
“ว้ายยย....”
ปรีดิ์รติร้องเสียงหลงด้วยความใ...เพราะขณะที่คนร้ายชุดดำสาดน้ำใสๆจากขวดหวังให้โดนใบหน้าของเหยื่อตอนนั้นหล่อนกำลังจ้องจะหันไปวี้ดบึ้มใส่คนที่เดินชนจนเซ จึงไม่ทันระแวดระวังตัวแต่จู่ๆก็มีเสียงของใครสักคนะโขึ้นมาพร้อมกับที่ร่างของหล่อนลอยหวือแหวกอากาศจากการถูกกระชากแล้วเหวี่ยงแรงๆ
เหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงตอนนี้หญิงสาวผู้โดนปองร้ายก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกมึนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ ได้ยินแต่เสียงคนกรีดร้องระงม แตกตื่นชุลมุนเมื่อเหลียวซ้ายขวาไปรอบๆ ผู้คนเ่าั้อยู่ห่างจากหล่อนไปไกลหลาย่ตัวราวกับว่าหล่อนคือตัวเอกผู้อยู่กลางเวที
แสงแฟลชวูบวาบขึ้นติดๆกันหลังจากบรรดาช่างภาพที่มาร่วมงานตั้งสติได้...กำลังจับโฟกัสมาที่หล่อนแล้วเสียงใครสักคนหนึ่งก็ะโขึ้นมา
“นั่นมันน้ำกรดนี่นา”
ปรีดิ์รติจึงมองไปยังร่องรอยของน้ำกรดชนิดเข้มข้นบนพื้นมันเป็คราบด่างที่โดนกัดกร่อนจนเห็นชัด นึกแล้วเสียวสันหลังวาบเพราะถ้าหล่อนหลบไม่ทัน แล้วน้ำกรดโดนส่วนใดบนร่างกายของหล่อนก็แล้วแต่มันคงจะทุรนทุราย ปวดแสบปวดร้อน จนหล่อนต้องทนไม่ได้แน่
เพราะว่าหล่อนจะต้องเสียโฉม...กลายเป็ยายอัปลักษณ์!
เอ๊ะ!แล้วนี่หล่อนหลบพ้นรัศมีของการสาดน้ำโครมได้อย่างไร...เพิ่งรู้สึกตัวว่าตอนนี้ขาของหล่อนงอกเป็สี่ขามีสองขาประหลาดนุ่งกางเกงยีนเข้ารูปสวมรองเท้าหนังกึ่งผ้าใบแนวสปอร์ตซ้อนอยู่วงนอก เมื่อสติสัมปชัญญะลอยกลับมาครบถ้วนหล่อนเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีท่อนแขนของใครก็ไม่รู้กำลังโอบรัดอยู่รอบเอวตนเอง
ที่สำคัญ...ใช่สำคัญมาก!อ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นเป็ของผู้ชาย
กำลังจะกรีดร้องให้โลกแตก เพราะว่าั้แ่เกิดมาจนกระทั่งโตเป็สาวยังไม่เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายหน้าไหนมาแต๊ะอั๋งแม้กระทั่งปลายเล็บแต่นี่อะไรกัน...เมื่อเหลือบตามองสิ่งที่เห็นถนัดเต็มสองตายิ่งกว่าท่อนแขนนั้นก็คือนิ้วมือทั้งสิบของผู้ชายที่นั่งซ้อนตัวอยู่ทางด้านหลัง กำลังล่วงเกินหล่อนเพราะว่าปลายนิ้วมันกำลังแตะอยู่บนจุดยุทธศาสตร์
“กรี๊ดดด...”
