ตอนที่ 22
หาวววว
“เอาละหมดเื่เสียที ข้าขอตัวไปงีบสักหน่อย ข้ารู้สึกอยากนอนและเหนื่อยมาก!”ผู้ใหญ่สุขพูดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไปนอน เพราะเขาต้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับไอ้บุญแถมยังต้องลุกตื่นขึ้นมากลางดึกอีกดังนั้นเขาจึงรู้สึกง่วงและอยากพัก..........
เดี๋ยวก่อนขอรับพ่อผู้ใหญ่!
ซึ่งในขณะนั้นเสียงะโเรียกหยุดผู้ใหญ่ของไอ้บุญก็ได้ขึ้น..........
“มีอะไรอีกไอ้บุญ!หรือว่าเอ็งยังมีเื่ใดที่ค้างคาใจอยู่?” ผู้ใหญ่สุขได้หันกลับมาถามไอ้บุญด้วยสีหน้าที่สงสัยและไม่พอใจเล็กน้อย.........
“เปล่าขอรับพ่อผู้ใหญ่ข้าแค่้ามาขอขมาลาโทษในสิ่งที่ข้าได้กระทำผิดพลาดไปก่อนหน้านี้ด้วยนะขอรับ”ไอ้บุญกล่าวคำขอโทษผู้ใหญ่สุขด้วยสีหน้าที่ดูสำนึกผิดและเสียใจ...........
เพี๊ย!
โอ๊ย!
“เอ็งก็รู้จักฟังคำคนเสียบ้างไอ้บุญ! มิใช่ดื้อรั้นมิฟังความใครเอาแต่ใจตัวเอง” ผู้ใหญ่สุขได้ยื่นมือออกไปตบที่กระบาลไอ้บุญไปหนึ่งทีก่อนที่เขาจะยิ้มและพูดเตือนให้ไอ้บุญรู้จักฟังคำของคนอื่นบ้าง ไม่ใช้เอาแต่ความคิดของตนเองเป็ใหญ่...........
“คราหน้าข้าจักใช้สติให้มากกว่านี้ขอรับพ่อผู้ใหญ่!” ไอ้บุญผงกหัวน้อมรับกับความผิดที่ตนเองได้ทำผิดพลาดไปในครั้งนี้ซึ่งเขาได้ตอบกลับผู้ใหญ่สุขและรับปากว่าครั้งหน้าจะใช้สตินึกคิดให้มากกว่านี้............
หมับ!
“เอ็งรู้แล้วก็ดีไอ้บุญ! ครั้งหน้าจักได้มิผิดพลาดอีกหากไม่มีใครเขามาห้ามปรามเอ็งเหมือนวันนี้ เอ็งลองคิดดูว่าจังเป็เยี่ยงใด” ผู้ใหญ่สุขเอื้อมมือไปจับที่ไหลของไอ้บุญก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ถือโทษหรือโกรธเคืองไอ้บุญแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับรู้สึกเป็ห่วงมากกว่าเสียด้วยซ้ำ..........
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
ตุบ ตุบ ตุบ
“มึงมิต้องคิดมากไปดอกไอ้บุญคนเราผิดพลาดกันได้ ใช่ไหมวะพวกเรา!?” ไอ้ทิตพูดปลอบใจไอ้บุญด้วยสีหน้าที่จริงใจ ก่อนที่เขาจะหันหน้าไปถามทุกๆคน..........
ใช่! ใช่! ใช่!
“เอาละ!หมดเื่แล้วพวกเราก็กลับไปเข้านอนกันเถอะ!” ไอ้ทิตได้พูดอีกครั้งเพื่อบอกทุกคนให้กลับเข้าไปนอนกันได้แล้ว เพราะเื่เลวร้ายทั้งหมดได้จบลงด้วยดีแล้ว............
ขอรับพี่ทิต!
ไปนอนกันเถอะพวกเรา!
หาวววววววว!
ตุบ ตุบ ตุบ
สามชั่วโมงผ่านไป.........
