ตอนที่ 36 ปฐมบทแห่งมหาสงคราม
[ความเงียบก่อนพายุ]
ราตรียังไม่ทันจางหาย ท้องฟ้ายังคงเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆดำทะมึน ความเงียบงันของสนามรบถูกทำลายลงด้วยเสียงลมพัดอื้ออึง หลงเทียนยืนอยู่บนเนินเขาสูง มองลงไปยังพื้นที่ที่เคยเป็นสมรภูมิใหญ่เมื่อวันก่อน กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งไม่จางหาย ศพของเหล่าผู้กล้าและเหล่าปีศาจกองระเกะระกะ ทว่าความเงียบสงัดนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจแม้แต่น้อย
"ความเงียบ...มันเหมือนเป็นสัญญาณของหายนะที่กำลังจะมา" หลงเทียนพึมพำเบา ๆ แต่เสียงของเขากลับหนักแน่นราวกับรู้อนาคต
เฟิงหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหลือบตามองไปยังท้องฟ้า "หลังจากที่เราต่อสู้กับเงามืดเมื่อวาน ข้ารู้สึกว่า...มันยังไม่ใช่จุดจบ"
"มันไม่ใช่จุดจบ...แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามที่แท้จริง" ลี่ซินที่เดินเข้ามาสมทบกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
หลงเทียนไม่พูดอะไร แต่ในใจเขาเองก็รู้ดีว่า สงครามนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
---
[แผนการของศัตรู]
ณ ใจกลางดินแดนต้องห้าม ด้านหลังรอยแยกแห่งความมืด ภายในวิหารสีดำที่ปกคลุมไปด้วยหมอกดำ มีร่างหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หินสีดำ เงามืดทอดยาวไปทั่วห้อง สองดวงตาเปล่งแสงแดงฉานราวกับเปลวเพลิงแห่งขุมนรก
"พวกมันแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดไว้...แต่ก็ไม่เกินความคาดหมาย" เสียงทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วห้อง เงามืดที่อยู่โดยรอบขยับไหวตามแรงกดดัน
"จอมมารเฟิงหลาง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของท่าน พวกมันคิดว่าตัวเองชนะแล้ว แต่แท้จริงแล้วพวกมันแค่รอดชีวิตชั่วคราวเท่านั้น" ชายชราผู้หนึ่งค้อมศีรษะต่ำ รายงานด้วยน้ำเสียงเคารพ
"ดีมาก...เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พวกมันจะรู้เองว่าใครเป็นผู้ควบคุมชะตากรรมของยุทธภพนี้" เฟิงหลางหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน ทั่วทั้งห้องสั่นสะเทือนด้วยพลังของเขา
---
[การตัดสินใจครั้งใหญ่]
กลับมายังฝ่ายของหลงเทียน ค่ำคืนที่สงบเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักใหญ่ พวกเขามารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุด
"เราจะเอาอย่างไรต่อไป?" ผู้อาวุโสแห่งสำนักไท่เสวียนกล่าวขึ้น "พวกปีศาจจะต้องกลับมาแน่ และคราวนี้อาจเป็นกองทัพที่ใหญ่กว่าเดิม"
"เราต้องเตรียมพร้อม และป้องกันดินแดนของเรา" หลงเทียนกล่าวอย่างหนักแน่น
ลี่ซินเสริม "แต่เราจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อพวกเราสูญเสียกำลังพลไปมากนัก?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุม ทุกคนต่างรู้ว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้พวกเขาสูญเสียไปมาก ศิษย์ผู้กล้าได้ล้มตายไปนับพัน แม้จะยังมีเหล่าผู้รอดชีวิต แต่สภาพของพวกเขาไม่พร้อมสำหรับสงครามใหญ่
ทันใดนั้น เฟิงหลินก็กล่าวขึ้น "ข้ามีความคิด...พวกเราต้องรวมพลังของทุกสำนัก ทุกกลุ่มอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทพ หรือแม้แต่เผ่าอสูร หากเรายังคงแยกกันอยู่เช่นนี้ พวกเราจะไม่มีวันเอาชนะศัตรูได้"
คำพูดของเฟิงหลินทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ผู้อาวุโสบางคนแสดงความไม่พอใจ เพราะการรวมพลังกับเผ่าอสูรเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
"เป็นไปไม่ได้! เผ่าอสูรเป็นศัตรูกับเรามาตลอด จะให้พวกมันมาเป็นพันธมิตรของเราได้อย่างไร?" ผู้อาวุโสคนหนึ่งโต้กลับ
"แต่หากเราไม่ทำเช่นนั้น เราจะไม่มีทางเอาชนะเฟิงหลางได้" หลงเทียนกล่าว "มันไม่ใช่แค่สงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจอีกต่อไป แต่มันเป็นสงครามเพื่อความอยู่รอดของทุกเผ่าพันธุ์!"
---
[พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน]
วันรุ่งขึ้น หลงเทียนและพวกเดินทางไปยังอาณาเขตของเผ่าอสูร แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความหวาดระแวง แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก
เมื่อไปถึง เผ่าอสูรไม่ได้ต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่น ตรงกันข้าม พวกเขาถูกล้อมด้วยนักรบอสูรหลายร้อยตน ดวงตาของเหล่าอสูรเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
"มนุษย์...เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" ผู้นำเผ่าอสูรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
หลงเทียนก้าวไปข้างหน้า "พวกเจ้าคงรู้ดีว่าเงามืดกำลังจะกลืนกินโลกนี้ ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่ได้รับผลกระทบ แต่พวกเจ้าก็เช่นกัน ถ้าหากเราไม่ร่วมมือกัน ดินแดนแห่งนี้จะตกอยู่ในเงื้อมมือของเฟิงหลาง"
เผ่าอสูรพากันหัวเราะ "เจ้าคิดว่าเผ่าอสูรจะร่วมมือกับมนุษย์ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?"
หลงเทียนยิ้มเล็กน้อย "ถ้าพวกเจ้าไม่สนใจว่าดินแดนของพวกเจ้าจะถูกทำลาย ก็จงปฏิเสธข้าเถอะ แต่ข้าขอเตือนว่า เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าจะไม่มีทางต่อต้านมันได้อีกแล้ว"
คำพูดของเขาทำให้เผ่าอสูรเงียบลง พวกเขาเริ่มตระหนักถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา และนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่พวกเขาจะมีชีวิตรอด
สุดท้าย ผู้นำเผ่าอสูรพยักหน้า "ตกลง...เราจะร่วมมือกัน!"
---
[การรวมตัวของเหล่าผู้กล้า]
เมื่อเผ่าอสูรเข้าร่วม ศึกครั้งนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะแยกกันต่อสู้ บัดนี้ พวกเขากลายเป็นกองทัพที่รวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมพร้อม...เฟิงหลางเองก็เตรียมการอยู่เช่นกัน