หมอหญิงอัคคี

    ตอนที่ 78 เยื่อใย

    ซึ่งในขณะทึ่ฉันยังอยู่ในภวังค์ภายในหูได้ยินแต่เสียงเรียกของเสวียฉีเรียกให้ก้าวเท้าเดินไปจนถึงขอบหน้าผา ทันไดนั้นก็มีแสงสีขาวสว่างวาบพร้อมกับเสียงฟ้าผ่า “เปรี้ยงงงง!!!” ลงมาที่พื้นตรงหน้าทำให้ฉันตกใจหลุดออกจากภวังค์ รีบก้าวเท้าถอยหลังออกห่างจากริมหน้าผา ถ้าตกลงไปต่อให้ไม่ตายเพราะร่างกายฟื้นฟูได้ แต่กระดูกกระเดี้ยวคงหักทั้งตัวใช้เวลาฟื้นฟูเป็นชั่วยามแน่ๆ


    แล้วก็ได้ยินเสียงเสวียฉีตะโกนเรียกเสียงดังโหวกเหวกอยู่ทางด้านหลังไม่ไกลนัก จึงรีบหันไปมองเห็นเสวียฉีกำลังต่อสู้อยู่กับลู่เสียนและกุ้ยถิง ทำให้รู้ว่าที่แท้เสวียฉีคนที่เรียกให้เดินไปริมหน้าผาคือภาพลวงตา ส่วนฟ้าที่ผ่าลงมาคงเป็นสวรรค์มาช่วยเรียกสติ


    เมื่อกุ้ยถิงเห็นฉันมีสติกลับคืนมาแล้ว นางจึงผละจากเสวียฉีพุ่งมาโจมตีฉันทันที ซึ่งกุ้ยถิงแม้จะเป็นหญิงแต่นางก็เป็นปีศาจงูที่แข็งแรง เคลื่อนไหวรวดเร็วมีพลังเวทย์สูงมาก ฉันจึงได้แต่ตั้งรับพยายามหลบหลีกพิษที่กุ้ยถิงพ่นออกมา และแม้เสวียฉีจะพยายามเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกลู่เสียนเข้ามากันแยกออกห่างไปได้ทุกครั้ง


    จนฉันพลาดท่าถูกกุ้ยถิงซัดฝ่ามือเข้าที่ท้องอย่างจัง ทำเอาจุกท้องเซถลาล้มกลิ้งไปกองกับพื้น กุ้ยถิงจึงพุ่งตัวเข้ามาจะพ่นพิษใส่ แต่ถูกเสวียฉีเข้ามาขวางซัดฝ่ามือเต็มแรงเข้าที่อกของกุ้ยถิง ทำให้นางกระอักเลือดเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบล้ม แต่ลู่เสียนเข้ามาช่วยประคองหลังไว้ได้ทัน


    เสวียฉีหันมามองฉันแวบหนึ่งเห็นว่าแค่บาดเจ็บจุกท้อง แต่นั่นก็ทำให้เขาโกรธหน้าตาขึงขังหันไปจ้องมองกุ้ยถิงกับลู่เสียนเหมือนกินเลือดกินเนื้อ กำกระบี่ในมือแน่นวิ่งปรี่เข้าโจมตีสองสาวรุนแรงกว่าตอนแรก เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตั้งรับแต่บุกหมายจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง


    จนสองสาวเริ่มรับมือเสวียฉีไม่ไหว กุ้ยถิงพลาดท่าถูกเสวียฉีแทงด้วยกระบี่จนหงายหลังล้มตึงนอนเจ็บหนักอยู่ที่พื้น เสวียฉีจะแทงกุ้ยถิงซ้ำกะจะเอาให้ตายตรงนั้น แต่ลู่เสียนพุ่งตัวบังรับคมกระบี่แทนจนถูกแทงเข้าที่หลัง


    ส่วนเสวียฉีที่ยังอยู่ในอารมณ์โกรธพูดเสียงแข็งกับลู่เสียนว่า เป็นเพราะทั้งสองคนบีบบังคับให้เขาต้องลงมือ โดยเฉพาะกุ้ยถิงบังอาจนักทำให้ฉันเจ็บจึงสมควรตาย จึงบอกให้ลู่เสียนถอยออกไป ลู่เสียนที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลทะลักเต็มแผ่นหลังไม่ยอมขยับตัวถอย แต่พยายามฝืนร่างกายพูดตัดพ้อต่อว่าเสวียฉี