แปล้ แปล้!
ฟู้ ฟู้ ฟู้!
“เช้าแล้วตื่นนอนกันได้แล้วจ้าเด็กๆ!”
ในขณะนั้นเสียงของไอ้แดงได้ะโดังขึ้นเพื่อเรียกทุกคนให้ตื่นหลังจากที่เขาได้ยินเสียงของโขลงคชสารพงไพรที่ออกมาดื่มน้ำกันแต่เช้าตรู่ ซึ่งไอ้แดงได้ใช้คำพูดเรียกทุกๆคนว่าเด็กๆด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มและกวนบาทาราวกับตัวมันเป็ผู้สูงอายุที่สุดในกลุ่มอย่างนั้นแหละ...........
ฟิ้ววววว
ตุบ ตุบ
“เด็กบ้านบิดามึงกระนั้นรึไอ้แดง!บ๊ะไอ้นี่! กูอายุเยอะกว่ามึงตั้งมาก มาเรียกกูเป็ เดี๋ยวมึงได้กินมะกอกจากกู”ผู้ใหญ่สุขลุกขึ้นมาจากที่นอนพร้อมกับหยิบเอาก้อนหินข้างๆตัวของเขาขึ้นมาก่อนจะขว้างปาใส่ไอ้แดงและสบถคำด่ามันกลับไป..........
“ข้าขอโทษจ้าผู้ใหญ่! ข้าผิดไปแล้ว ข้าแค่อย่ากทำให้บรรยากาศมันดูสนุกเท่านั้น” ไอ้แดงรีบกล่าวขอโทษผู้ใหญ่ทันทีก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นและหนีไปล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว..........
รีบๆไปเลยนะมึง!
“เอ้า!ทุกคนตื่นกันได้แล้ว และไปหาล้างหน้าล้างตาแล้วกลับมาเตรียมอาหารเช้ากัน! ก่อนจะได้เก็บข้าวของและเดินทางกลับหมู่บ้านท่าเสด็จของพวกเรา!”ผู้ใหญ่สุขได้ะโบอกให้ทุกคนตื่นนอน และไปทำภารกิจประจำวันของตนเองให้เรียบร้อย แล้วจะได้กลับมากินข้าวก่อนเตรียมตัวออกเดินทาง...........
“ขอรับผู้ใหญ่!”
ลุก ลุก!
“ไปล้างหน้าล้างตาเก็บข้าวของเตรียมอาหารเช้ากันได้แล้วโว้ย!”
ตุบ ตุบ ตุบ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป.........
หลังจากที่ทุกคนทำกิจวัตรประจำวันของตนเองและกลับเข้ามารับประทานอาหารเช้ากันจนอิ่มครบทุกคนแล้วทั้งหมดก็พากันเก็บข้าวของก่อนจะทยอยขึ้นบนหลังของโขลงคชสารพงไพร เพื่อออกเดินทางมุ่งหน้าสู่บ้านท่าเสด็จ..........
ออกเดินทางได้!
แปร้น แปร้น!
ตึง ตึง ตึง ตึง
แกลกแกลก โครมโครม
สี่ชั่วโมงผ่านไป.........
หลังจากที่ทั้งหมดได้เริ่มออกเดินทางนี่ก็ผ่านไปสี่ชั่วโมงแล้วซึ่งบัดนี้ทั้งหมดก็มาจนถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านท่าเสด็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว...........
แปร้น แปร้น!
หือ?!
“อ๊ะจ้ากกกกก!!
ชะ ชะ ช้าง!!
หนีเร็วช้างป่าบุกหมู่บ้านโว้ย!!
ไอ้หรรมน้อยอยู่ไหนลูกรีบมาหาแม่เร็ว!
ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเองชาวบ้านท่าเสด็จที่กำลังทำกิจวัตรของตนเองอยู่ ก็พากันแตกตื่นและะโเสียงดังขึ้นมาจากทุกทิศทุกทางก่อนจะพากันวิ่งหนีและทิ้งข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วราวกับหนีตายกันแบบไม่คิดชีวิตหลังจากที่พวกเขาได้ยินเสียงร้องของคชสารพงไพรจำนวนมากที่ดังมาจากตรงทางเข้าหมู่บ้าน.........
เอ๊ย! เอ๊ย!
“ไม่ต้องหนี!ไม่ต้องหนี! พวกข้าเอง!” ซึ่งในตอนนั้นผู้ใหญ่สุขก็ได้พยายามส่งเสียงะโเรียกและโบกไม้โบกมือเพื่อบอกให้ลูกบ้านทุกคนที่กำลังพาวิ่งหนีด้วยความตื่นใให้รู้ว่าโขลงคชสารพงไพรมากับพวกตนและเป็พวกเดียวกัน...........
“ดูชั่งเป็การต้อนรับที่แสน......จะอบอุ่นมากเลยนะกล้วยหมู่บ้านของนาย อิอิ!” เสียงของคชสารพงไพรตัวน้อยพูดหยอกล้อเ้ากล้วยหลังจากที่มันได้เห็นพวกชาวบ้านท่าเสด็จพากันแตกตื่นและวิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิต.........
แฮ่ๆ!
กล้วยหันหน้าไปยิ้มให้กับคชสารพงไพรตัวน้อยด้วยสีหน้าที่เขินอายนิดหน่อยซึ่งเขาทำได้เพี่ยงแต่ยิ้มอย่างเดียวเท่านั้น...........
เห้ย!
“ข้าไอ้แดงไงข้ากลับมาแล้วโว้ย!!” ไอ้แดงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา ก่อนที่มันจะะโส่งเสียงดังขึ้นเพื่อ้าให้ทุกคนได้ยินว่ามันนั้นกลับมาแล้วซึ่งมันคิดว่าเสียงของมันจะทำให้ทุกๆคนหันมาสนใจได้...........
หือ?
“นั่นผู้ใหญ่บ้านกับพวกที่ไปล่าสัตว์นี้!”
ไหนๆ?!
“นั่นไง!ขี่อยู่บนหลังของช้างนั่นไง!”
“ช้างเหรอวะ!ว่าแต่ทำไมตัวมันใหญ่กว่าช้างทั่วๆไปละ?”
“จริงด้วยข้าว่ามันใหญ่กว่าช้างทั่วๆไปนะ!”
หลังจากที่พวกชาวบ้านท่าเสด็จได้ยินเสียงะโขึ้นบอกไม่ให้วิ่งหนีพวกเขาจึงได้พากันหยุดและหันหน้ากลับมาดู เพราะเสียงะโนี้เหมือนกับเสียงของผู้ใหญ่สุขกับพวกที่ไปล่าสัตว์พวกเขาจึงค่อยเดินกลับมาดูด้วยท่าทางที่ยังหวาดกลัวก่อนที่จะได้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีกล่มคนที่นั่งอยู่บนข้างหลังของช้างนั่นก็คือกลุ่มล่าสัตว์ของหมู่บ้าน..........
เฮ้อ!
“กว่าจะทำให้สงบได้เล่นเอาหมู่บ้านเละไปหมดเลย เอาล่ะพวกเรา!ลงไปข้างล่างกันเถอะ จะได้เอาข้าวของและเนื้อที่ได้มาไปเก็บ!” ผู้ใหญ่สุขถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะสั่งให้ทุกคนลงจากหลังของคชสารพรไพรเพื่อนำของไปเก็บ……..
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
ตุบ ตุบ ตุบ!!
