บทที่ 10 เขาคนนั้น
เมื่อเหยี่ยนอี้และบิดาก้าวเท้าเข้าไปในร้าน หมอยากุ่ยบรรยากาศที่คึกคักภายในร้านก็ทำให้นางรู้สึกเกร็งขึ้นมาเล็กน้อยลูกค้าหลายคนกำลังยืนรอรับยา บ้างก็ปรึกษาอาการกับหมอยาที่โต๊ะภายในร้าน
ขณะที่เหยี่ยนอี้กำลังมองหาหลงจู้ของร้านสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเด็กชายอายุราว 9 ขวบ คนหนึ่งถูกอุ้มเข้ามาในร้าน ใบหน้าของเขาแดงก่ำตัวสั่นเทา และอ่อนแรง คล้ายกับมีไข้สูง
มารดาของเด็กชายดูร้อนรนรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหมอยาประจำร้าน แต่หลังจากหมอยาตรวจอาการแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ ด้วยท่าทางหนักใจ
“อาการของเขาหนักมาก พวกท่านพาเขามาที่นี่ช้าเกินไปข้าเกรงว่าอาจจะไม่สามารถรักษาได้”
หมอยากล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
มารดาของเขาได้ยินก็ถึงกับเข่าอ่อนร้องไห้ออกมา
เหยี่ยนอี้เห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสารจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหามารดาของเด็กชายคนนั้น
“ท่านอย่าเพิ่งสิ้นหวังเลยเ้าค่ะข้าอาจจะพอช่วยได้”
เหยี่ยนอี้เอ่ยขึ้น
มารดาของเด็กชายหันมามองเหยี่ยนอี้ด้วยความหวัง
“เ้าช่วยลูกของข้าได้จริงหรือ”
“ข้าเป็หมอยาจากชนบทเ้าค่ะข้ามีสมุนไพรที่สามารถลดไข้ได้อย่างรวดเร็ว หากท่าน้าให้ช่วย”
เหยี่ยนอี้ตอบด้วยความมั่นใจ
มารดาของเด็กชายลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองบิดาของเขา แล้วพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้โปรดช่วยลูกของข้าด้วยเถิด”
เหยี่ยนอี้หยิบห่อยาสมุนไพรที่นางเตรียมไว้ขายออกมาจากตะกร้าห่อยานี้เป็สูตรสมุนไพรสำหรับแก้พิษไข้ และมีสมุนไพรที่เร่งให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว
หญิงสาวเปิดถุงยาสมุนไพรแล้วป้อนเข้าปากของเด็กชาย ตามด้วยน้ำอุ่นจากร้านขายยา
หลังจากเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามเด็กชายที่นอนลืมตาไม่ขึ้นก็กระพริบตา ใบหน้าที่เคยแดงก่ำก็เริ่มมีสีสัน
บิดามารดาของเขาเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปจับตัวบุตรชาย
“สิ่วเอ๋อร์ เป็อย่างไรบ้าง”
เด็กชายค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองมารดาของตนเองด้วยดวงตาที่สดใสขึ้น
“ท่านแม่ ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วขอรับ”
เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
ข่าวการรักษาเด็กชายให้หายจากไข้ได้อย่างรวดเร็วแพร่สะพัดไปทั่วอำเภอหมอยาประจำร้านและลูกค้าต่างพากันเข้ามามุงดูเหยี่ยนอี้ด้วยความสนใจ
หมอใหญ่ของร้านหมอยากุ่ยได้ยินข่าวก็รีบออกมาดูด้วยตนเองเมื่อเห็นว่ายาสมุนไพรของเหยี่ยนอี้ มีสรรพคุณที่ดีจริงก็รู้สึกสนใจในทันที
“แม่หนู ยาสมุนไพรของเ้ามีสรรพคุณดีเยี่ยมจริงๆข้าขอซื้อยาสมุนไพรทั้งหมดของเ้าในราคาที่ดีที่สุด”
หมอใหญ่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เหยี่ยนอี้ได้ยินก็ดีใจจนเนื้อเต้นนางรีบตอบตกลงในทันที
ในที่สุดยาสมุนไพรของเหยี่ยนอี้ก็ขายได้หมดเกลี้ยงในพริบตานางได้รับเงินจำนวนมากจากการขายยา พร้อมกับคำสั่งซื้อเพิ่ม
หญิงสาวและบิดาเดินออกจากร้านขายยาของหมอกุ่ยด้วยใบหน้าที่เบิกบานโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตาม
ภายในจวนนายอำเภอหนาน
ในห้องทำงานที่โอ่อ่าของจวนอำเภอแสงตะวันยามบ่ายสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาทำให้ฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศดูราวกับผงทองคำ โจวิเช่อนายอำเภอหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคาย ดวงตาเฉลียวฉลาด กำลังนั่งฟังรายงานจากมือปราบหลี่มือขวาคนสนิท
“เรียนท่านนายอำเภอ”
มือปราบหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายกับตื่นเต้น
“เมื่อ่เช้าที่ผ่านมาเกิดเื่ราวที่น่าสนใจขึ้นที่ร้านหมอยากุ่ยขอรับ”
โจวิเช่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแสดงความสนใจ “เื่ราวอะไรกัน”
“มีหญิงสาวคนหนึ่งไม่ทราบชื่อแซ่ เดินทางมาจากชนบท พร้อมกับบิดานางนำยาสมุนไพรมาเสนอขายให้กับร้านหมอยากุ่ย”
มือปราบหลี่รายงาน
“ยาสมุนไพร”
โจวิเช่อทวนคำ
“แล้วอย่างไร”
มือปราบหลี่เห็นเ้านายของตนสนใจจึงรีบเล่าต่อ
“ในขณะที่หญิงสาวกำลังรอให้หมอใหญ่ของร้านมาพิจารณายาก็มีเด็กชายคนหนึ่งเกิดอาการไข้สูง มารดาของเขาได้พาตัวมาที่ร้านหมอยากุ่ย เพื่อขอความช่วยเหลือแต่หมอยาประจำร้านดูเหมือนจะไม่สามารถรักษาอาการของเด็กชายได้ขอรับ”
“แล้วหญิงสาวคนนั้นเกี่ยวอะไรด้วย”
โจวิเช่อถามอย่างใจเย็น
“หญิงสาวคนนั้นเห็นอาการของเด็กชายแล้วจึงอาสาเข้าไปช่วยเหลือ นางได้นำยาสมุนไพรที่นางเตรียมมาขายป้อนเด็กปรากฏว่าหลังจากกินยาเข้าไปไม่นาน อาการไข้ของเด็กชายก็ลดลงอย่างรวดเร็ว”
มือปราบหลี่กล่าว
โจวิเช่อฟังแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด
“น่าสนใจ...หญิงสาวจากชนบทที่มียาสมุนไพรวิเศษอย่างนั้นหรือ”
"ขอรับท่านนายอำเภอข้าได้สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นแล้วพวกเขาบอกว่าหญิงสาวคนดังกล่าวไม่เคยปรากฏตัวในเมืองมาก่อนและไม่มีใครรู้จักนางเลย”
มือปราบหลี่เสริม
“เ้าคิดว่าอย่างไร”
โจวิเช่อถามความคิดเห็นจากมือปราบคนสนิท
“ข้าคิดว่าเื่นี้น่าสนใจข้าไม่แน่ใจว่านางเป็หมอจริงหรือไม่ เพราะดูจากอายุของนางเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นข้าจึงอยากจะตามไปดู เพราะหลังจากออกจากร้านขายยาหมอกุ่ยข้าได้ยินนางคุยกับบิดาว่าจะไปที่สำนักศึกษาขอรับ”
มือปราบหลี่ตอบอย่างระมัดระวัง
โจวิเช่อยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ข้าก็คิดเช่นนั้น...เ้าลองสืบประวัติของหญิงสาวคนนั้นดูสิ ข้าอยากรู้ว่านางเป็ใคร มาจากไหน และมีความสามารถจริงหรือไม่”
“ขอรับท่านนายอำเภอข้าจะรีบไปสืบสวนเื่นี้ทันที"”
แต่ก่อนที่มือปราบหลี่จะออกจากห้องทำงานไปแล้วโจวิเช่อก็เรียกเขาไว้
“มือปราบหลี่ข้าจะออกไปดูด้วยตาตนเอง หญิงสาวจากชนบทที่มียาสมุนไพรวิเศษ...เื่ราวเช่นนี้ช่างน่าติดตามเสียจริง”
โจวิเช่อพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสนใจและความอยากรู้อยากเห็น
เวลาต่อมา โจวิเช่อนายอำเภอหนุ่มในชุดผ้าเนื้อดีสีเข้มราวกับพ่อค้า ก็เดินปะปนอยู่กับฝูงชนที่กำลังสัญจรไปมาในตลาดภายในเมืองโดยมีมือปราบหลี่ในชุดแบบเดียวกันเดินตามหลัง
เมื่อมาถึงบริเวณหน้าสำนักศึกษามือปราบหลี่ก็ ชี้ให้โจวิเช่อดูหญิงสาวและบิดาที่กำลังยืนพูดคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่ไม่ไกลนักพวกเขาแอบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ คอยสังเกตการณ์อย่างเงียบ ๆ
ขณะนั้นเหยี่ยนอี้ก็หันหน้ากลับมาทางด้านที่พวกเขาแอบอยู่
แสงตะวันสาดส่องลงมาบนใบหน้าของนางอย่างเต็มที่ทำให้โจวิเช่อได้เห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจน
ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของเหยี่ยนอี้ความรู้สึกบางอย่างก็ถาโถมเข้ามาในใจของโจวิเช่ออย่างรุนแรง ราวกับสายฟ้าฟาด
ใบหน้าของเหยี่ยนอี้งดงามเกินกว่าหญิงใดที่เขาเคยเห็นดวงตากลมโตเป็ประกายราวกับดวงดาว จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากอิ่มที่แย้มยิ้มน้อย ๆผิวพรรณขาวผ่องราวกับหยก
“...................”
โจวิเช่อยืนมองอย่างตื่นตะลึง
ภาพของเหยี่ยนอี้ในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่กลับดูงดงามสูงส่ง
“ทำไมข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน”
โจวิเช่อรู้สึกสับสนและตกตะลึงกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะสามารถรู้สึกเช่นนี้ได้กับสตรีใด
นายอำเภอหนุ่มรู้ดีว่าตนเองไม่ควรที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเื่ของเหยี่ยนอี้เขามาที่นี่เพื่อจับตาดูนาง และจะต้องไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาบดบังหน้าที่
“ข้าจะต้องระงับใจไว้...ข้ามาสืบเื่ราวที่สงสัยของนาง เพราะฉะนั้นจะต้องไม่ทำอะไรที่น่าขายหน้า”
โจวิเช่อเตือนตัวเองในใจแต่สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวอย่างไม่ละสายตา
ในขณะที่โจวิเช่อยืนมองจางเหยี่ยนอี้ อีกมุมหนึ่งของตลาดก็มีสายตาอีกคู่หนึ่งจ้องมองจางเหยี่ยนอี้ด้วยแววตาโลมเลียม