“โถ่ ฮูหยินป่วยหนักเสียจนลมหายใจรวยริน แต่จนแล้วจนรอดท่านโหวก็ไม่ยอมให้รักษา เอาแต่เมินเฉยขังนางไว้ในเรือนส่วนในไม่ยอมปล่อย ฮูหยินช่างน่าสงสารเสียจริงๆ” เสียงเด็กสาวอ่อนเยาว์คนหนึ่งบ่นพึมพำอยู่ข้างหูลู่อวิ๋นจือ
“ชู่ เ้าไม่อยากมีชีวิตแล้วหรือ ฮูหยินคนปัจจุบันตั้งครรภ์อยู่เรือนกวนจวีนู่น ถ้าเ้ายังไม่แก้คำพูด ระวังเถอะ ขนาดตัวตายเยี่ยงไรจะไม่รู้เอา!”
“แต่ว่า แต่ว่าข้าโมโหจนจะตายอยู่แล้วนี่นา ฮู...แม่นางเจียงทั้งจิตใจดีมีเมตตาเปี่ยมคุณธรรม แต่กลับต้องมาพบจุดจบเยี่ยงนี้ สงสารก็แต่คุณหนูอวิ๋นจือของข้า เดิมเป็ถึงธิดาในภรรยาเอก แต่ต้องกลับกลายเป็ธิดาอนุไร้ศักดิ์เสียได้...ครั้นนึกถึงภาพคุณหนูตกน้ำเมื่อตอนกลางวันข้าก็กลัวขึ้นมาทันที โชคดีที่คุณหนูสำลักน้ำหลายอึก พี่อิ๋นชุนพี่ว่าใช่ฝีมือของฮูหยินเรือนกวนจวีนั่นไหม...”
“ชิวฮว่า!” เสียงเด็กสาวตวาดด่า เด็กน้อยจึงรีบระงับปากทันใด
ลู่อวิ๋นจือลืมตาพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงเตาผิง[1] แสงตะวันสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างลายฉลุ ตกใส่ใบหน้าดั่งกระเบื้องเคลือบอันเกลี้ยงเกลาของนางจนผ่องใส นางลุกขึ้น กวาดตาสำรวจห้องโกโรโกโสนี้ไปมา นี่ไม่ใช่ห้องที่นางอยู่มาั้แ่เด็กๆ หรอกหรือ!
นางไม่ได้กระอักเืตายไปแล้วหรอกหรือ ตอนที่ดวงิญญานางล่องลอยอยู่ในอากาศ เห็นเต็มสองตาว่าร่างตัวเองถูกห่อไว้ในเสื่อฟาง แล้วโยนเข้าไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยเสือโคร่ง เสือดาว หมาป่า หมาในป้วนเปี้ยนอยู่ทุกหนแห่ง ท้ายที่สุดสัตว์เ่าั้ก็แทะแกะกินร่างนางเป็อาหารจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
เดิมทีนางอยากจะล่องลอยเข้าจวนเว่ยเหวินโหวไปชำระแค้น ทว่าเหตุไฉนถึงมายังจวนอู่อันโหวที่เคยอาศัยในวัยเยาว์เสียได้เล่า
เด็กสาวดวงหน้างดงามนั่งอยู่ตรงข้าม ครั้นเห็นนางฟื้นก็อดฉีกยิ้มหวานปลอบใจให้ไม่ได้ เข้ามาอุ้มนางไว้บนตัก “คุณหนูอวิ๋นจือยังปวดหัวอยู่ไหมเ้าคะ”
อวิ๋นจือเพ่งพิศนาง แล้วมองเด็กน้อยข้างๆ นั่นไม่ใช่ชิวฮว่าหรอกหรือ ชิวฮว่าแก่กว่านางสามปี ทว่ายามนี้ดูท่าไม่น่าจะอายุเกินเจ็ดแปดขวบ
ชิวฮว่าเห็นอวิ๋นจือจ้องนางอย่างฉงน ก็รีบหยิบเชือกแดงออกมาจากกระเป๋า “คุณหนูพวกเรามาเล่นเกี่ยวเชือกกันเถอะเ้าค่ะ”
เด็กสาวแก่ปีกว่าคนนั้นก็ดูไม่น่าจะเกินสิบห้าสิบหกเหมือนกัน ท่าทางแลดูใจเย็นมีประสบการณ์และความสามารถ
พวกนางสวมกระโปรงเนื้อหยาบสีดำล้วน ท่ามกลางความไร้เดียงสาเผยความโอบอ้อมอารีและจริยาดั่งบุปผาฮุ่ยหลาน[2]อย่างที่เด็กสาวพึงมี
อวิ๋นจือคลับคล้ายว่าจะจำได้ คนโตกว่านี่มิใช่หลิวอิ๋นชุนหรอกหรือ จำได้ว่าหลังจากมารดาตายไปได้ไม่นาน โต้วสือสยาก็เฉดหัวไล่นางออกไป
อวิ๋นจือลงจากตักของอิ๋นชุน เงยหน้าถามว่า “ท่านแม่ข้าอยู่ไหน”
น้ำเสียงอ่อนเยาว์เหมือนเด็กและส่วนสูงก็เตี้ยจนแม้แต่ตัวนางยังใ
“แม่นางเจียงพักผ่อนอยู่ที่เรือนส่วนใน คุณหนูอย่าเพิ่งไปรบกวนจะดีกว่านะเ้าคะ” อิ๋นชุนพยุงอวิ๋นจือไปข้างๆ กระจกทองแดงคร่ำครึบานหนึ่ง “ผมของคุณหนูยุ่งหมดแล้ว อิ๋นชุนหวีให้ใหม่นะเ้าคะ”
อวิ๋นจือหาได้ส่งเสียงไม่ เอาแต่เพ่งพิศใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสานั้นในกระจก นางมิใช่ิญญาสัมภเวสี บัดนี้นางเป็มนุษย์มีเืมีเนื้อมีสติรับรู้ผู้หนึ่ง!
นี่เป็ใบหน้าของนางครั้นเยาว์วัยชัดๆ!
ดวงตาทั้งสองข้างของอวิ๋นจือเปล่งประกายอย่างหาที่เปรียบมิได้ มุมปากกระตุกแรงด้วยความตื่นเต้น “ชิวฮว่าปีนี้พี่อายุเท่าไร”
ชิวฮว่าคิดว่าคุณหนูสงสัยใคร่รู้ในตัวนางถึงได้เอ่ยถาม ก็อดยิ้มตอบไม่ได้ว่า “แปดขวบเ้าค่ะ”
งั้นแปลว่านางอายุห้าขวบ!
“ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันคือใคร” อวิ๋นจือยังอยากจะยืนยันอีกสักหน่อยหนึ่ง
อิ๋นชุนอึ้งไปสักพัก แล้วขานตอบด้วยเสียงกดต่ำเบาๆ ว่า “ยามนี้เป็ปีเทียนเจาที่สิบเอ็ดแห่งแคว้นต้าฉี ในรัชสมัยหลี่เจิ้ง คุณหนูเ้าคะ ห้ามเอ่ยพระนามฮ่องเต้ข้างนอกตามอำเภอใจเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะถือเป็การิ่เบื้องสูงอย่างใหญ่หลวง”
อวิ๋นจือหาได้ยินคำเตือนของอิ๋นชุนไม่ ในสมองกำลังระดมความคิดฟุ่งซ่านมิมีที่สิ้นสุด!
เพราะนางฟื้นคืนชีพย้อนกลับมาเมื่อยี่สิบปีก่อนจริงๆ!
อวิ๋นจือฝืนคุมความตื่นเต้นไว้ พลันระลึกเื่ราวที่เกิดขึ้นสมัยห้าขวบ ท่านแม่ถูกขังอยู่ที่เรือนส่วนในของจวนโหวด้วยข้อหาเป็ตัวกาลกิณี ท้ายที่สุดก็ถูกท่านย่าฮูหยินผู้เฒ่าลู่สั่งเผาศพในทะเลเพลิง ส่วนโต้วสือสยาเพิ่งคลอดบุตรชายฝาแฝดให้ท่านพ่อหนึ่งคู่ นามว่าลู่เหวยซื่อและลู่เหวยเทียน ยามนี้เป็่สุขสมหวังหน้ามื่นชื่นบานอยู่พอดี
อุ้งมือน้อยๆ ใต้ชายเสื้อของอวิ๋นจือค่อยๆ กำเป็หมัด นางพรวดพราดลุกจากม้านั่งปลายเตียงมุ่งเดินไปเบื้องนอก
อิ๋นชุนรั้งตัวนางไว้ด้วยความตื่นตระหนก “คุณหนูจะไปไหนเ้าคะ”
อวิ๋นจือกล่าวเสียงเรียบ “ข้าจะไปเยี่ยมท่านแม่”
“คุณหนูห้ามไปนะเ้าคะ! ท่านโหวสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเหยียบเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว ไม่สู้ให้ชิวฮว่าเล่นเกี่ยวเชือกเป็เพื่อนคุณหนูดีกว่าหรือ” คุณหนูเพียงมีนิสัยของเด็กๆ ครั้นมีของให้เล่นนางก็มิสสนใจเื่การไปเยี่ยมมารดาแล้ว
ใครจะรู้เล่าว่าอวิ๋นจือโมโหเป็ฟืนเป็ไฟอยู่ ั์ตาฉายแววดุร้ายทั้งกระทืบเท้ากระแทกเสียงตอกกลับว่า “ข้าเป็บุตรสาวของท่านแม่ ทำไมจะไปพบนางไม่ได้?!”
ั์ตาคู่งามฉายประกายดุเดือดมิสอดคล้องต้องตามอายุ เล่นเอาชิวฮว่าและอิ๋นชุนรู้สึกขนพองสยองเกล้าอย่างไรชอบกล
อิ๋นชุนขยี้ตาที่แดงก่ำ กล่าวอย่างลำบากว่า “แม่นางเจียงเป็ตัวกาลกิณี ท่านอู่อันโหวจึงสั่งห้ามคุณหนูกับนางไปมาหาสู่กันมากเกินไปเ้าค่ะ...”
อวิ๋นจือแค่นเสียงเ็า “ถ้าพวกพี่ไม่อยากให้ข้าไปพบท่านแม่ งั้นก็ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!” อวิ๋นจือแค่อยากขู่ให้พวกนางกลัว หาได้อยากจะไล่พวกนางออกไปจริงๆ ไม่
อิ๋นชุนและชิวฮว่ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายก็ตัดสินใจไปรายงานท่านลู่เฮ่อเหนียน อู่อันโหว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] เตียงเตาผิง หรืออีกชื่อคือเตียงคั่ง เป็เครื่องนอนที่คนจีนทางเหนือ ใช้สุมไฟเพื่อรับไออุ่นในฤดูหนาว สร้างด้วยก้อนอิฐ มีปล่องเตาผิงอยู่ใต้เตียง
[2] จริยาดั่งบุปผาฮุ่ยหลาน หมายถึง สตรีที่มีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งต้นฮุ่ย และมีท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามราวกับดอกหลานหรือดอกกล้วยไม้