“ไอ้ผาข้าจักมอบหน้าที่ดูแลโขลงของท่านพญาคชสารพงไพรให้กับเ้า เ้าจงนำทางพวกเขาไปพักยังที่ท่าน้ำหน้าวัดแล้วก็ไปบอกหลวงตาเสาร์ให้ทราบเกี่ยวกับเื่นี้ด้วยนะ ประเดี๋ยวข้าจักให้พวกชาวบ้านไปจัดเตรียมผลหมากรากไม้และตามไปหาเอ็งที่หลังเพื่อที่จะได้จัดงานพิธีเลี้ยงต้อนรับสู่ขวัญกันหน่อย!” ซึ่งในขณะนั้น ผู้ใหญ่สุขก็ได้กันมาทางพันผาก่อนจะมอบหมายงานให้พันผานำพาโขลงคชสารพงไพรไปพักผ่อนที่ท่าน้ำหน้าวัด และเดี๋ยวตนจะให้พวกชาวบ้านตามไปทีหลัง...........
“ขอรับผู้ใหญ่”พันผาตอบรับผู้ใหญ่บ้านทันที ก่อนจะหันไปหากล้วยแล้วพูดขึ้นว่า “ไปกันเถอะกล้วยลูก!”เมื่อเขาพูดจบเขาก็เดินไปจับมือกล้วยเอาไว้……..
หมับ!
ขอรับท่านพ่อ!
ตุบ ตุบ ตุบ
ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปหาพญาคชสารพงไพรแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมว่า “ขอเชิญท่านพญาคชสารพงไพรและโขลงของท่าน ตามข้าไปพักที่ท่าน้ำหน้าวัดท่าเสด็จทางด้านโน้นก่อนเถอะขอรับ!เดินทางกันมาเหนื่อยๆจักได้พัก” ก่อนที่จะบอกกับพญาคชสารพงไพรให้ตามตนเองไปพักผ่อนที่ท่าน้ำหน้าวัดท่าเสด็จ........
โฮกกกกกก!
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
ตึง ตึง ตึง ตึง
สองชั่วโมงผ่านไปเวลาประมาณบ่ายสองโมง........
หลังจากที่พันผากับกล้วยได้พาโขลงคชสารพงไพรไปพักผ่อนที่หน้าวัดแล้วผู้ใหญ่สุขและทุกๆคนที่ไปล่าสัตว์รวมถึงพวกชาวบ้านต่างก็พากันเดินเข้ามาที่หน้าวัดพร้อมกับผลหมากรากไม้ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้เพื่อมาทำพิธีต้อนรับสู่ขวัญ.........
ตุบ ตุบ ตุบ
อึบ อึบ!
“พวกข้านำผลหมากรากไม้มาแล้วขอรับท่านหลวงตาเสาร์!” ไอ้จุกเด็กวัดท่าเสด็จ ได้พาพวกชาวบ้านจำนวนหลายสิบคนที่ช่วยกันหาบผลไม้จำนวนมากเข้ามาให้คชสารพงไพรทั้งโขลงซึ่งในการหาบผลไม้มาในครั้งนี้ต้องใช้แรงคนหาบมาประมาณยี่สิบกว่าคนเห็นจะได้.........
“ดีมากไอ้จุก! แต่ว่าผลไม้แค่นี้มันจักพอหรืออย่างนั้นวะดูสิ! ตัวใหญ่ๆกันทั้งนั้น อ๊ะนั่น! ตัวเล็กก็มีด้วย! น่าตาน่ารักเชียววะ!” หลวงตาเสาร์ผู้เป็เ้าอาวาสวัดท่าเสด็จได้ยืนรออยู่กับโขลงคชสารพงไพรมาได้สักพักแล้วก็ได้หัวเราะขึ้นอย่างชอบใจพร้อมกับพูดหยอกล้ออย่างเป็กันเองซึ่งทำให้บรรยากาศรอบๆดูมีความสุขมาก...........