    เป็นเพราะเสวียฉีทำให้นางเจ็บช้ำทั้งใจกาย ไม่ว่าจะในอดีตหรือแม้กระทั่งตอนนี้เสวียฉีก็ยังทำให้นางเจ็บ มีเพียงกุ้ยถิงคนเดียวที่เข้าใจในความรู้สึกที่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความรักหลอกลวงที่ได้รับจากเขา ถ้าจะฆ่ากุ้ยถิงก็ให้ฆ่านางก่อนเพราะกุ้ยถิงเปรียบเป็นดั่งพี่สาวที่คอยดูแลนางมาตลอดไม่เคยทอดทิ้ง เสวียฉีจึงกัดฟันยกกระบี่จะแทงลู่เสียน


    แม้ใจฉันจะไม่ชอบลู่เสียนที่เป็นศัตรูหัวใจ แต่ถ้าจะปล่อยให้เสวียฉีฆ่าพวกนางตายไปต่อหน้าต่อตาก็ทนดูไม่ไหว จึงรีบพูดสั่งเสวียฉีทันทีว่าอย่าฆ่าพวกนาง ฉันเองต่างหากที่เป็นคนผิดเพราะดื้อรั้นให้เสวียฉีพามาจับผีเสื้ออัญมณี จนพวกเขาพบเจอต่อสู้กันบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ จึงขอร้องพวกเขาให้เลิกราสงบศึกแต่เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องในอดีตก็ขอให้อโหสิอย่าแค้นเคืองกันอีกเลย


    แต่ลู่เสียนกลับมองค้อนพูดตอบไร้ความเป็นมิตรว่า อย่าทำเป็นพูดดีตีหน้าซื่อเป็นเพราะฉันที่ทำให้เสวียฉีทอดทิ้งนางไป และอย่าคิดว่าฉันมีสวรรค์คอยช่วยเหลือแล้วนางจะกลัว เพราะต่อให้ฉันกับเสวียฉีไม่มาที่นี่ นางกับกุ้ยถิงก็จะบุกไปชำระแค้นที่ป่าอัคคีอยู่แล้ว เลิกทำหน้าเสแสร้งแกล้งเห็นใจอยากทำอะไรก็รีบทำอยากฆ่าก็ฆ่าเลย


    ฉันรู้ว่าที่ลู่เสียนทำไปเพราะยังคงรักเสวียฉี และยังทำใจไม่ได้ที่เห็นฉันกับเสวียฉีมาพรอดรักกันที่หุบเขาเคียงนภา ซึ่งแม้ฉันจะรู้สึกเห็นใจในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน แต่ฉันเองก็รักเสวียฉีและจะไม่ยกเสวียฉีให้ใครหน้าใหนทั้งนั้น


    จึงพูดเสียงแข็งกับลู่เสียนว่าถ้าอยากแก้แค้นจงรักษาตัวเองให้หายดี ถ้ายังอยากชำระแค้นก็ตามไปแก้แค้นที่ป่าอัคคีแต่คราวหน้าฉันจะไม่ออมมือให้ และหลังจากนั้นไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะก็ขอให้จบเลิกรา เลิกตามล้างแค้นกันอีก


    ลู่เสียนมองฉันด้วยสายตาเอาเรื่องแล้วพูดว่า สำหรับนางไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ มีแต่คำว่าเป็นหรือตายเท่านั้น ฉันรู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ลู่เสียนคงไม่ฟัง จึงมองจ้องตากับนางแล้วพูดว่า ถ้าต้องการแบบนั้นก็ได้แต่จะบอกไว้ก่อนว่าคนที่จะต้องตายคือนางกับกุ้ยถิง จากนั้นก็ล้วงหยิบยาสมานแผลสองห่อโยนให้ลู่เสียน เพื่อให้ใช้ใส่รักษาบาดแผลของนางกับกุ้ยถิง


    จากนั้นฉันกับเสวียฉีจึงออกเดินทางออกจากบริเวณนั้น ทิ้งให้ลู่เสียนนั่งกอดกุ้ยถิงอยู่ตรงนั้นโดยไม่สนใจว่านางจะใช้ยาที่ฉันทิ้งไว้ให้นางหรือไม่ เราเดินฝ่าพายุหิมะพัดโหมกระหน่ำขึ้นมาอีกรอบ อาจเป็นเพราะลู่เสียนกำลังร้องไห้เสียใจ หรือไม่อาจจะยังคงโกรธแค้นที่ยังไม่สามารถแก้แค้นเสวียฉีได้ในวันนี้ จึงยังทำให้มีลมพายุพัดกระหน่ำบนภูเขา


