บทที่1
ช่วยสองชีวิต
สะพานปรโลกดวงิญญามากมายกำลังเดินเรียงแถวตรงมุ่งตรงข้ามสะพานแม่น้ำแห่งปรโลกท้องนภามืดมิดสถานที่แห่งนี้เป็บนผืนท้องนภาที่กว้างใหญ่มีดาราสีแดงส่องสว่างไสวราวกับโลหิตสีแดงสด
ดวงิญญามากมายเหล่านี้กำลังถูกชักนำพาให้เดินไปตามทางที่ถูกกำหนดเอาไว้เส้นทางตรงยาวไปด้านหน้าใบหน้าของผู้ล่วงลับมากมายล่วงแล้วแต่เป็ใบหน้าที่หดหู่และไร้ซึ้งความหวังพวกเขาส่วนใหญ่แล้วน้อยคนนักที่อยากจะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
ภายในหมู่ดวงิญญามากมายที่กำลังตรงไปยังเส้นทางข้ามแม่น้ำด้านหน้ามีร่างของดวงิญญาตนหนึ่งที่มีใบหน้าแตกต่างจากดวงิญญาดวงอื่น
ในขณะที่ดวงิญญามากมายกำลังทำใบหน้าที่หดหู่ใบหน้าของดวงิญญาตนนั้นกลับไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมาเลยสักนิดเขาไม่ได้อาลัยอาวรณ์ต่อความตายของตนเองเลยแม้แต่น้อย
เขาคือลู่หยางหนึ่งในดวงิญญาที่กำลังเดินอยู่ภายในหมู่มวลดวงิญญามากมายเ่าั้เขามีอายุสามสิบปี ไร้ซึ่งครอบครัว ไร้ซึ่งความรักทำงานเป็หน่วยรบพิเศษที่เสี่ยงตายเพื่อผู้คนมากมาย
หลังจากการเสียสละมาทั้งชีวิตในตอนนี้เขาได้สิ้นสุดชีวิตของตนเองเรียบร้อยแล้วในขณะที่ผู้อื่นกำลังหดหู่แต่คนผู้นี้ในขณะที่เขากำลังเดินอยู่กับยิ้มเยาะในโชคชะตาของตนเอง
ลู่หยางเดินผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปรโลกมาเท้าทั้งสองข้างของเขาได้หยุดลง ใบหน้าที่ก้มต่ำอยู่ค่อยๆ เงยขึ้นลู่หยางต้องผงะมองเห็นว่าเบื้องหน้าของเขาคือร่างเงาสูงใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ขนาดั์
คำบรรยายที่เขาสามารถคิดออกมาได้เลยก็คือสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของเขาคือเทพแห่งความตายหลังจากจบชีวิตลงเมื่อรู้ว่าปรโลกมีจริงเขาเองก็ไม่ได้แปลกใจแล้วว่าสิ่งที่อยู่ด้านหน้าคืออันใด
“เหตุใดเ้าถึงยิ้มเช่นนั้น”เสียงโทนทุ้มต่ำที่น่าเกรงขามเปล่งออกมา คำพูดนั้นดังกึกก้องไปทั่วทั้งปรโลก
ลู่หยางที่กำลังยืนนิ่งอยู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนหายไปอย่างรวดเร็วใบหน้ากลับมาสู่ใบหน้าที่บึ้งตึงขนทั่วทั้งร่างกายของเขามันลุกพองขึ้นมาอย่างทันควัน
เขาไม่เคยพบเจอน้ำเสียงอันใดที่จะทรงพลังได้เช่นนี้ลู่หยางยืนนิ่งแข็งค้างอยู่เช่นนั้น ก่อนที่เสียงของร่างเงาผู้ยิ่งใหญ่ด้านหน้าจะย้ำถามอีกครั้ง“ข้าถามว่าเหตุใดถึงยิ้มเช่นนั้น? ”
ลู่หยางดึงสติของตนเองกลับมาเขานั้นเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้เทพแห่งความตายเบื้องหน้ากำลังถามเขาอยู่เขากลั้นใจแล้วตอบกลับไป “ผมโล่งใจ”
“โล่งใจ?ทั้งชีวิตเ้าช่วยผู้คนมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเองเลยแม้แต่น้อยยามที่จากโลกเบื้องบนที่สู่ที่แห่งนี้ก่อนตายเ้ายังช่วยชีวิตของแม่ลูกคู่หนึ่งเอาไว้อีกบุญกุศลใหญ่หลวง”
ลู่หยางเขาเป็หน่วยรบพิเศษของประเทศทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมาทั้งชีวิตภารกิจที่เขารับได้ล้วนแล้วเป็ภารกิจที่อันตรายส่วนใหญ่ลู่หยางจะเลือกภารกิจที่ช่วยเหลือคนจากอันตรายภารกิจที่ผู้มองว่าไม่คุ้มที่จะเสี่ยง อย่างเช่นตอนนั้นเกิดเพลิงไหม้ในตึกแห่งนึง
ขนาดทีมกู้ชีวิตยังไม่มีใครกล้าเข้าไปเลยแต่ลู่หยางเมื่อได้ยินว่ามีคนอยู่ในนั้นเขาวิ่งเข้าไปอย่างไม่ลังเล ตอนนั้นที่ลู่หยางตัดสินใจแบบนั้นผู้คนมากมายก็พากันบอกว่าเขานั้นเป็คนบ้าที่ยอมเสี่ยงชีวิตของตนเองขนาดนั้น
แม้ว่าจะโดนเทพแห่งความตายเบื้องหน้าชมออกมาแต่ลู่หยางก็ทำได้เพียงแค่แสดงรอยยิ้มอ่อนๆ เพื่อรับต่อคำชมนั้นเท่านั้นเขาไม่สามารถทำอันใดมากกว่านั้น เพราะว่าเขารู้อยู่แล้วภายในโลกหลังความตายคำชมเ่าั้มันไม่จำเป็เลยสักนิดมันไม่ได้มีประโยชน์อันใดกับเขา
“เหตุใดตอนที่เ้าเข้าไปที่ทั้งที่รู้ว่าตนเองจะต้องตายเมื่อทำการช่วยสองแม่ลูกคู่นั้นแล้วเ้ายังคำการเข้าไปช่วยพวกเขาล่ะ? ” เสียงทุ้มต่ำอันน่าเกรงขามของเทพแห่งความตายที่อยู่ด้านหน้าพูดขึ้นมาอีกครั้ง
ลู่หยางแสดงใบหน้าเรียบนิ่งออกมาใช่!!! ใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต ตอนนั้นตึกนั้นกำลังจะะเิเขาที่เป็หน่วยพิเศษที่ได้รับภารกิจในการช่วยเหลือ
ในตอนที่ตึกกำลังจะะเิอย่างรุนแรงตอนนั้นเหลือเพียงแค่สองแม่ลูกที่อยู่ภายในตึกในขณะเดียวกันแม้ว่าคนด้านนอกไปยังจะหาทางช่วยขนาดไหนแต่ว่าก็สามารถทำได้เพียงแค่การช่วยเหลือจากด้านนอกในตอนนั้นไม่มีใครที่กล้าทำการนำตนเองเข้าไปเสี่ยงภายในกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้
ลู่หยางในตอนนั้นที่จะทำการตัดสินใจวิ่งเข้าไปเขารู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าถ้าเขาวิ่งเข้าไปชีวิตของเขานั้นจะต้องถึงแก่ความตายอย่างแน่นอน
แต่ว่าใน่วินาทีสุดท้ายของชีวิตเขาก็ทำการวิ่งเข้าไปในกองเพลิงนั้นภายในตึกที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงและก็มีสารเคมีอยู่จำนวนมากกำลังจะทำการะเิ
แต่แล้วเขาก็สามารถทำได้นำตัวสองแม่ลูกคู่นั้นโยนออกมาจากทางหน้าต่างนั่นคือภาพที่เขานั้นได้มองเห็นและรู้สึกเป็ครั้งสุดท้ายของชีวิต
รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาลืมตาตื่นอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้เป็ดวงิญญาที่อยู่ภายในปรโลกเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปรโลกแล้วก็มาพบเจอกับเทพแห่งความตายผู้อยู่เบื้องหน้า
