“ท่านพ่อ”เยี่ยซาง้าที่จะเห็นโลกภายนอกมาตลอด แต่เมื่อพ่อเฒ่าเห็นด้วยจริงๆ แล้วเขากลับไม่รู้จะพูดอะไรดี
“เอาละ ในเมื่อเ้า้าจะไปข้าจะเล่าเื่ราวของโลกภายนอกให้ฟัง” พ่อเฒ่ากู่หันหลังเดินกลับไปยังบ้านไม้ไผ่
เยี่ยซางรู้ว่าพ่อเฒ่าเคยเดินทางท่องโลกภายนอกเมื่อตอนยังหนุ่มแต่พอเขาได้รับาเ็ก็เลยกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านจู๋หยวน
จากคำบอกเล่าของพ่อเฒ่าทำให้เยี่ยซางได้รับรู้เื่ราวเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก
บริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านจู๋หยวนอยู่ในเขตอิทธิพลของหุบเขาโอสถเป็เขตเมืองที่มีประชากรจำนวนมากทั้งบางแห่งก็ได้รับการดูแลโดยตรงจากศิษย์ของหุบเขาโอสถ
การเข้าร่วมสำนักเพื่อฝึกตนของหุบเขาโอสถนั้นต้องไปทีู่เาตานติ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหนึ่งแสนลี้
หลังจากเล่าเื่ราวเกี่ยวกับโลกภายนอกให้เยี่ยซางฟังแล้วพ่อเฒ่ากับลูกชายต่างก็เข้าพักผ่อนก่อนรุ่งสางหลังจากที่ทั้งคู่พักผ่อนได้ไม่นานนักเยี่ยซางก็ตื่นขึ้นก่อนเขาจะจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป เขา้าล่าเหยื่อและหาอาหารสำรองไว้ให้พ่อเฒ่ามากกว่านี้เนื่องจากเหยื่อที่นักล่าของหมู่บ้านหามาได้จะถือเป็ของอาหารส่วนกลางของหมู่บ้านด้วย
ใน่บ่ายของวันเยี่ยซางก็กลับมาถึงหมู่บ้านพร้อมกับหอกเหล็กดำที่มีเหยื่อห้อยอยู่ทั้งสองด้านคราวนี้เยี่ยซางไม่ได้แบ่งเหยื่อเหมือนกับทุกครั้งไป แต่เขากลับตรงไปบ้านทันทีเหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าชาวบ้านต่างรู้สึกงุนงงเป็อย่างมากเยี่ยซางล่าสัตว์มานานกว่าหนึ่งปีแต่ละครั้งสองพ่อลูกจะมีเนื้อมากเกินกว่าที่พวกเขาจะกินกันหมดจึงมักแจกจ่ายให้ผู้อื่นเสมอ
ดังนั้นครั้งนี้เยี่ยซางจึงทำให้ชาวบ้านที่ต้องประหลาดใจหลายคนเดินตามตนเองไปที่บ้านไม้ไผ่ของพ่อเฒ่าพวกเขาไม่ได้้าเหยื่อที่เยี่ยซางล่าได้แต่กลับเป็กังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่มเสียมากกว่า
“เ้าหนู ทำไมถึงเอาเหยื่อกลับมามากนักเล่า?” พ่อเฒ่ามองดูชาวบ้านที่เดินตามมาก่อนจะหันไปมองเยี่ยซาง
“พ่อเฒ่า เ้าเข้าใจผิดแล้ว เรามาที่นี่เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเยี่ยซางต่างหากเล่าเขาได้รับาเ็หรือ?” ป้าหลินมักปฏิบัติต่อเยี่ยซางเป็อย่างดีนางกวาดตามองเยี่ยซางขึ้นลงด้วยสายตาเป็ห่วง
