
หนึ่งเดือนต่อมา
หญิงสาวคนหนึ่งตื่นเช้ามามองไปนอกหน้าต่าง เป็นวันอากาศดีอีกหนึ่งวัน
เธอบิดขี้เกียจลุกขึ้นมาขยี้ตาแล้วเดินเข้าไปทำธุระในห้องน้ำจนเสร็จจากนั้นก็ดำเนินไปตามวิถีชีวิตของทุกวันในช่วงเช้า
“เอ้านี่เคย์ตะใกล้ถึงเวลารถโรงเรียนจะมาแล้ว ขืนลืมอีกรอบพี่คงไม่เอาไปให้เธอที่โรงเรียนแล้วนะ”
หญิงสาวดึงข้าวกล่องจากประตูมิติทรงสี่เหลี่ยมออกมายื่นให้กับน้องชายตัวน้อยเธอเพิ่งผ่านการตื่นรู้ได้ไม่นานและเพิ่งเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้พลังพิเศษนี้
“ว้าว! พลังของพี่เท่จังเลย ขอบคุณมากครับ!”
เด็กชายตัวน้อยสูงเพียงแค่เอวของหญิงสาวเงยหน้ายิ้มชื่นชมจนตาหยี่
ปัจจุบันเวทมนตร์หรือพลังพิเศษมันไม่ได้เป็นเพียงตำนานหรือพบได้ในเรื่องเล่าปรัมปราอีกต่อไปพวกมันกลายส่วนหนึ่งของโลกนี้อย่างกลมกลืนหลังเหตุการณ์เฟิร์สอิมแพคนับตั้งแต่วันคริสต์มาสสีชาดนั่น
“เอ้าอย่ามัวแต่สนใจกับอัตลักษณ์ของพี่รถโรงเรียนมานู่นแล้ว”
“ไปก่อนนะครับพี่ริงโกะไปก่อนนะครับคุณยาย”
เกือบเจ็ดปีแล้วที่ ‘อาซึมะ ริงโกะ’ต้องรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับน้องชายวัยเก้าขวบ โดยมีคุณยายช่วยดูอีกแรง เวลาเธอต้องออกไปทำงานพิเศษหลังเลิกเรียน
เหตุการณ์ดันเจี้ยนปะทุได้พรากคุณแม่และพ่อของเคย์ตะซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวไปเมื่อครั้งที่เคย์ตะยังแบเบาะส่วนพ่อแท้ ๆ ของริงโกะนั้นเธอไม่เคยเห็นหน้าของเขามาก่อนและแม่ไม่เคยพูดถึงเขาให้ฟังเลยสักครั้งช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็มีแต่แม่กับคุณยายเท่านั้นที่เลี้ยงดูเธอมา
ริงโกะเดินกลับเข้ามาในอพาร์ทเม้นท์โทรมๆ หลังจากส่งน้องชายขึ้นรถประจำโรงเรียนอนุบาลเสร็จเรียบร้อยปัจจุบันพวกเธออาศัยอยู่กับคุณยายและน้องชายในอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านชานเมืองของโตเกียวซึ่งช่วงหลังมานี้สุขภาพคุณยายของเธอไม่ค่อยดีมาก โชคดีที่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์นี้ที่คุณยายทำงานเป็นแม่บ้านให้อยู่นั้นใจดีกับครอบครัวเธอมาก
เธอเดินเข้าไปในห้องนอน พบคุณยายนอนพักอยู่บนเตียง ริงโกะยิ้มอย่างอบอุ่น
“หนูไปมหาลัยก่อนนะคะคุณยาย วันนี้นอนพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ ไม่ต้องออกไปทำงานหนูแจ้งกับคุณโคบาชิไว้เรียบร้อยแล้วว่าคุณยายไม่สบาย ไม่ต้องห่วงนะคะ”
ริงโกะกล่าวกับคุณยายหลังแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยด้วยกางเกงวอร์มสีดำเข้ารูป และเสื้อกล้ามเอวลอยสวมทับด้วยครอบท็อปคอเต่าแขนยาวสีขาวดูน่ารักเรียบง่ายรับกับเส้นผมสลวยยาวปิดแผ่นหลัง
เธอนั้นมีดวงตาที่คมกล้าเหมือนกับพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสิ่งความเด็ดเดี่ยวของเธอนั้นแสดงออกอย่างชัดแจ้ง
“วันนี้หนูอาจกลับดึกหน่อยเพราะอยู่ในช่วงทดลองงานฝากคุณยายเรื่องอาหารเย็นนี้ของเคย์ตะด้วยนะคะ”
ริงโกะมองคุณยายที่กำลังหายใจช้า ๆด้วยความรักและความกังวล สุขภาพของคุณยายไม่ค่อยดีในช่วงหลังแต่เธอก็ยังคงทำงานหนักเพื่อครอบครัว ริงโกะรู้ดีว่าตัวเองจะต้องทุ่มเทให้มากขึ้นเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณยายจะได้เลิกทำงานหนักเสียที
เธอดึงพาห่มขึ้นให้คุณยายและจับมือคุณยายขึ้นมาหอมหนึ่งฟอดก่อนออกจากบ้าน
“ไม่ต้องกังวลเรื่องยายกับน้องหรอกทำงานให้เต็มที่เถอะ เดินทางปลอดภัยนะลูก”
หลังใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินได้ไม่นานนักริงโกะก็มาถึงมหาลัยชื่อดังย่านใจกลางเมือง ถึงที่นี่ค่าเทอมจะแพงไปบ้างแต่ก็ยังเป็นโชคดีที่เธอได้รับทุนการศึกษาฟรีจากบริษัทโซเร็น
ภายในมหาลัยมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาตามอาคารมีรุ่นพี่หลายคนกำลังแก่งแย่งชิงดีกันเชิญชวนนักเรียนใหม่เข้าชมรมของตัวเอง ทั้งกลุ่มเพื่อนที่กำลังถ่ายรูปและพูดคุยหัวเราะกันอาคารเรียนที่ดูทันสมัยมีสวนหย่อมและพื้นที่นั่งเล่นที่นักศึกษาใช้พักผ่อนบรรยากาศรอบ ๆเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของผู้คนที่เพิ่งได้พบกันในวันเปิดเทอมแรก ๆของปีการศึกษา
“ยะโฮ~ ริงโกะ! ทางนี้จ้า ทางนี้”
ริงโกะเอี้ยวหัวตามเสียงที่เรียกนั้นไม่มีวี่แววของความลังเลเธอเห็นเพื่อนซี้ทั้งสองยืนโบกไม้โบกมือด้วยใบหน้าเปล่งประกายที่แต่งแต้มผ่านความบูดบึ้งอยู่อีกฝากฝั่งของอาคาร
เธอฝ่าฝูงชนเข้าไปหาบุคคลทั้งสอง
“อรุณสวัสดิ์ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะ”
“โอ๊ยร้อนจนจะเป็นลมอยู่แล้วเนี่ย อยากให้ใครก็ได้ช่วยเสกพายุหิมะมาถล่มที่นี่เดี๋ยวนี้เลยถือว่าฉันขอล่ะ!”
น้ำเสียงผู้พูดดูเป็นคนเปิดเผยคบหาคนง่าย

ริงโกะไม่รู้ว่าที่เพื่อนเธอพูดนั้นคิดอยากให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่แต่ยังไงเธอก็รู้สึกชินกับนิสัยแบบนี้ของมิกะ ริงโกะยิ้มแหย ๆ ตั้งใจฟังอีกฝ่ายบ่นกระปอดกระแปดต่อไป
‘มาซูเอดะมิกะ’ เธอเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเรียนอยู่ที่เดียวกันภายนอกดูเป็นคนแข็งกร้าว ไว้ผมบ๊อบสไลด์ข้างแต่งตัวด้วยเสื้อกล้ามเอวลอยคลุมทับด้วยแจ็คเก็ตหนัง กางกางยีนส์สั้นนิสัยของมิกะค่อนข้างแปลกอยู่บ้างเพราะว่ามิกะชอบทำนิสัยเหมือนพวกสุภาพบุรุษแม้ว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิง
มิกะเป็นคนกระตือรือร้นเข้ากับคนง่าย มีเพื่อนเยอะจากบุคลิกที่เป็นคนจริงใจกับนิสัยตรงไปตรงมา เเม้ว่าจะเป็นหนึ่งในดาวเด่นของห้องเเต่เธอก็ยังเปิดกว้างพร้อมรับสิ่งใหม่ที่น่าสนใจ
“เอาน่า เอาน่าเพิ่งเปิดเทอมกันได้ไม่นาน หลายฝ่ายต่างก็อยากได้คนเข้าชมรมของตัวเอง อย่างกับว่าชมรมบาสของเธอไม่เป็นแบบนี้น่ะ”
ส่วนเพื่อนสาวอีกคนกำลังนั่งสางผมด้วยกิริยาแช่มช้อยอยู่บนเก้าอี้ตัวถัดไปเอ่ยขึ้นเบรกอารมณ์ของมิกะ
เธอคนนี้ที่กำลังทำสีหน้าเบื่อหน่ายมีชื่อว่า‘อามิคุระ อายาโกะ’ หน้าตาสวยคมสวมทับด้วยชุดแม็กซี่เดรสสีฉูดฉาด เสริมภาพลักษณ์ความเป็นลูกคุณหนูออกมาอย่างเด่นชัด เป็นคนมีชีวิตชีวาทำตัวเหมือนเป็นพี่สาวของกลุ่มมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ บ้างเป็นบางครั้ง
ริงโกะตามปกติจะอยู่ในช่องว่างของมิกะกับอายาโกะความน่ารักและความสวยของทั้งสองคนทำให้อิมเมจริงโกะดูเรียบง่ายจืดชืดแต่ด้วยความเป็นสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งที่มีเค้าหน้าสงบเสงี่ยมจึงมีนักศึกษารุ่นพี่แอบให้ความนิยมอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย
“ชิ—ก็ชั้นเกลียดการที่คนมารวมตัวเบียดเสียดกันเยอะ ๆมันทำให้ฉันเหงื่ออกง่ายน่ะ เข้าใจไหม คุณ—หนู—อา—ยา—โกะ~”
มิกะลุกขึ้นด้วยท่าทางเข้มแข็งบางทีแล้วริงโกะคิดว่านิสัยนี้ทำให้เธอดูเหมือนผู้ชายอาจเพราะลักษณะการพูดด้วยเสียงแหบทุ้มนั่นด้วยล่ะมั้งแต่เธอรู้ดีว่าสิ่งนั้นไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำมันก็แค่นิสัยส่วนหนึ่งของมิกะเท่านั้น
ท้ายเสียงนั่นมิกะประชดลากยาวเป็นคำๆ ทำให้ริงโกะหลุดหัวเราะออกมา เพื่อนทั้งสองของเธอมีลักษณะคล้ายกันอยู่บ้างถ้าจะให้อธิบายว่าเหมือนกันตรงไหนน่าจะเป็นที่ได้รับความนิยมชมชอบจากเพื่อนทั้งต่างเพศและเพศเดียวกัน
ถึงแม้ในส่วนที่คล้ายคลึงกันจะเรียกได้ว่า‘นิดหน่อย’ เพราะถ้าให้พวกเธอสองคนมายืนเรียงกันแล้วจะให้ภาพลักษณะแตกต่างกันสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างเช่นหากให้ทั้งสองสวมใส่ชุดทักซิโด้
ฝั่งอายาโกะจะเหมือน ‘สาวงามในชุดชายหนุ่ม’
ฝั่งมิกะจะเหมือน ‘นักแสดงคณะละครหญิงล้วนรับบทชายหนุ่มรูปงาม’
พอจะอธิบายภาพให้แตกต่างกันอย่างชัดเจนได้ประมาณนี้
อาจเพราะรับรู้ถึงคุณลักษณะของตัวเองทำให้กิริยาท่าทางการแสดงออกของมิกะ มองดูคล้ายเด็กหนุ่มอยู่หลายส่วน
“ไม่ต้องขำเลยนะริงโกะเมื่อวานเธอก็ผิดนัดพวกเรา รุ่นพี่เขาอุตส่าห์จัดนัดบอร์ดหาหนุ่มโปรไฟล์ดี ๆมาร่วมปาร์ตี้ตั้งหลายคน”
กลายเป็นอายาโกะหันมาพุ่งเป้าที่เธอบ้าง
“ขอโทษจริงๆ นะ เมื่อวานมีงานด่วน ฉันเลยถูกเรียกตัวกะทันหัน ยิ่งเป็นช่วงฝึกงานด้วยแล้วฉันปฏิเสธไม่ได้หรอก”
ริงโกะยกมือขอโทษขอโพยจนมิกะและอายาโกะต่างสบตากันอย่างเห็นใจ
“นี่เธอจะทำงานแบบนี้จริงๆ เหรอ มันเสี่ยงเกินไปไหมพวกฉันเป็นห่วงเธอนะ หากมีปัญหาเรื่องเงินล่ะก็ เธอบอกพวกฉันได้เสมอนะ”
อายาโกะกล่าวขณะลุกขึ้นเก็บอุปกรณ์แต่งหน้าลงกระเป๋าเรียบร้อยแล้วกรีดนิ้วขึ้นปัดเส้นผมเงางามให้พ้นที่ตกบังใบหน้า
“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ ดันเจี้ยนที่เข้าไปก็เป็นระดับไม่สูงนักแถมกิลด์ที่ฉันฝึกงานด้วยก็เป็นกิลด์ที่มีชื่อเสียง ในทีมมีแต่ฮันเตอร์เก่ง ๆคอยคุ้มกันอยู่ตั้งหลายคน พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ”
ริงโกะกล่าวเช่นนั้นพลางเดินเข้าไปแทรกตรงกลางและคล้องแขนระหว่างเพื่อนทั้งสองพาออกเดินไปข้างหน้า
เธอรู้สึกถึงความห่วงใยจากทั้งคู่เป็นอย่างดีแต่ยังไงงานนี้ก็สำคัญกับเธอมากมันเป็นโอกาสที่จะทำให้ครอบครัวของเธอได้ลืมตาอ้าปาก มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้
“ขอบคุณพวกเธอมากนะที่เป็นห่วงฉันโชคดีจริง ๆ นะที่มีพวกเธอสองคนเป็นเพื่อน”
“ก็แหงอยู่แล้วสิใครจะยอมคบกับเธออีกนอกจากพวกฉันสองคนน่ะ!”
มิกะโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินของตัวเองจากสายตาที่ริงโกะมองมาอย่างซาบซึ้งช่วยเรียกเสียงหัวเราะประสานจากทั้งอายาโกะและริงโกะออกมาอย่างร่าเริงก่อนที่ทั้งสามจะพากันเดินหายเข้าไปในตัวอาคารเรียน
ภายในตึกอาคารเรียนคณะของมหาลัยถึงจำนวนคนจะไม่หนาแน่นเท่ากับด้านนอก แต่ก็ยังเกือบเรียกได้ว่าวุ่นวายไม่ต่างกันเมื่อผู้คนยังคงเดินขวักไขว่ไปมาตามห้องเรียน
“นี่พวกเธอเห็นสองคนตรงนั้นไหม”
ในที่สุดหัวข้อสนทนาก็วนมายังประเด็นน่าสนใจโดยมีอายาโกะเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นทำให้ทั้งริงโกะและมิกะจำต้องชะงักลงและเบนสายตาไปยังคนที่กำลังถูกนินทา
“อะ...นั่นอาจารย์คางูยะคนดัง ขวัญใจพวกนักศึกษาชายไม่ใช่เหรอ”
มิกะขณะมองเห็นภาพที่อาจารย์สาวคนดังกำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นนักศึกษา
“แล้วผู้ชายคนนั้นเหมือนลูกครึ่งเลยนะอายาโกะรู้จักเหรอ”
ริงโกะเอียงคอถามอย่างสงสัยเมื่อมุมที่พวกเธอยืนมองทำให้เห็นเพียงแค่ด้านข้างของทั้งคู่ซึ่งกำลังตกเป็นเป้านินทา
“ผู้ชายคนนั้นชื่อ ‘อาซากุระ เรย์’ น่ะ ...กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆอย่างเงียบ ๆ เลยล่ะ เห็นว่าเป็นญาติของอาจารย์คางูยะนี่แหละมั้งจากที่ฉันได้ยินมา”
“เด็กปีหนึ่งงั้นเหรอทำไมไม่เคยเห็นหน้า”
มิกะเอ่ยถามอายาโกะจึงพยักหน้ายืนยันว่าใช่ ก่อนจะหันมาแขวะหนึ่งคำรบ
“แหม วัน ๆคลุกอยู่แต่ในชมรม อย่างกับว่าเธอมีเวลามาสนใจผู้ชายนักแหละ”
“พอยืนคู่กันแล้วเหมาะสมกันมากขนาดนั้นนี่ถ้าเธอไม่บอกว่าเป็นญาติกัน ก็หลงนึกว่าเขาเป็นกิ๊กของอาจารย์คางูยะเลยนะเนี่ย”
มิกะชักเริ่มอิจฉาในความสวยที่สูงกว่าเธอหลายขั้นของอีกฝ่าย
“แต่ถึงเขาจะไม่ใช่กิ๊กอาจารย์ก็ไม่มีทางตกถึงมือเธอหรอกย่ะตอนนี้มีรุ่นพี่เข้าแถวจ่อคิวจ้องจะงาบเขาอยู่เป็นขบวน”
“ว่าแต่เธอเถอะเป็นแม่บ้านมหาลัยรึไง ทำไมถึงรู้เรื่องของคนอื่นดีนักฮะ!?”
มิกะหันมาจ้องหน้าอายาโกะเขม็งอย่างจับผิดพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปที่แก้มอีกฝ่ายรัว ๆ ริงโกะพยักหน้าแรงเห็นด้วยกับคำพูดของอายาโกะแต่แรงเกินไปจนออกจะดูเหมือนจงใจ
“อะ...อะไรของพวกเธอกันเล่า!ฉันก็แค่ได้ยินมาจากพวกรุ่นพี่ในชมรมจับกลุ่มเม้าท์มอยกันมาอีกทีหนึ่งเท่านั้นเอง!”
อายาโกะปัดมืออีกฝ่ายออกปฏิเสธอย่างร้อนรนจนหน้าอมชมพูเข้ม
“อย่าให้จับได้ละกันว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในขบวนสาวๆ พวกนั้นน่ะ”
มิกะยกมุมปากกล่าวหาอีกฝ่าย
“ไม่ใช่ย่ะ! เลิกจับผิดฉันสักที เข้าคลาสรูมกันได้แล้ว!”
อายาโกะตอบอย่างกระฟัดกระเฟียดกลบเกลื่อนอาการก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องเรียนได้ยินเสียงของเพื่อนทั้งสองหัวเราะตามหลังมาอย่างน่าโมโห
“อะไรของยัยนั่นเป็นฝ่ายชวนพวกเราเม้าท์ก่อนเองแท้ ๆ”
“เอาน่า...พวกเราก็มีส่วนผิดที่ไปจี้อายาโกะแบบนั้นไม่ใช่เหรอ”
ริงโกะว่าเช่นนั้นพร้อมกับดุหลังอีกฝ่ายให้เดินเข้าห้องแต่ก่อนจะเดินตามเพื่อนไปเธอก็แอบหันไปมองจุดที่หนึ่งชายหนึ่งหญิงยืนคุยกันอยู่แวบหนึ่งอย่างสนใจ