บทที่ 72
แข็งแกร่งเพียงพอ!
‘ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน เริ่มทำงาน!’
เสียงนั้นเหมือนค้อนหนักๆที่ทุบลงมากลางใจอู๋ตี้ ซึ่งมันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงไปด้วยความตื่นเต้น
ระบบที่เขาทั้งรักทั้งเกลียดนั้น ท้ายสุดก็เริ่มทำงานแล้ว!
เป็นระบบที่ยั่วยุง่ายจังเลย นี่ถ้าไม่บ่นบ่อยๆก็จะไม่เริ่มทำงานสินะ?
แต่นี่นับเป็นโชคของเขา เพราะการที่ระบบนี้ทำงานได้ นั่นหมายถึงเขามีโอกาสที่จะโต้กลับขึ้นมาแล้ว
ดวงตาของอู่ตี้เปล่งประกายแสงขึ้นมาและความมั่นใจของเขาก็เพิ่มมากขึ้น เขาพูดในใจ
‘ช่วยแลกเปลี่ยนยาเคลื่อนไหวชั่วพริบตาที...’
ที่เขาเลือกเจ้าสิ่งนี้นั่นก็เพราะว่าอันดับแรกเลย หลังจากใช้ยาเคลื่อนไหวชั่วพริบตาแล้ว ถึงแม้มันจะไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่ายาเร่งสมรรถนะร่างกายก็จริง แต่เมื่อมันหมดฤทธิ์ เขาจะไม่ต้องมาทนแบกรับความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าจากทั่วทั้งร่างแบบครั้งที่แล้วอีก ความเจ็บปวดขนาดนั้นน่ะ ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว
อย่างที่สอง ในตอนนี้น้ำหนักเขาลดลงไปเยอะแล้ว หลังจากที่แลกเปลี่ยนเอาประคำอัสนีไปเมื่อครั้งก่อน ดูเหมือนตอนนี้เขาจะเหลือไขมันอยู่อีกแค่ 2.5 กิโลกรัมแล้ว เพราะงั้นถ้าเลือกเอายาเคลื่อนไหวชั่วพริบตาที่ใช้น้ำหนัก 2.5 กิโลกรัมมามันน่าจะเป็นอะไรที่คุ้มที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงสังเคราะห์นั้นตอบกลับ มันก็ทำเอาอู๋ตี้ถูกกระตุ้นให้ด่ามันขึ้นมาทันที
‘การแลกเปลี่ยนล้มเหลว! หลังจากทดสอบแล้ว น้ำหนักไขมันปัจจุบันอยู่ที่ 1.54 กิโลกรัมเท่านั้น การแลกเปลี่ยนต้องใช้ไขมัน 2.5 กิโลกรัม น้ำหนักของร่างกายทั้งหมด 81 กิโลกรัม ไม่สามารถแลกเปลี่ยนยาเคลื่อนไหวชั่วพริบตาได้’
ห้ะ? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันถึงแลกเปลี่ยนมันไม่ได้?
ดูเหมือนว่าตัวระบบนั้นจะได้ยินคำถามในความคิดของอู๋ตี้ เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีก
“ปริมาณไขมันของร่างกายไม่ควรจะต่ำกว่า 0.5 กิโลกรัม ไม่อย่างนั้นแล้วการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายของเจ้าของร่างจะได้รับความเสียหาย มันร้ายแรงจนสามารถทำให้ถึงตายได้เลย กรุณาเลือกใหม่”
บ้าอะไรวะเนี่ย!
