จากนั้นก็เป็นแมคโวลัคที่อธิบายถึงถึงตัวตนระดับSSของเดธการ์เดี้ยนให้ฟังต่อ
ไลท์ฟังข้อมูลของตัวตนระดับSSจากแมคโวลัคก่อนที่จะเข้าใจถึงตัวตนระดับSSของเดธการ์เดี้ยน
ผู้นำของเดธการ์เดี้ยนชื่อว่า มัลแฟร์ ใช้เวทย์ธาตุน้ำแข็ง เป็นชายวัยกลางคน มีความแข็งแกร่งอันดับต้นๆของตัวตนระดับSSเลยทีเดียว ในอดีตมัลแฟร์เคยสังหารผู้พิทักษ์ของสภาจอมเวทย์ไปแล้วสองคน ทำให้ชื่อเสียงของมัลแฟร์เป็นที่เลื่องลือเอามากๆ
รองผู้นำของเดธการ์เดี้ยนมีสองคน หนึ่งคือเคอติช อีกคนชื่อว่าฮาร์แลม
เคอติชเป็นชายชรา ผู้ใช้เวทย์ผสานร่างกับพยัคฆ์อัสนี ทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าจอมเวทย์ทั่วๆไปมาก เนื่องจากสัตว์เวทย์ที่ร่วมร่างคือพยัคฆ์อัสนีทำให้เขาสามารถปล่อยสายฟ้าออกมาได้ด้วย
ฮาร์แลมเป็นหญิงสาวอายุประมาณสามสิบปลายๆ เธอเป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุน้ำที่แข็งแกร่งมากๆ อย่าดูถูกว่าเธอใช้เวทย์น้ำแล้วจะอ่อนแอ เพราะเวทย์น้ำของเธอคือเวทย์น้ำกรด ใครก็ตามที่ถูกน้ำกรดของเธอโดนตัวก็จะต้องละลายไปทันที
และคนสุดท้ายคือโคนี่
โคนี่คือตัวตนระดับSSที่รอดชีวิตในตอนที่พวกองค์กรเดธการ์เดี้ยนและองค์กรวิญญาณโลกันต์บุกมาสังหารพวกไลท์ก่อนที่จะเดินทางไปถึงเมืองมิลเลอร์ฟรอส แต่ในช่วงสุดท้ายเขาก็สามารถหนีรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย
“ ไลท์ นายคิดว่าจะรับมือพวกมันได้ไหม? ” เฟลิกซ์ถามขึ้น
“ สบายมากครับคุณเฟลิกซ์ ขนาดวันนั้นพวกมันบุกมามากกว่าสิบสามคนผมก็ฆ่าพวกมันไปถึงสิบคน ” ไลท์พูดขึ้นด้วยความสบายๆ
“ ฉันคงถามเรื่องไร้สาระไปสินะ ” เฟลิกซ์หัวเราะ
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน
ในขณะที่ไลท์ เฟลิกซ์ แมคโวลัคกำลังนอนเล่นอยู่ที่บนดาดฟ้า จู่ๆเมทัลก็วิ่งมาด้วยความเร่งรีบ
“ หัวหน้าครับ ห่างออกไปจากที่นี้ประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร ทางเราจับสัญญาณการเกิดดันเจี้ยนได้ครับ ไม่ทราบว่าหัวหน้าจะสั่งการยังไงครับ ” เมทัลถาม
ไลท์ เฟลิกซ์และแมคโวลัคมองหน้ากันก่อนที่จะเป็นเฟลิกซ์ที่สั่งการว่าให้ไปยังจุดที่เกิดดันเจี้ยนทันที หนึ่งคือพวกเขาต้องทำลายดันเจี้ยนเพื่อไม่ให้ดันเจี้ยนแตกและออกมาทำลายเมือง สองคือพวกเขาก็จะได้สมบัติภายในดันเจี้ยนด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
“ เข้าใจแล้วครับหัวหน้า ” เมทัลพยักหน้ารับก่อนที่จะวิ่งไปยังเรือยนต์ของตัวเองทันที
หลังจากที่ได้รับคำสั่งแล้วทั้งหมดก็เปลื่ยนเส้นทางการเดินทางทันที โดยที่มีเรือยนต์ของสภาจอมเวทย์เป็นคนนำทางไป
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
พวกเขาก็มาใกล้ถึงในจุดที่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นแต่ทว่าเมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่าดันเจี้ยนแห่งนั้นปรากฏขึ้นภายในป่าใหญ่ และเมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่ามีเรือยนต์จอดอยู่ไม่ไกล
