บทที่ 26 ะเืใจ
เป่ยิอินผุดยิ้ม อยากจะลูบหัวของหนานลี่ ชมนางว่าฉลาดจริงๆ หนานลี่พูดถูกเกือบทั้งหมด เขาถ่ายทอดพลังชีวิตให้หนานลี่ ทั้งยังสร้างเกราะป้องกันให้นางเพื่อขจัดไอมารออกไปทั้งหมด
ส่วนสุ่ยเซียน แก่นปีศาจได้ฝังลึกเข้าไปในร่างกายของนางแล้ว ชั่วขณะนั้นไร้ซึ่งร่างภาชนะอื่น จึงได้แต่ดึงไอมารในร่างกายของนางออกมา แล้วถ่ายทอดมายังร่างกายของตัวเอง และต้องยอมเสียพลังชีวิตครึ่งหนึ่งเพื่อขจัดมัน ดังนั้นผมเขาจึงกลายเป็สีขาวในชั่วข้ามคืน และเพื่อฟื้นฟูร่างกายของหนานลี่ เขายอมเสียสละพลังชีวิตที่เหลืออย่างไม่ลังเล
ณ ขณะนี้ ชีวิตของเขาก็ใกล้ถึงจุดแตกดับแล้ว มองนิ้วมือที่เหี่ยวแห้งของตัวเอง เป่ยิอินก็พยายามควบคุมมันไม่ให้สั่นเทา
...
เป่ยิอินคิดอะไรอยู่หนานลี่ไม่รู้หรอก แต่นางไม่ปฏิเสธว่ารู้สึกประทับใจ นางเป็สตรีที่ตรงไปตรงมา ่แรกที่บอกว่าสนใจแค่การทำภารกิจให้สำเร็จ นางก็ทำจริงๆ ไม่มียุ่งย่ามกับพระเอกมากเกินไป แต่พอพระเอกยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณ นางก็อดหวั่นไหวไม่ได้
หนานลี่ "ท่านเซียน เหตุใดท่านถึงดีกับข้าเช่นนี้เ้าคะ" อีกไม่นานนางก็ต้องจากโลกนี้ไปแล้ว ก่อนจากไปนางต้องตอบแทนบุญคุณนี้
เป่ยิอินเม้มริมฝีปาก "เ้าเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าตอบแทนบุญคุณเ้า ก็ไม่เห็นจะแปลก"
หนานลี่กระพริบตา คำพูดของพระเอกก็ฟังดูมีเหตุผล
สำหรับเขาแล้วนี่ถือเป็การชดใช้น้ำใจ แต่สำหรับนางแล้วความรู้สึกผิดในใจมันไม่หายไปง่ายๆ ถ้าไม่ใช่เพราะพระเอก นางก็คงจะไม่สามารถพลิกเนื้อเื่และทำภารกิจของระบบให้สำเร็จได้
หนานลี่เงียบไปสักพักก็ถามว่า "เช่นนั้นท่านเซียนมีความปรารถนาอันใดบ้างหรือไม่เ้าคะ หากข้าทำได้ ข้ายินดีทำมัน"
ได้ยินแบบนั้น แววตาของเป่ยิอินสะท้อนประกายของความผิดหวัง เขานึกว่าปีศาจน้อยจะยอมพูดประมาณว่า "ในเมื่อท่านทำถึงขนาดนี้ เช่นนั้นข้ายอมแต่งงานกับท่าน" แต่เขาประเมินหนานลี่ต่ำไป นางเป็เหมือนกับกระดาษขาวที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของเขา เฉกเช่นตลอดมาที่นางพยายามที่จะให้เขากับศิษย์น้องหญิงรักกัน
เป่ยิอินพูดกับหนานลี่ที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาเฝ้ารอในคำตอบว่า "หนานลี่ ดอกฝูซางกำลังเบ่งบาน เ้าพาข้าไปชมมันหน่อยได้หรือไม่"
นานๆ ทีท่านเซียนถึงจะอยากไปชมดอกไม้ หนานลี่จะปฏิเสธได้อย่างไร ตราบใดที่ท่านเซียนร้องขอ นางก็จะทำ
นางพยักหน้า "ได้เ้าค่ะ! ข้ารู้สึกว่าตัวเองหลับไปนานแล้วพอดี อยากจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย"
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ เหตุใดพระเอกถึงได้ดูไม่มีความสุข เมื่อครู่ก็ยังดีๆอยู่เลย
ระบบ : โฮสต์ ท่านดูไม่ออกหรือไง ว่าดวงดาราที่เปล่งประกายอยู่ในตาของพระเอกมีไว้เพื่อท่านเท่านั้น
หนานลี่คิดในใจ : แต่เขาคือพระเอก เขาเป็ของนางเอก เขายังยอมเสี่ยงเพื่อช่วยนางเอกขจัดไอมาร แสดงว่าเขาใส่ใจนางเอกมาก แล้วข้าจะเข้าไปแทรกพวกเขาทำไม
ระบบ : โฮสต์ทำภารกิจในโลกนี้สำเร็จแล้ว โลกหน้าท่านสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่างเช่นให้ท่านเจอกับพระเอกก่อนนางเอก เช่นนี้ดีหรือไม่?
หนานลี่คิดในใจ : อืม นั่นฟังดูเป็ความคิดที่ไม่เลว
เป่ยิอินพาหนานลี่นั่งจานบิน เป่ยิอินยืนอยู่ข้างหลังนาง สร้างม่านป้องกันลมให้นาง แล้วก็ควบคุมจานบินให้บินไปข้างหน้า
หนานลี่มองลงไป เห็นก้อนเมฆน้อยใหญ่อยู่ใต้จานบิน เผยให้เห็นูเาที่สลับซับซ้อนและแม่น้ำที่คดเคี้ยว นกบินอยู่ใต้เมฆส่งเสียงร้องเป็ระยะๆ ไม่ไกลมีทุ่งดอกไม้สีม่วงกว้างใหญ่ ปลิวไสวไปตามแรงลม
หนานลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ หอมจัง กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆลอยมาตามสายลม เป็ทิวทัศน์ที่ไม่มีในยุคโลกาวินาศ
"ท่านเซียน ทิวทัศน์ที่นี่ช่างวิเศษนัก อากาศก็บริสุทธิ์ มีกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ มีทั้งเสียงนก เสียงแมลงเป็ความงดงามที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน" หนานลี่หันไปมองเป่ยิอินที่กำลังรวบรวมพลังอยู่ข้างหลัง เสื้อผ้าของเขาปลิวไสว ถึงแม้ว่าผมของเขาจะเป็สีขาว แต่ก็ยังดูหล่อเหลา ประกอบกับท้องฟ้าสีฟ้าเป็ฉากหลังเขา ทำให้เขาดูไม่ต่างจากดวงตะวันที่ส่องสว่างที่สุดในโลก
"เ้าเพิ่งอยู่ในร่างมนุษย์ได้ไม่นานคงยังไม่เคยเห็นอะไรมากนัก นับจากนี้ไป ข้าจะพาเ้าไปเที่ยวดูผู้คนและทิวทัศน์ เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?"
หนานลี่มองวิหคคู่หนึ่งที่บินเคียงคู่กันแล้วพยักหน้า "เ้าค่ะ ข้าขอร่วมทางไปกับท่านเซียน ดูความเป็ไปของโลก"
ท่านเซียนที่เคยอยู่แต่บนยอดเขาสูง ยามนี้คล้ายมีความเป็มนุษย์มากขึ้น เช่นนั้นก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่ไม่มากของนางคอยเคียงข้างเขาก็แล้วกัน ถือเสียว่าเป็การตอบแทนบุญคุณ
แสงในแววตาเป่ยิอินทอประกายดวงดาราระยิบระยับ หัวใจเขาเต็มไปด้วยความสุขเพราะคำพูดของหนานลี่
ถ้าการอยู่เคียงข้างคือคำสารภาพรัก เช่นนั้นคำสัญญาของปีศาจน้อยก็คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
"ท่านเซียน นั่นคือดอกฝูซางใช่ไหมเ้าคะ" หนานลี่ชี้ไปข้างหน้าด้วยความดีใจ ไม่รอให้จานบินลงจอดก็ะโลงไป วิ่งเข้าไปในทุ่งดอกไม้อย่างร่าเริง
เป่ยิอินจ้องมองแผ่นหลังของหนานลี่อยู่นาน จนกระทั่งหนานลี่ถือดอกไม้ช่อหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าเขา นางยื่นดอกไม้ให้เขา "ท่านเซียน ข้าให้ท่านเ้าค่ะ"
เป่ยิอินก้มลงมองดอกไม้ที่หนานลี่ให้ ดอกไม้หลากสีบานสะพรั่งใต้แสงแดด ไม่รู้ว่าทำไม เป่ยิอินถึงได้รู้สึกว่านี่คือดอกไม้ที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
เป่ยิอินรับดอกไม้ นิ้วมือของเขาไปแตะโดนนิ้วมือของหนานลี่โดยไม่รู้ตัว หัวใจของเขาเต้นแรง แรงราวกับกำลังจะะโจากลำคอ
หนานลี่ไม่ได้รู้สึกอะไร แค่โดนนิ้วเฉี่ยวกันเท่านั้น