    ในระหว่างที่เราเดินกอดกันฝ่าพายุหิมะ ฉันถามเสวียฉีด้วยความไม่พอใจเพราะคิดว่าเสวียฉียังมีเยื่อใยให้ลู่เสียน ถามเขาว่าตอนที่ฉันถูกสะกดจิตทำไมจึงไม่รีบมาช่วย ทำไมปล่อยให้ลู่เสียนสะกดจิตฉันจนเกือบตกหน้าผา โชคดีที่มีฟ้าผ่าลงมาไม่เช่นนั้นคงตกหน้าผาตายไปแล้ว


    เสวียฉีกระชับแขนกอดแล้วตอบว่า ที่เขาไม่ฆ่าลู่เสียนเพราะถ้าลู่เสียนตายฉันจะถูกขังอยู่ในภวังค์ไม่สามารถออกจากภวังค์ได้ เขาจึงพยายามตะโกนเรียกให้ฉันรู้สึกตัวก่อนจึงจะสามารถจัดการกับลู่เสียนได้ มีแต่ฉันต่างหากที่ไม่ยอมให้เขาฆ่าลู่เสียน เขายังพูดว่ากล่าวฉันอีกว่าพูดจาโม้โอ้อวดว่าออมมือให้ ทั้งๆที่ตัวเองสู้ไม่ไหวยังจะท้าให้ลู่เสียนตามไปแก้แค้นที่ป่าอัคคีอีก ช่างไม่ดูกำลังตัวเองเลย


    ฉันจึงกระทุ้งศอกเข้าที่ท้องเสวียฉีเพราะหมั่นใส้ที่เขารู้ทัน และยังคงหงุดหงิดใจเรื่องที่เสวียฉีเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลู่เสียน จนเกิดเรื่องเกิดราวบานปลายแทบจะฆ่ากันตาย แต่เสวียฉียังพยายามเถียงและแก้ตัวว่าเขาจบทุกความสัมพันธ์แล้วกับลู่เสียน มีแต่ฉันนั่นแหละที่ดื้อรั้นหาเรื่องทะเลาะกับเขาไม่หยุด เราจึงเดินเถียงกันไปตลอดทางต่างโทษกันว่าหาเรื่องวุ่นวายทำให้ปวดหัว


    กระทั่งพายุหิมะจู่ๆก็หยุดลงกระทันหัน เราจึงคิดกันไปว่าลู่เสียนคงสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เสวียฉีจึงเรียกกระบี่หยกขาวออกมาเพื่อจะให้พาเราบินกลับป่าอัคคี แต่ทันใดนั้นเราก็สัมผัสได้ถึงพลังแรงกดดันบางอย่างที่แข็งแกร่งและสูงกว่าเสวียฉี ซึ่งแม้กระทั่งเสวียฉีเองยังมีสีหน้าตกใจกับพลังเวทย์ที่ปรากฏออกมาแวบหนึ่งแล้วหายไป


    เรารีบมองหารอบๆบริเวณเพื่อดูเจ้าของพลังเวทย์ลึกลับนั้นเป็นใคร แต่กลับมองไม่เห็นตัว พลันเสวียฉีจับตัวฉันอุ้มกระโดดขึ้นไปยืนแอบอยู่บนต้นไม้ พร้อมกับทำนิ้วชี้จุ๊ปากชู่วววไม่ให้ส่งเสียง ชี้นิ้วให้ฉันมองไปที่แนวต้นไม้ไกลๆในป่า จึงมองตามนิ้วที่เสวียฉีชี้ให้ดูก็ต้องตกใจ เพราะเห็นสุนัขเยือกแข็งหลายตัวกำลังวิ่งอยู่ไกลๆแถวแนวป่าด้านหน้า


    ถึงกับอุทานถามเสวียฉีทันทีว่าพวกสุนัขเยือกแข็งมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เขากระซิบตอบเบาๆว่า เจ้าปีศาจเยือกแข็งคงจะฟื้นตัวแล้วแต่น่าจะยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงแอบซ่อนตัวด้วยการลบกลิ่นอายพลังเวทย์แอบกบดานอยู่ที่หุบเขาเคียงนภา เพราะที่นี่มีอากาศหนาวจัดใกล้เคียงกับดินแดนรกร้างเส้นขอบฟ้า มิน่าล่ะก่อนหน้านี้เขาถึงรู้สึกว่าปีศาจเยือกแข็งซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล้ไม่ไกล ที่แท้ก็อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง


    เสวียฉีจึงบอกให้ฉันขึ้นกระบี่บินกลับไปที่ป่าไผ่เขียวก่อน ส่วนเขาจะไปตามหาและจะจัดการกับเจ้าปีศาจเยือกแข็ง แต่ฉันไม่ยอมให้เสวียฉีไปคนเดียว เพราะพลังเวทย์ของจอมปีศาจแข็งแกร่งขึ้นมากทั้งยังมีพวกสุนัขเยือกแข็งอีก เสวียฉีรับมือคนเดียวไม่ไหวแน่ ถ้าคิดจะบุกก็ควรวางแผนให้ดีก่อน และควรบอกหยงเป่ากับซิ่นหลิง และเฟยเจินให้ไปบุกด้วยกันไม่อยากให้เขาใจร้อนบุ่มบ่ามบุกไปคนเดียว


    และควรแจ้งเรื่องนี้กับฮ่องเต้และท่านอ๋องให้เตรียมตัวรับมือด้วย เสวียฉีฟังแล้วก็พยักหน้าไม่ดึงดันใจร้อน รีบพาฉันขึ้นกระบี่บินกลับป่าไผ่เขียวทันที เมื่อมาถึงป่าไผ่เขียวฉันเห็นหยงเป่าในร่างเสือดำกำลังนอนเอกเขนกอยู่ที่ชานเรือน จึงวิ่งเข้าไปกอดซุกตัวกับหยงเป่าแล้วบ่นว่าหนาว


    เฟยเจนกับซิ่นหลิงที่ได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากในเรือน ถามว่าได้ผีเสื้ออัญมณีกลับมาหรือเปล่า และยังถามอีกว่าได้เจอปีศาจงูลู่เสียนด้วยหรือไม่ ฉันตอบทันทีว่าเจอซ้ำยังถูกทำร้ายจนจุกในท้องไปหมด ทั้งสามต่างพากันตกใจรีบขอดูว่าเจ็บตรงไหนทั้งยังชักชวนกันจะไปแก้แค้นคืนให้


    เสวียฉีจึงทำน้ำเสียงหมั่นใส้พูดขัดขึ้นว่าฉันแค่จุกท้อง แต่ลู่เสียนกับกุ้ยถิงได้รับบาดเจ็บสาหัส พอเขาจะจัดการก็ห้ามว่าอย่าฆ่าแต่ให้ปล่อยไป พอกลับมาถึงเรือนก็มาออดอ้อนเจ็บโน่นเจ็บนี่ เชอะ! หมั่นใส้! ทั้งสามคนก็หัวเราะเบาๆที่รู้ว่าฉันออดอ้อนเพื่อให้พวกเขาเอาใจ


    เสวียฉียังพูดต่ออีกว่าอย่าไปสนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนั้น แต่มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าเพราะตอนนี้ปีศาจเยือกแข็งฟื้นตัวกลับมาแล้ว พวกปีศาจกำลังซ่อนตัวอยู่ที่หุบเขาเคียงนภา แถมตอนนี้ยังมีพลังเวทย์แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ทำให้ทั้งสามพากันเปลี่ยนสีหน้าเป็นตึงเครียด รีบชักชวนกันไปบุกโจมตีปีศาจเยือกแข็ง


    แต่เสวียฉีทักท้วงห้ามไว้เพราะยังไม่รู้ที่ซ่อนของปีศาจเยือกแข็ง ถ้าไปตอนนี้ทั้งสามคนคงจะหนาวหมดแรงไปเสียก่อนจะได้เจอตัวพวกปีศาจ แต่เสวียฉีจะกลับไปค้นหาที่กบดานของพวกปีศาจอีกครั้ง ส่วนพวกเราก็ให้อยู่รอเตรียมตัวบุกไว้เลย ฉันจึงบอกกับทุกคนว่าจะเข้าไปในวังเพื่อแจ้งข่าวกับฮ่องเต้และท่านอ๋อง จะได้เตรียมทัพแต่เนิ่นๆแล้วยกพวกไปบุกพร้อมกันน่าจะดีกว่า


