เล่มที่2บทที่ 51 ข้ามิใช่มนุษย์
เหล่าเฮย์จงใจไม่บอกชื่อโอสถบนมือเขาเป็นเพราะต้องการทดสอบว่าเจียงอวิ๋นโกหกหรือไม่
แต่เจียงอวิ๋นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเขายื่นมือไปรับโอสถมา ลองพลิกไปพลิกมาดูก่อน จากนั้นจึงค่อยนำมาดมกลิ่นเพียงครู่เดียวก็เอ่ยปากกล่าว “หลิงจือเนื้อ น้ำเชื่อมไหมฟ้าแล้วก็ผงผีเสื้อของผีเสื้อเงาคราม ดูออกเพียงเท่านี้ หากต้องการรายละเอียดเพิ่มข้าต้องลองชิมดูก่อน แต่ในเมื่อมีผงผีเสื้อ เช่นนั้นโอสถนี้น่าจะมีพิษ”
หลังกล่าวจบเจียงอวิ๋นก็ยื่นโอสถคืนให้เหล่าเฮย์ที่ยืนตัวแข็งเป็นรูปปั้นไปแล้ว
เหล่าเฮย์ที่รับโอสถไว้ถึงกับตัวสั่นเทิ้มอย่างอดไม่ได้เจียงอวิ๋นในสายตาเขาตอนนี้ มิใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วแต่เป็นกองโอสถจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนต่างหาก!
บัดนี้เขาเชื่อคำกล่าวของเจียงอวิ๋นแบบเต็มร้อยแล้วแม้ว่าเจียงอวิ๋นจะไม่สามารถบอกวัตถุดิบทั้งหมดที่อยู่ในโอสถได้ทว่าวัตถุดิบสองสามอย่างที่เขากล่าวมาล้วนถูกต้อง
“สหายน้อย ไม่ไม่ไม่ น้องเจียง!”เหล่าเฮย์ตื่นเต้นจนรีบเปลี่ยนคำเรียกอย่างลนลาน“พี่ชายขอปรึกษาอะไรกับเจ้าสักเล็กน้อยได้หรือไม่?”
เจียงอวิ๋นตอบกลับสีหน้าจริงจัง“พี่ใหญ่เหล่าเฮย์มีพระคุณกับข้า ท่านมีเรื่องอันใดเชิญกล่าวได้เลย!”
เหล่าเฮย์รีบพยักหน้าอย่างตื่นเต้น“ดีดีดี ข้าเห็นก็รู้ว่าน้องเจียงเป็นคนดีมีคุณธรรม รู้จักตอบแทนบุณคุณเช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว น้องเจียงช่วยหลอมโอสถให้ข้าได้หรือไม่? วางใจได้ วัตถุดิบที่ต้องใช้ทั้งหมดข้าจักเป็นคนหามาให้เอง!”
เจียงอวิ๋นไม่ตอบกลับแต่ก้มลงครุ่นคิดโดยไม่พูดไม่จา
เหล่าเฮย์จับตามองสีหน้าของเจียงอวิ๋นอย่างตื่นเต้นอยู่ตลอดเมื่อเห็นเจียงอวิ๋นนิ่งไป ก็รีบกล่าวต่อทันที “นอกจากนี้โอสถดึงปราณที่น้องเจียงต้องการหลอม ข้าเดาว่าคงคิดจะใช้เบิกเส้นลมปราณสินะอันที่จริงในเมื่อน้องเจียงหลอมโอสถเป็นเช่นนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องหลอมโอสถระดับต่ำเช่นนี้หรอกไม่สู้หลอมโอสถระดับสูงไปเลย อย่างเช่นโอสถเบิกปราณ! แน่นอนเรื่องวัตถุดิบข้าจักเป็นคนหาให้เช่นกัน!”
ต้องรู้ว่าทั้งเผ่ามนุษย์และเผ่าอสูร หากต้องการให้โอสถจารย์ช่วยหลอมโอสถให้นอกจากต้องหาวัตถุดิบมาเองแล้ว ยังจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณหนึ่งด้วย
ยิ่งเป็นโอสถระดับสูงมากเพียงใดค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งสูงมากเท่านั้น
และนอกจากนี้ยังต้องดูอารมณ์ของโอสถจารย์ด้วย ดังนั้นเหล่าเฮย์ที่กลัวว่าจะถูกเจียงอวิ๋นปฏิเสธจึงรีบเสนอเงื่อนไขให้อย่างต่อเนื่อง
เจียงอวิ๋นยังคงใคร่ครวญครู่หนึ่งถึงตอบกลับว่า“ให้ช่วยหลอมโอสถให้พี่ใหญ่ย่อมมิใช่ปัญหา ทว่าหากเป็นโอสถที่ข้าไม่เคยหลอมและไม่มีตำรับยาละก็ เช่นนั้นข้าต้องทดลองก่อนสักหลายครั้งอีกทั้งยังไม่อาจรับประกันโอกาสสำเร็จด้วย ส่วนโอสถเบิกปราณ แม้ข้าอยากหลอมแต่ข้าไม่เคยเห็นโอสถชนิดนี้มาก่อน จึงไม่รู้วัตถุดิบของมัน”
เหล่าเฮย์ได้ยินเช่นนั้นก็พลันยกมือตบอกแล้วกล่าว “เรื่องเหล่านี้ล้วนมิใช่ปัญหาโอสถทั้งสองอย่างที่ข้ากล่าวถึง แม้ข้าจะไม่มีตัวอย่าง ทว่าข้ามีตำรับยาข้ามอบให้น้องเจียงเลยแล้วกัน ส่วนเรื่องโอกาสสำเร็จน้องเจียงมิจำเป็นต้องใส่ใจถึงจะหลอมล้มเหลวข้าก็จักไม่ถือโทษโกรธเคืองเจ้า”
“ตำรับยา!” เจียงอวิ๋นตาเป็นประกาย “เช่นนั้นยิ่งดีเลย ข้าสามารถทดลองได้!”
