มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 72 ปราณระดับราชันย์

            "โอ๊ะ  !! ระดับสีม่วง !!  ตั้งแต่ทดสอบมา นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งร้อยปีของอาณาจักรเนตรอสูร ที่มีอัจฉริยะอายุไม่เกินยี่สิบปีทดสอบศิลาแล้วมีพลังจิตวิญญาณถึงระดับสีม่วง !!"


            "ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝัน  โอ..ครานี้นับว่าอาณาจักรเนตรอสูรของเรามีหวังจะก้าวข้ามจากอันดับสุดท้ายขึ้นไปสู่อันดับที่สูงกว่านี้แน่ !!"


            เสียงพูดคุยของหลายคนดังมาจนผู้ควบคุมเรียกคนต่อมาทำการทดสอบต่อ กังหลงหันมองบุคคลที่ถูกผู้คนกล่าวถึงเช่นกัน  กลับพบว่าเป็นหญิงสาวคลุมหน้ารูปร่างชวนหลงไหลคนนั้น เป็นคนที่อยู่กับชายชราสวมชุดทองผู้ที่เคยพบเจอมาหลายครา ครุ่นคิดขึ้น


            "สตรีนางนี้ถึงกับมีพลังจิตวิญญาณสูงส่งถึงระดับสีม่วง คงจะเป็นนักปรุงโอสถเยาว์วัยที่มิอาจมองข้ามในอนาคตเป็นแน่แท้ !!"


            "เฮอะ ๆ  ไม่นึกว่าจะอาณาจักรเนตรอสูรจะมีผู้เยาว์ที่มีพลังจิตวิญญาณกล้าแข็งถึงระดับนี้ด้วย  งั้นการแข่งขันระดับอาณาจักรครานี้ อาณาจักรเนตรอสูร มิต้องกลัวว่าจะต้องรั้งอันดับที่สุดท้ายเหมือนครั้งก่อน ๆ แล้วละเจ้าหนุ่ม !! ฮ่า ๆ ๆ"


            "ท่านผู้เฒ่า การทดสอบของสมาคมโอสถครานี้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับรางวัลใดตอบแทนบ้างรึไม่ ?"


            ของรางวัลนับว่าสร้างความสนใจให้แก่ทุกคน กังหลงก็เป็นเช่นเดียวกัน หากรางวัลมีค่าพอเขาก็พร้อมจะเข้าร่วมการทดสอบของสมาคมโอสถด้วย แต่หากแม้นมิมีรางวัลใดน่าสนใจ ตนมิอยากเสียเวลากับสิ่งเหล่านี้ 


            ชายชราครุ่นคิดครู่หนึ่ง ตอบว่า


            "ของรางวัลย่อมต้องมีแน่นอน แต่จะมีให้เฉพาะผู้ที่ทดสอบผ่านในอันดับที่หนึ่งถึงสามเท่านั้น ซึ่งนอกจากสามคนนี้จะได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรเนตรอสูรไปแข่งขันทางโอสถแล้ว ทั้งสามยังจะได้รับสิทธิ์เลือกหาสมุนไพรหายากถึงยี่สิบรายการเป็นจำนวนห้าชุดจากคลังโอสถของสมาคมโอสถ  และมีโอกาสได้ศึกษาคัมภีร์โอสถโบราณของสมาคมโอสถที่มิเคยให้ผู้ใดได้เรียนรู้เป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม" 


            ได้ยินเช่นนั้นกังหลงสอบถามด้วยความสงสัย


            "คัมภีร์โอสถโบราณหากมีความยอดเยี่ยมจริง นักปรุงโอสถจากสมาคมโอสถที่ได้ศึกษาคงต้องมีหลายคนที่มีความสำเร็จไปถึงนักปรุงโอสถระดับหกบ้างแล้ว แต่ใยพบเห็นมีเพียงแค่นักปรุงโอสถระดับห้าเท่านั้น !!"