    หยงเป่าเองก็เห็นด้วยเพราะคิดว่าให้ท่านอ๋องกับพวกทหารช่วยกำจัดฝูงสุนัขเยือกแข็งเป็นการช่วยเบาแรงได้ส่วนหนึ่ง ส่วนพวกเขาจะกำจัดเจ้าปีศาจเยือกแข็งเอง จากนั้นหยงเป่าก็ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ฉันอ่าน หยงเป่าบอกว่าเพิ่งได้รับจดหมายเมื่อวานตอนเย็น ในจดหมายเขียนไว้ว่าขอเชิญพวกเราไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะฑูตพันธมิตร ที่มาเยี่ยมเยียนและสานสัมพันธ์หลังจากฮ่องเต้หายจากประชวร


    หยงเป่าก็พูดว่าไหนๆก็มีจดหมายมาเชิญไปร่วมงานเลี้ยง ก็ให้ฉันกับซิ่นหลิงและเฟยเจินไปแจ้งข่าวเรื่องนี้กับท่านอ๋องก่อน ส่วนหยงเป่าจะไปช่วยเสวียฉีค้นหาที่ซ่อนของพวกปีศาจเยือกแข็ง จากนั้นเสวียฉีกับหยงเป่าก็เดินทางไปที่หุบเขาเคียงนภาด้วยกันทันที


    ส่วนซิ่นหลิงกับเฟยเจินนั้นขอเวลาครู่หนึ่งเพื่อไปสั่งการหยางกวางหัวหน้ากลุ่มฝูงงู รวมถึงกองทัพแมงมุมกับฝูงนกอินทรีย์ดำให้เตรียมพร้อมต่อสู้กับพวกปีศาจเยือกแข็ง ส่วนฉันก็เตรียมตัวด้วยการเดินไปหยิบยาพิษดอกหญ้าสีส้มที่ทำเตรียมไว้ต่อสู้กับสุนัขเยือกแข็งเก็บใส่ในเข็มขัดเวทย์


    จากนั้นก็เรียกเหวินอี้กับฟางหรูให้มาพบแล้วมอบเงินจำนวนหนึ่งให้คนทั้งสอง ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากพอให้คนทั้งสองเดินทางออกจากป่าไผ่เขียว ไปตั้งหลักปักฐานที่แคว้นจินชางหรือที่แคว้นอื่นๆที่มีสภาพอากาศร้อนหรือมีอากาศอบอุ่น เพราะคิดว่าปีศาจเยือกแข็งคงยากจะรุกรานไปถึง


    โดยบอกคนทั้งสองว่าถ้าพวกเราทั้งห้าคนไม่สามารถต่อสู้ชนะปีศาจเยือกแข็ง หรือไม่สามารถกลับมาที่เรือนนี้ได้อีก ก็ขอให้คนทั้งสองไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แคว้นอื่น ทั้งยังฝากให้ช่วยดูแลไมเคิลกับแอปเปิ้ลสองลิงแฝดของฉันด้วย เหวินอี้กับฟางหรูแม้จะรับเงินนั้นไว้แต่ทั้งสองกลับพูดว่า ไม่ว่าจะยังไงก็จะอยู่รอพวกเรากลับมาที่ป่าไผ่เขียว และยังรับปากว่าจะดูแลลิงแฝดให้เหมือนเป็นลูกของตน จะไม่ทอดทิ้งลิงน้อยทั้งสองเด็ดขาด


    ฟางหรูจึงจับมือฉันขึ้นมาบีบแล้วพูดด้วยใบหน้าเศร้ามีน้ำตาคลอว่า อย่าพูดอะไรเป็นลางไม่ดีแบบนี้อีกเลย นางเชื่อว่าพวกเราต้องกลับมาอย่างปลอดภัย นางจะทำอาหารและเตรียมหม้อไฟไว้รอให้พวกเรากลับมากิน ฉันจึงปั้นหน้ายิ้มตอบฟางหรูว่าเสร็จงานเมื่อไหร่จะรีบกลับมากินหม้อไฟ


    ถึงแม้ในใจฉันจะไม่มั่นใจและหวั่นใจยังไงพิกลแต่พยายามทำใจไม่ให้กลัว จึงคิดปลุกใจตัวเองว่าหนังเหนียวจะไม่ตายง่ายๆหรอกเว้ย! จากนั้นเมื่อพวกเราสั่งงานและร่ำลากันเสร็จเรียบร้อยจึงออกเดินทางไปวังหลวง และแน่นอนว่ามีหลี่เฉียงติ่งของเสวียฉีขอติดตามไปด้วยอีกตามเคย

    ●

    ●

    ●

    หมายเหตุ

    กุ้ยถิง แปลว่า ผู้ล้ำค่าและงามสง่า

    คล้ายกับเรื่องหมอหญิงอัคคี ที่คุณอ่าน

    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810