หนานลี่เห็นว่าเป่ยิอินรับดอกไม้ไปแล้วจึงพูดว่า "ท่านเซียน ข้าเห็นว่าตรงนั้นมีที่ว่าง เหมาะแก่การย่างเนื้อสัตว์ ท่านรอข้าอยู่ที่นี่นะเ้าคะ" ไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว ดวงตาของหนานลี่วาววับ จนเป่ยิอินที่กำลังมองอดยิ้มไม่ได้
"ข้าไปจับให้เอง " เป่ยิอินจับแขนของหนานลี่ไว้โดยไม่รู้ตัว แล้วก็พานางเดินไปที่ที่นางชี้
หนานลี่กระพริบตา นางตาฝาดหรือไร เหตุใดหูของท่านเซียนถึงได้แดงขนาดนั้น
หนานลี่ไม่ต้องรอนาน เป่ยิอินที่มีผมสีขาว สวมชุดขาวก็กลับมาพร้อมกับกระต่ายสองตัว ตอนนี้เขามีประสบการณ์ในการทำอาหารมากขึ้นแล้ว จึงถลกหนังกระต่ายและทำความสะอาดอย่างง่ายดาย ใชเมือหนึ่งถือกิ่งไม้ที่เหลาจนแหลมมาเสียบเนื้อกระต่าย
มองจากระยะไกลก็เห็นหนานลี่กำลังโบกมือเรียกเขา เหมือนกับภรรยาตัวน้อยที่กำลังรอสามีกลับบ้าน เป่ยิอินอดหัวเราะไม่ได้ ทำไมเขาถึงได้คิดเช่นนี้กันนะ?
"ท่านเซียน ข้าก่อไฟรอท่านแล้วเ้าค่ะ!" หนานลี่โบกมือเรียกเขา มองเนื้อกระต่ายในมือของเป่ยิอินอย่างกระตือรือร้น น้ำลายเกือบย้อยจากมุมปาก
เป่ยิอินนั่งลงข้างๆหนานลี่ ย่างเนื้อกระต่ายอย่างชำนาญ บรรยากาศเงียบสงัด มีแค่เสียงฟืนที่กำลังถูกไฟไหม้ดังเปรี๊ยะๆ
บรรยากาศอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เป่ยิอินยื่นเนื้อกระต่ายย่างให้หนานลี่ "รีบกินเถิด"
หนานลี่รับมาแล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อย "ท่านเซียน แม่นางสุ่ยเซียนเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ" ในเมื่อพระเอกยอมเสียสละพลังชีวิตครึ่งหนึ่งเพื่อช่วยนางเอก แล้วทำไมนางเอกไม่ยอมตอบแทนเขาด้วยร่างกายเล่า?
เป่ยิอินมองเนื้อกระต่ายในมืออย่างไม่ละสายตา ในใจไม่พอใจที่หนานลี่พูดถึงสุ่ยเซียน การกระทำของสุ่ยเซียนทำให้เขาผิดหวังมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่อาจารย์ เขาคงไม่ยอมช่วยนางขจัดไอมารในร่างกายหรอก หวังว่าจากนี้ไปนางจะสำนึก
เป่ยิอินถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เหตุใดจู่ๆเ้าถึงพูดถึงนาง"
หนานลี่ "นางเป็คนที่ท่านเซียนห่วงใยมากที่สุดไม่ใช่หรือเ้าคะ ข้าตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้วไม่เห็นนางเลย"
เป่ยิอินมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย "นางทำให้ข้าผิดหวังมาก ข้าช่วยนางขจัดไอมารในร่างกายแล้ว หวังว่าต่อไปนางจะดูแลตัวเองให้ดี... "
หนานลี่คิดในใจ : พระเอกไม่ได้ช่วยนางเอกเพราะความรักงั้นหรือ เนื้อเื่นี่มันบิดเบือนไปไกลแล้ว...
หนานลี่เศร้าหมอง แต่ก็รีบสลัดความรู้สึกนี้ออกไปเพราะว่าเป่ยิอินยื่นเนื้อกระต่ายย่างอีกชิ้นให้นาง