“ไม่เลยขอรับ!”เยี่ยซางหน้าแดงเล็กน้อย เขาเอาเหยื่อทั้งหมดที่ล่าได้กลับมาบ้าน ถึงกระนั้นก็ไม่ได้แบ่งให้ทุกคนจึงทำให้เยี่ยซางรู้สึกผิดเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าจะให้เยี่ยซางออกเดินทางไปโลกข้างนอกเ้าหนูนี่ก็คิดถึงคนแก่อย่างข้า เ้าเด็กตัวเหม็นคงกลัวว่าข้าจะอดตายหากไม่มีเขา”พ่อเฒ่ากู่จ้องเยี่ยซางเขม็ง
“เยี่ยซางเ้าจะออกไปข้างนอกหรือ?” ป้าหลินและอาหนิวต่างมองเยี่ยซางอย่างอึดอัดใจ
“ข้าอยากออกไปดูโลกภายนอกขอรับ”เสียงของเยี่ยซางต่ำลงเล็กน้อย เขารู้ว่าทุกคนในหมู่บ้านจู๋หยวนล้วนเป็ห่วงเขามากไม่ใช่เพียงแต่พ่อเฒ่าเท่านั้น
“เอาเถิดเ้าเป็เด็กที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหมู่บ้านของเรา เ้าควรได้ออกไปดูโลกภายนอกบ้าง”อาหนิวตบไหล่ของเยี่ยซางแล้วกล่าว
“ข้ายังทำชุดของเ้าไม่เสร็จแต่พรุ่งนี้มันก็จะเสร็จแล้ว” สายตาของป้าหลินเต็มไปด้วยความลำบากใจ
หลังจากพูดคุยกันสักพักหนึ่งเยี่ยซางก็ออกไปส่งอาหนิวกับป้าหลินกลับบ้านจากนั้นเขาจึงเริ่มจัดการกับเหยื่อก่อนจะแขวนไว้ใต้ชายคาเพื่อให้มันแห้งลง
หลังจากที่เขาจัดการกับเหยื่อเสร็จแล้วเยี่ยซางก็เริ่มต่อยเสาที่ตั้งไว้อยู่ข้างบ้านไม้ไผ่ซึ่งเป็กิจวัตรของเขา
พ่อเฒ่ากู่เคยเดินทางอยู่โลกข้างนอกแต่เพราะศัตรูของเขาเก่งกาจ ทั้งสองฝ่ายจึงต่างได้รับาเ็แม้พ่อเฒ่าจะจัดการกับคู่ต่อสู้ได้ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ตันเถียนของเขาเสียหายท่าร่างการต่อสู้ของเยี่ยซางเองก็ได้รับการสั่งสอนจากพ่อเฒ่าทั้งสิ้น
หลังจากเยี่ยซางฝึกฝนท่าร่างที่พ่อเฒ่าสอนเขาก็แข็งแกร่งมากขึ้น
ไม่กี่วันต่อมาหลังจากนั้นในทุกๆ วันเยี่ยซางจะออกไปล่าสัตว์ั้แ่เช้าตรู่เมื่อเขาได้เหยื่อกลับมาก็จะนำมาแขวนไว้ใต้ชายคาทั้งด้านหน้าและด้านหลังของบ้านไม้ไผ่
พ่อเฒ่ารู้ดีว่าเยี่ยซางทำเช่นนี้ก็เพื่อตนเองจึงไม่ได้พูดอะไรทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าเยี่ยซางกำลังจะจากไป จึงนำของต่างๆ มากมายมามอบให้เขา
ป้าหลินนำเสื้อผ้ามาให้เยี่ยซางอาหนิวนำถุงหนังใส่เหล้ามาให้สองถุงพร้อมกับเสือดาวที่ถูกฝึกมาแล้วแม้เยี่ยซางจะยังเด็กแต่เขากลับดื่มเหล้าเก่งมากทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้เื่นี้กันเป็อย่างดี
เสือดาวเป็สัตว์ขี่ที่อาหนิวฝึกไว้ทั้งยังเป็สัตว์ขี่เพียงตัวเดียวในหมู่บ้าน
เยี่ยซางไม่ยอมรับมันไว้ในคราแรกทว่าเมื่อเห็นว่าอาหนิวดูไม่พอใจนักใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยความโกรธพร้อม้าจะต่อว่าเขาทำให้เยี่ยซางต้องจำใจยอมรับมันไว้
