ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    แผนท่องเที่ยว

    แผนท่องเที่ยว

               ชีวิตของครอบครัวเจี้ยนเฉิงถือว่าตอนนี้ถึงช่วงโอกาสทำเงินที่สุดแล้วด้วยกิจการค้าขายที่เป็นไปด้วยดีขายดีเหมือนกับไม่ได้คิดเงินอย่างไรอย่างนั้นแต่ถ้าหากทำงานหนักแบบนี้ร่างจะพังไปเสียก่อน จึงได้มีความคิดดีๆ ขึ้นมา

    “ไปเที่ยว!!!” ทุกคนในบ้านร้องออกมาอย่างสงสัยใคร่ตื่นเต้นเมื่อนางลี่จูเอ่ยสิ่งที่ได้ปรึกษากับสามีมาสักพัก ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงทำเงินของครอบครัวแต่นางก็คิดว่าควรจะปลีกตัวพาลูกๆ ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตากันบ้าง อย่างน้อยๆก็จะได้ไปพักผ่อนก่อนจะต้องกลับมาทำงานหนักกันอีกครั้งถือว่าเป็นรางวัลพิเศษให้กับครอบครัวพวกนางที่ทำงานกันมาอย่างหนักด้วยความตั้งใจก็ว่าได้

    “ใช่แล้วหล่ะพ่อกับแม่ได้พูดคุยกันมาบ้างแล้ว เดินทางกันต้นเดือนหน้า งานที่รับมาเราก็ทำเพียงเท่านี้ก่อนแม่จะไม่รับงานเพิ่มแล้ว หรือถ้าเกิดรับก็ค่อยมาทำหลังจากที่กลับมาจากพักผ่อน”นางลี่จูเอ่ยบอกออกมา ลูกๆนางไม่เคยได้ไปไหนเกินกว่าเมืองหลวงเลยนางที่เป็นมารดาก็อยากจะหาโอกาสพาพวกเขาไปเที่ยวบ้างจะได้ผ่อนคลายจากการทำงาน

    “แล้วเราจะไหนหรือขอรับ”หมิงเลี่ยนถามออกมาอย่างตื่นเต้นไม่ต่างกับแฝดเขาที่จ้องหน้าผู้เป็นบิดากับมารดาด้วยความอยากรู้คำตอบเต็มที

    “เราจะเดินทางไปทางตะวันออกสิ้นสุดที่เมืองลวี่หูโปที่นั่นเป็นเมืองใหญ่อีกเมืองมีทะเลสาบสีเขียว รอบๆมีหลายอย่างที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ห่างจากเมืองหลวงเพียงสามร้อยลี้และระหว่างทางเราก็ยังได้แวะอีกหนึ่งเมืองก่อนที่จะถึงเมืองลวี่หูโปด้วยนะ”จิ้นสิงเอ่ยถึงเส้นทางที่เขาได้วางแผนไว้ให้ลูกๆฟังกว่าเขาจะได้แผนการครั้งนี้มาไม่ใช่คิดวันสองวัน แต่เขาได้ไปหาข้อมูลเบื้องต้นมาก่อนแล้วว่าที่ไหนน่าสนใจแล้วที่นี่ก็ถือว่าตรงตามที่เขาต้องการด้วยระยะทางไม่ไกลจากเมืองหลวงและมีที่เที่ยวหลายที่

    “น่าสนใจมากเลยเจ้าค่ะ”ลี่ถิงเอ่ยออกมาอย่างสนใจ ด้วยตัวนางนั้นเกิดและเติบโตมาในจวนของเจ้านายไม่มีโอกาสได้ไปไหนเลย กระทั่งจะออกไปนอกจวนแต่ละครั้งยังยากเย็นเหลือเกิน

    “ข้าได้ยินว่าที่นั่นมีที่เที่ยวสวยๆหลายที่เลยเจ้าค่ะ” เยว่ซินเอ่ยออกมาอย่างสนใจเช่นกันนางได้ยินจากผู้คนมาบ้างเช่นว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ลวี่หูโปนั้นไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

