-------------------------
วันรุ่งขึ้นเยว่ซินกับอี้ฮวาถูกปลุกขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดฮูหยินใหญ่ของเสนาบดีไป๋
เสนาบดีไป๋เป็เสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ที่มีผู้นับหน้าถือตามากมาย ดังนั้นฮองเฮาที่ไม่สามารถไปร่วมงานได้ จึงส่งโอรสและธิดาของนางไปร่วมงานเลี้ยงเพื่อเป็เกียรติแก่เ้าของงานเลี้ยง
อี้ฮวางัวเงียลุกขึ้นมาล้างหน้า อาบน้ำ เตรียมแต่งตัวไปงานเลี้ยง
"องค์ชายจะใส่ชุดไหนดีเพคะ"
นางกำนัลผู้หนึ่งถามขึ้น ปกติแล้วฮองเฮาจะเป็ผู้เลือกให้เมื่อมีภารกิจต้องออกนอกวัง แต่เพราะเมื่อวานฮองเฮามีเื่ให้คิดมากเกินไปจนลืมเื่นี้ ดังนั้นนางกำนัลจึงมาขอความเห็นจากองค์ชายน้อย
อี้ฮวากวาดตามองชุดที่นางกำนัลนำมาให้เลือกก็สะดุดเข้ากับชุดๆหนึ่ง ด้วยความที่นางชอบสีชมพูอยู่แล้ว ทำให้ชุดที่นางสะดุดตาย่อมเป็ชุดสีชมพู ชุดนั้นเป็ชุดที่เยว่เล่อไม่ชอบเพราะมันมีสีชมพู เขารู้สึกว่าสีชมพูเป็สีสำหรับสตรี ทำให้เขาไม่เคยใส่ชุดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ผู้อยู่ในร่างองค์ชายคืออี้ฮวา ดังนั้นชุดที่นางเลือกย่อมเป็ชุดสีชมพูชุดนั้นอย่างแน่นอน
เมื่อองค์ชายน้อยตัดสินใจเลือกชุดเสร็จ เหล่านางกำนัลก็เข้ามาช่วยจัดการแต่งตัวให้จนเสร็จเรียบร้อย แล้วจึงพาองค์ชายน้อยไปหาองค์หญิงน้อยที่รออยู่ด้านหน้า
เมื่อเยว่ซินเห็นชุดที่อี้ฮวาใส่ก็คิดจะทักอะไรบางอย่าง นางคิดจะทักเื่ชุดสีชมพูที่อี้ฮวาสวม แต่เมื่อนางนึกขึ้นได้ว่าบุคคลตรงหน้าคืออี้ฮวาจึงเงียบไป นางพึมพำกับตัวเองอย่างเข้าใจได้ว่า เหตุใดน้องชายถึงได้สวมชุดสีชมพูชุดนี้ เมื่อมองๆดูแล้วชุดนี้ดูละม้ายคล้ายกับชุดฟูฟ่องที่พวกเขาดึงกันไปมาเมื่อครั้งอยู่ที่จวนแม่ทัพอี้อยู่เหมือนกัน
หลังจากที่ทั้งสองพร้อมแล้วก็เริ่มออกเดินทางไปที่จวนเสนาบดีไป๋ โดยมีอู๋มามาติดตามไปดูแล และในครั้งนี้ได้มีหนานกงกงติดตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง
----------------------------------
ทางด้านเยว่เล่อที่ตอนนี้ถูกปลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเช่นเดียวกัน วันนี้เหม่ยเซียนรู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษ เนื่องจากเป็งานเลี้ยงแรกที่พวกนางสองแม่ลูกได้เข้าร่วม อาจเรียกได้ว่าเป็งานเลี้ยงเปิดตัวพวกนางสองแม่ลูกก็เป็ได้ ดังนั้นนางจึงพิถีพิถันในการแต่งตัวของทั้งตัวเองและบุตรสาวเป็พิเศษ
"ท่านแม่ลูกไม่ขอใส่ชุดนี้ได้ไหมเ้าคะ"
เยว่เล่อเอ่ยต่อรองขึ้น เพราะชุดที่เขาต้องสวมในตอนนี้คือชุดฟูฟ่องสีชมพูอ่อนที่เขาเกลียดมากที่สุดชุดนั้น
"ลูกแม่ชุดสีชมพูที่ลูกชอบไงจ๊ะ ถ้าลูกแม่สวมชุดนี้ ลูกแม่จะกลายเป็เด็กสาวที่น่ารักจนผู้คนต่างต้องมองมาเลยนะ"
ก็ข้าไม่อยากเป็เด็กสาวที่น่ารักจนผู้คนต่างต้องมองมานี่แหละ เยว่เล่อได้แต่คิดในใจ
"ตอนนี้ลูกไม่ค่อยชอบสีชมพู ขอเปลี่ยนชุดอื่นได้ไหมเ้าคะ"
เหม่ยเซียนได้ฟังก็แปลกใจ เหตุใดอยู่ๆบุตรสาวของนางถึงไม่ชอบสีชมพูดแล้วหล่ะ
"ใส่ชุดนี้เถอะ ชุดนี้ท่านพ่อตั้งใจตัดมาให้ลูกโดยเฉพาะเลยนะ อย่าทำให้ท่านพ่อเสียความตั้งใจนะจ๊ะ"
เยว่เล่อได้แต่มองบนอย่างขัดใจ เขาไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมากล่าวอ้างที่จะไม่ใส่ชุดนี้ จะบอกว่าเขาเลิกชอบสีชมพูแล้วมันก็ดูแปลกๆ เห้อ ใส่ก็ใส่ ยังดีที่วันนี้ใส่ชุดบนร่างของอี้ฮวา หากชุดนี้ไปอยู่บนร่างของเขาต่อสาธารณชน เขาคงอับอายจนไม่รู้จะสู้หน้าผู้คนได้อย่างไร
เมื่อแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็อุทานขึ้นมาเสียงดังว่า
"ว้าว องค์หญิงตัวน้อยๆของแม่ ไหนหมุนตัวให้แม่ดูสิ้จ๊ะ"
อี้ผิงที่แต่งตังเสร็จแล้ว และกำลังมายืนรอน้องสาวพร้อมกับอาสะใภ้ก็เอ่ยชมขึ้นเช่นกันว่า
"น้องเล็กวันนี้เ้าน่ารักมากจริงๆ"
เหม่ยเซียนและอี้ผิงกล่าวชมขึ้นจากใจจริง เยว่เล่อที่สวมชุดฟูฟ่องสีชมพูชุดนี้ก็รู้สึกเขินอายไม่น้อย ยามเดินชุดก็ขยับพริ้วไหวไปตามจังหวะก้าวเดิน ทำให้เขาอดรู้สึกเก้อเขินขึ้นมาไม่ได้
"โอ้ว วันนี้พวกเ้าช่างงดงามจริงๆ"
แม่ทัพอี้ที่เห็นสองแม่ลูกและอี้ผิงเดินเคียงข้างกันออกมาจากห้องแต่งตัวก็กล่าวชมขึ้น แต่ดวงตาของเขากลับจับจ้องไปที่เหม่ยเซียนตาไม่กะพริบ ภรรยาของเขาสวยมากจริงๆ เขาได้แต่คิดในใจ
"ท่านอาจะชมแต่ท่านอาสะใภ้ก็เอ่ยชื่อไปตรงๆเลยสิ่เ้าคะ"
อี้ผิงเอ่ยเย้าขึ้นอย่างอดไม่ได้ นางก็เดินออกมาด้วยนะเอ่ยชมแต่มองแค่อาสะใภ้ วันนี้อี้ผิงสวมชุดสีเขียวอ่อนสดใสเข้ากับนางเป็อย่างมาก ด้วยความที่นางเคยไปงานเลี้ยงมาหลายครั้ง ทำให้นางไม่ได้ตื่นเต้นมากนักกับการไปงานเลี้ยงในครั้งนี้
ผิดกับสองแม่ลูก ที่ตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก คนหนึ่งตื่นเต้นกับการไปงานเลี้ยงครั้งแรก อีกคนหนึ่งตื่นเต้นเพราะกลัวจะพบคนรู้จักในงาน โดยเฉพาะเยว่ซินที่รู้แล้วว่าเขาคือเยว่เล่อในร่างอี้ผิง
------------------------------
ทางงานเลี้ยงตระกูลไป๋ วันนี้ได้เชิญแขกผู้มีเกียรติมากมายเข้าร่วมงาน เสนาบดีไป๋ได้อนุญาตให้ไป๋หงที่โดนกักบริเวณเข้าร่วมงานเลี้ยงวันนี้เป็กรณีพิเศษได้ ไป๋หงที่ได้รับอนุญาตดีใจอย่างมาก
เมื่อตอนนางโดนเสนาบดีไป๋ลงโทษโบยสิบที แล้วยังกักบริเวณอีกหนึ่งปี นางที่ตอนนั้นอายุสิบเจ็ดปีแล้ว หากโดนกักบริเวณเป็ปี นางจะมีอายุสิบแปดปีซึ่งเริ่มจะเลยวัยหาคู่ครองที่ดีไป นางจะมีโอกาสที่ไหนไปพบหยางหรงเพื่อทำความสนิทคุ้นเคย และทำให้เขาอยากแต่งนางเข้าจวนอ๋อง ดังนั้นงานเลี้ยงในวันนี้จึงถือเป็โอกาสดีที่นางจะได้พบกับหยางหรง และได้มีโอกาสทำให้เขาหลงรักนาง
นางลุกขึ้นมาแต่งตัวั้แ่ยังไม่รุ่งสาง เลือกสวมชุดที่คิดว่าดีที่สุด เครื่องประดับที่เลอค่าที่สุด เครื่องประทินโฉมราคาแพงมากมายชะโลมลงบนผิวหน้า เมื่อมันรวมๆกันแล้วออกมาจึงกลายเป็ เอ่อ ...
เมื่อถึงเวลาได้มีแเื่มากมายทยอยกันมาเข้าร่วมงาน แม่ทัพอี้เมื่อมาถึงงานก็แยกตัวไปพูดคุยกับเหล่าขุนนาง โดยฝากฝังภรรยาและบุตรสาวไว้กับอี้ผิงให้ช่วยดูแล
อี้ผิงแนะนำเหม่ยเซียนกับบุตรสาวให้ผู้คนในงานที่เข้ามาทักทายให้ได้รู้จักกัน จากนั้นเหม่ยเซียนก็เนื้อหอม ถูกเหล่าฮูหยินทั้งหลายรุมล้อมชวนคุยอย่างสนุกสนาน อี้ผิงที่เห็นดังนั้นก็ขอปลีกตัวออกไปกับอี้ฮวา
เมื่อทั้งสองออกมาก็พบเข้ากับหยางหรงที่เดินตรงเข้ามาทางพวกเขา
"ที่เ้าพูดครั้งก่อนข้าได้ยินหมดแล้ว ข้าได้บอกเสด็จแม่ให้เตรียมหาฤกษ์ยามและเตรียมไปสู่ขอเ้าไว้แล้ว"
หยางหรงพูดขึ้นต่อหน้าอี้ผิง จนอี้ผิงงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาพูดกับนางงั้นหรือ แล้วที่เขาพูดมันคือเื่อันใดกัน
หยางหรงที่เห็นสีหน้างุนงงของอี้ผิงก็กระแอมออกมาก่อนจะพูดต่อว่า
"ก็เ้าเคยบอกว่า 'อย่างเ้าต่างหากที่คู่ควรกับข้า' อย่างไรล่ะ"
ในวันนั้นที่หยางหรงได้ยินก็เข้าใจว่าแม่นางอี้ผิงผู้นี้อยากแต่งงานกับเขา เขาจึงได้ไปคิดทบทวนคำพูดของนาง แม่นางน้องผู้นี้ก็ดูไม่เลว อีกทั้งเขาเบื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงดูตัวที่เสด็จย่าและเสด็จแม่ชอบจัดขึ้นให้เขา ดังนั้นเขาจึงทูลเื่การแต่งงานของเขากับสาวน้อยตรงหน้า
อี้ผิงเบิกตากว้างขึ้นอย่างใ เขาได้ยินคำที่นางพูดกับไป๋หงด้วยความโกรธในวันนั้นด้วยหรือนี่ แต่นางไม่ได้หมายความว่านาง้าจะแต่งงานกับเขาเสียหน่อยนะ ก่อนที่นางจะเอ่ยสิ่งใดก็มีเสียงแหลมเล็กที่ไม่ดูสถานการณ์ดังขึ้น
"ถวายบังคมเพคะท่านอ๋องน้อยหยางหรง"
ไป๋หงที่แต่งตัวแต่วหน้ารวมเครื่องประดับที่เกือบจะเทียบเคียงได้กับนกยูงรำแพนหางเดินเข้ามาทางพวกเขา นางส่งสายตาไปทางหยางหรง วันนี้นางต้องให้เขาหลงเสน่ห์ของนางให้จงได้
"กำลังพูดคุยเื่อะไรกันอยู่หรือเพคะ"
ขนตางอนยาวกะพริบตาถี่ๆอย่างยั่วยวน (มั้ง)
อี้ผิงที่เห็นอย่างนั้นก็อดเอ่ยขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ว่า
"กำลังพูดคุยเื่แต่งงานของคนที่คู่ควรน่ะสิ่"
ไป๋หงที่กำลังวางแผนอยู่ในหัว หยุดชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหันไปถามทางหยางหรงอย่างไม่อยากเชื่อ
"เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินกันเพคะ"
"แล้วเ้าเป็ใครกัน ทำไมเ้าต้องเคยได้ยินด้วยล่ะ"
อี้ผิงที่ยังโมโหเื่ที่นางใส่ร้ายซูลี่ไม่หายตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"ไว้ข้าจะพาเสด็จแม่ไปพูดคุยกับแม่ทัพอี้ที่จวนของเ้าก็แล้วกัน"
กล่าวจบหยางหรงก็เดินจากไป เขารำคาญเสียงแหลมๆของสตรีผู้นั้นจริงๆ
ทางอี้ผิงที่ได้ยินดังนั้นก็ใ แต่ด้วยความหมั่นไส้ไป๋หงจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ ก่อนจะพาอี้ฮวาเดินจากไปทางอื่น เอาไว้ค่อยคุยกับอ๋องน้อยหยางในภายหลังก็แล้วกัน นางได้แต่คิดในใจ
ไป๋หงที่อยู่ตรงนั้นได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ นางโดนกักตัวไม่กี่เดือน เหตุใดเื่ราวถึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้ เอาเถอะถึงอ๋องน้อยหยางจะแต่งกับอี้ผิง แต่นางก็ยังมีโอกาสเป็อนุ หรือชายารองอยู่นะ นางจึงรีบเดินไปทิศทางที่หยางหรงเดินไป
เมื่ออี้ผิงและเยว่เล่อเดินออกมาก็ได้ยินเสียงขานที่หน้าจวนถึงการมาของ องค์หญิงและองค์ชายน้อย เยว่เล่อที่ได้ยินก็รีบวิ่งเข้าไปหา ทันทีที่เห็นอี้ฮวาสวมชุดสีชมพูเขาก็เบิกตากว้าง ก่อนจะเข้าไปกระซิบกับนางว่า
"เหตุใดเ้าถึงใส่ชุดสีนี้มางานกัน"
"ก็ข้าชอบสีนี้นี่นา"
ผู้คนในงานที่เห็นเด็กน้อยทั้งสองที่ยืนกระซิบกระซาบ ต่างรู้สึกเหมือนกันว่า ชุดที่พวกเขาใส่เหมือนจะเป็ชุดคู่ ดูแล้วเหมาะสมกันจริงๆ แต่พวกเขายังเด็ก การพูดเื่คู่ครองคงอีกยาวไกล
เยว่ซินที่เดินมาด้านข้างอี้ฮวาเมื่อเห็นน้องชายตัวเองในร่างอี้ฮวาก็อดเอ่ยชมขึ้นไม่ได้ว่า
"เ้าใส่ชุดนี้ก็น่ารักไม่เบาเลยนะ"
เยว่เล่อได้ยินดังนั้นก็หน้าขึ้นสี เดิมทีเขาก็รู้สึกอายที่ต้องใส่ชุดนี้เดินไปเดินมาอยู่แล้ว เมื่อพบเข้ากับคนที่รู้ว่าเขาคือเยว่เล่อในร่างอี้ฮวา เขายิ่งอับอายจนไม่รู่ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
สองสาวหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานก่อนพากันไปทักทายเ้าของงาน แล้วแยกตัวออกไปเล่นกันตามลำพัง
นอกจากพวกเขาสามคนแล้วครั้งนี้ยังมีอี้ผิงติดตามมาด้วย ดังนั้นอู๋มามาและหนานกงกงจึงไม่ได้ตามพวกเขาไป เพราะอี้ผิงรับปากว่าจะช่วยดูแลสามเด็กน้อยให้เอง
สามเด็กน้อยสุมหัวกันปรึกษาเื่สลับร่างกันต่อ ครั้งก่อนที่พวกเขาคิดว่าจะหาผู้ใหญ่มาช่วยคิด เมื่อเห็นอี้ผิงในวันนี้พวกเขาก็ปรึกษากันว่าควรบอกเื่ราวทั้งหมดให้พี่อี้ผิงช่วยเหลือดีหรือไม่ เพราะพี่อี้ผิงเป็คนใจดี คงไม่ยอมทนเห็นพวกเขาถูกถ่วงน้ำกระมัง
ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะปรึกษากันจบ ก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นที่ด้านข้างของจวน พวกเขาที่ไม่อยากพลาดชมเื่สนุกรีบวิ่งตามไปทันที
เมื่อมาถึงก็พบเข้ากับสตรีสองนางที่กำลังทะเลาะโต้เถียงกัน ผู้หนึ่งจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากไป๋หง กับสตรีอีกผู้หนึ่งซึ่งก็คือจางเหมยที่เคยถูกลงโทษเมื่อครั้งที่ใส่ร้ายซูลี่
"แก ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่"
ไป๋หงชี้หน้าจางเหมยอย่างโกรธแค้น นางคิดว่ายัยผู้หญิงน่ารังเกียจที่ซัดทอดถึงนางจะถูกลงโทษจนตายไปแล้วเสียอีก