ทุกอย่างเกือบจะพร้อมหมดแล้วเยี่ยซางจึงได้วางแผนที่จะออกเดินทาง
เยี่ยซางไม่ได้เอาอะไรไปด้วยมากนักเขาพกไปแค่เนื้อแห้งเล็กน้อยและเหล้าสองถุงของอาหนิว
“ข้างนอกนั่น ไม่ว่าเ้าจะทำอะไรเ้าก็ต้องระมัดระวังตัวไว้ให้มากๆ กลับบ้านเสียหากเ้าไม่มีความสุข”หลังจากช่วยเยี่ยซางผูกสิ่งของเข้ากับเสือดาวแล้ว พ่อเฒ่าก็หยิบกระเป๋าหนังใบเล็กออกมา“นี่เงิน เก็บเอาไว้เผื่อเ้าจำเป็ต้องใช้”
“ท่านพ่อข้าไม่้ามันหรอกขอรับ ข้าล่าเหยื่อบนูเาได้อีกอย่างข้าก็ยังดื่มน้ำจากลำธารได้”เยี่ยซางดันกระเป๋าหนังใส่เงินใบเล็กคืนให้กับพ่อเฒ่า
“ถ้าเ้าอยากไปเ้าก็ต้องรับไว้” พ่อเฒ่ามองเยี่ยซางเขม็งเคราของอีกฝ่ายสั่นระริกขณะะโใส่เยี่ยซาง
เยี่ยซางพยักหน้าก่อนเขาจะเก็บกระเป๋าเงินไว้ข้างเอวของตนเองเด็กหนุ่มรู้ดีว่าเคราของพ่อเฒ่าจะสั่นก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรู้สึกโกรธเท่านั้น
“ไปเถิด ไปเถิด” พ่อเฒ่าโบกมือแล้วหันหลังกลับเข้าบ้านไม้ไผ่
เด็กชายยืนอยู่ในลานบ้านขณะเฝ้ามองบ้านไม้ไผ่อยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินออกไปเขารู้ดีว่าพ่อเฒ่ากู่ไม่เต็มใจที่จะมองตนเองจากไป
เยี่ยซางจูงเสือดาวออกจากบ้านพร้อมกับที่กำลังก้าวเดินจากที่นี่หมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่มานานนับสิบปีไปเื่นี้ทำให้เยี่ยซางรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
เมื่อเยี่ยซางเดินออกไปได้ไม่เท่าไรนักเขาก็หันกลับไปดูบ้านไม้ไผ่อีกครา แสงแดดรำไรในยามเช้าค่อนข้างสลัวเยี่ยซางมองเห็นเพียงเงาลางๆ ของร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นไผ่เก่าๆ บริเวณหน้าบ้าน
เยี่ยซางกัดฟันแน่นแล้วหันหลังเดินจากไปเขารู้ว่าคนคนนั้นคือพ่อเฒ่าที่คอยดูแลเขามานานกว่าสิบปี
หลังออกจากหมู่บ้านเยี่ยซางก็ขึ้นหลังเสือดาวก่อนจะกำหนดทิศทางและเดินหน้าต่อไป
ไม่มีถนนเส้นใดบนูเาหนองน้ำลำธารก็เริ่มจะแห้งเหือด เขาระบุทิศทางและออกเดินทางไปอย่างไม่ลังเล
เมืองที่ใกล้ที่สุดของหมู่บ้านจู๋หยวนคือเมืองกู่หนานเยี่ยซางเคยไปเยี่ยมนักล่าในหมู่บ้านนั้นเมื่อครึ่งปีที่แล้วตอนนั้นเขาเดินทางไปอย่างช้าๆ พร้อมกับข้าวของต่างๆ ก็ใช้เวลาราวหกถึงเจ็ดวัน
ชาวบ้านในหมู่บ้านจู๋หยวนจะไปเมืองกู่หนานก็ต่อเมื่อจำเป็เท่านั้นอย่างการไปหาซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็เป็เพราะมีสัตว์ป่าและสัตว์ร้ายเป็โขยงซ่อนตัวอยู่ระหว่างทางทั้งยังมีพวกโจรที่โเี้อีกด้วย
