เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 64

    ไอซ์พูดมาขนาดนี้ ทั้งสองก็ได้แต่พยักหน้ารับหน้าที่ของตัวเองในอนาคต ในดวงตาของทั้งเกียรติไกร และมีมี่ไม่มีความกังวลใจ ไม่มีความลังเล หรืออ่อนแอ มันทำให้ไอซ์ยิ้มออกมาอย่างชอบใจก่อนที่เขาจะพูดขึ้นอีกครั้ง“เรื่องสุดท้าย.. พวกคุณจะต้องทำพันธสัญญาโลหิตวิญญาณกับผม..” ไอซ์มองปฏิกิริยาของพวกเขาอีกที และมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ในดวงตาพวกเขามันสื่อออกมาว่า ‘มันคืออะไร’ เสียมากกว่า“พันธสัญญาโลหิตวิญญาณ จะเป็นข้อผูกมัดพวกคุณกับผมเอาไว้ หากใครก็ตามคิดจะผิดสัญญานี้โลหิตในกายจะเหือดแห้งระเหยหายไปราวกับน้ำเดือด แน่นอนว่าผมต้องการเพียงแค่ความซื่อสัตย์ไม่คิดหักหลังกันในทุกๆเรื่องเพียงเท่านั้น.. ในขณะเดียวกันผมก็จะให้สัตย์ว่าจะดูแลพวกคุณเป็นอย่างดี ไม่หักหลังเช่นกัน.. เอาล่ะ นี่คือการเตรียมใจ พวกคุณจะตอบรับคำขอนี้หรือไม่”ไอซ์กล่าวเรื่องพันธสัญญา เพื่อป้องกันในหลายๆด้าน เขาไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เพิ่มว่าเขาเป็นใคร และเพื่อการนั้นพวกเขาจำเป็นต้องทำพันธสัญญาต่อกันตามคำแนะนำของมัวร์ ไอซ์ซื้อเวทย์พันธะนี้มาในราคาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่มันก็คุ้มค่าที่จะซื้อมาใช้งาน ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะเป็นหญิงสาวมีมี่ที่ก้าวเท้ามาคุกเข่า“ศิษย์พร้อมที่จะทำพันธสัญญากับอาจารย์ค่ะ..” เธอกล่าวโดยไม่ลังเล และทั้งหัวใจของเธอเคารพ บูชาชายคนนี้มากกว่าใคร ไอซ์พยักหน้าให้กับเธอ ก่อนจะหันมาจ้องที่เกียรติไกร แน่นอนว่าเขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนคุกเข่าลงเช่นกัน“ตราบใดที่คุณนำพาผมไปสู่ความมั่งคั่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผมก็พร้อมจะขายวิญญาณให้กับคุณ..ตลอดไป” เกียรติไกรกล่าวตามความเป็นจริง ไอซ์ที่ได้ยินก็ยิ่งชอบนิสัยของชายคนนี้ เขาพูดออกมาจากใจจริงๆของตัวเองแบบไม่เสแสร้งแกล้งทำ“เวทย์พันธสัญญา.. ข้า ‘เทียนหลง’ ผู้เป็นนาย ของสลักลายลักษณ์อักษรวิญญาณด้วยโลหิตของข้า.. ‘ฮารุโนะ’ และ ‘โอกะ’ จะเป็นดั่งแขนดั่งขาของข้าผู้เป็นนาย ‘ฮารุโนะ’ และ ‘โอกะ’ จะซื่อสัตย์ทั้งกาย และหัวใจกับข้าเทียนหลงตลอดจนลมหายใจสุดท้ายของทั้งสอง ในขณะเดียวกันตัวของข้าเทียนหลงก็จะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี ไม่ทรยศความหวังของพวกเขาเช่นกัน พวกเจ้าทั้งสองจะตอบรับพันธสัญญานี้หรือไม่..” เมื่อไอซ์เริ่มกล่าวถึงบทร่ายก็มีวงแหวนเวทย์หลายสิบชั้นปรากฏออกมาใต้เท้าของทั้งสามคนทันที และเมื่อยิ่งกล่าวแสงจากวงแหวนเวทย์ก็ยิ่งสว่างขึ้นเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น “ข้า ‘ฮารุโนะ’ ขอตอบรับพันธสัญญานี้ของผู้เป็นนายเทียนหลง..” มีมี่กล่าวตอบรับ “ข้า ‘โอกะ’ ขอตอบรับพันธสัญญานี้ของผู้เป็นนายเทียนหลง..” เกียรติไกรกล่าวตอบรับเช่นกัน “นับตั้งแต่นี้ วิญญาณของพวกเราจะถูกสลักไปด้วยโลหิตแห่งคำมั่น..ตลอดกาล” สิ้นสุดคำพูดของไอซ์ แสงสว่างมากมายก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เลือดของทั้งสามคนที่ลอยผุดมาจากใต้ผิวหนังลอยออกไปกลางอากาศ ก่อนที่มันจะหมุนวนราวกับกงจักร และพวกมันก็พุ่งเข้ามาตรงตัวของทั้งเขาทั้งสามคน แน่นอนว่ามีแต่พวกเขาเท่านั้นที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ไอซ์ยิ้มออกมาให้กับทั้งสองคน ที่กำลังทำความเข้าใจกับเวทย์พันธะนี้อยู่“มันจะอยู่กับพวกคุณอีกนาน ค่อยๆศึกษามันก็ได้..” ไอซ์กล่าวเพื่อดึงความสนใจจากพวกเขากลับมา เพราะว่าคืนนี้พวกเขายังมีเรื่องให้ทำอีกยาวไกล“คือว่าผมมีคำถามอยากถามครับ..” จู่ๆเกียรติไกรกล่าวขึ้นมา“เชิญถามมาได้เลยครับคุณเกียรติไกร..” ไอซ์กล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม หลังจากนี้ทั้งสองก็เหมือนกับพี่กับน้อง เป็นคนในครอบครัวของเขา“จะว่ายังไงดีล่ะครับ คือ..ผมแค่สงสัยว่าผมต้องเรียกคุณว่าอะไร คุณหนูนภัสสรผมยังพอเข้าใจว่าเขาเรียกคุณว่าอาจารย์มาตลอด หลังจากนี้ผมควรเรียกคุณว่าอะไรดีครับ” เกียรติไกรกล่าวถาม เพราะสำหรับเขาแล้วจะให้เรียกคุณอนุวัฒน์ว่านายท่านก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆ เพียงแต่มันก็จะดูแปลกๆไปก็เท่านั้นเอง“เรียกเหมือนเดิมก็ได้ครับ ผมไม่ได้ซีเรียส.. เอาล่ะ กลับมาที่เรื่องแรกของเรากันดีกว่า ผมจะพาทั้งสองคนเก็บระดับในคืนนี้ให้ได้อย่างน้อยที่เลเวล 50 แน่นอนว่าคืนนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้พักกันเลยนะครับ” ไอซ์กล่าวขึ้นมา มีมี่ที่ได้ยินก็ดวงตาเป็นประกาย ผิดกับเกียรติไกรที่ถอนหายใจ และพยายามคิดหาคำตอบที่ดีให้กับภรรยาที่อยู่ที่บ้านฟัง“ก่อนอื่น ผมจะมอบไอเทมให้กับพวกคุณเพื่อใช้ในการลงดันเจี้ยนของพวกเราในคืนนี้..พวกคุณลองบอกมาสิว่าต้องการพัฒนาตัวเองให้เป็นฮันเตอร์แบบไหน” ไอซ์กล่าวถาม“อาจารย์คะ.. ศิษย์ต้องการเป็นฮันเตอร์สายเวทมนตร์โจมตี ขอเป็นธาตุไฟจะดีมากค่ะ” มีมี่กล่าวด้วยดวงตาแห่งความหวัง ไอซ์ทำท่าทางคิดสักเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพยักหน้าตอบรับ และหันไปทางเกียรติไกรที่ยังเหมือนว่าจะตัดสินใจไม่ได้“คือว่าผมไม่ค่อยจะเก่งเรื่องการต่อสู้สักเท่าไร ปะทะตรงๆก็ไม่ใช่แนว เอาเป็นพวกโจมตีระยะไกลก็ได้ครับ..” เกียรติไกรวิเคราะห์ตัวเอง เขาเป็นพวกที่ไม่ได้ชื่นชอบการต่อสู้สักเท่าไร แต่จากเท่าที่ได้ฟังมา เขาก็พอจะประเมินได้ว่าทำไมคุณอนุวัฒน์ถึงต้องการให้เขาฝึกฝนตัวเอง ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ยิ้มอย่างชอบใจพร้อมกับหยิบชุดเซตเกราะออกมาสองเซต และทั้งสองชุดนี้เป็นชุดเซตระดับ S ทั้งคู่ เกียรติไกรเริ่มแสดงสีหน้าตกใจเมื่อเห็นชุดแต่ละเซต“ชุดเซตจักรพรรดิพญาหงส์เพลิง.. คทาเวทย์เสริมธาตุไฟ”ไอซ์ยื่นชุดเซตนี้ให้กับมีมี่ แน่นอนว่ามีมี่ก็ก้มหัวรับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ลักษณะของชุดที่ทำจากผิวหนังของพญาหงส์เพลิง มีขนนกสีแดงประดับอย่างสวยงาม หมวกแม่มดทรงแหลมชี้ฟ้า พร้อมกับคทาเวทย์เสริมพลังเวทมนตร์ธาตุไฟเข้ากันอย่างลงตัว แน่นอนว่ามันมีทักษะติดชุดด้วยเช่นกัน“ชุดเซตจักรพรรดิวิหกสายฟ้า ..สมุดเสริมพลังเวทมนตร์”แน่นอนว่าเซตนี้เป็นของเกียรติไกร ชุดเซตจักรพรรดิวิภพสายฟ้านี้เป็นชุดที่ค่อนข้างพิเศษ มันมีปีกสีน้ำเงินสวยงามติดอยู่หลังชุด แน่นอนว่ามันมีทักษะการบินในตัวด้วยเช่นกัน เกียรติไกรรับมาอย่างตั้งใจ เพราะเท่าที่เห็นออร่าที่แสดงออกมามันไม่ต่างอะไรกับชุดที่คุณอนุวัฒน์มอบให้หลินฟ่อเคอเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นมันควรที่จะอยู่ในระดับเดียวกัน“ลองสวมใส่ดูสิ ชุดเซตทั้งสองเป็นไอเทมระดับ S น่าจะสวยงามไม่เบา..”ไอซ์กล่าว มีมี่ที่ได้ยินก็รีบเอ่ยคำสั่งสวมใส่ในทันที แน่นอนว่ามันเข้ากับตัวเธอเอามากๆ กระจกถูกเรียกออกมาจากไอเทมบ็อกซ์เพื่อที่เธอจะได้รับชมความงามของมัน ส่วนเกียรติไกรที่ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะสวมมันก็ดูดีใช่เล่น ตอนนี้เขาเหมือนกับนักรบที่มีปีก เป็นนักรบวิหกโดยแท้จริง ‘มัวร์ เหรียญทองตอนนี้เหลือเท่าไร..’ ไอซ์กล่าวถามในความคิด‘เรียนผู้ใช้งานระบบ ตอนนี้เหรียญทองเหลืออยู่ จำนวน 3,200,152 เหรียญค่ะ’มัวร์กล่าวตอบ ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เศร้าใจไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะมีทักษะตามชุดเซตอยู่แล้ว แต่มันก็ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของเวทมนตร์อยู่ดี เวทย์ไฟ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง จะต้องใช้เหรียญทองทั้งหมด 4,500,000 เหรียญทอง ไหนจะของเวทย์ธาตุลมกับสายน้ำ เพื่อประกอบเป็นธาตุสายฟ้าของเกียรติไกรอีก 3,000,000 เหรียญทอง เพื่อให้ทั้งสองธาตุก้าวไปถึงเวทย์ขั้นกลาง “เฮ้ออ คิดแล้วก็น่าเหนื่อยใจ ได้เวลาหาเหรียญทองเพิ่มแล้วสิ..”