    “พ่อก็คิดว่าจะเป็นเช่นนั้นอย่างไรก็ตามนี้แล้วกันนะ ต้นเดือนหน้าเราจะเดินทางกัน อย่างไรก็เตรียมตัวไว้ด้วยทั้งเรื่องงานเราก็ควรที่จะจัดการให้เรียบร้อยทำไม่ไหวอย่างไรก็บอกกล่าวกันอย่าได้เก็บไว้ทำให้หนักเพียงคนเดียว”จิ้นสิงเอ่ยบอกทุกคนที่นั่งฟังกันอย่างตั้งใจอย่างไรเสียเรื่องงานของพวกเขาก็ต้องทำด้วยความรับผิดชอบเหมือนเดิมก่อนที่จะไปทำอย่างอื่น

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกเสียงเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ

     

    “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะแม่ค้าน้อย”เสียงเอ่ยทักทายจากอดีตลูกค้าเจ้าประเจ้าของร้านเจี้ยนเฉิงอย่างมี่หนิงหยางที่หายหน้าหายตาไปนานวันนี้เขามีโอกาสได้เดินเล่น เดินเรื่อยๆ จนมาถึงร้านของชิงเถาได้ทีเดียว

    “คารวะคุณชายมี่เชิญนั่งพักดื่มชาก่อนเจ้าค่ะ” ชิงเถาเอ่ยออกมาพร้อมด้วยตัวที่ยอบลงไปเคารพอีกฝ่าย

    “ขอบใจเจ้าว่าแต่ได้ข่าวว่าร้านเจ้ามีสินค้าใหม่อีก แล้วถึงขนาดต้องเปิดประมูลเลยรึขายดีขนาดนี้อีกหน่อยคงได้เปิดอีกสาขาแล้วล่ะมั้ง”มี่หนิงหยางเอ่ยแกล้งถามอีกฝ่ายออกมาอย่างอารมณ์ขัน

    “ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะคุณชาย”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างถ่อมตน แต่ในใจก็คิดว่าก็ดีนะเปิดร้านอีกสักร้านคงมีรายได้มากกว่าเดิมแต่คงเก็บไว้คิดต่อยอดในอนาคตก็แล้วกัน

    “ฮ่ะๆๆคงไม่แบบนั้นหรอก เพียงเท่านี้ข้าก็ได้ยินข่าวว่ายอดสั่งซื้อยาวถึงเดือนหน้าเลยทีเดียว”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจและเหมือนรู้ดี ทั้งๆที่เรื่องนี้ถ้าหากมิใช่ลูกค้าที่มาสั่งซื้อกับแบบเป็นส่วนตัวก็ไม่อาจรู้ได้เลยชิงเถาที่ตอนแรกยังยิ้มกับเขาอยู่ถึงกับหุบยิ้มลง เรื่องนี้เขารู้ได้เช่นไรกันนางแน่ใจว่าในบัญชีของลูกค้าทั้งหมดไม่มีชื่อของจวนเขาอย่างแน่นอน

    “เรื่องนี้คุณชายได้ยินมาจากไหนกันเจ้าคะ”ชิงเถาถามออกมาอย่างต่ำ เรื่องนี้มันสมควรจะเป็นเรื่องของร้านกับลูกค้าสิคนอื่นก็ไม่ควรได้ทราบกันง่ายๆ

    “ฮ่ะๆๆๆเรื่องที่ข้าอยากรู้ก็ได้รู้ทั้งนั้นหล่ะ โดยเฉพาะเรื่องของเจ้า”มี่หนิงหยางตอบออกมาอย่างยิ้มแย้มสบายๆ ไม่หวั่นกับคำถามที่เสียงกดต่ำลงจนเหมือนข่มขู่ฝ่อๆเป็นแมวแบบนั้น

    “หึทำเป็นเก่งเป็นสายสืบหรือไงกัน” ชิงเถาเอ่ยกับตัวเองออกมาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้อีกฝ่าย

    “เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ”เขายังถามออกมายิ้มๆ

    “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะข้าเพียงกำลังสงสัยว่าวันนี้คุณชายมีธุระอะไรหรือไม่” ชิงเถาเอ่ยไปเรื่องอื่นต่อโดยไม่รู้เลยว่าเขาได้ยินที่นางนินทาเมื่อครู่แต่อย่างไร ก็นางจะรู้ได้เช่นไรล่ะหน้าเขาก็ไม่เห็นจะมีความแปลกแตกต่างไปจากเดิมเลย

    “ไม่มีธุระข้ามามิได้รึ”มี่หนิงหยางถามออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนแกล้งๆ น้อยใจอีกฝ่าย

