“อ้าว ข้า ชีห่าวไง ทำไมพี่ถึงจำข้าไม่ได้ล่ะ เราเพิ่งพบกันเดือนที่แล้วนี่เอง”
นางี้เีฟังคำอธิบาย หันมาจับจ้องร้านของกินอีกครั้ง
“ท่านอยากกินร้านไหนบอกข้าได้เลย ข้าเลี้ยงเอง” เขาบอกอย่างอารมณ์ดี
“เ้ารวยหรือไง” นางถามหยั่งเชิง
“ถ้าเพื่อพี่หลิง ข้าทุ่มเต็มที่” เขาเชิดหน้ายิ้ม ผายมือออกสองข้าง
“ได้เลย ข้าจะสนองให้” นางกอดคอเขาพลางตบบ่าขอบใจ หนุ่มน้อยงุนงงที่พี่สาวของเขาเปลี่ยนไปเหมือนพลิกฝ่ามือ ทั้งคู่เดินเข้าไปยังร้านบะหมี่เกี๊ยว สั่งมาคนละชาม นางรีบโซ้ยเข้าปากเหมือนอย่างเคยทำ ติดนิสัยกินเร็วเพราะต้องรีบทำเวลาทำให้นางลืมตัว หนุ่มน้อยค่อยๆ คีบบะหมี่มองนางหน้าฉงน ชามแรกผ่านไปยังไม่อิ่มนางก็สั่งชามที่สองต่อ
“พี่หลิง ท่านคงหิวมากใช่ไหม” หนุ่มน้อยถามพลางกลอกตาไปมา
“ใช่ๆ ข้าหิวจนไส้กิ่วหมดแล้ว” นางเงยหน้าพูดทั้งที่อาหารเต็มปาก
“เ้าชื่ออะไร” ถามเสร็จก็จัดการกินต่อโดยไม่สนใจว่าเขาจะตอบหรือไม่
“ชีห่าวไง เป็ญาติผู้น้องของท่าน เป็ลูกชายอาท่าน” เขาลำดับญาติให้ฟัง
“อือๆ” นางมองแวบหนึ่งแล้วซัดต่อ
“เอิ้กกก” หญิงสาวยิ้มกริ่ม หลับตาพริ้มมือตบพุง
“พี่หลิง ท่านเปลี่ยนไปมากนะ กินเหมือนช้างเลย ข้าว่าท่านควรไปแข่งกินนะเผื่อชนะ”
เขากระเซ้าพี่สาวแหยงๆ เล็กน้อย แต่นางกลับคิดจริงจังพยักหน้ายิ้มหงึกหงัก ตบไหล่เขาป้าบทีหนึ่ง
“ใช่แล้วไอ้น้อง ฮ่าๆๆ เ้าช่างรู้ใจข้าจริงๆ น้องรัก” ประโยคหลังนางไม่รู้ตัวว่าพูดออกมาได้ยังไง ชีห่าวยิ้มตาหยีที่เห็นพี่สาวมีความสุข
เมื่อทั้งสองอิ่มหนำสำราญแล้วจึงออกมาเดินย่อยดูของตามถนน
“แต่งงานมาจะเดือนนึงแล้ว เป็อย่างไรบ้าง” เขาถามสารทุกข์สุขดิบพี่สาว
“ข้าว่านะ เราเข้ากันไม่ได้สักเท่าไหร่” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หนุ่มน้อยเลิกคิ้วที่นางกล้าแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ
“ทำไมล่ะ ท่านแม่ทัพออกจะเป็สุภาพบุรุษ เป็คนดีกล้าหาญ” เขาชมเปาะ
“ไอดอลเ้าหรือไง” นางถามขึ้น หนุ่มน้อยทำหน้างงหนักเข้าไปอีก
“อะ…อะ…?”
“อ๋อ เป็คนที่เ้าชื่นชมรึ”
“ใช่นะสิ ผู้ชายเมืองนี้ต่างก็อยากเป็เหมือนเขากันทั้งนั้น”
“อย่างนี้นี่เอง” นางคิดในใจ ทำไมเขาถึงดุเหมือนหมาป่าเลยล่ะ คิดแล้วยังขนลุกไม่หาย คนอะไร๊ ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย
“เลิกพูดถึงเขาเถอะ ข้าพูดแล้วอึมครึม” นางชวนน้องชายไปดูการแสดงกายกรรมที่มีกลุ่มคนพเนจรมาแสดงการตลาด หลินเฟยหลิงตื่นตาตื่นใจที่ได้ชมความแปลกใหม่
นางกลับเข้าจวนด้วยอารมณ์เบิกบานใจ
“นายหญิงไปไหนมาเ้าคะ” สาวใช้ถามขึ้นด้วยความกระวนกระวายใจ
“ข้าไปเที่ยวมาสนุกจะตาย ชวนเ้าก็ไม่ไป” นางอวดความสนุกให้สาวใช้ฟัง
“แม่ทัพสั่งไว้ว่าให้ข้าคอยดูแลนายหญิงเ้าค่ะ นายหญิงหายไปทั้งวันอย่างนี้ข้าก็เป็ห่วงท่าน”
“อ๋อ ที่แท้ก็กลัวโดนทำโทษนี่เอง ข้าไม่ทำเ้าซวยหรอกน่า” นางไม้โบกมือไม่อยากใส่ใจ เดินหนีเข้าห้องอาบน้ำไป สาวใช้ได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ
หลินเฟยหลิงนอนพลิกตัวไปมา มือก่ายหน้าผากใช้ความคิด หรือโลกใบใหม่นี้เราต้องอยู่ให้ได้ บางทีหากตายไปอาจไม่ได้เกิดอีก หรือไม่ก็เกิดเป็สัตว์เดรัจฉานล่ะ แค่คิดก็กลุ้มกบาล ดูท่าแล้วผู้ชายยุคสมัยนี้เป็ใหญ่เสียด้วยสิ คงมีเมียมีลูกเป็โขยง ช่างอยู่ยากจัง จะตายตามใจก็ไม่ได้ จะหนีไปจากที่นี่ก็คงจะเหมือนนี้เสือปะจระเข้หรือเปล่านะ วนเวียนอยู่แถวๆ นี้อาจจะปลอดภัยกว่า
ฟลินเฟยหลิงเดินย่อยหลังอาหารเช้า นางเดินไปรอบๆ จวน เลาะไปตามรั้วกำแพงพบเพียงความว่างเปล่า
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นางอยู่อย่างเงียบสงบในจวน แม่ทัพหวงฟู่เฉินเสร็จภารกิจจึงรีบกลับเข้าจวนมาหานาง หลินเฟยหลิงไม่รู้ว่าวันนี้แม่ทัพหวงจะกลับมานางนึกสนุกปีนป่ายขึ้นต้นไม้เก็บลูกพลับที่มีมากมายเอาไว้กิน
“อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย ข้าไม่มีของว่างไว้กระแทกปากเลย” นางบ่นอย่างเบื่อหน่าย หลินเฟยหลิงนั่งบนกิ่งไม้ชิมผลพลับลูกหนึ่งสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลจนอดใจไม่ไหว กลืนน้ำลายไปหลายอึก
ภาพภรรยาสาวถลกชายกระโปรงยาวขึ้นนั่งบนกิ่งไม้แทะลูกพลับ อีกมือเอาผลพลับใส่ในกระโปรงทำเป็ถุงแล้วมัดเอวเป็ปมเอาไว้ ถึงจะมีกางเกงด้านในก็ตามแต่สำหรับผู้หญิงมันคือสิ่งน่าอายอย่างยิ่ง
“อาหลิง! ลงมาเดี๋ยวนี้!” เขาะโแทบสติแตก กลับมาเหนื่อยๆ แทนที่ภรรยาจะรอต้อนรับปรนนิบัติ แต่นี่เขากลับเจอลิงค่างทำแต่สิ่งไร้ยางอาย หลินเฟยหลิงสะดุ้งสุดตัว ใกับเสียงทุ้มห้าวดังอยู่ด้านล่าง จนลูกพลับหลุดมือหล่นใส่หน้าเขา
ปุก!!!
ลูกพลับครึ่งลูกตกจากที่สูงกระแทกหน้าแม่ทัพหวงเต็มเปา
“เฮ้ย! ตายแน่งานนี้” นางได้แต่มองดูอย่างสิ้นคิด ชายหนุ่มหลับตา เม้มริมฝีปากแน่น หน้าเขาเริ่มแดงหูแดงด้วยความโมโห เขากำมือแน่นหน้าตาเอาเื่ใช่ย่อย
“ลงมา!”
เขาเปลี่ยนจากะโเป็ตะคอกชี้หน้าหมายหัว
“เอ้า! ลงทางไหนล่ะ ลงไม่เป็ ทำยังไงละเนี่ย” นางหันซ้ายหันขวาหาทางลงจากต้นไม้ไม่ได้ บ่าวไพร่ที่อยู่ด้านล่างได้แต่ยืนมองซุบซิบก้มหน้าหวาดหวั่น หลินเฟยหลิงลังเลไม่กล้าลงจากต้นไม้ อีกอย่างนางไม่รู้ว่าแม่ทัพหวงจะทำอะไรกับนางบ้างจึงค้างอยู่อย่างนั้น พลันกระโปรงที่ผูกปมเป็ถุงใส่ผลพลับก็เลื่อนหลุดออกเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว ผลไม้หล่นกระจัดกระะจายตกใส่คนที่อยู่ด้านล่างรวดเร็ว ทุกคนร้องโอดโอยกันระงมด้วยความเจ็บ หลบหลีกกันจ้าละหวั่น
“ไปกันใหญ่แล้ว” นางเอามือปิดปากลืมตัว พอนึกได้ก็คว้ากิ่งไม้ไม่ทัน ร่างเล็กร่วงหล่นลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว แม่ทัพหวงใช้ความไวรับตัวนางไว้ได้ แต่ความแรงทำให้นางล้มทับตัวเขาจนเซล้มลงกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้สึกเจ็บเล็กน้อยแต่ด้วยความโมโหแทบควบคุมไม่อยู่ จับแขนนางเอาไว้เหวี่ยงขึ้นพาดบ่าเข้าห้องไป
หลินเฟยหลิงใอย่างมาก ที่ถูกผู้ชายอุ้มขึ้นมาอย่างนี้ ทั้งอายทั้งกลัว ใช้มือเล็กทุบตีหลังของเขาก็ไม่เป็ผล ชายหนุ่มไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย หัวของนางแกว่งไปแกว่งมาจนรู้สึกวิงเวียนไปหมด แม่ทัพหวงปล่อยนางแล้วโยนลงพื้นอย่างแรงจนหญิงสาวล้มไถถลาครูดไปกับพื้น
“โอ้ย! เจ็บชิบหาย” นางสบถหยาบคาย
“เ้าเสียสติไปแล้วหรือ สร้างแต่เื่ไปทั่ว วันนี้ข้าจะลงโทษดึงสติเ้า” เขาเค้นเสียงเข้ม เดินไปหยิบแส้เส้นใหญ่ย่างสามขุมเข้ามา หลินเฟยหลิงกลัวตัวสั่นถอยหลังกรูดสั่นหัวเร็วรัว
“ไม่เอาๆ ข้าจะไม่ทำแล้วไม่เอาๆ” นางร้องเสียงหลงหวาดกลัว เขาไม่สนใจหวดแส้ฟาดลงที่หลังอย่างแรงไปหนึ่งที
“โอ้ย!ฮือๆ!” หญิงสาวร้องเ็ปน้ำตาไหลพราก นอนคว่ำหน้ากับพื้นตามแรงฟาด
สาวรับใช้เฒ่ารีบเข้าห้ามท่านแม่ทัพหวงโดยไว ขอร้อง สงสารนางจับใจ
“ท่านเ้าคะพอเถอะเ้าค่ะ ได้โปรด ข้าดูแลนางไม่ดีเอง ฮือๆ”
หญิงชราคุกเข่าอ้อนวอน กอดขาเขาพลางสะอื้น แม่ทัพหวงยืนนิ่งหายใจถี่ด้วยความโมโห ขบกรามแน่นปูดโปนมือยังกำแส้ไว้แน่น
“ข้าจะฟาดพวกเ้าทั้งจวนดีไหม” เขาตวาดดุดัน บ่าวไพร่ต่างนั่งลงคุกเข่าน้อมรับความผิด เขามองหน้าทุกคนอย่างเอาเื่ บ่าวไพร่ได้แต่ก้มหน้า ส่วนภรรยานั้นนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มฟาดแส้ลงกับพื้นเปล่ากระแทกทิ้ง เพราะทำอย่างใจไม่ได้ ถ้าฟาดอีกผิวบอบบางนั้นคงเืสาดเป็แน่ เขาถกขาออกจากมือชราอย่างขัดใจ หุนหันออกจากห้องไป