- 24 -
ย้ายร่าง
“องค์ยูไล เวลานี้ศิษย์ของท่านเยือนปรภพแล้ว”
พุทธองค์สรวง์ลืมตาจากการทำสมาธิ และพบว่าเป็ิญญาอ่อนแอตนหนึ่งที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า นานเกินแสนกัลป์แล้วที่องค์ยูไลยังอยู่ณ.ที่แห่งนี้
“เ้าล่ะ อยากหลุดพ้นหรือไม่”
//ส่ายหน้า//
“เหตุใดจึงยังอยู่ที่ขุมนรกแห่งนี้ ทั้งที่ตัวของเ้าละวางทุกสิ่งได้แล้ว” องค์ยูไลไม่รู้จุดประสงค์ของิญญาตรงหน้า ที่ยังคงก้มหน้าไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดออกมา
“ศิษย์ของท่านอยู่ที่นี่แล้ว”
“เรารู้”
“ท่านจะทำอย่างไรต่อไป”
“เมื่อเป็ชะตาลิขิต คงต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของผู้ขีดเขียน” องค์ยูไลกล่าวเพียงเท่านั้น ก็หลับตาลงเข้าสู่สมาธิต่อไป ทุกอย่างวนกลับมาเพื่อให้เราสะสางแก้ไขเื่ที่เคยผิดพลาด
ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ร่างของเด็กชายตัวน้อยั์ตาฟ้าคราม ส่งเสียงอ้อแอ้ในวันที่ท้องฟ้าสดใส ์เก้าชั้นฟ้าสว่างไสวไปด้วยแสงสีทอง
เกิดจากดวงจิตของมารดา และเติบโตด้วยความรักจากองค์ยูไล
และผู้ใดจะรู้ว่าอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดก่อนหน้า เด็กหนุ่มั์ตาแดงก่ำ ร่างกายแข็งแรงเต็มไปด้วยพละกำลัง ที่เง็กเซียนฮ่องเต้เป็ผู้เลี้ยงดู จะเป็สายเืของมารร้ายที่กำลังปลดผนึกตนเอง
เขาสร้างป๋อเหวินไว้เพื่อรอวันข้างหน้า วันที่เขาจะกลับมาเพื่อทวงทุกสิ่งของตัวเองกลับคืน!
เพ่ยอิงนั่งอยู่ในห้องนี้มาหลายชั่วโมง เขขาครุ่นคิดว่าเวลานี้ศิษย์พี่โจวซวงจะเป็อย่างไร เผ่ามารจะให้มนุษย์คนหนึ่งที่ไม่รู้เื่ราว มารับเคราะห์กรรมนี้ได้อย่างไร
ปึงงงง! ปังงงง!
“ออกมา!”
ประมุขเผ่ามารผลักประตูห้องเข้ามาอย่างไร ใบหน้าสวยเชิดมองเพ่ยอิงอย่างดูแคลน
“เสวี่ยชิงเหอ”
เพี้ยะ! ใบหน้าของเพ่ยอิงหันไปอีกทาง ด้วยแรงตบจากฝ่ามือของนาง
“ใครใช้ให้เ้าเรียกชื่อของข้าอย่างเดียว เวลานี้เ้าเป็เพียงทาสชั้นต่ำของเผ่ามารเท่านั้น!”
“จะให้เราไปไหน?”
“พาตัวไป”
“ด...เดี๋ยวสิ! จะพาเราไปไหน!!?” เพ่ยอิงเอ่ยถามเสียงดัง ทว่าเสวี่ยชิงเหอเพียงแค่ยิ้มเยาะให้เท่านั้น
เวลานี้ป๋อเหวินไม่ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพ่ยอิง เขาหาหนทางเพื่อช่วยโจวซวงให้ออกมา การลอบเข้าคุกใต้ดินดูจะไม่ใช่เื่ง่าย เสี่ยวซิงกำลังพาตัวของโจวซวงไปไหนสักที่
วิธีบีบป๋อเหวิน ง่ายๆคือทำให้บ้าคลั่ง
“ปล่อยข้า!!! เ้าจะทำอะไรข้า!!!”
“หึ! อีกเดี๋ยวเ้าต้องขอบคุณข้า มนุษย์อ่อนแอ” ป๋อเหวินแอบมองอยู่ในมุมมืด เขาเห็นภูติอีกตนที่โดนขังอยู่ มันร้องไห้จับชายเสื้อของโจวซวงเอาไว้
“อย่าพาเขาไป ฮือออ โจวซวง!”
“เหมียนเมี่ยน!”
“หนอย...เ้าภูติงี่เง่า ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็อย่าเข้ามาสอด!!!” เสี่ยวซิงยกเท้ายันหน้าของเ้าภูติตัวเล็ก มันล้มลงไปอีกทางอย่างน่าสงสาร โจวซวงหลับตาลงสะกดกลั้นอารมณ์
“ฮึก!...โจวซวง อย่าไป!!”
ภูติตนนั้นยังคงกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น เดาว่าคงโดนจับตัวมาั้แ่ยังเป็เด็ก เพราะตอนนี้มันกำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว ท่าทางที่มันแสดงออกกับโจวซวงเรียกได้ว่าไว้ใจมาก
ผู้คุมหลายคนทยอยเดินออกไป ในคุกจึงเหลือเพียงเ้าภูติกระต่ายหูตกร้องไห้เสียงดัง
“ฮึก!....ฮืออออ อึก!”
“นี่..”
“หือ?”
ภูติกระต่ายยอมเงยหน้าขึ้น ก่อนจะร้องไห้เสียงดังอีกครั้ง กระเถิบตัวไปคุดคู้อยู่ตรงมุมห้อง สองหูยาวเคลื่อนมาปิดบังใบหน้า ป๋อเหวินจึงได้แต่ถอนหายใจ
“ข้าไม่ทำอะไรหรอก”
“ฮึก!....มารใจร้าย กลัวแล้ว อย่าทำอะไรข้าเลยนะ”
“ข้าเป็เพื่อนกับโจซวง”
“เอ๋!”
ดวงตาที่เคยร้องไห้ก็ใสปิ๊ง ใบหูยาวที่ปิดหน้าเอาไว้ก็เปิดออก เ้าภูติรีบมาเกาะลูกกรงอยู่ตรงหน้าของจอมมาร “จริงหรอ? ต้องช่วยเขานะ”
“ให้ข้าช่วยมนุษย์นั่น แล้วเ้าไม่อยากออกมารึไง?”
“ข้าอยู่ที่นี่ต่อไปก็ได้ แต่โจวซวงเขาเป็มนุษย์ วิถีของเขาไม่สามารถอดทนได้เท่าเผ่าพันธุ์อื่น”
“อ่า...มีแต่คนอยากช่วยเ้านี่” ป๋อเหวินบ่นอุบ แต่สุดท้ายก็กระตุกยิ้มเมื่อเขาคิดแผนดีๆได้
“ถ้าข้าช่วยโจวซวง เ้าต้องตอบแทนตัวข้า!”
“อื้อ! ได้สิ..ได้เลย”
“ได้ยินว่าภูติอย่างพวกเ้าแก้เคล็ดวิชาพิษได้” ป๋อเหวินเอ่ยเชิงถาม คิ้วของเขาเลิกสูงเมื่อเห็นเ้าภูติตาแป๋วกำลังหลบเลี่ยงมองไปทางอื่น
“ท่าน้าให้ข้าทำอะไร?”
“มันต้องแบบนี้สิเ้ากระต่ายโง่! คราวนี้ก็ออกมาจากกรงเน่าๆแล้วรีบตามข้ามา”
เพ่ยอิงถูกพาตัวเข้ามาในห้องลับ คล้ายห้องทำพิธีอะไรสักอย่าง เบื้องหน้าเป็บ่อน้ำสีแดง มีเสียงกรีดร้องทรมานของเหล่าิญญา มันคือต้นกำเนิดของจิตมาร
“ปล่อยข้า!!! ไอ้พวกสกปรก”
“ศิษย์พี่โจว!”
“อาเพ่ย!!!” เสี่ยวซิงผลักโจวซวงให้นั่งลงข้างเพ่ยอิง ถึงจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรมาก แต่เห็นศิษย์พี่ยังปลอดภัยดีอยู่ เพ่ยอิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อย่ามัวเสียเวลาอยู่ เราเริ่มกันเลยดีกว่า”
ผู้ทำพิธีของเผ่ามาร เสี่ยวรุ่ย เชิญจิตมารขึ้นจากบ่อน้ำแห่งปรภพ การย้ายไปไว้ที่ร่างของมนุษย์ อาจทำให้จิตแตกสลาย กลายเป็มารร้าย ไร้ซึ่งความเป็มนุษย์โดยสมบูรณ์
“อย่า!!! เสี่ยวรุ่ย อย่าทำศิษย์พี่”
“หรือจะให้ใส่ร่างของเ้าแทน?” เสี่ยวซิงถามยิ้มๆ ดวงตาเขียวมรกตหยั่งเชิงของเทพหนุ่ม
“ห้ามยุ่งกับอาเพ่ย!”
“ปกป้องกันดีเหลือเกิน งั้นแยกกันรับคนละครึ่งไปเลยดีไหม?”
“พอสักทีเสี่ยวซิง!!”
“อย่ามาเหิมเกริมกับข้า! เ้าเป็ผู้ครองศัสตราวุธแล้วอย่างไร? คิดจะข่มขู่ผู้ใดก็ได้งั้นหรือ!” เสี่ยวซิงบีบปลายคางของเพ่ยอิงแน่น ั์ตาฟ้าครามพยายามอดทนกับความเ็ป
“ปล่อยศิษย์พี่ไป...ป..ปล่อยเขา เราจะรับจิตมารนี้เอง”
“ฮ่าฮ่า! ท่านได้ยินหรือยังเสี่ยวรุ่ย”
“ผู้ครองกระบี่ ท่านแน่ใจแล้วนะ” เสี่ยวรุ่ยถามขึ้นมา เพ่ยอิงเพียงแค่พยักหน้าตอบ ปรายสาตาไปทางโจวซวงที่ส่ายหัวไม่ยอมให้เป็เช่นนั้น
“ปล่อยมนุษย์ไปเสี่ยวซิง”
“ท่านพี่!! อย่าใจอ่อนกับเื่แบบนี้ เมื่อใดที่จิตมารเข้าร่างของเทพ เราค่อยปล่อยไปก็ได้”
“เราจะเชื่อเ้าได้อย่างไร?”
“ข้ามีสัจจะมากกว่าเทพอย่างเ้าเยอะ พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น”
“อาเพ่ยอย่า!”
“เราพร้อมแล้ว หากไม่ปล่อยศิษย์พี่โจวไป ที่นี่รวมถึงเ้า!” ั์ตาฟ้าครามมองไปโดยรอบ ก่อนจะหยุดลงที่เสี่ยวรุ่ยผู้ทำพิธี “เหลือเพียงชื่อแน่!”
“ฮะฮ่า...ข้าไม่ทำให้เผ่าตนเองล่มสลายหรอก สบายใจได้เทพ์เก้าชั้นฟ้า”
เป็เพราะเหมียนเมี่ยนอยากช่วยโจวซวง ถึงต้องมาทำเื่เสี่ยงตายอีกรอบแบบนี้ ภูติกระต่ายย่องเบาไปที่ห้องริมสุดประตูสีดำ ตามที่จอมมารบอกเอาไว้
“หน้าที่ของเ้า ช่วยสองิญญาในห้องนั้นออกมาให้ได้!” พูดด้วยน้ำเสียงเข้มแกมข่มขู่ เหมียนเมี่ยนไม่รู้อะไรสักอย่าง ครั้นจะไถ่ถามให้แน่ใจอีกรอบ จอมมารบ้าอำนาจก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว
ประตูสีดำนั้นเต็มไปด้วยพิษ มันคือเคล็ดวิชาพิษหยุดิญญา มีผลให้ิญญาหยุดเคลื่อนไหว
“หากท่านแม่อยู่ คงจะแก้เคล็ดนี้ได้เพียงโบกมือ”
เหมียนเมี่ยนหยิบหินสีใสออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก มันช่วยให้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้น ใครใช้ให้เขาเกิดมาเป็ภูติอ่อนแอไร้พละกำลังกันเล่า ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนเผ่ามารจับตัวมา
“เอาล่ะ มาลองดูกัน”
ภูติกระต่ายรวบรวมพลังเข้าไว้ด้วยกัน แสงสีชมพูอ่อนพวยพุ่งเข้าใส่ประตูสีดำตรงหน้าทันที
แอ๊ดดดด!
ประตูเปิดออกอย่างเชื่องช้า สองิญญาที่นั่งอยู่ในห้องรีบหันมามอง
“พวกท่าน..เอ่อ ใช่ิญญาของท่านจอมมารไหม?”
“แล้วเ้าเป็ใคร? ภูติหรือ? แล้วมาอยู่อะไรที่เผ่ามาร” อี้เฉิงไม่ตอบ แต่รัวคำถามกลับจนเหมียนเมี่ยนตอบไม่ทัน ใบหูยาวกระดิกไปมา
“ข้าตอบทีหลังได้หรือเปล่า จอมมารบอกให้ท่านตามเขาไปช่วยโจวซวง”
“ป๋อเหวินอยู่ไหน?”
“อยู่....” เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็ซัวเหิงที่อุ้มอี้เฉิงเอาไว้ มืออีกข้างก็ฉุดภูติกระต่ายให้วิ่งตามมา
จิตมารล่องลอยอยู่เบื้องหน้าของเพ่ยอิง มันเตรียมที่จะเข้าไปแทรกร่างของเทพ์ หยดน้ำตาของเพ่ยอิงไหลเป็สาย เขาไม่ได้กลัว เพียงแค่ไม่อยากหลงลืมทุกสิ่งอย่างก็แค่นั้น
“เปิดจิตของท่าน ให้มันรวมเป็หนึ่งเดียว”
“อย่า!!!!! อาเพ่ย!!!! ปล่อยข้า อาเพ่ยอย่า” โจวซวงะโจนเสียงแหบแห้ง เขากำลังร้องไห้อย่างสิ้นหวัง การเป็มนุษย์นี่มันไม่ได้ดีเสมอไป ตอกย้ำว่าเขาไร้ค่าเกินกว่าจะอยู่เคียงข้างเพ่ยอิง
เสี่ยวซิงเอาผ้ามามัดปากของโจวซวงเอาไว้ ไม่ยอมให้ส่งเสียงอะไรออกมาอีก เขาทำได้เพียงดิ้นรนให้ตัวเองหลุดออกไปจากตรงนี้ อย่างน้อยเขาก็ควรช่วยอะไรได้บ้าง
เพ่ยอิงหลับตาลงยอมจำนนแต่โดยดี เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยแล้วเขาจะรับทุกอย่างเอาไว้เอง
จิตมารพวยพุ่งตรงเข้าหาร่างของเพ่ยอิง เสียงกรีดร้องของิญญาร้ายดังจนแสบแก้วหู ก่อนที่มันจะนิ่งสนิทราวกับหยุดเวลาเอาไว้ ดวงตาของเพ่ยอิงค่อยลืมขึ้นมา และพบป๋อเหวินที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา จอมมารรับเอาจิตมารคืนกลับ จากนี้มันจะไม่สามารถย้ายร่างไปที่ใครได้อีกแล้ว
“ป๋อเหวิน / นายท่าน!!!!”
“เยี่ยมมากเลยป๋อเหวิน เ้าทำให้เื่ราวของเผ่ามารสมบูรณ์แบบ”
เหมียนเมี่ยนไม่รู้อะไรกับเขาเลยสักอย่าง เ้าหูยาววิ่งมาหาโจวซวงที่ถูกคุมขังเอาไว้ ซัวเหิงยืนตกตะลึงนิ่งไป ส่วนอี้เฉิงก็รีบกลับเข้ากระบี่สาดแสงธารา
“ฮะฮะฮ่า! ร่างกายของข้า เป็ะเสียแล้ว”
“ป๋อเหวิน!!!”
“ออกไป! ออกให้ห่างจากตัวของข้า!!!” ป๋อเหวินผลักร่างของเพ่ยอิงให้ล้มลง สายตาที่มองมามันช่างเ็าไร้ชีวิตจิตใจ เขากลายเป็จอมมารโดยสมบูรณ์
“นายท่าน! ข้าไม่อยาก –”
“ข้าจะพาเ้าวิ่งหาา โรมรันไปกลับโลหิตหอมหวาน เ้าจะได้ดื่มด่ำกับความชั่วร้ายอย่างเต็มรูปแบบ” ตามตัวของป๋อเหวินเริ่มมีเส้นสีดำขึ้นแทนเส้นสีทองก่อนหน้า
ั์ตาแดงก่ำมองเพ่ยอิงอย่างสมเพช สองมือบีบไหล่ของเทพที่นั่งอยู่กับพื้น เอียงคอมองสำรวจร่างกายของเพ่ยอิงอย่างละเอียด ก่อนจะผลักออกให้พ้นทาง
“ปล่อยพวกมันไปให้หมด!”
“เอ่อ”
“หรือเ้าอยากให้ข้าพังพินาศที่แห่งนี้ รวมถึงตัวของเ้าด้วยดีไหม?”
“เราไม่ไป!!”
จอมมารปรายตามองเพ่ยอิงที่พยุงตัวเองขึ้นมา ั์ตาฟ้าครามจดจ้องไม่หลบไปไหน “เทพสกปรก อย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาโอหัง!!!!”
“เราบอกท่านแล้วป๋อเหวิน ถ้าท่านทิ้งเราไป จะฆ่าล้างเผ่ามารให้สิ้นซาก!”
กระบี่สาดแสงธาราถูกเรียกออกมา เพ่ยอิงในเวลานี้สู้ตายไม่คิดถอย แวบหนึ่งที่เพ่ยอิงเห็นแววตาของป๋อเหวินที่ว่างเปล่า กลับมามองเขาอย่างตำหนิ
“กลับไปเพ่ยอิง! อย่าคิดกลับเข้ามาในชีวิตของข้าอีก”
จอมมารกระซิบลงข้างหูของเพ่ยอิง ก่อนสั่งให้คนของเผ่ามารหามทุกคนไปโยนทิ้งด้านนอก