยนะ!?
ระหว่างที่ผมกำลังใ กับความคิดวิกลจริตของเขา มือเปื้อนเืก็ทำการรูดลูกกะตาออกจากปลายแหลม แล้วเสียบลงไปที่หัวของไอ้มอสไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ให้มั่นใจว่าเหยื่อจะไม่มีวัน กลับมามีลมหายใจได้อีกเป็ครั้งที่สอง
หลังจากเสียบแทงศีรษะจนเืไหลนองพื้น ชายฆาตกรก็จัดการหั่นร่างไอ้มอสออกเป็ชิ้นๆ ภาพนั้นทำให้ผมรีบย้ายร่างสั่นเทิ้ม คลานหนีไปนั่งอยู่ตรงมุมห้องด้วยความหวาดผวา ปนความพะอืดพะอมกับสิ่งที่เขาทำลงไป
มันบ้ามาก ที่ผมต้องมานั่งมองการกระทำพวกนี้
แล้วยิ่งบ้า ตรงที่ผมมารู้ว่าไอ้มอสมันไม่ใช่เพื่อนแท้
ผมเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะผมให้ใจมันไปร้อยเปอร์เซ็นต์ เลยไม่คิดว่าที่ผ่านมามันจะเป็คนที่ทำร้ายผม
“ลุก”
เ้าของมือเปื้อนเื ที่เพิ่งจัดการกับชิ้นส่วนของไอ้มอสเสร็จสรรพ มายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าพร้อมกับออกคำสั่ง แต่เมื่อเห็นว่าผมนิ่ง เขาจึงโน้มลงมาจับแขนบังคับให้ผมลุกขึ้น แล้วพาเข้าไปชำระล้างคราบเืในห้องน้ำ
ชายฆาตกรเปลื้องเนื้อผ้าบนร่างกายกำยำ เหลือเพียงผ้าปิดปากสีดำทมิฬ ที่ยังคงปกปิดใบหน้า ก่อนที่เขาจะจ้องมองมาที่ผม แล้วเอื้อมมือมา หวังจะปลดกระดุมให้
"ดะ เดี๋ยว"
มือสั่นเทิ้มรีบจับมือเปื้อนเืเอาไว้
"เดี๋ยวผมถอดเอง"
ผมรู้ว่าผมสู้เขาไม่ได้ จึงเลือกที่จะทำเอง
ความคิดที่จะขัดขืน ไม่หลงเหลืออยู่ในหัวสมอง
ภาพการหั่นศพเป็ชิ้นๆ ทำให้ผมกลัวว่าตัวเองจะมีสภาพแบบนั้น หากไปทำให้เขาโกรธ หรือทำให้เขาไม่พอใจ จริงอยู่ที่การตายอาจจะดีกว่าการมีชีวิตอยู่ต่อกับฆาตกรโรคจิต แต่วิธีที่เขาจะฆ่าผม มันทรมานเกินกว่าจะรับไหว ฉะนั้นแล้วผมต้องอดทน ให้ตัวเองมีชีวิตจนถึงที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น มือสั่นเทิ้มก็ยังคงพิรี้พิไรในการเปลื้องเนื้อผ้าบนเรือนร่างตนเอง ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนขึ้นมองคนตัวสูง ด้วยความรู้สึกหวาดระแวง ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายสั่นระรัว จิตใจไม่อยู่กับเนื้อ กับตัวเลยตอนนี้
"รีบถอด"
โทนเสียงทุ้มต่ำ เร่งเด็กหนุ่มให้รีบปลดกระดุมเสื้อ
ผมจึงรีบทำตามที่เขา้า แล้วพาดเสื้อตัวนั้นเอาไว้บนเสาเหล็กเก่าๆ ในห้องน้ำ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดบังร่ายกายเปลือยเปล่า ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นชิน ที่ต้องมาแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่น แล้วยิ่งเป็ผู้ชายด้วยกันยิ่งรู้สึกประหม่า
"อือ!"
เพทายถึงกับร้องเสียงหลง เมื่อถูกฝ่ามือเปื้อนเืบีบแก้มนวลนุ่ม ให้เงยหน้าขึ้นไปสบสายตา ก่อนที่เขาจะออกแรงดันร่างผอมบาง ให้เดินถอยหลังไปทีละเก้า จนแผ่นหลังเปลือยเปล่า แนบชิดกับกำแพงปูนเย็นเฉียบ
ลูกกระเดือกเม็ดเล็กเคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะกลืนน้ำลาย ขณะที่อีกฝ่ายเริ่มหอบหายใจอย่างรุนแรงและถี่รัว
ชายฆาตกรคลายแรงบีบ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดก๊อกเหล็ก ให้สายน้ำจากฝักบัวที่แขวนเอาไว้เหนือหัว ชโลมลงมาชำระล้างคราบเื บนเรือนร่างของเราสองคน ผมที่ยังรู้สึกหวาดหวั่นใจได้ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก
ซ่าาาา!
น้ำสีเืไหลลงสู่ข้อเท้า ลากยาวไปจนถึงท่อระบายน้ำทิ้ง กลิ่นคาวเืยังคงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณนั้น จนผมรู้สึกสะอิดสะเอียนอยากจะอาเจียนออกมา แต่ก็นั่นแหละ ผมทำไม่ได้ เพราะชายร่างสูงยืนควบคุมอยู่ตรงหน้า
ถึงแม้ว่าผ้าปิดปากจะเปียกชุ่ม กลุ่มผมสีน้ำเงินจะเปียกซ่ก จนเหยียดตรงลงมาปรกโครงหน้าคมเข้ม แต่เขายังจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่ละสายตา คล้ายจะกลืนกินกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ปลายหัวองคชาติยังจ่ออยู่บริเวณาแที่เพิ่งเย็บไปเมื่อไม่นานมานี้ กระตุกเร้าๆ ให้ใจสั่น
ด้วยความที่ชายฆาตกร เป็ชายที่มีรูปลักษณ์สูงใหญ่ ผิดกับส่วนสูงของผมที่หน้าผากชนแผงอกกำยำของเขา ตามเนื้อตัวอัดแน่นไปด้วยเส้นเืปูดนูนน่ากลัว และกล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้เรี่ยวแรงของผมกับเขาต่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงพละกำลังที่มี ผมไม่สามารถสู้ หรือขัดขืนเขาได้ ดูจากทักษะที่เขาจัดการเหยื่อ คงชัดเจนแล้วว่าผมควรอยู่ใต้คำสั่งจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้
ปึก!
เสียงปิดก๊อกน้ำ บ่งบอกถึงอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไม่มีเหตุผล เขาพ่นลมหายใจฟึดฟัด ก่อนจะรีบเดินสับขาออกไปจากห้องน้ำ แล้วปล่อยให้ผมยืนงง แต่ก็ดีตรงที่เขาไม่ได้ข่มเหงรังแกผมอีก ไม่อย่างนั้นผมคงรับแรงกดไม่ไหว
ร่างบอบช้ำไร้อาภรณ์เดินตามชายฆาตกรออกมา แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวสีเทาหม่น ที่แขวนอยู่ตรงตะปูหน้าห้องน้ำ มาพันรอบเอว ปิดบัง่ล่างของตนเอง ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่เปื้อนเืทั้งหมด ไปแช่น้ำเอาไว้ในกะละมัง
หลังจากแช่ผ้าเสร็จ ผมก็ยืนครุ่นคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อ แต่พอไม่เห็นชายฆาตกร ผมเลยเลือกที่จะเดินกลับเข้าไปในห้องเชือดที่มีเตียงนอน แล้วล้มตัวลงนอนพัก
ย้อนกลับไปเมื่อแปดปีที่แล้ว
ณ.สถานศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่ง
เคร้ง!
ไม้เบสบอลชุ่มเืเกรอะกรังถูกปล่อยลงพื้น ก่อนที่หนึ่งในแก๊งหัวโจกนักศึกษา จะเดินเข้ามากระชากคอเสื้อเพื่อนร่วมชั้นที่นอนหมดสภาพให้ลุกขึ้นมารับกำปั้น
ผลัวะ!
แรงกระแทกใบหน้าอวบ ทำให้แว่นสายตากระเด็นออกจากเบ้าหน้า ผู้ที่ถูกกระทำน้ำหนักไม่ต่ำกว่าร้อยโล นอนหอบหายใจรัวระริน เส้นน้ำลายเหนียวไหลยืดปะปนน้ำเืรสคาวที่ไหลซึมผ่านช่องปาก ก่อนจะถูกทึ้งหัวแล้วจับกระแทกลงบนพื้นปูน ส่งผลให้ฟันหลายซีกแตกหัก
"มึงจำเอาไว้นะไอ้อ้วนโรคจิต อย่าสะเออะมายุ่งกับพวกกู มึงมันก็แค่เด็กใหม่ ที่มีสมองเหมือนพวกปัญญาอ่อน และที่ที่มึงควรอยู่คือโรงเรียนเด็กพิเศษไม่ใช่ที่นี่เว้ย!"
"ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากพรรคพวกเดียวกัน ทั้งที่ภาพการกระทำรุนแรงแบบนี้ ไม่ควรเกิดขึ้นในสถานศึกษา
ผู้ที่ถูกกระทำได้แต่นอนกำหมัด แล้วจ้องมองไปที่ไม้เบสบอลเปื้อนเืของตนเอง ั์ตาสีเขียวมรกตเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น และอยากที่จะฉีกเนื้อสัตว์นรกพวกนี้ออกเป็ชิ้นๆ แต่ก่อนที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง ก็มีบางสิ่งถูกปล่อยลงมาจากบนตึกเรียนเก่า เป็ก้อนอิฐขนาดใหญ่ โยนลงมากระแทกเข้าที่หัวโจกนั่นพอดี
“อั๊ก!”
"ไอ้ชิน!"
พวกพ้องชายหญิงนับสิบกรู่กันเข้าไปดูเพื่อนที่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมา เพราะก้อนหิน มีน้ำหนักเกินกว่าศีรษะของคนจะรับไหว ทำให้คอหักตายคาที่ทันที
"ฉิบหายแล้ว ไอ้ชินไม่หายใจว่ะ!"
เ้าของดวงตาสีเขียวมรกต จ้องมองขึ้นไปยังจุดที่ก้อนอิฐร่วงหล่นลงมา ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นนักศึกษาหญิง ที่กำลังจูงมือเด็กผู้ชายพาวิ่งหนีไปจากบริเวณจุดเกิดเหตุ แววตาของเด็กคนนั้น โกรธแค้นไม่ต่างจากผู้ถูกกระทำ มิหนำซ้ำมือที่เปื้อนผงก้อนอิฐ ยังแบออก
รอยยิ้มปรากฏขึ้นมุมปาก ก่อนที่ชายร่างอ้วนท้วนจะเดินหอบร่างสะบักสะบอม ตามเด็กผู้ชายคนนั้นไป ทุกคนไม่สนใจผู้ที่ถูกกระทำ เพราะมีอีกคนให้น่าสนใจยิ่งกว่า
"ทะ ทาย ทายทำอะไรลงไป รู้ตัวบ้างไหม?"
"ทายรู้พี่เทียร์ ทายรู้ว่าคนพวกนั้นเป็คนเลว"
เด็กชายวัยละอ่อนในชุดไปรเวทสีขาวตัดฟ้าลายทาง อายุราวๆ สิบขวบตอบกลับนักศึกษาหญิง ที่มีท่าทางร้อนรนกับการกระทำของน้องชายที่เพิ่งทำลงไป
"ละ เลวยังไงทายก็ไม่มีสิทธิ์ไปโยนก้อนอิฐใส่หัวพวกเขาแบบนั้น ถ้ามีกล้องจับได้ว่าทายทำ พวกเราแย่แน่"
"ไม่มีกล้อง ถ้ามีพวกนั้นคงไม่ทำร้ายคนอื่นหรอก"
"โธ่ทาย…" พี่สาวถึงกับยกมือกุมขมับ ก่อนจะรีบปัดเศษผงขาวออกจากมือน้องชาย ระหว่างนั้นมีเสียงประชาสัมพันธ์ดังขึ้น ตามนักศึกษาที่กำลังจะจบไปร่วมกันในห้องประชุม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นักศึกษาคนนี้ ที่มีน้องชายแท้ๆ มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับครอบครัว
"ทาย เราสองคนมาสัญญากันได้ไหม ว่าทายจะไม่บอกเื่นี้กับใคร" พี่สาวย่อตัวนั่งคุกเข่าตกลงกับน้องชาย
"ทายสัญญา ว่าทายจะไม่บอกใคร"
"โอเค ฟู่! เราไปกันเถอะ ป๊าม๊ารอแล้ว"
สิ้นสุดการให้คำมั่นสัญญาระหว่างพี่น้อง ทั้งสองก็เดินจูงมือพากันออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าภาพนั้นยังอยู่ในสายตาของคน ที่เดินตามมาฟังอยู่หลังกำแพง
"หึ..."
ใบหน้าเปื้อนเืเกรอะกรังระบายรอยยิ้มขบขัน ก่อนจะย้ายร่างอ้วนท้วนเดินกลับไปยังจุดเดิม แล้วหยิบไฟแช็กของหนึ่งในกลุ่มสัตว์นรกขึ้นมาถือเอาไว้ จากนั้นก็หยิบขวดน้ำมันเชื้อเพลิง ที่พวกมันจงใจเตรียมเอามาเผาเขาทั้งเป็ ราดไปที่ตัวสัตว์นรกพวกนั้น แล้วจุดไฟเผาทันที
"เชี่ย! ไอ้อ้วนมันจะย่างสดมึงอ่ะ ไอ้เลย์!"