และในตอนนี้เทพผู้ยิ่งใหญ่หลังความตายกำลังถามเขาเกี่ยวกับการตัดสินใจในครั้งนั้น
ลู่หยางแสดงรอยยิ้มอ่อนออกมาจากบริเวณมุมปากทั้งสองข้างก่อนที่จะทำการพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“คนเ่าั้มีครอบครัวและมีคนที่ต้องกลับไปหา แต่ผมไม่มี”
มันเป็คำพูดที่สื่อถึงความเ็ปเขาทำการพูดออกมาภายในใจของเขาเจ็บราวกับว่ามีกระบี่ทิ่มแทงแต่อย่างไรเสียมันก็เป็ความจริง เื้ัของเขาไม่มีผู้ใดอยู่เลย
เขาเติบโตมาเพียงแค่คนเดียวใช้ชีวิตอยู่เพียงแค่คนเดียว ไม่มีคู่รักไม่มีครอบครัวและไม่มีคนที่รอให้เขานั้นกลับไปหา
่เวลาสุดท้ายของชีวิตการที่เขาเลือกการตัดสินใจเช่นนั้นลู่หยางเขารู้ดีว่าตัวเองนั้นต้องตายแต่ว่าเมื่อได้ยินเสียงร้องของเด็กที่กำลังอยู่ภายในกองเพลิง
ลองคิดดูแล้วคนพวกนั้นยังมีคนที่ต้องกลับไปหาเขายังมีครอบครัวอยู่ด้านหลัง ลู่หยางเลยทำการตัดสินใจพุ่งตรงเข้าไปภายในกองเพลิงช่วยคนเ่าั้ออกมา
แล้วสุดท้ายชีวิตของเขาก็จบลงในการที่ตึกนั้นะเิจากสารเคมี
“ยอดเยี่ยมคุณธรรมล้ำเลิศ บุญกุศลที่เ้าสร้างมาตลอดทั้งชีวิตช่วยผู้คนไปมากกว่า 100 คน แถมในตอนตายยังเทำการสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น”เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูแล้วน่าเกรงขามของเทพแห่งความตายผู้อยู่เบื้องหน้าแสดงความรู้สึกพึงพอใจออกมาในคำตอบ
ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นเขาไม่รู้ว่าเขาจะควรดีใจหรือไม่เพราะถึงอย่างไรแล้วตัวของเขาเองก็ตายไปแล้ว
“ข้าจะมอบโอกาสให้กับเ้า”
ลู่หยางแสดงใบน่าประหลาดใจออกมาดวงตาของเขามองตรงไปยังล่าเงาสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าอย่างฉงนก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา“หมายความว่ายังไง? ”
“ข้าจะมอบชีวิตใหม่ให้กับเ้าแต่ช่างน่าเสียดายข้าคงจะไม่สามารถนำชีวิตของเ้ากลับไปที่โลกใบเดิมได้แล้วเพราะมันจะทำให้กระแสของโชคชะตานั้นปั่นป่วน บุญกุศลที่เ้าสร้างมาข้าจะมอบและตอบแทนคืนให้กับเ้า”
“ข้าจะนำพาเ้าไปสู่โลกอีกใบนึงแต่ไม่จำเป็จะต้องกังวลทุกอย่างยังคงเป็เหมือนกับโลกที่เ้าจากมาเพียงแค่่เวลานั้นอาจจะย้อนกลับไปบ้าง”
ลู่หยางยิ่งฟังดูแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจกฎของโชคชะตาเื่เช่นนี้มนุษย์อย่างเขาคงจะไม่สามารถทำความเข้าใจได้
“ข้าลองตรวจสอบดูแล้วมีคนที่ชื่อเช่นเ้าพึ่งสิ้นชีวิตลงภายในโลกใบนั้นก่อนที่ตัวของข้าจะส่งเ้าไปเ้ามีเื่ที่อยากจะได้หรืออยากจะขอหรือไม่?”
ลู่หยางกำลังยืนอยู่ใบหน้าของเขามองตรงไปที่ร่างเงาสูงใหญ่ด้านหน้าคำขอที่สามารถขอจากเทพเ้าที่อยู่เบื้องหน้าได้ จะมีสักกี่คนที่สามารถได้พรอันยิ่งใหญ่ในข้อนี้
ภายในหัวกำลังไต่ตรองครุ่นคิดมากมายอยู่สักพักเขาทำการผนวกความคิดของตัวเองในสิ่งที่ตนเองปรารถนาภายในชีวิตก่อน
หลังจากนั้นไม่นานมุมปากทั้งสองข้างก็ทำการฉีกยิ้มออกมามากขึ้นเปลี่ยนจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยกลายเป็ใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขก่อนที่เขาจะทำการพูดความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวภายในชีวิตของตนเองออกมาให้กับเทพเ้าผู้มอบพรให้กับเขาที่อยู่ด้านหน้าได้ฟัง“ผมอยากได้ครอบครัว…”
คำขอนี้หลุดออกมาจากปากของหน่วยรบพิเศษที่เพิ่งสละชีวิตตนเองให้กับผู้อื่นยามที่เขามายืนอยู่เบื้องหน้าของเทพแห่งความตายที่มอบพรให้เขาได้หนึ่งอย่างเข้ากับเลือกครอบครัว
คำขอเช่นนี้ช่างไร้สาระเป็ผู้อื่นคงจะทำการขอเงินทองมากมายหรือขอทรัพย์สมบัติแต่สำหรับลู่หยางภายในชีวิตที่ผ่านมาสิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุดมันคือครอบครัว
คำขอที่เขาขอออกไปมันคือสิ่งที่เขานั้นอยากจะได้ถ้าเขานั้นมีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ลู่หยางมองตรงไปที่ร่างเงาสูงใหญ่ด้านหน้าเขาไม่รู้ว่าเทพเ้าเบื้องหน้าที่แน่นิ่งไปกำลังทำใบหน้าเช่นไรแต่แล้วเสียงทุ้มต่ำมันน่าเกรงขามก็ได้ทำการตอบกลับมา “ข้าจะมอบมันให้กับเ้า”
“เดินไปที่กงล้อแห่งโชคชะตาซะแล้วก็เข้าไปภายในนั้น”
ลู่หยางทำการเบนใบหน้าของตนเองไปมองบริเวณด้านซ้ายเส้นทางที่ทำการจัดเตรียมเอาไว้ให้กับเขามันแตกต่างจากดวงิญญาดวงอื่นเส้นทางที่เป็เส้นทางลากยาวบริเวณจุดเส้นทางนั้นมันมีกรงล้อเหล็กขนาดใหญ่ที่กำลังหมุนไปมา
ลู่หยางรับฟังคำสั่งนั้นเดินตรงไปอย่างรวดเร็วเดินผ่านทะลุเข้าไปภายในแสงสว่างนั้นร่างของดวงิญญาลอยล่องดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงในขณะที่เขากำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราเสียงทุ้มต่ำที่น่าเกรงขามของเทพเ้าแห่งความตายดังก้องเข้ามาภายในอีกครั้ง“โชคชะตาภายในชีวิตนี้เ้าจงเป็คนกำหนดเอง…”
จบบท
นี่เป็ตอนแรกของนิยายเื่นี้จะกล่าวว่าเป็บทนำก็ไม่ผิดในตอนหน้าจะเริ่มทำการเข้าสู่เื่ภายในยุคจีนโบราณแบบเต็มตัวนะจ๊ะอย่าลืมกดติดตามและหัวใจด้วยนะถือเป็กำลังใจให้ไรท์ส่วนแนวทางของนิยายเื่นี้รอติดตามอ่านไปพร้อมๆ กันน๊าาา