            ชายชราได้ยินเช่นนั้นก็แค่นเสียงกล่าว


            "เฮอะ !! เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างมิรู้อันใดเสียเลย เจ้าอย่าไปกล่าวแบบนี้ให้ผู้อื่นได้ยินเชียว  คัมภีร์โอสถของสมาคมโอสถนั้นหาใช่จะเรียนรู้ได้ง่ายดายไม่ เล่าลือกันว่า เป็นคัมภีร์โบราณตกทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล มีความลึกล้ำเกินที่ผู้มีสติปัญญาทั่วไปจะศึกษาให้แตกฉานได้ หากผู้ใดเรียนรู้ได้แตกฉานย่อมสามารถทะยานขึ้นสู่ระดับทางโอสถสูงถึงจักรพรรดิ์โอสถเป็นแน่ !!.. "


            " ผู้ใดที่สามารถเรียนรู้ได้แม้เพียงหนึ่งส่วน ก็มีความสามารถเป็นถึงนักปรุงโอสถระดับหกได้แล้ว ..เหล่านักปรุงโอสถของสมาคมโอสถในปัจจุบัน ที่มีโอกาสได้เรียนรู้ก็เรียนรู้ได้มิถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ เจ้ารู้รึไม่ ?.. ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถคนปัจจุบันก็เรียนรู้ได้ไม่ถึงหนึ่งส่วนเช่นกัน แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขาสามารถก้าวไปสู่นักปรุงโอสถระดับห้าระดับสูงได้แล้ว !!"


            การทดสอบดำเนินไปจนผู้ยืนเข้าแถวรอทดสอบหมดไป มีผู้ที่คุณสมบัติผ่าน สามารถเข้าทดสอบได้เสียงเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น  ชายชราชุดเขียวที่ทำหน้าที่บนเวทีกล่าวถามขึ้น


            "ยังจะมีใครที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีที่ต้องการเข้าทดสอบอีกบ้าง ? หากยังมีอีกให้รีบก้าวออกมา ถ้าหากหมดสิ้นแล้วจะได้ทำการทดสอบขั้นต่อไปต่อ"


            ฉับพลันสตรีสวมชุดขาวรัดรูป ปกปิดโฉมหน้าด้วยผ้าบางสีขาวปักรูปดอกโบตั๋น ที่อยู่บนหอสุรางค์สวรรค์ ได้ลุกขึ้นยืนและกล่าวขึ้น


            "มิทราบข้าสามารถเข้าทดสอบได้ด้วยรึไม่ท่านผู้เฒ่า ?"


            การเสนอตัวเพื่อร่วมเข้าทดสอบของสตรีจากหอสุรางค์สวรรค์ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนและชายชราชุดเขียวจากสมาคมโอสถ จนเกิดเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่


            "เกิดอันใดขึ้นกัน !! ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาหอสุรางค์สวรรค์มิเคยคิดเข้าร่วมต่อการกระทำใด ๆ ภายในอาณาจักรเนตรอสูรเลยสักครั้ง แม้จะมีการเชื้อเชิญก็ล้วนได้รับการปฏิเสธทุกคราไปตลอดมา แต่ใยบัดนี้ถึงกลับได้เสนอตัวเข้าร่วมเอง "


            "แต่ไหนแต่ไรมามิเคยมีใครได้ทราบตัวตนที่แท้จริงของนงคราญสุรางค์สวรรค์ เพราะลักษณะรูปกายและการแต่งกายล้วนเป็นเฉกเช่นเดียวกันทั้งสิ้น อายุคงจะเกินยี่สิบปีแล้วกระมัง !!"


            "หรือนงคราญสุรางค์สวรรค์จะมีความสามารถด้านโอสถด้วย ?"


            "........." 


            เสียงพูดคุยด้วยความสงสัยต่าง ๆ ดึงขึ้น ชราชุดเขียวจากสมาคมโอสถขมวดคิ้วและสอบถามว่า


            "นงคราญสุรางค์สวรรค์คงทราบแล้วกระมั้ง ผู้มีอายุเกินยี่สิบปีจะขาดคุณสมบัติที่จะเข้าทดสอบ ?"


            นงคราญสุรางค์สวรรค์ กล่าวด้วยสุ้มเสียงอันไพเราะสงบนิ่ง


            "ข้าเป็นนงคราญสุรางค์สวรรค์รุ่นปัจจุบันอายุเพียงสิบหกปี คงมีคุณสมบัติที่จะเข้าทดสอบกระมัง  !! และคุณสมบัติด้านอายุก็มีการตรวจสอบจากมวลกระดูกมิใช่หรือ ข้าพร้อมจะเข้ารับการตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขทุกประการ.."


            ชายชราชุดเขียวจากสมาคมโอสถ ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจในความหมายทันที  ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างเข้าใจว่า นงคราญสุรางค์สวรรค์ที่เห็นเป็นคนเดียวกับนงคราญสุรางค์สวรรค์เมื่อสี่สิบปีก่อน เนื่องจากรูปลักษณ์การแต่งกายที่เห็นเป็นเช่นเดียวกันทั้งสิ้น ต่างเพิ่งทราบว่านงคราญสุรางค์สวรรค์มีหลายรุ่นสืบทอดตำแหน่งกันมา จึงกล่าวเชิญ


            "ถ้าเช่นนั้น เชิญนงคราญสุรางค์สวรรค์เข้าทดสอบเบื้องต้นได้เลย !!"


            นงคราญสุรางค์สวรรค์เดินมาถึงระเบียงหอสุรางค์สวรรค์ ทันใดนั้นได้มีเสียงดังขึ้นเบา ๆ "พรึ่บ" พร้อมมีปีกบางปรากฏขึ้นที่กลางหลังของนงคราญสุรางค์สวรรค์รุ่นปัจจุบัน พลังปราณยุทธอันรุนแรงแผ่ออกกดดันจนลมหายใจของผู้คนติดขัด บ่งบอกถึงพลังอันสูงส่งระดับราชันย์ ที่แผ่กระจายไปทั่วเวทีประลองจนทุกคนสัมผัสได้ ต่างตระหนกจนหน้าถอดสี เสียงพึมพำดังขึ้น


            "ปี..กะ...ปีก...ยุทธ !!!"


            "ปราณ...ระดับราชันย์ !!"


            "ง่า  !! ถึงกับมีปราณระดับราชันย์เกิดขึ้นในอาณาจักรเนตรอสูรแล้ว และยังเป็นราชันย์ที่อายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น" 


            "อาณาจักรเนตรอสูรคงมีโอกาสได้ก้าวขึ้นทัดเทียมกับอาณาจักรอื่นบ้างแล้ว !!"


            "......."


          หลังจากเหาะไปถึงกลางเวที นงคราญสุรางค์สวรรค์รุ่นปัจจุบันมุ่งตรงไปยังแท่นศิลาสีขาวใช้ฝ่ามือทดสอบมวลกระดูก สีของศิลาปรากฏสีเขียวออกมา นั่นแสดงว่าคุณสมบัติด้านอายุมิได้เกินยี่สิบปี หากผู้ทดสอบใดอายุเกินยี่สิบปี สีของศิลาทดสอบมวลกระดูกจะแสดงเป็นสีแดงซึ่งถือว่าไม่ผ่านคุณสมบัติศิลาทดสอบ


            เมื่อผ่านคุณสมบัติข้อแรกนางได้เคลื่อนที่ไปยังแท่นศิลาสีดำที่สูงประมาณสองวา นงคราญสุรางค์สวรรค์รุ่นปัจจุบันเก็บพลังกดดันอันมหาศาลกลับมาจนหมดสิ้น แล้วยกมือกดประทับไปยังศิลาสีดำทันที สีศิลาเลื่อนจากเหลืองไป ..ส้ม..ต่อไปแดง...ต่อไปเขียว..เคลื่อนต่อไปยังสีน้ำเงิน...เคลื่อนต่อไปยังสีม่วง...แต่ยังไม่หยุดแค่นั้น..!! ยังเคลื่อนไปต่อเรื่อย ๆ จนไปหยุดที่แถบสีดำ  สุ้มเสียงต่าง ๆ เงียบกริบบง ทุกคนต่างจ้องมองไปที่แผ่นศิลาที่เรืองแสงสีดำขึ้นจนตาแทบถลน ปากอ้าตาค้าง พร้อมระล่ำระลักกล่าว