พวกมันไม่สนใจชีวิตของผู้คน้าเพียงจะแย่งชิงสิ่งของเท่านั้น หากโชคร้ายดันพบกับพวกโจรเข้าพวกเขาก็ทำได้แค่ทิ้งสิ่งของไว้แล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอด
หลังจากเดินทางไปหลายสิบลี้ท้องฟ้าก็สว่างขึ้นอย่างไรแล้วเยี่ยซางก็ไม่มีเวลาชมทิวทัศน์บนูเาหรือป่าไม้ที่สวยงามนี้ เขาตบเบาๆที่ข้างคอของเสือดาวแล้วปล่อยให้เ้าเสือดาววิ่งไปตามทางโชคดีที่เสือดาวตัวนี้คุ้นเคยและเข้าใจเยี่ยซางเป็อย่างดี
ยามท้องฟ้าเริ่มมืดลงเยี่ยซางก็เดินทางได้กว่าสามร้อยลี้แล้ว ด้วยความเร็วเท่านี้เขาจะสามารถไปถึงเมืองกู่หนานได้ภายในสามวันถึงอย่างนั้นเยี่ยซางก็ไม่กล้ารีบร้อนเดินทางในเวลากลางคืนูเาและหนองน้ำตอนกลางคืนนั้นอันตรายมาก มีทั้งแมลงและงูพิษต่างๆหากโชคร้ายหรือไม่ระวังตัวมากพอเข้า อาจจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียแทน
ตอนนี้บนหอกเหล็กของเยี่ยซางมีกระต่ายอ้วนสองตัวห้อยอยู่พวกมันถูกเขาล่าได้ระหว่างทาง
เยี่ยซางรู้สึกว่าไม่อยากกินเนื้อแห้งสักเท่าไรอย่างไรแล้วรสชาติของมันไม่อร่อยเท่าเนื้อสด การเดินทางไปยังหุบเขาโอสถยังอีกยาวไกลนักใครจะรู้ว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ก่อนฟ้าจะมืดเยี่ยซางก็หาที่พักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ เขานำห่อใส่ของออกจากบนตัวของเสือดาวหลังจากเด็กหนุ่มให้กระต่ายเป็อาหารแก่เสือดาวแล้วเขาก็จุดไฟย่างกระต่ายให้กับตนเอง
เยี่ยซางเอนกายนอนลงเริ่มพักผ่อนพิงต้นไม้ขณะกินกระต่ายย่างบนมือของตัวเองแต่แล้วเขาก็กังวลว่าพ่อเฒ่าจะรู้สึกแย่เมื่อตนเองไม่ได้อยู่ด้วย
สายลมกระโชกแรงสะท้านผิวกายเยี่ยซางทำได้แต่อดทนกับความหนาวเย็น ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกลิ่นบางสิ่งโชยมาตามสายลม มันเป็กลิ่นที่ออกคาวเล็กน้อยร่างกายของเสือดาวที่อยู่ใกล้ๆ เยี่ยซางก็สั่นสะท้านด้วยความหวั่นเกรง
อันตราย!
ในฐานะนักล่าที่มีประสบการณ์เยี่ยซางรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาลุกขึ้นพรวดก่อนจะกวาดตามองรอบๆ
สิ่งที่ปรากฏในสายตาทำให้เยี่ยซางตัวสั่นเทิ้มโคมไฟสีเขียวขนาดใหญ่สองดวงลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิดห่างออกไปราวเจ็ดแปดจั้งเด็กหนุ่มมีประสบการณ์ในการล่าสัตว์มาก่อนเขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่โคมไฟขนาดใหญ่แต่เป็ดวงตาของสัตว์ร้ายต่างหาก!