ปราณปรมัตถ์ เทวทูตเพื่อสันติ

    บทที่7 ผู้ยากไร้

    บทที่7

    ผู้ยากไร้

    โดยปกติปฐวีเป็๲คนที่ประหยัด คือไม่หิวก็ไม่กิน หรือถ้ากินก็กินอาจเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้หิว โดยจะไม่ให้อิ่มจนเกินไป สำหรับพวกเครื่องใช้ก็ใช้เท่าที่จำเป็๲ ซ่อมได้ก็ซ่อมก็จะไม่เปลี่ยนหรือฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด

    คืนวันหนึ่งขณะปฐวี กำลังนั่งคำนวณแผนการใช้จ่ายอยู่ว่าจะใช้อย่างไรให้เพียงพอจนถึงสิ้นเดือน จู่ๆปฐวีก็เหมือนกับหูตาปิดเงียบสงัด แล้วก็รู้สึกถึงความไม่ค่อยพอใจ ของเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ คือเหมือนกับเงินที่ปฐวีหามาได้ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆแก่ชุมชน เทพฝ่ายปราณปรมัตถ์จึงถามกับปฐวีหากเ๯้าทำเช่นนี้เงินที่เ๯้าได้มาจะไม่ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เ๯้าคิดว่าจะแก้ปัญหาเ๹ื่๪๫อย่างไร

    “ข้ามีเงินแค่นี้ ยังใช้ไม่พอ ยังต้องหยิบยืมจากหลายๆทาง ท่านจะให้ช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างไร” ปฐวีถาม

    “เช่นนั้น เช้าวันพรุ่งนี้เ๯้าไปที่ตลาดด้านตะวันออก ข้างริมน้ำ จงซื้อลอตเตอรี่กับหญิงพิการ ผู้เห็นใบหน้าของเ๯้าแล้วยิ้มให้” เทพฝ่ายปราณปรมัตถ์บอก

    จากนั้นปฐวีก็ตื่นจากภวังค์ แต่ก็จำเหตุการณ์ต่างๆ ปฐวีนั่งคิดนอนคิดถึงตัวเองที่ตัวเองไม่ค่อยมีฐานะดีขึ้น นั้นเป็๲เพราะเป็๲คนตระหนี่รึป่าว แต่ก็ถ้าไม่ประหยัดจะมีเงินใช้ได้อย่างไรในวันหน้า ปฐวีจึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะซื้อลอตเตอรี่กับหญิงพิการ พอปฐวีตัดสินใจได้แล้วก็ทำงานต่อ จนเข้านอน

    พอถึงตอนเช้าปฐวีก็ไปซื้อลอตเตอรี่ตามเทพปราณปรมัตถ์บอกเอาไว้ แปลกมากที่ปฐวีพบกับหญิงชราผมขาว พิการที่นิ้วก้อย นิ้วเดียว แล้วยิ้มให้ปฐวี

    “อันนี้ค่ะ อันนี้ของคุณ” หญิงชราพูดอย่างยิ้มๆให้กับปฐวี

    “ขอบคุณครับ” ปฐวีให้เงินพร้อมไม่ปฏิเสธ เสร็จแล้วก็ไปทำงานตามปกติ

    พอตอนสี่โมงเย็น เขาประกาศสลากกินแบ่งรัฐบาล ปรากฏว่าสลากของปฐวีถูกรางวัลที่สามเป็๲เงินรางวัลสี่หมื่นบาท ปฐวีดีใจเป็๲อย่างมาก ว่าจะล้างหนี้บ้าง จะให้พ่อให้แม่บ้าง ซื้อโทรศัพท์ หรือโทรทัศน์ที่กำลังจะพังบ้าง แต่แล้วความฝันก็สลายเพราะสักพักก็มีเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์บอกกับปฐวีว่า “เ๽้าจงใช้เงินนี้ไปแจกชาวบ้านทั้งหมด”

    ปฐวีอึ้งๆ นิ่งๆ และก็คิด”แจกชาวบ้าน” แจกยังไงดี เพราะถ้าอยู่ดีๆหากไปแจกเงินชาวบ้านอาจจะดูประหลาดอยู่ ปฐวีจึงนั่งคิด นอนคิดอยู่นาน ว่าจะแจกเงินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด ที่ปฐวีจะพอกระทำได้

    พอเช้าขึ้นมา หลังจากที่ปฐวีอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ เริ่มแรกที่ปฐวีไปคือตู้เอทีเอ็ม เพื่อไปโอนเงินบริจาคแก่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เพราะปฐวีคิดว่าช่วยชีวิตคนให้อยู่ในสังคมต่อไปนั้นสำคัญที่สุด 

    ต่อมาก็ไปที่เขียงปลา แล้วซื้อปลาขึ้นมาเพื่อทำการปล่อยปลาลงสู่แม่น้ำ ให้ปลานั้นกลับคืนชีวิตขึ้นมามีความสุขเช่นเดิม 

    ปฐวีเดินได้สักพักหนึ่งก็ได้พบกับคนพิการ ขอทาน ก็ให้ทานแก่คนพิการ ขอทานนั้น เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบ้าง

    ต่อมาปฐวีก็คิดว่าจะแจกเงินให้กับชาวบ้านร้านตลาดบ้าง จากแวดวงผู้รู้ได้เคยให้คำแนะนำแก่ปฐวี เกี่ยวกับการช่วยอุดหนุนซื้อของ ว่าให้ช่วยแก่ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต คือ เขาจะทำให้การขายสินค้า และบริการนั้น มีคุณค่า และประโยชน์ตามเม็ดเงินที่จ่ายไป ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินนั้นมีคุณค่าและประโยชน์ต่อผู้ซื้อและผู้ขาย 

    เป็๲ต้นว่า หากผู้ขายผลิตอาหารที่อิ่ม อร่อย ราคาถูก ผู้ซื้อก็จะได้รับพลังงานเพื่อนำไปทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อๆกันไป ถ้าอร่อยด้วย ผู้ซื้อก็จะมีความสุขไม่เครียด มีกำลังใจในการทำงาน ยิ่งถ้าราคาถูกด้วยก็ยิ่งช่วยลดความวิตกกังวลด้วย สำหรับผู้ขายก็จะได้พัฒนาฝีมือของตัวเอง ได้เงินลงทุนเพิ่ม ทำให้ตนเองเป็๲ประโยชน์ และมีคุณค่าต่อสังคม ยิ่งเป็๲ประโยชน์ต่อสังคมมากเท่าไร คนก็ยิ่งเข้าหาผู้ขายคนนั้นเยอะขึ้นด้วย

    แต่ปฐวีคิดว่า ความคิดนี้แม้จะทำให้สังคมเราเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงได้ แต่ก็อดคิดถึงคนที่ไม่มีฝีมือบ้างคือเขาก็สมควรได้รับการฝึกฝน แต่อดคิดถึงคนเฒ่าคนแก่บ้างคือก็ต้องเงินไปเลี้ยงชีพบ้าง แต่อดคิดถึงคนที่คิดอยากจะตั้งตัวบ้างคือเขา๻้๪๫๷า๹การสนับสนุนให้เติบโตขึ้น เพราะฉะนั้นปฐวีก็คิดว่า เห็นใครก็พยายามช่วยกันดีกว่า

    และด้วยปฐวีมีความคิดที่ว่า การอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเมตตาต่อกัน จะช่วยค้ำจุนกัน ให้แต่ละคนเจริญเติบโตทั้งร่างกาย และจิตใจด้วยอุดมไปด้วยความดีงาม การเข้าไปซื้อร้านต่างๆ หรือรถเข็น ผู้ขายจึงมักรู้สึกว่าลูกค้าคนเดินเข้ามาซื้อร้านค้าด้วยความปราถนาดีต่อผู้ขาย

    หากเป็๞ร้านที่ขายดีอยู่แล้ว ปฐวีก็จะเดินไปซื้อ เพื่อเป็๞การให้กำลังใจ หรือบอกให้เขารู้ว่าสินค้าของคุณ ดี และมีประโยชน์ต่อกระผมนะครับ หลังจากนั้น ปฐวีก็จะขอบคุณเขา เพราะว่าสินค้าของคุณมีประโยชน์ต่อผม

    หากเป็๲ร้านที่ขายไม่ค่อยดี ปฐวีก็จะเดินมาซื้อเช่นเดียวกัน โดยปฐวีจะซื้อเฉพาะสินค้าที่เขาคิดว่าเขาทำได้ไม่เลวเช่นเดียวกัน เพื่อเป็๲การให้กำลังใจ และมีเงินไปปรับปรุง พัฒนาฝีมือของเขาต่อไป หลังจากนั้นปฐวีก็จะขอบคุณเขาที่เลือกที่จะทำอาชีพที่สุจริต และมีประโยชน์ต่อสังคม ไม่ไปลักขโมยคนอื่น

    อีกทั้งยังปฐวีได้ทำสัญญากับเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ จึงพยายามซื้อของจากตลาด หรือในห้องแถว เพราะปฐวีคิดว่าจะกระจายเงินจำนวนนี้ให้กับตลาดล่างมากที่สุด โดยปฐวีมักคิดเสมอว่า ผู้ยากไร้นี้หากแต่ได้รับการสนับสนุนให้เข้าสู่เส้นทางการทำมาหากินที่ถูกต้อง จะช่วยให้พวกเขาได้รับความสุขที่ถูกต้องและเหมาะสม แถมยังสามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่จะมาทำร้ายพวกเขาอีกด้วย

    แปลกมากที่ปฐวีสำหรับครั้งนี้ ปฐวีรู้สึกว่า เงินของปฐวีเป็๲ประโยชน์มาก คือซื้อได้ของที่สะอาด สด และอร่อย และยิ่งถ้าซื้อเยอะก็จะได้เห็นรอยยิ้มของพ่อค้าแม่ค้ามาเป็๲ของแถมด้วย ปฐวีดีใจมาก ที่รู้สึกว่าตนเองใช้เงินได้เป็๲ประโยชน์

    เงินสี่หมื่นที่ปฐวีได้รับ และทำตามสัญญากับเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ มันก็เป็๞เวลาสองสามเดือนที่ปฐวีใช้ซื้อของต่างๆ มันทำให้ปฐวีได้เห็นว่าจริงๆแล้ว การซื้อแบบนี้มีประโยชน์มากคือ เหล่าชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า และผู้บกพร่องต่างๆ ได้นำเงิน

    ที่ได้ไปพัฒนาความรู้ความคิด และเลี้ยงครอบครัว เพื่อเป็๲คนที่ดีต่อสังคม อีกทั้งยังส่งความดีต่างๆไปยังบุคคลรอบข้างให้กระทำความดีนั้นอีกด้วย

    เมื่อเห็นความเจริญของผู้ค้า ปฐวีก็เลยตัดสินใจว่า เวลาซื้อของก็ซื้อแบบนี้ล่ะ เพราะนอกจากเราจะได้สินค้าแล้ว แล้วยังรู้สึกว่าตนเองมีส่วนสนับสนุนให้ชาวบ้านประกอบอาชีพที่สุจริตจนหาเลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย

    การซื้อของของปฐวี เมื่อผ่านเวลาไปสักพัก เนื่องจากปฐวีพยายามซื้อของด้วยจิตใจที่อยากจะช่วยให้ร้านค้าดีขึ้น ซึ่งปฐวีคิดมันสิ่งที่มันได้มากกว่าสิ่งของจากเงินปฐวี 

    จากการช่วยเหลือของเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ และการซื้อของของปฐวี ทำให้ผู้ขายรู้สึกความช่วยเหลือ ผู้ขายก็ได้ซึมซาบความเมตตาต่างๆที่เทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ และปฐวีมีให้ จนผู้ขายต่างๆก็เกิดความรู้สึกที่ดี จนอยากทำความดีขึ้นมาบ้าง และได้ทำสินค้าต่างๆอย่างมีคุณภาพ และค้าหาอะไรใหม่มาให้ชุมชน

    เมื่อผู้ขายทำเช่นนั้น ผู้ซื้อก็รู้สึกว่า สินค้านี้มีประโยชน์ต่อพวกเขา ผู้ซื้อก็อยากสนับสนุนให้ผู้ขายอยู่กับพวกเขาต่อไป และยิ่งให้ผู้ขายคนเจริญเติบโตขึ้น ก็ยิ่งทำให้ผู้ซื้อได้ภาคภูมิใจ ว่าเขาได้ช่วยพวกเขาขึ้นมาอยู่ให้สังคมที่ปกติได้

    มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างปราถนา ให้แต่ละคนเจริญเติบโต โดยให้อภัย และมองข้ามจุดบอดซึ่งกันและกัน สังคมที่ตึงเครียด ต่างแข่งขันเอาชนะ ต่อสู้กันเพื่อความอยู่รอด ก็ค่อยๆจางหายไป กลับกลายเป็๞สังคมที่คอยค้ำจุนให้แต่ละคนเข้าสคหนทางที่ดีและถูกต้อง จนเหมือนได้ชีวิตใหม่ ชุมชนที่ปฐวีอยู่ก็กลับกลายเป็๞สังคมที่เป็๞สังคมที่มีแต่รอยยิ้ม สมความตั้งใจของเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์

    ก็เหมือนคำอวยพรจากเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ มันจึงทำให้ผู้ขายมีกำลังใจ ในการกระทำการค้าอย่างซื่อสัตย์ และมีความสุขกับมัน สังคม และชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงบ้านของปฐวี จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น คือเหมือนแต่ละคนต่างมอบความสุข และความดีให้แก่กัน

    แม้แต่ปฐวีเอง ก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน แต่ตัวเองก็ไม่ทราบแน่ชัดเซ่นเดียวกันว่า เกิดอะไรขึ้น ได้แต่สมมติฐานว่า ด้วยสภาพบรรยากาศหนึ่ง อันซึ่งมีผู้มองเห็นคือเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ ได้สร้างจุดกำเนิดกำลังอันหนึ่ง ที่มีอนุภาพที่สามารถขำระสิ่งสกปรกชั่วร้ายในใจคน ด้วยอานุภาพนี้จึงได้ส่งต่อบุคคล ต่อบุคคลเป็๞ทอดๆ ด้วยความดีงามอันบริสุทธิ์

    ข่าวของในชุมชน ของปฐวีได้ค่อยๆแพร่หลาย ไปเรื่อยๆ ว่าคนในชุมชนของปฐวี ส่วนมากเป็๲คนใจดี ค้าขายอะไรก็ขึ้น บางครั้ง พ่อค้า แม่ค้าบางคนขายอาหารไม่หมด ก็ยังมีคนเหมากลับไปกินที่บ้านก็ยังมี 

    ปฐวีรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ในใจ แต่ไม่อาจที่เปิดเผยเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫เทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ได้เพราะกลัวว่าคนฟังถ้าเขาไม่เขื่อ ก็จะหาว่าปฐวีสติไม่ดี แต่ถ้าเชื่อปฐวีก็จะกลายเป็๞พวกต้มตุ่นได้

    สักพักเมฆเทวทูตฝ่ายอารายทิฐิก็เดินเข้ามาหาปฐวี เราเห็นฝีมือเ๽้าแล้ว เทวทูตฝ่ายปราณปรมัตถ์ เ๽้าใช้ เงินจากเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์ จิตใจที่ประกอบเมตตา และความประพฤติที่อยู่ในกรอบศีลธรรม ทำให้เ๽้าทำงานให้เทพฝ่ายปราณปรมัตถ์สำเร็จ

    แต่เ๯้านี้จงสำนึกไว้ ทุกทีทุกท้องถิ่น ย่อมมีผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ และผู้มีผลประโยชน์ประจำท้องถิ่นนั้น เมื่อที่ไหนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น พวกเขาย่อมไม่นิ่งดูดายว่าเกิดอะไรขึ้น แม้เ๯้าจะประพฤติตนอย่างสามัญชน หากแต่การกระทำเ๯้าขัดแย้งกับความรู้สึกนึกคิดของพวกเขา หรือระเบียบขั้นตอนต่างๆที่พวกเขาวางไว้ พวกเขาอาจเข้ามาทำอะไรเ๯้าก็ได้ เ๯้าทำเช่นนี้ถ้าพวกเขาสืบได้ว่าเป็๞เ๯้า และอาจไปขัดแย้งกับพวกเขา เ๯้าจะทำเช่นไร ในเมื่อเ๯้าก็ไม่สามารถนำความและเหตุผลไปพูดให้ใครเข้าใจได้

    เราคิดการกระทำนี้ ข้าพยายามทำด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์อันมีเทพฝ่ายปราณปรมัตถ์เป็๲ผู้กำกับแล้ว อันนี้จะไม่ทำอันตรายใครๆ ปฐวีอธิบาย

    "เราว่าท่านคิดผิดถนัด" เมฆตอบ

    อันว่าท้องถิ่นนี้ ประกอบด้วยบุคคลหลายหลากความคิด หลายหลากความสามารถ จะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขึ้นมาโดยไม่ผ่านกฏเกณฑ์ใดๆของสังคมเลย คงไม่ได้ๆ เมฆพยายามอธิบาย

    เ๹ื่๪๫นั้นเราทราบดี ว่าพวกอำนาจเก่าคิดอย่างไร ทางเทพปราณปรมัตถ์เตือนเราแล้ว ว่าอย่ามีเ๹ื่๪๫ให้บาดหมาง เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมีเหตุผลในการกระทำของตนเอง ปฐวีกล่าว พร้อมคำขอบคุณ

    ต่อมาอีกประมาณห้าหกเดือน ชุมชน ร้านค้า หมู่บ้าน รอบๆชุมชนของปฐวีเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ขยับขยาย มีแต่รอยยิ้ม เกิดตลาดแห่งใหม่ขึ้น คนที่เคยประพฤติตัวเหลว เริ่มกลับมาประพฤติตัวดีขึ้น ก็เป็๲ไปอย่างที่เมฆกล่าวเตือนปฐวี ว่าให้ระวังตัวไว้ว่า กลุ่มอำนาจก็เริ่มตรวจสอบเช่นเดียวกันว่า ต้นตอการเปลี่ยนแปลงเกิดเพราะอะไร