พรึบ!
เชื้อเพลิงไวเกินกว่าจะรับรู้ได้ เปลวไฟลุกพรึบ สร้างความอลหม่าน ให้แก่สัตว์นรกพวกนั้น ไอ้ตัวที่ติดไฟแล้วก็รีบวิ่งไปหาอีกตัว ร่างท้วมจึงตามไปสาดน้ำมันใส่ เอาให้ติดกันเป็ทอดๆ ไปจนถึงติดโฟมที่เป็ผลงานเก่าๆ ของนักศึกษารุ่นก่อน ที่ถูกนำมาวางรวมกันเป็กองพะเนินเมื่อโฟมติดไฟคงไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ต่อจากนั้น
การย่างสด จึงเกิดขึ้นอย่างนาสยดสยอง
อ๊ากกกกกก!
"วะฮาฮ่า ว้ากกกก ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เ้าของร่างอ้วนท้วนะเิเสียงหัวเราะดังลั่น ในขณะที่นักศึกษาหลายคนวิ่งหาทางดับไฟกันอย่างจ้าละหวั่น กว่าจะมีใครรับรู้ว่าบริเวณนี้เกิดเพลิงไหม้ กลืนกินร่างนับสิบพวกสัตว์นรกก็กลายเป็เถ้ากระดูกหมดแล้ว
ปัง!
เสียงกระแทกประตูห้องชั้นใต้ดิน ปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งฝัน ที่ตนเองผล็อยหลับไปหลายชั่วโมง ร่างที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว ชันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนใช้ฝ่ามือลูบดวงหน้าหวานเกินชาย คลายความง่วงงุน
เพทายก้าวขายาวเหยียด ลงจากเตียงเหล็กที่สูงเกือบหนึ่งเมตร เดินออกไปจากห้องเชือดที่มีกลิ่นอับชื้น ถึงจะยังไม่ชินกับกลิ่นนี้ แต่ยังดีกว่านอนดมกลิ่นคาวเื
สองเท้าไร้สิ่งห่อหุ้ม เดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเสื้อเชิ้ตตัวเดิม ที่ชายคนนั้นเคยให้สวมใส่ ผมแช่น้ำเอาไว้ก่อนจะเข้าไปนอน ทว่าตอนนี้เขากลับซักให้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อััเนื้อผ้าแห้งสนิท ผมถึงได้รู้ว่าเขาเอาเสื้อผ้าพวกนี้ขึ้นไปซัก และตากแดดอย่างดี ถึงจะนำกลับลงมาแขวน บนไม้แขวนสีขาว ตรงตะปูตัวเดิม หน้าห้องน้ำ
โครม!
เสียงอึกทึกครึกโครมจาก้า กระชากสายตาคู่นี้ให้หันไปมองอย่างทันควัน ผมหยิบเสื้อเชิ้ตตัวนั้นมาสวมใส่ลวกๆ ก่อนจะเดินสับขาไปยังบันไดทางขึ้นชั้นใต้ดิน แล้วออกแรงยกเพียงเล็กน้อยให้ได้ยินเสียงบทสนทนา
"มึงหยุด กูบอกให้มึงหยุด!"
บุคคลปริศนาตะเบ็งเสียงดังลั่นบ้าน พยายามห้ามปรามให้อีกฝ่ายหยุดกระทำบางอย่าง ซึ่งผมมองไม่เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด เห็นเพียงข้อขาของคนสองคน ที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่
ไม่ถึงเสี้ยววินาที กรอบรูปขนาดใหญ่ก็ถูกปาลงพื้น ส่งผลให้เศษกระจกรูปภาพ แตกกระจายเต็มพื้นบ้านสีเทา
"มึงเลิกบ้าสักทีเหอะ กูเหนื่อยกับมึงแล้วนะเว้ย!"
"ถ้ามันเหนื่อยนัก ก็ไม่ต้องมายุ่งกับกู ไปให้พ้น!"
"เออ! กูไปแน่ แม่ง! สร้างแต่ปัญหาไม่จบไม่สิ้นเสียที กูบอกให้มึงไปรักษาโรคเหี้ยนี่ที่ต่างประเทศก็ไม่ไป เป็ไงล่ะ กี่ชีวิตแล้วที่มึงฆ่าเพื่อสนองความโรคจิตของมึง”
"มึงไม่ต้องมาเสือก กูจะฆ่าใคร เพราะเหตุผลอะไรมันก็เป็เื่ของกู ไม่ใช่เื่ของมึง แล้วถ้ามึงจะวุ่นวายกับกูไม่เลิก ศพต่อไปก็จะเป็มึงนั่นแหละ!"