เมื่อเห็นเจียงอวิ๋นตกลงเหล่าเฮย์ก็กล่าวด้วยความตื่นเต้น“ขอเพียงน้องเจียงช่วยข้าหลอมโอสถที่ข้าต้องการได้หากเจ้ามีเรื่องใดต้องการให้ข้าช่วย เจ้าบอกมาได้เลย”
เจียงอวิ๋นเกาหัวกล่าว“จะว่าไป ข้าก็มีเรื่องที่ต้องการให้พี่ใหญ่เหล่าเฮย์ช่วยเหลืออยู่จริงๆ”
เหล่าเฮย์สะบัดแขนออกมากล่าวอย่างอารมณ์ดี “ว่ามา!”
“ข้าต้องการโซ่วตันจำนวนมาก”
“โซ่วตัน?” มือที่เหล่าเฮย์สะบัดออกพลันนิ่งค้างกลางอากาศกะพริบตาปริบๆ “จำนวนมากที่ว่า มากเพียงใด?”
“ยิ่งมากยิ่งดี!”
“เช่นนั้น...”
เหล่าเฮย์เผยสีหน้าลำบากใจแม้เขาไม่จำเป็นต้องใช้โซ่วตัน ทว่าโซ่วตันหนึ่งชิ้น ก็หมายถึงการสังหารสัตว์ร้ายอย่างน้อยหนึ่งตัวซึ่งจำนวนที่เจียงอวิ๋นต้องการนั้นมหาศาลเช่นนั้นเขามิต้องฆ่าสัตว์ร้ายขั้นเจ็ดขึ้นไปหมดทั้งป่ากักสิงสาเลยหรือ!
ทำเช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
เจียงอวิ๋นมองเห็นความลำบากใจของเหล่าเฮย์อันที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาลังเลมาโดยตลอดเช่นกัน
เขามาจากภูเขาหนึ่งแสนไพศาลย่อมรู้ว่าจะฆ่าล้างผลาญสัตว์ร้ายทั้งหมดมิได้ จึงกล่าวต่อว่า“อันที่จริงไม่จำเป็นต้องใช้โซ่วตันก็ได้ขอเพียงเป็นสิ่งที่มีเจตมรรคแฝงอยู่เป็นพอ”
“มีเจตมรรคแฝงอยู่ก็พอ?”
“อืม!”
“เช่นนั้นไม่ยาก!” สีหน้าลำบากใจหายไปจากใบหน้าของเหล่าเฮย์ เขาสะบัดแขนออกตรงหน้าเจียงอวิ๋นพลันมีก้อนหินที่เป็นประกายแวววาวกองหนึ่งปรากฏขนาดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน จำนวนอย่างน้อยหลักร้อยก้อน
“ศิลาวิเศษ?” เจียงอวิ๋นเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
ศิลาวิเศษที่ว่านี้ก็คือก้อนหินที่บรรจุไว้ด้วยพลังปราณที่ถือกำเนิดจากฟ้าดินพลังปราณที่บรรจุอยู่ข้างในนั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพลังปราณที่ล่องลอยอยู่ในฟ้าดินอย่างมากศิลาวิเศษนี้แบ่งระดับตามปริมาณและความบริสุทธิ์ของพลังปราณโดยแบ่งเป็นเก้าระดับเช่นกัน
มูลค่าระหว่างแต่ละระดับจะเป็นอัตราส่วนหนึ่งต่อสิบศิลาวิเศษระดับสองหนึ่งก้อนสามารถแลกเป็นระดับหนึ่งได้สิบก้อนเรียงลำดับเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
ศิลาสามารถใช้ดูดกลืนพลังปราณขณะเดียวกันก็ถูกใช้เป็นสกุลเงินสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เป็นมาตรฐานที่สุดในบรรดานักพรตด้วย
แม้เจียงอวิ๋นจะเคยได้ยินเรื่องศิลาวิเศษแต่กลับไม่เคยเห็นมาก่อนเลย อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงศิษย์จิปาถะในนิกายแสวงมรรคเท่านั้นซึ่งจะมีเพียงศิษย์สายนอกที่ได้รับศิลาวิเศษจากทางนิกายทุกเดือน
“ใช่แล้ว ศิลาวิเศษ ในศิลาวิเศษทุกก้อนล้วนมีเจตมรรคแฝงอยู่ไม่มากก็น้อย”
แม้เหล่าเฮย์ไม่รู้ว่าเจียงอวิ๋นจะเอาของที่มีเจตมรรคแฝงอยู่ไปทำอะไรแต่เพราะเจตมรรคไม่ได้มีประโยชน์อะไร ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะถามเพียงกล่าวอย่างใจกว้างว่า “ศิลาวิเศษพวกนี้ ข้ายกให้น้องเจียงทั้งหมดเลยแล้วกัน”
เจียงอวิ๋นกล่าวอย่างเกรงใจ“นี่มัน ไม่มากไปหน่อยหรือ!”
เหล่าเฮย์จงใจทำหน้าบึ้งเล็กน้อย“จะเกรงใจกับพี่ไปไย ยกให้เจ้าแล้วเจ้าก็รับไปเถอะ!”
อันที่จริงเจียงอวิ๋นก็รู้ว่าศิลาวิเศษตรงหน้าเหล่านี้ดูเหมือนมีจำนวนมากทว่ามันล้วนเป็นระดับหนึ่งที่ระดับต่ำสุด มีมูลค่าเพียงน้อยนิดหากเป็นนักพรตระดับธรณีมงคลขึ้นไป คงไม่เห็นในสายตาเลยทีเดียว
นอกจากนี้หากเจียงอวิ๋นสามารถช่วยเหล่าเฮย์หลอมโอสถที่ต้องการได้สำเร็จจริงๆเพียงโอสถหนึ่งเม็ดก็สามารถแลกเป็นศิลาวิเศษระดับหนึ่งได้หลายแสนก้อนแล้ว
เหล่าเฮย์เห็นเจียงอวิ๋นดูค่อนข้างใสซื่อจึงจงใจนำศิลาวิเศษระดับหนึ่งเหล่านี้ออกมาหลอกลวงเขาเท่านั้น
เมื่อเห็นเจียงอวิ๋นเก็บศิลาวิเศษเข้าไปในแหวนบรรจุภัณฑ์อย่างอารมณ์ดีเหล่าเฮย์ก็กล่าวอย่างสดใสร่าเริงเช่นกัน “เช่นนั้นน้องเจียงเจ้าจะเริ่มหลอมโอสถเมื่อใดหรือ?”
“หากมีวัตถุดิบละก็ ข้าสามารถเริ่มได้เลย!”
“ดี ตามข้ามา!”
เหล่าเฮย์สะบัดแขนเสื้อออกเจียงอวิ๋นเพียงรู้สึกได้ถึงพายุลูกหนึ่งมาห่อหุ้มเขาไว้ต่อจากนั้นร่างกายของเขาพลันเบาหวิว ทิวทัศน์รอบข้างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วสุดขีดเพียงพริบตาเดียว เขาก็ได้ย้ายสถานที่มาอยู่ในถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่งแล้ว
ถ้ำนี้มีขนาดกว้างขวางใหญ่เป็นอย่างยิ่งอย่างน้อยก็บรรจุคนได้นับหมื่น เหล่าเฮย์กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า“ที่นี่คือที่อยู่ของข้า น้องเจียงเจ้าหลอมโอสถที่นี่แล้วกัน!”
เจียงอวิ๋นกวาดสายตามองดูรอบๆด้วยความฉงนสงสัย “ที่นี่ยังอยู่ในป่ากักสิงสามิใช่หรือ? พี่ใหญ่เหล่าเฮย์อาศัยในป่ากักสิงสาอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วเหล่าเฮย์ก็หัวเราะหึหึออกมาทันที “น้องเจียง เจ้ารู้ไหมว่าฐานะของข้าคืออะไร?”
“ฐานะ?” เจียงอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง“ท่านมิใช่สหายของศิษย์พี่ใหญ่หรือ?”
เมื่อสิ้นเสียงของเจียงอวิ๋นร่างกายที่เหี่ยวแห้งดุจเปลือกไม้ของเหล่าเฮย์พลันระเบิดออกกลายเป็นหมอกสีดำก้อนหนึ่งอีกทั้งอุณหภูมิทั่วทั้งถ้ำก็ลดต่ำลงอย่างฉับพลันประหนึ่งว่ากลายเป็นถ้ำน้ำแข็งก็ไม่ปาน
ในหมอกดำได้มีเสียงพูดอันมืดมนเย็นยะเยือกแบบเดียวกับเหล่าเฮย์ดังออกมา“ข้าเป็นสหายของศิษย์พี่ใหญ่เจ้า! ทว่าแท้จริงแล้ว ข้ามิใช่มนุษย์ ข้าเป็น อสูร!”