“ข้ายังบอกท่านเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะมันอันตรายเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ... ดังนั้นแล้วหากข้ายังไม่มั่นใจเรื่องที่ทำไมพวกเรา มนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์ถึงพยายามปกปิดเรื่องมนุษย์สายเลือดอสูรข้าก็ไม่อาจพูดได้ หวังว่าท่านจะเข้าใจข้าด้วย และสำคัญมากไปกว่านั้น คือท่านจะไม่ขายข้า”
เทียนคงยืนเกาะราวกันตกหินอ่อนสีขาวที่ทอดยาวตลอดสะพานอันใหญ่โตนี้เขาพูดในขณะที่เหม่อมองออกไปยังทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนเป็นทะเลจริง ๆเพราะมันมองไม่เห็นปลายขอบเลย
ซินเหยียนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเข้าใจนางเองก็มีหลายเรื่องที่ไม่สามารถพูดได้จึงเป็นธรรมดาที่อีกฝ่ายย่อมมีเรื่องที่ไม่สามารถพูดได้เช่นเดียวกัน แต่ไม่รู้เพราะสาเหตุใดซินเหยียนถึงรู้สึกว่าไม่อยากมีเรื่องอะไรต้องปิดบังกับเทียนคง นางจึงตัดสินใจพูดในสิ่งที่เป็นความลับของราชวงศ์ให้กับเทียนคงได้รับรู้
“เรื่องเมื่อ1,000 ปีก่อนที่บันทึกไว้น่ะถูกต้อง บรรพบุรุษของเราได้ขับไล่พวกเขาออกไป แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ได้จากไปกว่า 2 ใน 3 ส่วนของพวกเขายืนกรานที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ ดังนั้นตอนนั้นบรรพบุรุษเราจึงเห็นแก่ที่พวกเขาล้วนเป็นลูกหลานของมนุษย์สายเลือดอสูรที่เกิดและเติบโตที่นี่แน่นอนว่าย่อมไม่อยากจากไปไหน จึงได้ยื่นข้อเสนอกึ่งบังคับให้พวกเขาอยู่ภายหุบเขาอสูรตรงบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และห้ามออกมาจากเขตนั้นหุบเขานั้นอย่างถาวร”
เทียนคงเลิกคิ้วแล้วหันมามองซินเหยียน เขาไม่คาดคิดว่านางจะเล่าเรื่องพวกนี้ให้เขาฟัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นไปตามที่วิคทอเรียได้เคยเล่าให้เขาฟังจึงไม่ได้ตื่นตกใจอะไร เขาจึงรอฟังต่อไปอย่างสงบ
ซินเหยียนเห็นเทียนคงไม่ได้ตื่นตกใจกับเรื่องที่นางเล่าก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลับจากคนธรรมทั่วไปและแม้แต่ขุนนางระดับต่ำ หรือแม้กระทั่งขุนนางระดับสูงบางคนยังไม่ทราบเรื่องพวกนี้นางมองเทียนคงและวิเคราะห์ ก่อนจะคาดเดาว่าเขาต้องได้รับทราบเรื่องพวกนี้จากมนุษย์สายเลือดอสูรที่เขาได้พบเจอมาแน่นอน
นางจึงพอเข้าใจและเล่าต่อ“ส่วนเรื่องที่ทำไมราชวงศ์ถึงพยายามปกปิดเรื่องการมีอยู่ของพวกเขาและสร้างเรื่องหลอกลวงมาตลอดหลายร้อยปี ก็เป็นเพราะว่าทางราชวงศ์ได้ทำการติดต่อผู้นำเผ่าของมนุษย์สายเลือดอสูรอย่างลับๆ เพื่อทดลองบางอย่างที่เป็นข้อห้ามสูงสุดของพวกเทพ หรือพวกสายเลือดแท้อย่างพันธมิตรแห่งแสง”ซินเหยียนพูดมาถึงตรงนี้ก็ต้องมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครได้ยินสิ่งที่นางจะพูดต่อไปนี้ เทียนคงเองก็รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“การทดลองที่ว่าก็คือการหาสายเลือดผสมสมบูรณ์ระหว่างสายเลือด”ซินเหยียนพูดไปก็ขมวดคิ้วขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเรื่องนี้หากหลุดรอดออกไปถึงพวกเทพแล้วล่ะก็ทั้งดาวเคราะห์นี้จะต้องถูกลบหายออกไปอย่างแน่นอน
เทียนคงไม่ถามอะไรต่อเขาพอรู้แล้วว่าจุดประสงค์ของการทดลองนี้คืออะไร เพราะการผสมสายเลือดระหว่างเผ่าต่างๆของมนุษย์นั้น จะทำให้ทายาทของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ตรงกันข้ามกับพวกเทพที่พวกเขาจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งของสายเลือดได้ก็ต่อเมื่อได้รับการสืบทอดตรงจากบรระบุรุษสายเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นนั่นจึงเป็นเหตุให้พวกเทพออกกฏระเบียบขั้นสูงสุดไว้อยู่หนึ่งข้อคือห้ามมนุษย์ต่างสายเลือดแต่งงานกัน และหากพบเห็น มีโทษประหาร 9 ชั่วโคตรเป็นอย่างน้อยและอย่างมากคือการถูกทำลายทั้งดาวเคราะห์และอาณานิคมโดยรอบอีกเป็นรัศมี 100ปีแสง
นี่แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอดขนาดไหนและทำไมราชวงศ์ของนครวิหคครามถึงปิดบังเรื่องนี้ และสร้างเรื่องลวงขึ้นมาโดยตลอดเพราะพวกเขากำลังทำเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่งอยู่นั่นเอง
เทียนคงมองไปที่ซินเหยียนแล้วยิ้มบาง ก่อนจะถามนางว่า “ทำไมท่านถึงเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังล่ะ”
ซินเหยียนเมื่อได้ยินคำถามจู่ ๆก็หน้าแดงขึ้นมาแล้วรีบหันไปอีกทาง “ข้าไม่รู้ ข้าแค่รู้สึกว่าท่านไม่ใช่คนไม่ดีอะไร และยังสามารถเชื่อถือและพึ่งพาได้ ดังนั้นการเล่าเรื่องพวกนี้ให้ท่านฟังข้าย่อมคาดหวังว่า วันหนึ่งหากมีอะไรเกิดขึ้นเพราะเรื่องพวกนี้ท่านจะสามารถช่วยเหลือข้าได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง” ซินเหยียนยกเรื่องผลประโยชน์มาเป็นข้ออ้างทั้ง ๆที่ในใจลึก ๆแล้วเหตุผลที่เธอเล่าความลับสุดยอดนี้ให้เขาฟังจะเป็นอย่างอื่นที่ตัวนางเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
เทียนคงที่ยิ้มบางอยู่แล้วก็หัวเราะขึ้นมาทำเอาซินเหยียนยิ่งเขินอายเข้าไปใหญ่ แล้วพูดเชิงตำหนีว่า “นี่ หัวเราะอะไรข้าพูดอะไรผิดไปหรือไงกัน แล้วก็นะ ดูเหมือนข้าจะอายุมากกว่าท่านจากนี้ท่านต้องเรียกข้าว่าพี่สาว”
เทียนคงที่ได้ยินว่าซินเหยียนอยากให้เขาเรียกนางว่าพี่สาว ก็ยิ่งหัวเราะมากขึ้นไปอีก ทำเอาซินเหยียนที่เขินอายกลายเป็นโกรธนิด ๆแล้วนางเอาสองมือเข้าไปประกบแก้มของเทียนคงเพื่อทำให้เขาหยุดหัวเราะ
เทียนคงเห็นนางเริ่มไม่พอใจจึงพยายามที่จะหยุดลง ที่เขาหัวเราะในตอนแรกนั้น เพราะสีหน้าท่าทางระหว่างที่ซินเหยียนพูดนั้นมันตลกจริง ๆ มันช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน จนเขาทนไม่ไหว
“เอาล่ะข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว ....” เทียนคงจับสองมือของซินเหยียนที่บีบไปที่แก้มของเขาออกพวกเขาสองคนกระหนุงกระหนิงกันโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาของนักเดินทางที่ผ่านไปมาเลยแม้แต่น้อย
“ในเมื่อท่านเล่าความลับของท่านให้ข้าฟังดังนั้นข้าก็จะเล่าความลับทางฝังของข้าให้ท่านฟังบ้างล่ะ ...... นี่ท่านอยากฟังข้าไหมเนี่ย”เทียนคงที่เปลี่ยนท่าทีเป็นเคร่งครึมก็ต้องชะงัก เพราะสองมือที่เขาเพิ่งหยิบออกไปจากแก้มตอนนี้ทำไม่รู้มันกลับมาอยู่ที่แก้มเขาอีกครั้งแล้ว และทันใดนั้นเองซินเหยียนก็ถามเขาในขณะที่ทั้งลูบและหยิกแก้มของเทียนคงว่า
“ทำไมผิวพรรณท่านถึงได้เนียนนุ่มขนาดนี้ข้าที่เป็นสตรียังไม่ได้ขนาดนี้ ท่านทำได้ยังไงน่ะ”ซินเหยียนเมื่อครู่ที่จับแก้มของเทียนคงไม่ได้คาดคิดเลยว่าผิวของเทียนคงจะเนียนลื่นขนาดนั้นและลืมเรื่องก่อนหน้าไปจนหมดและมาสนใจผิวเนียนนุ่มนี้อย่างจริงจังจนเทียนคงสกิดนางเมื่อครู่จึงได้ตอบออกไปอีกครั้งว่า
“แน่นอนว่าข้าย่อมอยากฟังอยู่แล้วท่านเล่ามาได้เลย” นางพุดขณะที่ดึงแก้มของเทียนคงไปมา
เอาเถอะ อยากจับก็จับไปแต่อย่าพลาดไปจับอย่างอื่นนะ เทียนคงคิดในใจ ก่อนจะพูดต่อว่า “มันเกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนข้าบังเอิญได้เจอกับมนุษย์สายเลือดอสูรทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่ท่านบอกเมื่อครู่นั่นแหละ ส่วนข้าไปยังตำแหน่งนั้นได้ยังไงไว้ข้าจะเล่าให้ฟังทีหลัง และหลังจากที่เจอกัน ข้ากับนางได้ปะทะกันจน .........”
เทียนคงเล่าทุกอย่างตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนที่ได้ช่วยเหลือเอ็ดมัวร์ออกมาและรับปากสองพี่น้องวิคทอเรียและเอ็ดมัวร์ว่าจะออกมาตามหาข่าวคราวพี่ชายพวกเขาอีกคนเอ็ดเวิร์ด ที่เมืองเพชฌฆาตอสูร แต่เรื่องฐานลับใต้ดินและอุโมงค์ลับใต้ดินซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างโรงหลอมอาวุธของเมืองประกายเงินเข้าสู่ชายแดนของหุบเขาอสูรนั้นเขายังไม่ได้เล่าออกไป
ซินเหยียนที่ฟังจนจบก็พึมพัมขึ้นมาว่า“หรือชายคนนั้นจะเป็นเอ็ดเวิร์ดที่ท่านพูดถึง”
เมื่อเทียนคงได้ยินนางพูดแบบนั้นก็ตาโตหรือซินเหยียนจะรู้อะไรบางอย่าง แล้วรีบถามนางว่า “ท่านหมายถึงใครหรือชายคนนั้นน่ะ”
“เมื่อไม่นานมานี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่พี่ชายของพี่น้องมนุษย์สายเลือดอสูรพี่ท่านเล่าให้ข้าฟังได้ออกตามหาเบาะแสของน้องสาวพอดี พวกเราได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ลับที่คอยสอดส่องการมีอยู่ของมนุษย์สายเลือดอสูรที่ประจำในแต่ละหัวเมือง แจ้งว่ามีการพบเจอมนุษย์สายเลือดอสูร ที่เมืองอัญมนีสามสีจึงรีบส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าตรวจสอบทันที และก็พบว่าเป็นข้อมูลจริง และตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนอยู่ข้าเห็นว่าช่วงเวลามันเหมาะเจาะพอดี จึงคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะเป็นคนคนเดียวกัน”
ซินเหยียนอธิบายเรื่องที่รู้ให้เทียนคงฟังอย่างไม่ตกหล่นเลยแม้แต่น้อยเทียนคงที่ได้รับฟังข้อมูลชุดนี้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมา เพียงแต่ถามซินเหยียนว่า “เป็นไปได้อย่างที่ท่านบอกมากเลยล่ะ ....ถ้าอย่างนั้น จะเป็นไปได้ไหม ถ้าข้าจะขอให้ท่านพาข้าไปพบเขาหน่อย”
ซินเหยียนแม้จะเป็นทายาทของราชวงศ์โดยตรงและมีศักดิ์ที่สูงมาก ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับสามารถเข้าไปก้าวก่ายงานของหน่วยลับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมนุษย์สายเลือดอสูร การที่นางรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็ถือว่าได้สิทธิ์พิเศษที่มากพอแล้วนางจึงไม่อาจรับปากเทียนคงได้ว่าจะสามารถทำได้อย่างที่เขาขอร้อง แต่นางรับปากว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ
เทียนคงก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรเขาเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดแล้ว เพราะการที่เอ็ดเวิร์ดอยู่ในการควบคุมของราชวงศ์นครวิหคครามแบบนี้เทียนคงโค้งคำนับและขอบคุณซินเหยียนไม่หยุด ทำเอาซินเหยียนตกใจ แล้วรีบห้ามเขา
หลังจากได้แลกเปลี่ยนข้อมูลของกันและกันแล้วทั้งคู่ก็มุ่งหน้าสู่พระราชวังประจำนครวิหคครามอาคารทรงพีระมิดขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวงนั่นเอง
เทียนคงเมื่อได้ข่าวคราวของเอ็ดเวิร์ดก็ตัดสินใจที่จะอยู่ที่นครวิหคครามนานขึ้นอีกหน่อย เพราะหากเขาคลาดการสืบเสาะในครั้งนี้อาจพลาดโอกาสที่จะช่วยเหลือเอ็ดเวิร์ดออกมา
ดังนั้นเขาจึงได้ส่งข้อมูลที่ได้รับมาบางส่วนไปยังเอวันเพื่อบอกต่อกับเซียนอินและวิคทอเรียได้รับทราบ ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร
การส่งข้อมูลนี้รวดเร็วเป็นอย่างยิ่งเพราะเทียนคงได้เชื่อมต่อระบบความคิดของเขาเข้ากับชุดเกราะที่เขาใส่อยู่ตลอดเวลาเขาจึงสามารถสั่งการอุปกรณ์ต่าง ๆได้โดยไม่ต้องใช้การสัมผัสจอโฮโลแกรมอีกต่อไป
แต่ข้อมูลที่เทียนคงส่งไปนั้นเป็นเพียงเบาะแสของเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นไม่มีข้อมูลเรื่องการทดลองหาสายเลือดสมบูรณ์แต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้รู้ไปก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี และได้บอกพวกนางว่าเขาคงจะต้องสืบต่ออีกหลายวัน และอย่าได้เป็นกังวล เขาจะส่งข้อมูลที่ได้มาเป็นระยะ
วิคทอเรียที่ได้รับเบาะแสเรื่องเอ็ดเวิร์ดแน่นอนว่านางย่อมดีใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ เพราะนางไม่คิดว่ามนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์จะปรานีพี่ชายของนาง เหมือนกับที่เทียนคงปฏิบัติกับนางและเอ็ดมัวร์ ....