อู๋ตี้นั้นถอนหายใจด้วยความรู้สึกช่วยไม่ได้จากในใจ ตอนนี้มันเหลือแค่ยาเพิ่มสมรรถนะอย่างเดียวแล้ว
ตรงหน้าเขาตอนนี้มีชายชุดดำอยู่เป็นโหล จูเฉิงและหลานเสวี่ยเองก็ดูจะรับมือได้อีกไม่นานซักเท่าไหร่แล้ว ยังไงซะเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องที่ยากจนเป็นปกติอยู่แล้ว จะมีใครบ้างที่จะสามารถรับมือ 4 มือไว้ด้วย 2 มือของตนเองน่ะ? แม้ว่าคนคนนั้นจะเก่งกาจขนาดไหน แต่กับสถานการณ์ที่โดนห้อมล้อมแบบนี้ยังไงซะพวกเขาจะมาใจเย็นค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้หรอก
จริงๆแล้วท่ามกลางชายชุดดำเหล่านี้ยังมีชาย 2 คนที่แข็งแกร่งกว่าปกติรวมอยู่ด้วย เพราะฝีมือของสองคนนี้ ขนาด จูเฉิงยังได้รับบาดแผลมามากมาย และแผลพวกนั้นก็มาจากการโดนมีดฟันนั่นแหละ
‘ก็ได้ แลกเอาเจ้านั่นมาเลย! ไม่งั้นมันจะสายเกินไปแล้ว!’ อู๋ตี้กัดฟันและเอ่ยออกมาทันที
‘ยาเพิ่มสมรรถนะ แลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น ใช้ไขมัน 0.5 กิโลกรัม’
ในท้ายสุดเจ้าระบบก็ยังคงไว้หน้าเขาบ้าง
มองไปยังเม็ดยาสีแดงบนฝ่ามือ อารมณ์ที่แสดงออกบนสีหน้าของอู๋ตี้ก็ยุ่งเหยิงไปหมด
ยานี่น่ะ มันก็ไม่ต่างอะไรกับระบบหรอก ทั้งรักทั้งเกลียด จะบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ แต่ถ้าโดนกับตัวจะรู้เลยว่าผลลัพธ์หลังยาหมดฤทธิ์นั้นมันร้ายกว่าขนาดไหน
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ใครจะไปสนเรื่องนี้กัน?
ในทันทีที่เขามองไปตรงหน้า อู๋ตี้ก็กินยาลูกกลอนนี้ลงไปด้วย
ความร้อนจากในตัวของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความเร่าร้อนเหล่านั้นก็กระจายไปตามแขนขาและกระดูกอีกนับร้อยๆชิ้นในร่างกาย ยาเพิ่มสมรรถนะที่เพิ่มพลังกายได้กว่าอีก 10 เท่า เริ่มทำงาน!
ตอนนั้นเอง ชายชุดดำคนหนึ่งที่ถือมีด สามารถเปิดช่องโหว่ได้พอดี เขาคนนั้นสามารถหลบการโจมตีของจูเฉิงและหลานเสวี่ยได้และเข้าไปฟันอู๋ตี้ด้วยมีดสั้นทันที
เพราะเขานั้นเห็น ว่าท่ามกลาง 3 คนที่ยืนอยู่ อู๋ตี้อยู่ด้านในสุด และคนที่อยู่ในสุดก็คือคนที่น่าจะเสี่ยงดวงด้วยมากที่สุด เพราะไหนๆอู๋ตี้ก็เป็นอาชญากรอันดับหนึ่งที่ตระกูลต้องการอยู่แล้ว การที่ฆ่าเขาได้นั่นหมายถึงเขาก็จะบรรลุความสำเร็จก้อนใหญ่ในหน้าที่การงานอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
มองไปยังอู๋ตี้ที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ชายชุดดำก็ง้างมีดและฟันลงไปพลางคิดไปด้วยว่าเย่เฉินจะกล่าวชมอะไรเขาบ้าง หน้าที่การงานคงจะไหลลื่นและคุณภาพชีวิตคงจะดีขึ้นจนเป็นจุดสูงสุดของชีวิตเป็นแน่แท้
จูเฉิงและหลานเสวี่ยต่างพากันตกใจ เพราะตอนนี้พวกเขานั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยชายชุดดำ มันเลยทำให้ไม่มีใครปลีกตัวไปช่วยอู๋ตี้ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือการตะโกนออกไป “ระวัง!”
อย่างไรก็ตาม อู๋ตี้ที่ยืนนิ่งอยู่นั้นก็ยังคงไม่รู้สึกตัว เขาเหมือนท่อนไม้แข็งทื่อที่ค่อยๆก้มหัวลงไปทีละนิดๆราวกับกำลังจะล้มลงไปแบบไร้จิตวิญญาณเสียอย่างนั้น
ทันใดนั้นเอง!
*ตู้ม!*
เกิดเสียงปะทะกันขึ้นกลางอากาศ และนอกจากนั้นก็ยังมีขี้เลื่อยกระจายไปทั่วทั้งห้องอีกด้วย ในมือของอู๋ตี้ตอนนี้มีเพียงแค่แท่งไม้เหลืออยู่แท่งเดียวเท่านั้นจากก่อนหน้านี้มันเป็นเก้าอี้ไม้ทั้งตัว
ชายชุดดำผู้ที่พุ่งเข้าหาเขาได้หายไปแล้ว พวกเขาเกือบทั้งหมดแทบไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งเริ่มรู้สึกได้ ทุกๆคนก็ต่างพากันช็อกไปหมด เพราะว่าชายชุดดำคนดังกล่าวนั้นกระเด็นฝังติดเข้าไปในกำแพงโดยห่างจากอู๋ตี้ไปถึง 5 เมตร และไม่เพียงเท่านั้น ร่างนั้นยังกระอักเลือดมากมายอีกด้วย
สีหน้าของทุกคนไปในทางทิศเดียวกันหมดนั่นคือช็อก พวกเขามองชายชุดดำที่ติดเข้าไปในกำแพง กำแพงที่ทำจากคอนกรีตเสริมแรงที่ซึ่งตอนนี้มีรอยร้าวพร้อมที่จะแตกอยู่เต็มไปหมด
เหตุการณ์ตรงหน้าทุกอย่างมันหยุดชะงักกันไปหมด ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครต่างหยุดอยู่กับที่ของตนเอง
“ดีมากเจ้าหนุ่ม! พลังนั่นแหละ พลังที่แข็งแกร่งนั่น!”
ทันใดนั้นเอง จูเฉิงที่สงบเยือกเย็นมาตลอดก็หลุดหัวเราะออกมา แสงสีเงินพุ่งผ่านออกมาจากแขนอีก 2 ครั้งและมันก็ทำให้ชายชุดดำล้มลงไปกับพื้นอีก 2 คน
ในตอนนี้ ชายชุดดำรวมกลุ่มกัน 5 คนพร้อมมีดคนละเล่มได้วิ่งเข้าโจมตีอู๋ตี้พร้อมๆกันแล้ว
อู๋ตี้ที่ซึ่งยังยืนอยู่ที่เดิมนั้นเงยหน้าขึ้นในอากาศ และทันใดนั้นเอง คลื่นพลังวิญญาณของเขามันก็แผ่กระจายออกมาอย่างล้นหลามจนแทบจะข่มทุกคนให้อยู่หมัด
พลังที่มากกว่าคนปกติ 10 เท่านั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย แม้แต่บรูซลีเองที่โลกจารึกไว้ว่าคือเทพเจ้าแห่งศิลปะการต่อสู้ หลังจากฝึกฝนมานับสิบปี ตัวเขาก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนทั่วๆไปแค่ 4-5 เท่าเท่านั้น
ถึงแม้ว่าอู๋ตี้จะไม่ได้มีทักษะด้านศิลปะการต่อสู้ที่มากมายเทียบเท่า แต่เขาก็สามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ด้วยความแข็งแกร่งของตัวเขาเองที่ซึ่งก้าวผ่านขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว
เพราะฉะนั้นแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งอันมหาศาลนี้ เขาจึงกลายเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งดังกล่าวเป็นทุนไปแล้ว
*ผั้วะ ผั้วะ ผั้วะ ผั้วะ*
แท่งไม้ที่อยู่ในมืออันสุดท้ายนั้นกลายเป็นฝุ่นผงไปอีกอันหลังจากเสียงที่ฟังดูทารุณกรรมดังขึ้น
ก่อนที่มันจะกลายเป็นผงขี้เลื่อยไปนั้น มันก็หวดเอาคน 4 ใน 5 ที่พุ่งเข้าหาอู๋ตี้ ล้มลงไปนอนกองกันหมดด้วย
ชายคนที่เหลืออีก 1 คนที่ไม่ได้ล้มลงไปนั้น ไม่ใช่เพราะว่าเขาแข็งแกร่งแต่อย่างใด แต่เพราะว่า 4 คนก่อนหน้านั้นรับแรงปะทะจนไม้ป่นไปก่อนแล้ว เพราะงั้นคนที่ 5 อย่างเขาจึงยังปลอดภัยดี
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามองไปยังพวกพ้องที่ลงไปนอนหมอบอยู่แทบเท้าตนแล้ว ชายชุดดำคนที่ 5 ก็เกิดอาการสั่นกลัวและมึนงงกับสถานการณ์ ขนาดมีมีดในมือยังทำอะไรไม่ถูก
หมอนี่ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า? ไม่ มันต้องเป็นปีศาจแน่ๆ!
แต่อู๋ตี้นั้นก็ไม่ได้สนใจเลยว่าเขาจะยังอยู่หรือไปแล้ว
เสียงโครมครามดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และมันเป็นเสียงของชายคนสุดท้ายนั้นโดนเตะเข้าที่กลางอกเต็มๆ
ความรุนแรงนั้นราวกับร่างของเขาโดนสายฟ้าฟาดลงมาเลย ทั้งๆที่มันคือการเตะแท้ๆ
บนกำแพงนั้นเกิดเสียงปะทะดังขึ้นอีก และเมื่อหันไปมองก็พบว่า ร่างของชายที่กำลังกระอักเลือดนั้นถูกฝั่งลงไปในกำแพงอย่างรุนแรงและสลบไปในทันที
ชายชุดดำที่เหลือช็อกไปหมดแล้ว
เพียงชั่วพริบตา อู๋ตี้ก็จัดการชายชุดดำไปถึง 6 คน
ความกลัวแผ่กระจายอยู่ภายในชายชุดดำเหล่านั้น พวกเขาจะสู้ได้อย่างไร? ใครออกตัวก่อนก็ถึงคราตายกันหมด!
ท้ายสุดแล้วเหล่าชายชุดดำทั้ง 12 คนก็เริ่มที่จะพากันถอยทีละนิดๆ
มัจจุราชยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ไม่มีใครอยากพุ่งเข้าไปตายกันหรอก
แต่อู๋ตี้นั้นไม่ได้คิดจะยอมอ่อนให้ ผลของยาเพิ่มสมรรถนะนั้นคงอยู่ได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น เพราะงั้นเขาจึงต้องเร่งเคลียร์เรื่องนี้ให้หมดภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น
เขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยจังหวะเท้าแบบกังฟู ภายในตอนนี้ อู๋ตี้ก็เหมือนเสือที่สวมนังแกะอยู่ และตอนนี้เสือตนนั้นก็เข้าขย้ำกลุ่มของชายชุดดำแล้ว
*โครม!*
*ตู้ม!*
“อ๊าาาาาาาา!”
“ไม่นะ อย่า!!”
“ฉันยอมแล้ว! ยอมแพ้แล้ว! อ๊าาาา!”
ครู่หนึ่ง เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากทั่วทุกมุม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อู๋ตี้หยุดลง ชายชุดดำถูกจัดการเรียงคนและกระเด็นออกไปจนกระทั่งคนสุดท้ายถูกจัดการและฟุบลงไปกับพื้น
อู๋ตี้ที่กินยาเสริมสมรรถนะลงไปนั้น มีพลังที่น่ากลัวสุดๆ
ถึงแม้ว่าชายชุดดำเหล่านี้จะเป็นอันธพาลที่มีฝีมือระดับหนึ่งของตระกูลเย่ แต่ในตอนนี้พวกเขาก็ไม่ต่างจากเด็กอนุบาลในเนอสเซอรี่ที่ต้องมาเจอกับผู้ใหญ่อย่างอู๋ตี้ ผู้ที่ซึ่งมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า
ในตอนนี้ นอกจากซูหลี่เหยาและหลี่จุนเองก็ไม่เหลือใครที่ยืนหยัดขึ้นมาได้อีกแล้ว พวกเขานอนกลิ้งไปตามพื้นและร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
อู๋ตี้ก้าวเท้าลงไปบนพื้นและเดินตรงดิ่งไปยังหลี่จุนแบบไร้ความรู้สึก
ขณะเดียวกันหลี่จุนก็มีเหงื่อซึมไปทั้งหน้าแล้ว เขามองดูอู๋ตี้ที่เดินเข้ามาโดยที่ไม่กล้าที่จะขยับไปไหน
เขายอมรับเลยว่าตลอดเขาได้เห็นอะไรที่มันน่าเหลือเชื่อมากมายตั้งแต่ที่เขาขึ้นมานั่งในตำแหน่งเสาหลักคฤหาสน์มังกรมรกตแห่งนี้ แต่วันนี้มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อสุดๆแล้ว
หัวใจของเขามันล่วงไปกลิ้งอยู่บนพื้นหลายครั้งก่อนที่บรรยากาศมันจะบีบคั้นให้เขาพูดออกไปด้วยเสียงที่แหบพร่า “ก-แกกล้าที่จะมีเรื่องกับตระกูลเย่งั้นเหรอ? ไม่รู้หรือไงว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงน่ะ!”
*แกร็ก*
อู๋ตี้ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่ค่อยๆก้าวเท้าย่ำไปด้านหน้าทีละนิดๆ จนกระทั่งเท้าของเขาเหยียบลงไปบนเท้าของหลี่จุน แต่ทว่ามันกลับไม่รู้สึกหนักเลย แต่หลังจากนั้นไม่นาน แรงเหยียบมันก็เพิ่มขึ้น
*กริ๊ก*
“อึก---”
หลี่จุนเริ่มร้องออกมาขณะที่เท้าเขาโดนเหยียบแรงขึ้นเรื่อยๆ
บอกทุกๆคนในตระกูลเย่ของนายไว้นะว่า! ใครก็ตาม ถ้ามารังควานฉันอีก พวกมันจะได้เจอจุดจบกันหมดแน่!”