หล่อนแผดเสียงสูงยิ่งกว่านางอิจฉาในละครรีบปัดมือของไอ้บ้านั่นออกไปให้พ้นกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนได้ก็ะโใส่หน้าผู้ชายคนนั้นด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน
“ไอ้บ้า...นี่แกเป็ใครกันยะถึงกล้ามาฉวยโอกาสจับนมฉัน...ฉันจะให้ตำรวจลากแกเข้าคุก ข้อหาทำอนาจาร”
ปริญญาโทกับจัญจรีเดินหน้าตื่นเข้ามาสมทบตรงจุดที่พริมายืนอยู่ไม่ไกลนัก...ฝ่ายพี่ชายรีบเข้าไปห้ามเพราะเห็นว่าเื่กำลังจะโอละเห่ ไปคนละทางอย่างที่คิด
“ปูจ๋าไปว่าเขาทำไมนั่นเขาเป็คนช่วยชีวิตเราเอาไว้นะ”
น้องสาวหันขวับไปจ้องพี่ชายตาวาว “ช่วยบ้าช่วยบออะไรกันคะนายนั่นมันกำลังลวนลามปูจ๋าอยู่ต่างหาก ป๋าเป็ดไม่เห็นเหรอคะว่าตะกี้นายนั่นมันสามหาว เอามือมาจับ...เอ่อ...จับ”
หล่อนกระดากปากเกินกว่าจะพูดจึงแสดงออกด้วยการยกมือสองข้างขึ้นมาเกาะกุมยังทรวงอกของตนเองเป็การใช้ท่าทางแทนคำอธิบาย
ฝ่ายผู้หวังดียังคงยืนปั้นหน้านิ่งทำเป็ทองไม่รู้ร้อน ได้แต่ยักไหล่ กลอกตาไปมาอย่างเซ็งสุดขีดแต่เขาก็จำเป็ที่จะต้องพูดบ้าง แม้อาจถูกหาว่าแก้ตัวก็ตาม
“โธ่! คุณหนูคนสวยครับ เหตุการณ์เมื่อครู่มันเกิดอย่างรวดเร็วจะตายไป ตอนที่ผมกระโจนเข้ามาถึงตัวคุณไม่ทันคิดหรอกครับว่าจะต้องกอดตรงไหน จับตรงไหนไม่เชื่อคุณลองให้ผมสาธิตอีกสักรอบไหมล่ะครับ”
ปรีดิ์รติได้ยินอย่างนั้นใจก็ยิ่งเดือดปุดๆ “ไอ้คนผีทะเล ไม่รู้ล่ะไอ้เื่ที่มีคนปองร้ายฉัน...มันคนละเื่กับที่แกฉวยโอกาส” หล่อนหันไปมองช่างภาพที่กำลังรัวชัตเตอร์ไม่หยุด แล้วก็ยุยง “พวกพี่ๆนักข่าวคะ ถ่ายหน้าไอ้บ้ากามนี้ไว้เยอะๆนะคะแล้วช่วยกันลงข่าวประจานมันหน่อย”
“ปูจ๋าจะทำให้มันกลายเป็เื่ใหญ่โตอีกกี่เื่กัน...พี่ว่าต้องขอบคุณเขาก่อนถึงจะถูกนะ” ผู้เป็พี่ชายไกล่เกลี่ย
“ผึ้งก็เห็นด้วยกับป๋าเป็ดนะ...ผู้ชายคนนี้เขาอุตส่าห์เสี่ยงตายกระโจนมาช่วยเธอเอาไว้”
จัญจรีออกความเห็นบ้างแต่ดูเหมือนคำพูดนั้นจะไม่สามารถโน้มน้าวใจของปรีดิ์รติให้คล้อยตามได้ มิหนำซ้ำยังเป็แรงกระตุ้นให้หล่อนกระทำการบางอย่างหวังล้างอาย
ปรีดิ์รติก้าวพรวดไปถึงตัวชายผู้หวังดีแล้ววาดแขนสูง ตบลงใบหน้าเขาอย่างแรง “นี่แค่ตบสั่งสอนนะให้รู้ว่า ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนะยะ ที่ใครคิดจะเข้ามากอดทำทะลึ่งตึงตังแบบไหนก็ได้”
ก็เพราะดื้อรั้นเอาความคิดตัวเองเป็ใหญ่แบบนี้อย่างไรล่ะ...หล่อนจึงได้รับบทเรียนอีกแบบซึ่งทุกคนในที่นั้นก็คาดไม่ถึง
ชายหนุ่มผู้หวังดีที่หล่อนปรามาสเอาไว้ด้วยวาจาเจ็บแสบโผเข้าถึงตัวหล่อน แล้วรวบเอวอ้อนแอ้นนั้นประกบแนบลำตัวเขาใช้่เวลาที่หล่อนกำลังตื่นตระหนก ถือโอกาสประกบริมฝีปากแบบฉกฉวยจาบจ้วง
เสียงผู้คนรอบข้างร้องโห่ฮิ้ว...เช่นเดียวกับที่ตากล้องทั้งหลายกำลังเก็บภาพตรงหน้าอย่างมันมือ
..................................................