.”อะไรนะ?” กรีนชิลดเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่าง
“นายรู้จัก ‘น้ำแก่นพลัง’ ไหม” สมิธถามกรีนชิลดว่ารู้จักน้ำชนิดนี้หรือไม่เพราะถ้าไม่รู้เขาจะไดเอธิบายเพิ่มเติมให้ฟัง
“ไม่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!” กรีนชิลดคิดสักพักก่อนที่จะให้คำตอบ เขาไม่เคยรู้จักน้ำที่สมิธว่ามาแถมไม่คุ้นหูอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นศูนย์เกี่ยวกับน้ำแก่นพลัง
“สิ่งมีชิวิตที่มีพลังไม่ว่าจะประเภทไหนก็ตามเมื่อตายลงแล้วไม่มีอะไรจัดการก็จะกลายเป็นซากที่เน่าเปื่อยและซากเหล่านั้นจะย่อยสลายรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดินในที่สุด หากพื้นดินบริเวณนั้นมีน้ำอยู่พลังงานของเหล่าเศษซากที่ย่อยสลายจะผสมเข้ากับน้ำใค้ดินเหล่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเวลาเหมาะสมน้ำธรรมชาติที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานมากมายจะระเบิดออกราวกับน้ำพุร้อน น้ำแก่นพลังสำหรับมนุษย์ก็เป็นแค่น้ำประปาอัพเกรดที่มีเรื่องฟื้นฟูความเหนื่อยเสริมเข้ามา แต่สำหรับพืชพันธุ์เปรียบได้ดั่งหยดน้ำจากพระเจ้า!”
“เดี๋ยวได้รู้จักว่าพระเจ้าจริงไหม...แล้วมันจะมาตอนไหนล่ะน้ำแก่งพลังที่ว่า?” กรีนชิลดชักอยากจะรู้แล้วสิเมื่อสมิธบอกว่าน้ำนั้นเปรียบได้ดั่งพระเจ้าสำหรับต้นไม้
“ไม่รู้สิอันน้ำแก่งพลังมันเกิดขึ้นอย่างไม่แน่นอนไม่เหมือนกับผลอัคนีสวรรค์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนด้วยบางสิ่ง ดังนั้นแล้วทางเดียวที่จะรู้คือตามหาเอง...ซึ่งวิธีการตามหามันก็ไม่อยากหรอกถ้าน้ำมันเกิดปะทุขึ้นมาเดี๋ยวก็ออกข่าวทางทีวีหรือโลกออนไลน์ ดังนั้นแล้วไม่ต้องไปเสียเวลาตามหาหรอก” สมิธบอกถึงวิธีการตามหาน้ำแก่นพลัง แล้วการตามหาแบบนี้ไม่กลัวคนอื่นแย่งน้ำไปหมดรึ? ไม่เลยอยากที่สมิธบอกมันก็แค่น้ำประปาอัพเกรดสำหรับมนุษย์ ผู้คนก็แค่ตื่นเต้นแค่นั้นอาจมีบางเอาไปใส่ขวดแค่นั้น
เมื่อเข้ามาภายในบ้านสิ่งแรกที่สมิธทำคือนำลูกจอมซนทั้งสามของเฟอร์รีน่าไปส่งผู้เป็นแม่ที่แท้จริง
“แม่ชอบนะสนุกดี...” คอร์ทนี่ย์รู้สึกสนุกที่ได้ดูแลลูกนกไฟทั้งสามเพราะเด็กพวกนั้นซนเหลือเกินจนทำให้เธอนึกถึงการเลี้ยงสมิธตอนเป็นทารก
“ดีแล้วที่คุณชอบ แต่คนเก็บกวาดคือผมเนี้ยสิ!” จอห์นก็รู้สึกดีที่เห็นภรรยามีความสุข แต่นกแสบทั้งสามนี้สิโคตรซนจนของภายในบ้านกระจัดกระจายไปหมดแถมพวกของบางอย่างที่ติดไฟง่ายก็ไหม้ไปด้วยเพราะลูกนกพวกนั้นตัวติดไฟ
สมิธขึ้นไปที่ห้องตัวเองก่อนจะหยิบสมุดจดบันทึกออกมา โดยสมุดจดบันทึกเล่มนี้คือสมุดเล่มเดียวกับที่เขาใช้จดความทรงจำในตอนที่เขาย้อนเวลามาช่วงแรก เนื้อหาภายในล้วนแล้วคือสิ่งที่เขาเคยเผชิญและได้รับรู้จากบุคคลอื่นทั้งหมด สาเหตุที่สมิธนำสมุดเล่มนี้ไม่ใช่เพราะอยากจำให้แน่ใจแต่อยากจะเพิ่มข้อมูล เขาคิดว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ตัวเขารู้แต่นึกไม่ออกและสิ่งที่ช่วยยืนยันในเรื่องนี้คือผลอัคนีและน้ำแก่นพลัง ทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เขานึกไม่ออกในตอนแรกพึ่งมานึกออกตอนที่มีอะไรสักอย่างกระตุ้น
“หรือว่าต้องใช้การกระตุ้นกันน่า?...” สมิธกำลังหาวิธีที่จะทำให้ความทรงจำของเขาปรากฏออกมาหรือว่าต้องใช้อะไรสักอย่างเพราะอย่างเรื่องผลอัคนีสวรรค์ สาเหตุที่ทำให้เขานึกออกคือเขาโดนกดดันจากหลายทิศทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อนสตีฟที่ต้องเร่งหรือโดนเฟอร์รีน่ากดดันด้วยข้อตกลงด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้เขานึกออก
“เจ้าเป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับโลกจะแตก?” กรีนชิลดที่เห็นสีหน้าสุดแสนจะตึงเครียดของสมิธจึงพูดออกมา
“ฉันขอถามนายตรง ๆ เลยนะนายเคยสงสัยบ้างไหมว่าฉันรู้ตัวตนของเผ่าพันธุ์นายได้ไงทั้งที่ฉันเป็นคนธรรมดา นายเคยสงสัยบ้างไหมว่าฉันรู้เรื่องพวกฟีนิกซ์ได้ไง นายเคสงสัยอะไนเกี่ยวกับฉันบ้างไหม” สมิธหยุดเดินคิดไปมาแล้วหันมาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกับกรีนชิลด
“มันแน่อยู่แล้ว! ข้าไม่ได้ซื่อบื้อถึงขนาดในหัวไม่มีอะไรเลยนะ แต่ที่ข้าไม่ถามเพราะข้าไม่อยากทำให้เจ้าอึดอัด ทุกคนล้วนแล้วมีความลับเป็นของตัวเองจริงไหม!” กรีนชิลดที่เห็นการแสดงออกของสมิธที่ดูจริงจัง ตัวมันเองจึงเลิกติดเล่นและตอบกลับไปอย่างจริงจังด้วยเหตุผลที่แท้จริง
“นายอยากรู้ความจริงไหม? ความจริงที่ฉันดูเหมือนจะรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องเหตุกาณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องสิ่งมีชีวิต เรื่องสิ่งของต่าง ๆ...นายอยากรู้ไหมหากนายอยากรู้จะเล่าให้นายฟังด้วยความสัตย์จริง” สมิธถามกรีนชิลดว่าอยากรู้ความจริงไหมเขายินดีจะเล่าให้ฟังด้วยความเต็มใจ
“เอาดิ! ใครบ้างล่ะไม่ชอบความลับ จัดมาเลย”