“ ดูเหมือนว่าจะมีคนมาจัดการกับดันเจี้ยนนี้แล้ว ” เฟลิกซ์พึมพำออกมา
“ น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ” แมคโวลัคเสริม
หลังจากที่จอดเรือยนต์เสร็จแล้วก็มีเมทัลและจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์อีกสองคนเดินไปสอบถามข้อมูลจากเรือยนต์ด้านหน้าก่อน
ไม่นานหลังจากที่พวกเมทัลสอบถามเสร็จแล้วก็กลับมารายงานทันที
“ หัวหน้าครับ เรือยนต์ด้านหน้าเป็นของกลุ่มนักผจญภัยออบซิเดสครับ พวกเขาได้รับคำขอร้องจากสมาคมนักผจญภัยเมืองเรนทาวน์ให้มาตรวจสอบดันเจี้ยนที่เกิดขึ้นครับ ซึ่งพวกเขาได้บอกมาว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ปรากฏขึ้นมาได้สองวันแล้วครับ แต่พวกเขาให้ไปถามกับคนที่อยู่ด้านในป่าก่อนครับเพราะด้านนอกเป็นแค่คนเฝ้าเรือยนต์เท่านั้น ” เมทัลอธิบาย
“ งั้นก็ให้นายนำกำลังคนเข้าไปตรวจสอบดันเจี้ยนก่อนแล้วค่อยกลับมารายงานอีกที ” เฟลิกซ์พูดขึ้น
“ ครับหัวหน้า ” เมทัลพยักหน้ารับก่อนที่จะไปสั่งการต่อทันที
จากนั้นเมทัลก็นำจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ประมาณห้าคนวิ่งเข้าไปด้านในป่าเพื่อหาดันเจี้ยนทันที
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เมทัลก็ติดต่อมาหาเฟลิกซ์เพื่อรายงานข้อมูลที่พวกเขาทราบ
“ เป็นไงบ้างเฟลิกซ์? ” แมคโวลัคถาม
“ ดันเจี้ยนนี้แข็งแกร่งประมาณระดับB คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในการจัดการกับดันเจี้ยนนี้ ” เฟลิกซ์ตอบ
“ เดี๋ยวผมให้คนของผมเข้าไปด้านในด้วยเพื่อความปลอดภัย ” ไลท์พูดขึ้น
เฟลิกซ์พยักหน้า เขาคิดว่าการที่ให้คนของไลท์เข้าไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น
จากนั้นไลท์ก็เรียกเดซี่ ไลก้า คอลรุย เมลิซ่า ให้เข้าไปในดันเจี้ยนด้วย
เมื่อได้รับคำสั่งจากไลท์แล้ว ทั้งสี่คนก็เดินตามเมทัลไปทันที
เมทัลนำจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ไปทั้งหมดสิบคนและเมื่อรวมกับพวกไลท์ก้าด้วยก็คือสิบห้าคนที่จะเข้าไปด้านในดันเจี้ยน
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงเศษ เมทัลก็ติดต่อกลับมาพร้อมกับบอกว่าทำลายดันเจี้ยนเรียบร้อยแล้ว
เมื่อทุกคนกลับมาแล้วก็ออกเดินทางต่อ
ผ่านไปหลายวันในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองเทลทาวน์
หลังจากที่จอดเรือยนต์เสร็จแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนกันก่อน ส่วนทางด้านเฟลิกซ์ แมคโวลัค เอลเรนและไลท์มาปรึกษากันที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง
ภายในห้องอาหารถูกไลท์วางม่านพลังป้องกันเอาไว้แล้วทำให้ไม่มีใครสามารถเข้ามาได้หรือแอบฟังข้อมูลได้
“ ไลท์นายคิดว่าจะทำลายเดธการ์เดี้ยนยังไง ” เอลเรนถามด้วยอยากรู้
“ ในเมื่อพวกมันเหลือระดับSSเพียงแค่สี่คนเท่านั้น พวกเราได้เปรียบอย่างมากในเรื่องของจำนวนคน ไม่ว่าจะเป็นพวกคุณสามคนและทางฝั่งของฉันอีกสองคน ส่วนพวกระดับSไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพวกเราเองก็น่าจะสามารถเอาชนะได้ ” ไลท์พูดขึ้น
เฟลิกซ์และคนอื่นๆก็ลองคิดตามแล้วก็เห็นด้วยกับไลท์ พวกเขาได้เปรียบในเรื่องของจำนวนระดับSS ส่วนระดับSนั้นก็นับว่าใกล้เคียงกันทำให้ไม่แตกต่างกันมาก แต่ทว่าประสิทธิภาพนั้นต่างกันมากเพราะสมาชิกเดธปาร์ตี้แต่ละคนมีความสามารถเหนือกว่าระดับSทั่วไปมาก ไม่สิอาจจะเรียกได้ว่าสามารถต่อสู้สูสีกับระดับSSเลยทีเดียว
“ แล้วจะบุกแบบซึ่งๆหน้าเหมือนเดิมเลยไหม? ” แมคโวลัคถาม
“ ก็คงจะเป็นอย่างนั้น แต่ผมจะช่วยตัดกำลังของพวกมันให้แล้วกันเพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องจำนวนของพวกมันได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วเอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาประชุมวางแผนการกันอย่างเป็นทางการอีกทีแล้วกัน ” เฟลิกซ์พูดขึ้น
หลังจากที่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็นั่งกินอาหารกัน
ไลท์ได้บอกทุกๆคนทราบว่าวันพรุ่งนี้จะมีการวางแผนการบุกโจมตีองค์กรเดธการ์เดี้ยนอย่างเป็นทางการ
ตอนบ่ายๆของวันต่อมา
ที่ห้องประชุมภายในเรือยนต์ของสภาจอมเวทย์
ภายในห้องประชุมครั้งนี้ทุกๆคนต่างก็เข้าร่วมพร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง
หลังจากที่ทุกคนนั่งที่เก้าอี้กันหมดแล้วก็ถึงเวลาเริ่มการประชุม
“ ในฐานะที่ไลท์เป็นหัวหน้างาน ไลท์จะเป็นคนจัดการแผนการณ์ทุกอย่าง ” เฟลิกซ์พูดขึ้น
แน่นอนว่าทุกๆคนในประชุมต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดนี้ ไลท์คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา นอกจากนี้ไลท์ยังมีความฉลาดในการวางแผนการณ์อีกด้วย อย่างเช่นในช่วงสงครามระหว่างเอลฟ์และปีศาจ ไลท์ก็ได้วางแผนตลบหลังปีศาจไปหลายครั้งจนมันได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ไลท์หันหน้ามองทุกๆคนก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
" ในเมื่อฉันเป็นหัวหน้าการปฏิบัติการในครั้งนี้ ฉันก็จะไม่พูดอะไรให้มากความ แผนการณ์การโจมตีของพวกเรานั้นง่ายมาก พวกเราจะแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มโจมตีหลัก กลุ่มโจมตีรอง และกลุ่มสนับสนุน
กลุ่มโจมตีหลักจะประกอบด้วยคนตัวตนระดับSSทั้งหมดอ่อรวมเฮลเฟลชด้วย ส่วนกลุ่มโจมตีรองคือกลุ่มที่จะจัดการกับพวกสมาชิกเดธการ์เดี้ยนซึ่งกลุ่มนี้จะต้องมีความแข็งแกร่งกว่าระดับSทั่วไปมาก ส่วนกลุ่มสนับสนุนคือกลุ่มที่จะคอยช่วยเหลือกลุ่มโจมตีรองเป็นหลัก " ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นทุกๆคนก็ทำการจับกลุ่มของตัวเองทันที ใครที่มีเวทย์สายสนับสนุนก็ให้ไปอยู่กลุ่มสนับสนุน ใครที่การโจมตีที่รุนแรงก็ให้อยู่ในกลุ่มโจมตีรอง
สมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหมดนอกจาก คอลรุยและเมลิซ่าที่ใช้อาวุธระยะไกลแล้ว คนอื่นๆก็อยู่ในกลุ่มโจมตีรองทั้งหมด
หลังจากที่จับกลุ่มกันเสร็จแล้วไลท์ก็บอกให้ทุกๆคนกลับมานั่งที่เดิม
“ ต่อไปฉันจะบอกว่า แผนการณ์ของฉันก็ไม่มีอะไรมาก ในเมื่อพวกเรามีความแข็งแกร่งมากกว่าพวกมันได้เปรียบมากกว่าพวกมันเพราะฉะนั้นพวกเราก็อาศัยความแข็งแกร่งที่มากกว่าบุกถล่มพวกมันทั้งหมด ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าขอให้ทุกๆคนเอาชีวิตของตัวเองเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องทุ่มเททั้งหมด ถ้าหากรู้ตัวว่าได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถสู้ต่อได้ก็ถอยออกมาได้ทันที ชีวิตของทุกๆคนนั้นมีค่ามากกว่าพวกสารเลวเหล่านั้น ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เข้าใจแล้วครับ ” ทุกๆคนในห้องต่างก็พยักหน้ารับด้วยความจริงจัง
“ การโจมตีจะเริ่มในวันพรุ่งนี้เช้า วันนี้ขอให้ทุกๆคนทำตัวเองให้พร้อมต่อสู้ด้วย เพราะพรุ่งนี้อาจจะเกิดเรื่องราวที่ไม่คาดคิดได้ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับ ”
หลังจากนั้นทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ไลท์และเบเรียลก็ออกไปเดินเล่นกันสองคน
ทั้งสองมานั่งกินขนมหวานที่ร้านขนมหวานร้านหนึ่ง
แม้ว่าร้านขนมหวานแห่งนี้จะไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ไม่ได้คับแคบมากเกินไป
หลังจากที่ทั้งสองสั่งขนมหวานไปแล้วก็นั่งพูดคุยกันถึงการโจมตีในวันพรุ่งนี้
“ ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้ห้าองค์กรมรณะจะลดลงเหลือแค่สี่องค์กรเท่านั้น ” เบเรียลยิ้มออกมา
ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ พรุ่งนี้เธอจะต้องดูแลตัวเองดีๆนะ ”
“ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่ได้อ่อนแบบเมื่อก่อนแล้วแม้แต่ระดับSSฉันก็สามารถสู้ได้อย่างสูสีเลยนะ ” เบเรียลหัวเราะออกมาด้วยรอยยิ้ม ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่คิดว่าเธอจะพัฒนามาถึงระดับนี้โดยใช้เวลาเพียงแค่สองถึงสามปีเท่านั้น
“ ฉันรู้แล้วว่าเธอแข็งแกร่งแต่อย่างไรก็อย่าประมาทเด็ดขาด อย่างที่ฉันเคยบอกไปหลายรอบแล้วว่าคนที่ประมาทนั้นจะนำภัยมาสู่ตนเอง ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ฉันเข้าใจแล้วน่า ” เบเรียลยิ้มออกมา
หลังจากที่ขนมหวานมาเสิร์ฟ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังกินขนมหวานกันอยู่ จู่ๆก็มีชายหนุ่มที่อายุประมาณยี่สิบปีเดินเข้ามาในร้าน ด้านหลังของชายหนุ่มเป็นชายวัยกลางคนหนึ่งคนที่สวมชุดคลุมธรรมดา
ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม รูปร่างสูง สวมชุดหรูหราราวกับตระกูลระดับสูง ในมือมีไม้เท้าราวกับขุนนาง
ชายหนุ่มมองดูรอบๆก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะของไลท์และเบเรียล
“ สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมชื่อร็อคต้า ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรหรอครับ? ” ร็อคต้าพูดด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ ถ้าหากเป็นหญิงสาวทั่วๆไปอาจจะรู้สึกเขินอายได้แต่ไม่ใช่กับเบเรียล
ไลท์และเบเรียลมองหน้ากันก่อนที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย
‘ นี้มันก็นานแล้วนะที่ไม่ได้เจอเรื่องแบบนี้ ’ ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะดูว่าร็อคต้าจะทำอย่างไรต่อ
“ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าฉันอยู่กับแฟนของฉัน ”เบเรียลยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนที่จะหันมายิ้มให้กับไลท์
ร็อคต้าขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาเย็นชาเล็กน้อย แม้แต่ผู้ติดตามด้านหลังของร็อคต้าก็แสดงสีหน้าเย็นชาออกมาด้วยเหมือนกัน
“ ทำไมคุณผู้หญิงที่สวยงามถึงคบกับชายที่ดูธรรมดาแบบนี้ล่ะครับ? มันไม่สมฐานะกับคุณผู้หญิงเลยนะครับ ” ร็อคต้าพูดพร้อมกับเหยียดหยามไลท์ไปด้วย
“ ฉันจะคบกับใครมันใช่เรื่องที่คนอื่นจะเข้ามายุ่งด้วยงั้นหรอ? ” เบเรียลมองไปที่ร็อคต้าด้วยแววตาไม่พอใจขึ้นมา
“ เหอะยัยนี้ คุณชายของฉันอุส่าห์มาคุยด้วยนับว่าเป็นโชคดีของเธอแล้ว คิดหรอว่าคุณชายของฉันจะคุยกับคนอื่นได้ง่ายๆน่ะ? ” ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจ
“ งั้นหรอแล้วช่วยบอกให้หน่อยได้ไหมล่ะว่าคุณชายของแกเป็นใคร ทำไมฉันถึงต้องนับว่าเป็นโชคดีของฉัน? ” เบเรียลหรี่ตาลง
“ งั้นเธอก็ฟังให้ดีล่ะ คุณชายของฉันคือลูกชายของเจ้าเมืองแห่งนี้ยังไงล่ะ นอกจากนี้เขายังเป็นหลานของท่านริต้า ที่เป็นหนึ่งในจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของสภาจอมเวทย์ อย่างพวกเธอคงรู้ใช่ไหมว่าจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์นั้นทรงพลังแค่ไหน ทีนี้รู้หรือยังล่ะว่าเธอน่ะโชคดีแค่ไหนที่คุณชายของฉันมาคุยกับเธอ ” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ไลท์หัวเราะออกมาทันที ส่วนเบเรียลก็เอามือป้องปากและหัวเราะเบาๆ
“ นี้พวกแกหัวเราะอะไร!! ” ร็อคต้าตะคอกด้วยความโกรธ เขาเป็นถึงลูกชายของเจ้าเมืองเทลทาวน์และยังเป็นหลานของจอมเวทย์ศักดิ์ิสิทธิ์เพราะแบบนี้ทำให้เขาเป็นคนที่หยิ่งยโสอย่างมากจนไม่เห็นหัวใครๆ แน่นอนว่าเมื่อร็อคต้าบอกว่าเป็นหลานของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้คนทั้งหมดก็พากันอิจฉาและเข้ามาชื่นชมเขากันทั้งนั้น
“ ฉันว่านะไอคำว่าโชคดีน่ะน่าจะเป็นฝ่ายพวกแกมากกว่านะ ” ไลท์พูดพร้อมกับยิ้มออกมา
“ แกหมายความว่ายังไง? ” ร็อคต้าหรี่ตาลงด้วยความสงสัย
“ ฉันหมายถึง พวกแกน่ะโชคดีที่ได้คุยกับฉันมากกว่า ” ไลท์เหยียดยิ้มออกมา