    “ก็ได้เจ้าค่ะข้าขออภัยที่ถามเช่นนั้นแต่ถึงอย่างไรทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลในการทำเรื่องต่างๆ ทั้งสิน”ชิงเถาคิดในใจแล้วทำไมนางจะต้องมาอธิบายให้อีกคนฟังด้วยเนี่ย

    “ที่แท้เจ้าก็คิดเช่นนี้เอาล่ะวันนี้ข้าก็ไม่ได้มาเพียงเปล่าประโยชน์หรอก” มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาประชดชิงเถาเล็กน้อยก่อนจะเข้าเรื่องอย่างจริงจังไม่มีเล่นอีก ด้วยเขารู้ได้ตัวเองด้วยความเก่งกาจเฉลียวลาดอันเป็นความสามารถของเขา(อันนี้มี่หนิงหยางคิดเองนะคะ เราไม่เกี่ยวเด้อ)มี่หนิงหยางจึงรู้ว่าของต่างๆที่ทำให้เป็นที่สนใจของผู้คนนั้นมาจากฝีมือเจ้าแม่ค้าน้อยเด็กสาวคนนี้อย่างแน่นอนเช่นนั้นวันนี้นอกจากมาดูหน้าคาดตานางแล้ว จึงถือโอกาสมาเจราจาการค้าด้วยจะได้ไม่ดูเป็นเหมือนว่าเขาไร้สาระเกินไปในสายตาอีกฝ่าย

    “ข้าอยากสั่งซื้อถุงเพิ่มพื้นที่จากเจ้า”

    “เรื่องงนี้ท่านต้องไปติดต่อกับ”ชิงเถาตั้งใจเอ่ยปฎิเสธออกมา เพราะหน้าที่นี้มิใช่ของนาง และนางก็ไม่อยากลำเอียงเพียงกับบางคนด้วยเพราะแม้กระทั่งกับคุณชายเยี่ยนเทียนฉินนางยังให้เขาทำตามขั้นตอนของร้านเลย

    “ข้ารู้ว่าเจ้ามีสิทธิในการรับคำสั่งซื้อจากค้าได้”เขายังไม่ยอมกับชิงเถาที่ไม่ยอมรับเรื่อง

    “เรื่องใหญ่แบบนี้ต้องให้ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าจัดการเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอยออกมาด้วยรอยยิ้มใสซื่อ แต่นั่นไม่อาจเปลี่ยนความคิดอีกฝ่ายไปได้

    “แต่เจ้าเป็นคนสร้างขึ้นข้าไม่คิดว่าเจ้าไม่มีสิทธินะ” เขายังเอ่ยออกมาเหมือนรู้จักนางดีอย่างไรอย่างนั้น

    “ทำไมคุณชายคิดเช่นนั้นล่ะเจ้าคะข้าเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดา” ชิงเถานางยังไม่ยอมเอ่ยค้านออกมาเขาเป็นใครกันถึงได้รู้จักตัวนางขนาดนี้

    “ข้าไม่คิดเช่นนั้นนะเอาล่ะนี่ใบสั่งซื้อจากทางพรรคเหนือเมฆาหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากร้านเจี้ยนเฉิงนะขอรับ”มี่หนิงหยางเอ่ยออกมาพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้อีกฝ่าย

    “พรรคเหนือเมฆา”ชิงเถาเอ่ยออกมาเสียงเบา นางได้ยินชื่อนี้มาเมื่อมานานมานี้เองและตอนนี้ก็ได้ยินมันออกมาจากปากอีกฝ่ายตรงหน้า นางจะไม่ถามหรอกว่าเขาเป็นอะไรกับพรรคนั่นแต่เมื่อเขาเอาพรรคมาอ้างอย่างนี้ก็เท่ากับขู่นางไม่ให้มีสิทธิปฏิเสธเขาเพราะเขารู้ดีว่าร้านนางนั้นไม่อยากเป็นปรปักษ์กับใครอยู่แล้วอย่างนั้นแล้วคำที่นางจะเอ่ยกับเขาได้ก็มีแต่

    “จ่ายมัดจำครึ่งหนึ่งด้วยเจ้าค่ะ”เอ่ยออกมา ส่วนตาที่ก้มลงดูรายการพร้อมคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน