หลังจากที่ Byleth ได้ออกไปสำรวจหมู่บ้านใกล้ๆ Garreg Mach ตามคำแนะนำของทหารยามนายหนึ่ง เขาก็ได้ใช้ที่นั่นเป็ที่ฆ่าเวลาใน่หนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคการศึกษา
และหลังจากที่ใช้เวลาหลายวันมานี้ เดินเตร็ดเตร่ไปมาใน Garreg Mach เขาก็เริ่มคุ้นเคยกับสถานที่ และจดจำเส้นทางได้เื่นี้ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
สิ่งที่ยากจริงๆ คือการทำความคุ้นเคยกับผู้คนหน้าใหม่ๆที่นี่
Byleth ไม่ถนัดเื่นี้เลยจริงๆ และอาจเป็โชคดีของเขา หรืออาจจะเป็เพราะ Lady Rhea เอาใจใส่เขามากเป็พิเศษ เมื่อวันก่อนเธอจึงได้ฝากเอกสารซองหนึ่งมากับเด็กผู้ชายที่ทำงานที่โบสถ์ให้นำมาให้เขา ด้านในเป็เอกสารประวัติของนักเรียนแต่ละคนแต่ละบ้าน
เอกสารนั้นยังถูกวางไว้บนโต๊ะในห้องพักของเขาจนถึงค่ำวันนี้ ซึ่งเป็วันสุดท้ายก่อนเปิดภาคเรียน
Byleth คิดว่าถึงเวลาที่จะจะลองพยายามทำความรู้จักคนเหล่านี้ผ่านเอกสารที่เขาได้รับมาแล้ว
เขาพลิกเอกสารดูทีละแผ่น
นักเรียนหลายคนดูน่าสนใจและมีความสามารถไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่นักเรียนแต่ละคนมีเหมือนๆกัน คือทุกคนดูเหมือนจะเป็ลูกหลานขุนนางผู้ดีมีสกุลทั้งสิ้น
เว้นแต่...
เขาเพิ่งสังเกตเห็นประวัติของนักเรียนคนหนึ่ง เธอมาจากครอบครัวธรรมดาไม่มีชื่อใดๆ และเธอยังเป็เด็กกำพร้าอีกด้วย
Byleth เลื่อนสายตาขึ้นไปดูชื่อและรูปที่อยู่ส่วนบนของหน้ากระดาษ
“Dorothea Arnault บ้าน Black Eagles”
งั้น Edelgard ต้องรู้จักเธอสินะ เขาคิด
ความสามารถของเธอคือ “ร้องเพลง”
เขาอ่านพลางคิดว่ามันช่วยการต่อสู้ตรงไหนกัน
จากนั้น ก็ไปสะดุดตากับผมสีส้มแดงสดในรูปถ่ายของนักเรียนบ้าน Blue Lions คนหนึ่ง Byleth จำเขาได้ในทันที... นักเรียนชายที่เพิ่งจะต่อปากต่อคำกับเขาที่หมู่บ้านเมื่อวันก่อน จะว่าไปหลังจากวันนั้นก็ไม่เจอเขาอีกเลย
จากเอกสารนี้ชื่อของเขาคือ “Sylvain Jose Gautier”
ความถนัด “ขี่ม้า”
อาวุธหลัก “หอก”
แบบนี้เองสินะ คงถูกฝึกมาในเส้นทางอัศวินบนหลังม้า ถึงได้ดูหน่วยก้านดีแบบนั้น
ถัดจาก Sylvain ไปอีก 2-3 แผ่น
เขาก็สะดุดกับโปรไฟล์ของนักเรียนคนหนึ่ง เธอมีผมสีน้ำเงินอ่อนหรือฟ้าเข้มเขาก็ไม่อาจจะบอกได้ ท่าทางดูเป็คนเรียบร้อยเรียบร้อยจนดูจะขาดความมั่นใจในตัวเองไปบ้าง
ชื่อของเธอคือ “Marianne von Edmund” และอยู่บ้าน Golden Deer
สิ่งที่เขาสะดุดคือประวัติของเธอที่ระบุว่าเธอเน้นใช้เวทย์มนต์ขาว ซึ่งหมายความง่ายๆว่าเธอเป็นักเวทย์สายเยียวยา และในขณะเดียวกันประวัติระบุว่าเธอขี่ม้าได้
นักเวทย์เยียวยาบนหลังม้า... นั่นจะเป็ประโยชน์เอามากๆ และคงจะเป็จุดแข็งของทีมได้ไม่ยากเลย Byleth คิด
ถ้าฝึกการใช้หอกอีกนิด ก็จะพัฒนาเป็ Holy Knight (อัศวินสายหอกบนหลังม้า ที่ใช้เวทย์มนต์สายเยียวยา) ได้
อีกคนที่แปลกไม่แพ้กันคือ “Hilda Valentine Goneril” จากบ้าน Golden Deer เธอมีผมสีชมพูยาวผูกเป็หางม้าสองข้างตาจองเธอก็สีเดียวกันกับผมของเธอ
อาวุธประจำของเธอคือ “ขวาน”
ความถนัดคือ “ขี่ Wyvern”
ตรงนี้เองที่ทำให้ Byleth รู้สึกว่าเธอค่อนข้างพิเศษ โดยปกติม้าบินหรือ Pegasus มักจะชอบผู้หญิงและยอมให้ขี่ ในขณะที่กับผู้ชายนั้นจะตรงกันข้าม นั่นทำให้ผู้ชายมักเลือก Wyvern ซึ่งมีลักษณะคล้ายับินมากกว่า จนกลายเป็ภาพติดตาว่าผู้หญิงจะขี่ Pegasus ส่วน Wyvern นั้นมีไว้สำหรับผู้ชาย อย่างน้อย นี่ก็เป็ความเคยชินในที่ที่ Byleth จากมา
นักเรียนหญิงคนนี้ดูเหมือนจะมี Wyvern เป็เพื่อนคู่ใจ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ที่เขาเคยชิน แถมยังต่อสู้โดยใช้ขวาน น่าสนใจจริงๆ ว่าจะออกมาเป็แบบไหน
ส่วนคนนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
"Lorenz Hellman Gloucester"
บ้าน Golden Deer อีกแล้วเหรอ? Byleth คิด
นักเรียนคนนี้ใช้หอกได้ ขี่ม้าได้ แถมยังใช้เวทย์มนต์มืดได้อีกด้วย
คนคนนี้ช่างเหมาะจะฝึกให้เป็ Dark Knight เสียจริง (อัศวินสายหอกบนหลังม้า ที่ใช้เวทย์มนต์มืดได้)
ขอให้ตัวจริงของเขาอย่าเป็คุณชายจ๋าแบบในรูปเลย...
และในที่สุดก็เจอนักเรียนที่เน้นใช้ดาบ (แบบเดียวกันเขา) เสียที
"Felix Hugo Fraldarius" บ้าน Blue Lions
เห็นแบบนี้ Byleth ก็อดคิดไม่ได้ว่า Felix คนนี้ มีบางอย่างคล้ายกับ Dimitri และ Sylvain
คงเป็เพราะพวกเขาอยู่บ้าน Blue Lions เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาน่าจะเกิดและโตในที่เดียวกัน คืออาณาจักร Faerghus
และก็...
"Lysithea von Ordelia" บ้าน Golden Deer
อ้า เด็กคนนั้นนั่นเอง Byleth คิด
เธอคือเด็กหญิงตัวเล็กๆ ผมสีขาวที่อ่านหนังสือไปทานเค้กไปในโถงใหญ่เมื่อวันแรกที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่
เธออายุน้อยกว่าคนอื่นๆจริงๆด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเน้นใช้เวทย์มนต์ล้วนๆเลย ทั้งสายมืดและเยียวยา
นั่นแสดงว่าจุดแข็งของเธอคือพลังเวทย์มนต์ที่รุนแรงมาก และนั่นยังหมายถึงความเปราะบางต่อการถูกโจมตี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกโจมตีในระยะใกล้
อย่างไรซะ ถ้าวางแผนดีๆ เธอจะเป็หมากตัวสำคัญตัวหนึ่งเลยทีเดียว
มาถึงตรงนี้ Byleth อดคิดไม่ได้ว่า นักเรียนบ้าน Golden Deer ช่างมีคุณสมบัติที่ทำให้เขาอยากฝึกพวกเขา หรือเขาควรจะเลือกบ้านนี้ดีนะ...
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาพลิกประวัติของ Edelgard ขึ้นมา และคิดว่า เธอเป็คนแรกที่เขารู้จักที่นี่ และก็ดูเป็คนเป็งานเป็การดี ส่วนนักเรียนคนอื่นๆในบ้าน Black Eagles แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยรู้จัก แต่ก็คงจะปรับตัวเข้าหากันได้
แต่บ้าน Blue Lions ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดาหนุ่มๆสายหอกสายดาบนั่น พวกเขาน่าจะเข้ากับ Byleth ได้ดีที่สุดแล้ว และคงจะสนุกไม่น้อยเลย ถ้าจะได้ฝึกพวกเขา
เอาไงดีล่ะ...
ของนักเรียนแต่ละคนแต่ละบ้านช่างมีเอกลักษณ์และจุดเด่นเฉพาะตัว นั่นทำให้ยากต่อการตัดสินใจเลือกบ้านของเขา
เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เขาจะรอให้ศาสตราจารย์ทั้งสองเลือกกันก่อนก็แล้วกัน ส่วนเขาจะรับบ้านที่เหลือไว้เองปล่อยให้เป็ไปตามโชคชะตาบ้างก็คงดี
และจู่ๆ เขาก็คิดถึง Sothis ขึ้นมา
จริงด้วยถ้าเธอเป็ส่วนหนึ่งในตัวเขา เธอน่าจะช่วยตัดสินใจได้
Byleth มองหาเธอในห้องแต่ไม่พบพยายามฟังเสียงของเธอแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงใดๆ
เขาคิดว่าเขาจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดจะทำแบบนี้แต่ลองดูหน่อยจะเสียหายอะไร...
“Sothis” เขาเรียก
“Sothis เธออยู่ไหน”
“ฉันอยู่นี่ไง” เสียงของ Sothis ดังขึ้นในหัวเขา
Byleth รู้สึกใจชื้นขึ้น
“เธอช่วย...”
เขาพูดยังไม่ทันขาดคำ
Sothis ก็ต่อประโยคให้จนจบ “...ตัดสินใจทีว่าจะเลือกบ้านไหน”
“เธอไม่จำเป็ต้องบอกฉันหรอกว่าเธอกำลังคิดอะไร ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอยู่ในตัวเธอ เธอคิดอะไร ฉันรู้ เธอรู้สึกอะไรฉันรับรู้” เธอบอก
“อ้อ และถ้าเธอไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเธอเป็คนบ้าล่ะก็ เวลาพูดกับฉันเธอแค่คิดในใจก็พอ... เหมือนอย่างที่เคยทำน่ะ” Sothis กล่าวต่อ
“อ่ะ อืม... แต่ฉันไม่รู้จริงๆ นี่ว่าควรเลือกบ้านไหน” Byleth คิดในใจ
“เธอฟังฉันให้ดีนะ ไม่มีใครรู้ว่าผลต่อจากนี้จะเป็ยังไง แต่ไม่ว่าทางใดที่เธอเลือกขอให้เธอมั่นใจแล้วว่าเธอได้เลือกหนทางที่เป็ของเธอแล้วจริงๆ” Sothis บอก
“ที่เหลือเธอจัดการได้... เชื่อฉัน” แล้วเสียงของ Sothis ก็ค่อยๆ จางหายไป
“เฮ้ เดี๋ยวสิ” Byleth คิด
แต่ Sothis ก็เงียบไปแล้วและเขารู้ว่าเธอคงไม่กลับมาพูดกับเขาอีกเร็วๆ นี้แน่
เขากลับมาพลิกประวัติของนักเรียนเรื่อยเปื่อย เผื่อจะช่วยให้เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
และก็ไปสะดุดกับ...
เขาคือ "Hubert von Vestra" จากบ้าน Black Eagles
Byleth เดาได้ไม่ยากว่าเขาคงจะเน้นใช้เวทย์มนต์มืดเป็แน่ แล้วก็เป็ไปตามคาด
พวกนักเวทย์สายนี้นี่ มีลักษณะเฉพาะจริงๆเลย Byleth คิด
เอาล่ะ งั้นก็ค่อยว่ากัน
Byleth คิดพลางวางเอกสารทั้งหมดไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงของเขา