“ปึง!”
ที่คอของอสูรเสือดาวสายฟ้ามีรอยแยกเนื้อเปิดและมีโลหิตพุ่งกระฉูดออกมา ร่างของมันค่อยๆ เหี่ยวแห้งและล้มลง
“โฮก!”
มีเสียงคำรามเสียงหนึ่งดังมาจากในป่าที่อยู่ไม่ไกลเสียงคำรามของเสือดังสนั่นดั่งฟ้าผ่า ทำให้อสูรมากมายในบริเวณแนวเขาอสุรกายหยุดนิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหวอสูรเจ้าของเสียงคำรามสยายปีกบิน ก่อให้เกิดลมซัดผืนป่าต้นไม้สั่นไหวเป็นคลื่น
“โฮกๆ”
อสูรเสือดาวสายฟ้าแต่ละตัวเมื่อเห็นหัวหน้าของพวกมันถูกฆ่าตายแล้วและได้ยิ่งเสียงร้องขู่คำรามอันน่าเกรงกลัวที่ตามมา ก็กลัวจนตัวสั่นรีบหนีไปไม่มีตัวไหนกล้าอยู่ต่อ
หลังจากเด็กหนุ่มคนนั้นสังหารอสูรเสือดาวสายฟ้าไปแล้วก็ไม่ได้หันหน้าไปมองคนอื่นๆยืดตัวตรงรีบรุดหน้าเดินเข้าไปแบกร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้าที่หนักหลายร้อยชั่งแล้วจากไปทันทีทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เด็กหนุ่มเด็กสาวทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยังไม่ทันเข้าไปพูดคุยกับบุคคลที่ปรากฏตัวอย่างปริศนาคนนี้เลย
“เขาคือใครกัน รู้สึกเหมือนเคยเจอมาก่อนที่ไหนเลย”
วัยรุ่นทั้งหลายที่สภาพมอมแมมจากการต่อสู้ก่อนหน้ามองตามชายหนุ่มที่แบกศพของอสูรเสือดาวสายฟ้าไปด้วยความสงสัยเด็กหนุ่มคนนั้นอายุน่าจะพอๆ กับพวกเขา และไม่แน่อาจจะเด็กกว่าพวกเขาเล็กน้อยด้วยทว่าพลังความสามารถของเขาช่างร้ายกาจเหลือเกินอสูรเสือดาวสายฟ้าขั้นเบิกนภาถูกเขาต่อยสองหมัดก็จอดสนิทปลิดลมหายใจมันได้เลย
“นั่นเขานี่”
สาวน้อยตกตะลึงคนที่ลงมือคือตู้เซ่าฝู่ที่นางเคยพบที่บ้านสกุลตู้ก่อนหน้า เป็นคนที่ใครๆเรียกว่าคุณชายน้อยจอมทึ่ม แต่เมื่อสักครู่ที่นางเห็นฝีมือของตู้เซ่าฝู่นางคิดว่าเขาไม่เหมาะกับชื่อคุณชายน้อยจอมทึ่มเลยแม้แต่น้อย
“จื่อจิน พ่อหนุ่มคนนั้นหน้าตาดูคุ้นจัง” เด็กหนุ่มที่อายุมากกว่าเด็กสาวผู้นำกลุ่มนิดหน่อยเดินเข้ามาคุยพร้อมกับมองตามหลังชายหนุ่มปริศนาด้วยความประหลาดใจ
“ตู้เซ่าฝู่ คุณชายน้อยบ้านสกุลตู้ตอนนั้นพวกเราเคยพบกับเขาที่บ้านสกุลตู้ไง” จื่อจินกล่าว
“ตู้เซ่าฝู่เป็นคุณชายน้อยจอมทึ่มไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมาที่เทือกเขาอสุรกายเพียงลำพัง?”
เมื่อเด็กหนุ่มที่ถามได้ยินคำตอบก็ประหลาดใจอย่างมากคุณชายน้อยที่ชื่อตู้เซ่าฝู่ ในเมืองสือเฉิงมีชื่อเสียงดังกระฉ่อนมาก
สาวน้อยคนนั้นมองตามเงาด้านหลังของเขาที่ค่อยไกลออกไปเรื่อยๆนัยน์ตาของนางดูสดใสเป็นประกายขึ้นมา นางกล่าวว่า “หากเขาทึ่มจริงๆอย่างนั้นพวกเราแค่เจ้าทึ่มคนหนึ่งยังสู้ไม่ได้เลย”
...
“นายท่านรอง พวกเราออกมานานขนาดนี้แล้วพอได้สมบัติอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่มีค่ามากมายได้ยินว่ามีคนลงมือจัดการปีศาจหงส์เพลิงม่วงไปแล้ว และเก็บขนนกของปีศาจหงส์เพลิงม่วงออกไปได้หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับปีศาจหงส์เพลิงม่วงไปแล้วหรือขอรับ?”
ในป่าทึบอันกว้างใหญ่ไพศาลอาณาเขตทอดยาวสุดลูกหูลูกตามีเงาของคนประมาณสามสิบคนกำลังวิ่งฝ่าดงป่าพร้อมกับคอยระแวดระวังทุกสารทิศในทุกการเคลื่อนไหว มีชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบห้ายี่สิบหกปีคนหนึ่งเป็นผู้นำกลุ่มเขามีน้ำเสียงเข้มทุ้ม เอ่ยว่า
“ระดับอย่างปีศาจหงส์เพลิงม่วง ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับมันพวกเราก็เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้ ต้องระวังมากหน่อย โอกาสเป็นสิ่งมีค่าแต่ว่าชีวิตสำคัญที่สุด ครั้งนี้พวกเราได้ของกลับไปไม่น้อยแล้ว ห้ามทำอะไรบุ่มบ่าม”
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำคอยหันหน้าสอดส่องระวังทุกอย่างรอบๆอยู่เสมอ ทันใดนั้นเอง สีหน้าก็เปลี่ยนไป สายตาจับจ้องไปที่สิ่งที่มาข้างหน้าเขากล่าวเตือนคนอื่นๆ ว่า “ระวัง มีคนเข้ามา”
สายตาของทุกคนหันไปมองตามอย่างระวังด้านหน้ามีเงาคนปรากฏออกมา ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังแบกอสูรยักษ์ตัวหนึ่งอยู่รูปร่างท่าทางสง่าผ่าเผย ด้านหลังยังมีแมวป่าตัวหนึ่งเดินตามเขาหยุดเดินและมองสำรวจทุกคนที่เจอที่อยู่ด้านหน้าสักครู่
จากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็แบกร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้าเดินต่อไปข้างหน้านัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย เขาบอกกับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนร่างขนาดย่อว่า “เสียวหู่หากข้าไม่ได้สั่ง เจ้าห้ามแสดงสถานะจริงของเจ้า เก็บๆ ปราณของเจ้าไว้หน่อย”
“นายท่านรอง เงาของเขาดูคุ้นๆ”
นัยน์ตาของกลุ่มคนตรงนั้นสั่นไหวต่างรู้สึกว่าเงาของเด็กหนุ่มคนนั้นที่อยู่ไกลๆ ดูคุ้นเคยเหลือเกิน
“เซ่าฝู่ นั่นคือเซ่าฝู่”
บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งตั้งใจเพ่งมองด้านหน้าจู่ๆ แววตาก็เป็นประกาย สีหน้าเปี่ยมด้วยความปีติ จากนั้นก็รีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปหา
บุรุษร่างกำยำคนนั้นคือคุณชายรองตู้จื้อสยงเพราะช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่นานสถานการณ์ในเทือกเขาอสุรกายไม่ค่อยสงบเขาจึงต้องเป็นคนนำกลุ่มเข้ามาเอง เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านสกุลอื่นๆฉวยโอกาสชิงสมบัติจากที่นี่ไปจึงต้องเข้ามา นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอตู้เซ่าฝู่ตอนนี้คนที่เขาพยายามตามหามาโดยตลอด
“เซ่าฝู่ ตู้เซ่าฝู่ ไม่ได้หายตัวไปนานแล้วหรือทำไมเข้ามาอยู่ในเทือกเขาอสุรกายได้ล่ะ”ทุกคนได้ยินต่างก็หันมามองหน้ากันด้วยความงงงวยจากนั้นต่างก็รุดหน้าวิ่งเข้าไปหาเช่นกัน
ตู้จื้อสยงพุ่งเข้าไปถึงตัวตู้เซ่าฝู่ได้ก่อนเมื่อเขาเห็นตู้เซ่าฝู่ปรากฏตัวต่อหน้า สีหน้าก็อิ่มเอมดีใจอย่างที่สุด รู้สึก
โล่งอกราวกับดึงหนามที่ยอกอกของเขามานานได้แล้ว เขาเอ่ยว่า “เซ่าฝู่ เป็นเจ้าจริงๆหรือนี่ ทุกคนกำลังตามหาเจ้าอยู่เลย ลุงใหญ่ของเจ้าเอาแต่เป็นห่วงเจ้าทุกวันเจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
“ท่านลุงสอง”
เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นบุรุษที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าในใจก็รู้สึกอบอุ่นและยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดีเพราะเขาไม่ได้คุยกับลุงสองของเขามาเป็นสิบปีแล้ว แต่ในใจรู้มาตลอดว่าลุงสองคิดถึงเขาอยู่เสมอ ไม่เคยรังเกียจเขาแม้ในขณะที่เขาถูกตราหน้าเป็นเจ้าทึ่มลุงสองมีแต่ความรู้สึกเสียดายและเป็นห่วง
“โหดจังเลย นี่มันอสูรเสือดาวสายฟ้าขั้นเบิกนภาใช่หรือไม่”
คนของบ้านสกุลตู้ต่างเข้ามาห้อมล้อมเมื่อเห็นร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้าที่ตู้เซ่าฝู่แบกมา ทุกคนตื่นเต้นตกใจกัน
“เจ้าหลานทึ่ม ยิ้มอะไร เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วรีบเอาร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้าวางลงเลย” ตู้จื้อสยงพูดกับตู้เซ่าฝู่จากนั้นเมื่อมองศพของอสูรเสือดาวสายฟ้าแววตาก็แสดงออกถึงความประหลาดใจ
“มา เข้ามาช่วยกันพยุงเถิด”
คนของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ตรงนั้นจำนวนหนึ่งรีบเดินเข้าไปหาเพื่อช่วยพยุงร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้าออกมาจากบ่าของตู้เซ่าฝู่
“เร็ว ระวังเลือดของอสูรเสือดาวสายฟ้าไว้ด้วย เก็บไว้ดีๆภายหลังจะได้นำไปหลอมเป็นโลหิตสกัดให้ลูกหลานคนอื่นในตระกูลพวกเราใช้สำหรับการฝึกฌานนี่มันโลหิตของอสูรชั้นดีเลย”
“ระวังกรงเล็บของอสูรเสือดาวสายฟ้าด้วยล่ะ มูลค่าของมันสูงมาก”
“เซ่าฝู่ อสูรเสือดาวสายฟ้าตัวนี้เจ้าเป็นคนฆ่ามันหรือ?”
คนของบ้านสกุลตู้ต่างเข้าไปรุมล้อมเริ่มจัดการกับศพของอสูรเสือดาวสายฟ้า พร้อมกับคุยกันให้แซ่ดบางคนมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสายตาตกตะลึง อสูรเสือดาวสายฟ้าเป็นถึงอสูรขั้นเบิกนภาเลยนะหากตู้เซ่าฝู่เป็นคนปลิดชีพมัน อย่างนั้นพละกำลังของตู้เซ่าฝู่ในตอนนี้พัฒนาสูงขึ้นไปถึงระดับใดแล้วล่ะ
คนของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ไม่มีใครคิดว่าตู้เซ่าฝู่ยังคงเป็นคุณชายน้อยจอมทึ่มแห่งบ้านสกุลตู้เฉกเช่นตอนแรกอีกแล้วในงานประลองฝีมือของวัยรุ่นในตระกูลเมื่อตอนนั้น ตู้เฮ่า ตู้ชง และตู้เหยียนพวกเขามีกันสามคนยังรับหนึ่งกระบวนท่าของตู้เซ่าฝู่ยังไม่ได้เลยแล้วใครจะเชื่อว่าตู้เซ่าฝู่เป็นคุณชายน้อยจอมทึ่มอีกล่ะ
ตู้เซ่าฝู่มองดูคนในบ้านสกุลตู้ถกเถียงกันประเด็นเรื่องของเขาในใจตู้เซ่าฝู่แอบรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย เขาอาศัยอยู่ในบ้านสกุลตู้มาหลายปีทุกคนต่างมองเขาเป็นอากาศธาตุ ทว่าอย่างน้อยก็ยังพอมีบางคนที่มองเขาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านสกุลตู้อย่างเช่นกลุ่มคนที่อยู่ตรงนี้ที่เสียสละออกมาสู้ข้างนอกกลุ่มที่ทุ่มเทเพื่อบ้านสกุลตู้อย่างแท้จริง
“ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่ามัน ข้าแค่บังเอิญผ่านไปเจอไม่รู้ว่าใครเป็นคนปลิดชีพอสูรเสือดาวสายฟ้าตัวนี้ ข้าคิดว่าร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้ามีมูลค่ามากดังนั้นจึงคิดว่าจะแบกศพมันกลับไป จะได้เอาไปขายได้เงินมาสักหน่อย”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มบอกกับทุกคนที่จริงเขาคิดจะเอาอสูรเสือดาวสายฟ้าตัวนี้ไปปิ้งย่างเพื่อเอาไปใช้ฝึกฌานตามวิชาเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง จะได้ดูดเอาพลังจากโลหิตและเนื้อของอสูรมาใช้แม้ว่าเนื้อและเลือดสดๆ จะมีพลังงานที่เข้มข้นและบริสุทธิ์กว่าแต่ตู้เซ่าฝู่เองก็ไม่กล้ากินสดๆ อยู่ดี ทำได้เพียงนำเนื้อติดเลือดสดๆไปปิ้งย่างให้สุกค่อยดูดเอาพลังงานที่เหลือจากนั้นมาใช้เขาไม่คิดว่าจะมาพบลุงสองและคนของบ้านสกุลตู้ที่นี่
“โชคดีขนาดนี้เลยหรือ ร่างของอสูรเสือดาวสายฟ้ามีมูลค่าไม่น้อยเลยนะคิดดูรวมๆ แล้ว ทั้งร่างมันน่าจะมีมูลค่าถึงพันก้อนทองเลยทีเดียว หากจับแบบเป็นๆมาได้ ยิ่งมีราคาสูงขึ้นไปอีก”
เมื่อได้ยินว่าศพของอสูรเสือดาวสายฟ้าเก็บมาจากข้างทางก็ไม่มีใครสงสัยตู้เซ่าฝู่ การสังหารอสูรเสือดาวสายฟ้าที่ฌานอยู่ในขั้นเบิกนภาต้องเก่งถึงระดับไหนกัน ทุกคนที่อยู่ที่นี่นอกจากคุณชายสองที่สามารถจัดการมันได้ตัวต่อตัว คนอื่นๆต้องร่วมมือกันต่อสู้ถึงจะทำได้
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มมองดูกลุ่มคนของบ้านสกุลตู้ที่ง่วนกับการจัดการศพของอสูรเสือดาวสายฟ้าแต่ละคนจัดการได้มือไม้รวดเร็วและชำนาญมากที่ตู้เซ่าฝู่ไม่บอกตามความจริงว่าอสูรเสือดาวสายฟ้าตัวเองเป็นคนฆ่าเพราะตู้เซ่าฝู่ไม่อยากต้องอธิบายอะไรมากมาย จากนั้นเขาก็หันไปหาตู้จื้อสยง ถามว่า“ท่านลุงสอง ท่านพ่อสบายดีหรือไม่?”
“บิดาของเจ้ายังเหมือนเดิม” ตู้จื้อสยงยิ้มอย่างเศร้าหมองยื่นมือออกไปตบบ่าของตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “พวกเรารีบกลับไปกันเถิดบิดาของเจ้าน่าจะกำลังเป็นห่วงเจ้าอยู่”
หลายวันต่อมายามโพล้เพล้ แสงตะวันรอนๆ ห้วงนภาค่อยๆ กลายเป็นสีมืดครึ้ม
นอกเมืองสือเฉิงในเทือกเขาอสุรกายเงียบสงัดมีแสงแดดจางๆ สาดส่องลงมาบางๆ เห็นแสงตะวันกำลังค่อยๆหายลับไปจากเขา เมฆที่อยู่ใกล้เคียงถูกตะวันอ่อนๆ เปล่งแสงสะท้อนจนเกิดเป็นกลุ่มเมฆาสีแสดห้อมล้อมบริเวณนั้น
นอกประตูใหญ่บ้านสกุลตู้มีกลุ่มคนหลายสิบคนเดินมาด้วยกันอย่างเอิกเกริกการออกไปผจญภัยครั้งนี้ต่างได้ของติดไม้ติดมือมาไม่น้อยทั้งยังเตรียมยาวิเศษและโลหิตสกัดเพื่อทายาทของบ้านสกุลตู้กลับมาอีกจำนวนมากเพียงพอสำหรับการฝึกวิชากำลังภายในสำหรับเหล่าทายาทของบ้านสกุลตู้ช่วงหนึ่ง
“นายท่านรองกลับมาแล้ว”
“นั่นไม่ใช่ตู้เซ่าฝู่หรือ ทำไมเขากลับมาพร้อมกับนายท่านรองล่ะ”
“ทำไมตู้เซ่าฝู่ยังพาแมวป่ากลับมาด้วยตัวหนึ่ง”
“...”
นอกประตูใหญ่บ้านสกุลตู้มีผู้คนในบ้านสกุลตู้ไม่น้อยออกมารอต้อนรับเมื่อเห็นคุณชายสองได้สมบัติกลับมามากมายครั้งนี้ ต่างก็มีสีหน้าดีใจกันอย่างมากทว่าเมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่มาพร้อมกับกลุ่มคนเหล่านี้ ต่างก็รู้สึกสงสัยประหลาดใจกัน
ตู้เซ่าฝู่ไม่สนใจสายตาที่คนอื่นมองมาเขามุ่งตรงไปที่เรือนที่ตัวเองพัก
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กำลังก้าวเข้าเรือนของตัวเองบิดาขี้เหล้าของเขาก็กำลังดื่มสุราอยู่ เขานั่งอยู่กลางลานหน้าตัวบ้านกำลังถือขวดน้ำเต้าที่บรรจุน้ำเมาซดอึกๆ
ไม่ได้มีกับแกล้มนั่งดื่มสุราอยู่เพียงลำพัง
“อึกๆ!” นี่คือเสียงเฉพาะตัวยามดื่มสุราของชายขี้เหล้าคนนี้คนอื่นดื่มสุราค่อยๆ กลืนทีละอึก แต่บิดาขี้เมาของตู้เซ่าฝู่มักจะดื่มทีละอึกใหญ่ติดๆกันต่อเนื่อง
เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่กลับมาเขาทำแค่เพียงเงยหน้ามามอง และวางขวดเหล้าลง จากนั้นกล่าวว่า “กลับมาแล้วหรือ”
“กลับมาแล้ว” ตู้เซ่าฝู่กล่าว จากนั้นพูดเสริมต่ออีกหน่อยว่า“ดื่มสุราให้น้อยๆ หน่อยเถิด ข้าไปเอากับแกล้มเหล้าสักอย่างสองอย่างมาให้ท่านดีหรือไม่?”
“เยี่ยม เดี๋ยวมาดื่มเป็นเพื่อนข้าด้วยล่ะ”เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ตู้เซ่าฝู่แอบแปลกประหลาดใจเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้าและเดินออกจากลานหน้าเรือนไปที่จริงเขาก็เคยดื่มเป็นเพื่อนบิดาขี้เหล้าคนนี้อยู่ทว่าทุกครั้งมักจะเป็นวันที่สิบห้าเดือนแปดของทุกปี
เมื่อตู้เซ่าฝู่ยังเล็กไม่รู้ว่าวันที่สิบห้าเดือนแปดคือวันอะไรภายหลังเพิ่งมารู้ วันที่สิบห้าเดือนแปดเป็นวันที่ครอบครัวจะได้มารวมตัวกันชื่อว่าวันไหว้พระจันทร์ ในวันนี้ทุกปี บิดาขี้เหล้าของเขาจะลากเขาไปดื่มสุราด้วย
หลังจากตู้เซ่าฝู่จากไปตู้ถิงเซวียนขี้เมาที่คลุ้งด้วยกลิ่นสุราเหลือบมองอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ตู้เซ่าฝู่พามา
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสายตานั้นของตู้ถิงเซวียนทำให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่ในร่างย่อสั่นกลัวจนก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว