วันคืนแห่งการ "บ่มเพาะ" พลังและความเข้าใจในมุมสงัดของสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เจี้ยนหลิน (剑林) ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการ "ขัดเกลา" เพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ผสานกับวิชาตัวเบา "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" และการ "ทำความเข้าใจ" ใน "วิถีพฤกษา" ที่เขาได้ค้นพบ
ความพยายามในการร่ำเรียน "กระบี่สองมือ" นั้นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เขาสามารถ "ก่อรูป" "กระบี่ไม้" เล่มที่สองขึ้นมาได้บ้างแล้ว แต่การจะควบคุมมันให้ "สอดประสาน" กับกระบี่ในมือหลักนั้นยังคง "ไม่เสถียร" อย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวมักจะติดขัดและสิ้นเปลืองพลังปราณอย่างมากเกินความจำเป็น ในยามที่เขานั่งพักใต้ร่มเงาของป่าไผ่ สายลมที่พัดผ่านทำให้ใบไผ่เสียดสีกัน บางครั้งเขาสังเกตเห็น "การเคลื่อนไหวของใบไผ่สองทิศทางที่ยังประสานกันอย่างแปลกประหลาด" ใบหนึ่งพลิ้วไหวไปทางซ้าย อีกใบหนึ่งสะบัดไปทางขวา แต่กลับดูมิได้ขัดแย้งกัน กลับสร้างเป็นท่วงทำนองที่กลมกลืน เขาเริ่มจะ "เทียบภาพธรรมชาติ" เหล่านี้กับการใช้กระบี่คู่ พยายามจะค้นหา "จังหวะ" และ "ความสมดุล" ในการควบคุมมือทั้งสองข้าง 'ดูเหมือนว่า...การ "ปรับจังหวะจิต" ให้สามารถควบคุมสองสิ่งพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์นั้น คงจะต้องใช้เวลาอีกมาก และบางที...คำตอบอาจจะซ่อนอยู่ในการไหลเวียนของธรรมชาตินี่เอง' เขาคิดในใจ พลางทบทวนความรู้สึกในยามที่เขาสามารถใช้มันได้อย่างเป็นธรรมชาติในการต่อสู้กับเฉินเฟิง (陈峰) ราวกับว่าในยามคับขันนั้น "บางสิ่งบางอย่าง" ได้เข้ามาชี้นำเขาโดยไม่รู้ตัว
ร่างกายของเขาจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องนั้น เริ่มจะ "กล้าแกร่งขึ้น" กล้ามเนื้อมีความกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เขาก็ยังคงตระหนักดีว่าการจะ "ขับเคลื่อน" กระบี่ไม้แต่ละเล่มให้เต็มไปด้วยพลังนั้น ยังคงต้องอาศัยการโคจรพลังปราณอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องพยายามจะควบคุมกระบี่ไม้ถึงสองเล่มพร้อมกัน มันเป็นภาระที่หนักหน่วงสำหรับตันเถียน (丹田) ของเขาในปัจจุบัน
สิ่งที่เริ่มจะปรากฏชัดเจนขึ้นคือ "พลังชีวิตจากพฤกษา" ที่เขาสัมผัสได้ ในระหว่างการทำงานในสวนสมุนไพร หรือในยามที่เขาทำสมาธิอยู่ท่ามกลางป่าไผ่ เจี้ยนหลินเริ่มจะ "รับรู้" ถึง "การสื่อสารที่คลุมเครือ" กับสิ่งมีชีวิตรอบกายได้บ้างเป็นครั้งคราว มันมิใช่คำพูด แต่เป็น "ความรู้สึก" หรือ "กลิ่นอาย" ที่แผ่ออกมาจาก "ต้นไม้" หรือ "พืชพรรณ" บางชนิด เขารู้สึกได้ถึง "ความยินดี" ของต้นหญ้าจันทร์กระจ่าง (月华草) เมื่อได้รับน้ำในยามเช้า หรือ "ความสงบนิ่ง" ของหมู่ไผ่ในยามค่ำคืน มันเป็นประสบการณ์ที่ "แปลกใหม่" และ "น่าอัศจรรย์" ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางแห่ง "วิถีพฤกษา" ที่เขากำลังเดินอยู่ โดยมิได้เป็นการเร่งเลื่อนระดับความเข้าใจแต่อย่างใด
พลังปราณขั้นรวบรวมปราณระดับห้าของเขา บัดนี้ "อัดแน่น" จนเกือบจะถึง "จุดสูงสุด" แล้ว ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขารู้สึกได้ถึง "ตันเถียนที่สั่นไหว" เป็นระลอก คล้ายกับว่าพลังงานที่สะสมอยู่ภายในกำลังจะ "เอ่อล้น" ออกมา มันเป็น "สัญญาณ" ที่บ่งบอกว่า "คอขวด" (瓶颈) สู่ระดับหกนั้น "ใกล้เข้ามา" ทุกขณะจิตแล้ว
ทว่า...เขาก็มิได้รีบร้อน "การทะลวงระดับพลัง" นั้นมีความเสี่ยงเสมอ หากรากฐานยังมิได้มั่นคงพอ หรือจิตใจยังมิได้สงบนิ่งพอ ก็อาจจะนำไปสู่ความ "ล้มเหลว" ได้ เขาจดจำคำเตือนของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) และคำชี้แนะของอาจารย์ซ่ง (宋长老) ได้เป็นอย่างดี
คืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านทิวไผ่ลงมาอย่างแผ่วเบา เจี้ยนหลินพยายามจะ "หลอมรวม" ความเข้าใจทั้งหมดที่เขาได้รับมา ทั้งจากเพลงกระบี่, วิชาตัวเบา, การสัมผัสพลังชีวิตจากพฤกษา, และ "ภาพนิมิต" อันน่าอัศจรรย์ที่เขาเคยเห็นใน "สภาวะจิตรวมเป็นหนึ่ง"
เขารู้สึกได้ถึง "พลังงาน" ที่กำลัง "ควบแน่น" อยู่ในตันเถียนของตนเอง มันมิได้ "ปั่นป่วน" หรือ "อาละวาด" ดังเช่นที่เขาเคยจินตนาการถึงการเผชิญหน้ากับคอขวด แต่กลับเป็นความรู้สึก "อิ่มตัว" และ "พร้อม" ที่จะก้าวไปสู่ "ขอบเขตแห่งความเข้าใจใหม่" ...แม้ยังมิได้เลื่อนระดับ แต่ในใจเขากลับนิ่งสงบดุจผืนไผ่ที่อาบแสงจันทร์ — พร้อมรับแรงลมแรกแห่งการเปลี่ยนแปลงทุกเมื่อ
(จบตอน 55)