“ถ้าไม่พอข้าจักให้คนไปนำมาเพิ่มอีกขอรับหลวงตา!”ผู้ใหญ่สุขที่นั่งอยู่ข้างๆได้พูดเสริมขึ้น ซึ่งเขาได้ให้คนนำมามากที่สุดแล้วแต่หากยังไม่พอเขาจะให้คนไปเอามาเพิ่มอีก……
“เท่านี้ก็เพียงพอแล้วพวกเรารู้สึกขอบน้ำใจพวกท่านยิ่งนักที่ดูแลต้อนรับขับสู้พวกเราอย่างดีเช่นนี้แถมผลไม้พวกนี้ก็ยังหอมหวานน่าอร่อยอีกด้วย” ซึ่งในตอนนั้นพญาคชสารพงไพรก็ได้พูดตอบออกมาว่าผลไม้เท่านี้ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องนำมาเพิ่มอีกก็ได้…….
กรอบ กรอบ!
“อร่อยจังเลย ผลไม้ของหมู่บ้านท่าเสด็จนี่!” และในขณะที่พญาคชสารพงไพรกำลังพูดตอบปฏิเสธอยู่นั้นเ้าคชสารพงไพรตัวน้อยก็ได้วิ่งปรี่เข้าไปกินผลไม้ที่ตนเห็นว่าชอบทันที ก่อนจะพูดเสียงดังขึ้นมาในขณะที่กินด้วยความอร่อย........
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป.........
“คืนนี้ก็ขอให้ท่านพญาคชสารพงไพรได้นอนพักกันที่บริเวณหน้าวัดแห่งนี้กันก่อนนะขอรับ!เอาไว้พวกเราจักช่วยกันทำที่พักให้กับพวกท่านที่หลัง พวกท่านจะได้มีที่พักที่สามารถหลบแดดและหลบฝนได้อย่างไม่ต้องกังวล”พันผาะโบอกพญาคชสารพงไพรให้นอนพักที่บริเวณหน้าวัดท่าเสด็จในคืนนี้กันก่อน...........
“เื่นั้นไม่มีปัญหาพวกข้าใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติมาตลอด พวกเราสามารถอยู่ตรงไหนก็ได้ขอเพียงแค่มีน้ำและอาหารที่เพียงพอต่อพวกข้า มันจะได้ไม่ต้องไปรบกวนพวกเ้า”พญาคชสารพงไพรรีบตอบกลับพันผาในทันทีว่าตนสามารถอยู่ตรงไหนก็ได้ไม่จำเป็ต้องลำบากให้สร้างที่พักอะไรแบบนั้นเลย…….
“ไม่ได้หรอกขอรับยังไงพวกเราก็ต้องสร้างสถานที่พักให้กับพวกท่านไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่สบายใจที่พาพวกท่านมาแล้วไม่มีบ้านให้อยู่”ผู้ใหญ่สุขได้พูดเสริมขึ้นอย่างไม่สบายใจเขารู้สึกไม่ดีถ้าไม่สร้างที่พักให้กับโขลงคชสารพงไพร ดังนั้นเขาจึงดึงดันว่ายังไงก็จะสร้างให้……
“ก็ได้! ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่เ้าสะดวกก็แล้วกันและก็ขอบน้ำใจพวกเ้ามาก!”
ขอรับ!
“ดีล่ะ! ถ้าอย่างงั้นวันนี้พวกเ้าก็พักกันที่นี่ก่อนในคืนนี้เพราะข้าเองก็มีเื่ที่จะพูดคุยกับเ้าเช่นกัน พญาคชสารพงไพรเอ๋ย! ข้าััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างจากตัวเ้า ดังนั้นในคืนนี้ข้าหวังว่าจะได้พูดคุยกับเ้าอย่างสนุกนะ!”ซึ่งในตอนนั้นเอง หลวงตาเสาร์ก็ได้พูดแทรกขึ้นมาก่อนที่จะหันไปพูดกับพญาคชสารพงไพรราวกับมีเื่ค้างคาใจกันอยู่……
ตุบ!
“นมัสการขอรับผู้มีบุญ!” และในตอนนั้นคชสารพงไพรก็ได้ชันเข่าลงกับพื้นพร้อมกับก้มศีรษะโค้งลงเล็กน้อยและพูดตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สุภาพนอบน้อม……..