ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 37 : ชะตากรรมของตระกูลชิง

    หลังจากสงบสติอารมณ์ ปรมาจารย์ซูหยานก็กลับมานั่งลงตามเดิม “หยางเซี่ย ข้าถือว่าเจ้าเป็นผู้ที่ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด และเจ้าไม่เคยทำให้ข้าต้องผิดหวัง…”


    “แม้ในครั้งนี้เจ้าจะสร้างความเสียหายให้แก่ข้าอย่างใหญ่หลวง แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็จะยังให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง แต่หากเจ้าทำผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง…” มันกล่าวตัดจบประโยคเพียงแค่นั้น แต่ทุกคนที่ได้ยินก็เข้าใจได้ว่าปรมาจารย์ซูหยานต้องการจะสื่อถึงอะไร 


    ดวงตาที่เคยสิ้นหวังของหยางเซี่ยเป็นประกาย มันรีบคุกเข่าอีกครั้งด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังอีกแล้ว”


    แม้จะได้รับการอภัยโทษ แต่มันรู้ดีว่าแค่นี้คงไม่พอที่จะทำให้ปรมาจารย์ซูหยานไว้วางใจมันอีกครั้ง


    ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดมันต้องคิดหาทางสังหารจางหลินลงให้ได้!


    เมื่อนั้นความโกรธและความขุ่นเคืองในใจของปรมาจารย์ซูหยานที่มีต่อมันจะถูกขจัดให้หายไป!


    ชิงเหลียนเฟิงที่เห็นช่องว่างให้สนทนาก็รีบเข้ามาประชิดปรมาจารย์ซูหยานอย่างร้อนใจ “ท่านปรมาจารย์ซู แล้วพวกเราตระกูลชิงจะทำอย่างไรต่อไป? ท่านมีวิธีแก้ปัญหาหรือไม่?”


    ใบหน้าของปรมาจารย์ซูหยานดำคล้ำดุจก้นหม้อ มันกล่าวตอบและกัดฟันในเวลาเดียวกัน “ทุกอย่างจบลงแล้ว! ตระกูลชิงหมดหนทางที่จะต่อต้านเรื่องนี้อีกต่อไป!”


    ใบหน้าของชิงเหลียนเฟิงซีดเผือดด้วยความสิ้นหวัง ดุจดั่งโลกทั้งใบของมันพังทลายลงมา


    ชิงเหลียนเฟิงเป็นเพียงบุคคลที่อยู่ในเมืองหยางโจวอันห่างไกลจากศูนย์กลางของแคว้นฉู่ มันจึงไม่ได้รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของหยุนเหวินอย่างที่ปรมาจารย์ซูหยานเข้าใจ


    ปรมาจารย์ซูหยานรู้ดีว่าหากหยุนเหวินได้ลั่นวาจาอะไรออกไป เขาย่อมต้องทำมันจนสำเร็จ ต่อให้มีอุปสรรคหรือมีผู้ใดมาขวางทาง เขาก็จะเข่นฆ่าไปตลอดทั้งเส้นทางเพื่อให้วาจาของเขายังคงศักดิ์สิทธิ์!


    นั่นคือวาจาอาญาสิทธิ์ที่ไม่เคยมีผู้ใดสามารถโต้แย้งได้!


    แม้แต่คนอย่างปรมาจารย์ซูหยานก็ไม่กล้าที่จะเอาตัวเองเข้าไปขวางเพื่อปกป้องหรือช่วยเหลือตระกูลชิง มิเช่นนั้นคนที่จะเดือดร้อนจะกลายเป็นตัวของมันเอง


    ท่ามกลางความสิ้นหวังของชิงเหลียนเฟิง แต่ปรมาจารย์ซูหยานกลับกล่าวเสริมว่า “แต่ในวิกฤตก็มีโอกาสอยู่ ต่อให้ท้ายที่สุดหยุนเหวินจะถอนพิษให้แก่จางหลินได้ ทว่าพวกมันจะไม่มุ่งเป้ามาที่พวกเราสำนักจักรพรรดิพิรุณอย่างแน่นอน เพราะพิษแช่แข็งกระดูกนั้นมีต้นกำเนิดมาจากสำนักจักรพรรดิเหมันต์


    “หากจางหลินมีความสำคัญเพียงพอ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจางหลินอย่างชายชราผู้นั้นอาจจะกำหนดเป้าหมายไปที่สำนักจักรพรรดิเหมันต์แทน!”


    รอยยิ้มที่ชั่วร้ายเผยให้เห็นที่มุมปากของปรมาจารย์ซูหยาน ก่อนที่มันจะกล่าวต่อว่า “หลังจากนั้นพวกเราจะไม่มีส่วนเกี่ยวในสมการในความเข้าใจของคนผู้นั้นอีกต่อไป และพวกเราอาจจะสามารถยืมมือชายชราผู้นั้นเพื่อที่จะกำจัดผู้แข็งแกร่งจากสำนักจักรพรรดิเหมันต์ที่ถือเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดไปได้ หากเป็นเช่นนั้นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในท้ายที่สุดก็คือสำนักจักรพรรดิพิรุณเอง”


    ‘ชายชราผู้นั้น’ ที่ปรมาจารย์ซูหยานกำลังพูดถึงคือคนผู้หนึ่งจากแคว้นฉู่ที่มันได้ยินมาจากชิงเหลียนเฟิงก่อนหน้านี้


    นั่นยังเป็นเหตุผลหลักที่มันไม่มีความคิดที่จะใช้ความรุนแรงทุกประเภทในการแย่งชิงสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 มาจากตระกูลจางไม่ว่าจะต้องพบเจอกับวิกฤตเพียงใดก็ตาม


    เพราะหากเป็นเช่นนั้นมันก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายได้


    และหากเหตุการณ์ในวันนี้ไม่มีหยุนเหวินเข้ามาเกี่ยวข้อง ปรมาจารย์ซูหยานมั่นใจได้ว่าชายชราผู้นั้นจะต้องลงมือกับมันและหยางเซี่ย หรือแม้แต่สำนักจักรพรรดิพิรุณอย่างแน่นอน


    ถือว่ายังดีที่การกระทำโดยไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจของหยางเซี่ยดึงดูดเพียงแค่หยุนเหวินเท่านั้น หากมันได้ดึงดูดผู้ที่อยู่เบื้องหลังของจางหลินมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชีวิตของมันอาจจะจบสิ้นไปในทันที!


    สุดท้ายชิงเหลียนเฟิงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าคอตก การมองเห็นของมันมืดลงอย่างฉับพลัน ขาทั้งสองของมันรู้สึกอ่อนแรงจนเกือบจะล้มลง หากแต่มีชิงเยว่รีบเข้ามาประคองไว้


    ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าวันหนึ่งรากฐานของตระกูลชิงที่บรรพชนเคยสร้างมาตลอดหลายร้อยปีจะต้องจบลงในยุคสมัยของมัน


    ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายทางธุรกิจหรือแม้แต่เครือข่ายข่าวสารใต้ดิน ตระกูลชิงอาจจะถูกถอนรากถอนโคนทั้งหมดหากมันไม่ได้อพยพไปยังเมืองชิงโจวอย่างที่หยุนเหวินลั่นวาจาไว้


    และพวกมันจำเป็นต้องไปอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกับศัตรูตัวฉกาจที่เคยต่อสู้กันในศึกสงครามเมื่อหลายสิบปีก่อน...


    นั่นคือเมืองชิงโจว!


    หากไม่มีตัวแปรอย่างจางหลินที่พูดถึงว่าชิงเยว่เป็นศิษย์ของสำนักจักรพรรดิพิรุณ ตระกูลชิงจะต้องมาประสบกับความโชคร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร? 


    และไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากที่ตระกูลชิงอพยพไปสู่เมืองชิงโจว ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในสถานการณ์นี้คือตระกูลจางที่จะเข้ามาแทนที่ตระกูลชิงในทันที!


    เมื่อตระหนักได้ดังนั้นดวงตาของชิงเหลียนเฟิงพลันส่องประกายด้วยเจตนาฆ่า!


    [จางหลิน!]


    [จางหยินเซียว!]


    [ตระกูลจาง!]


    [ข้าจะจดจำความแค้นนี้ไว้!]


    ชิงเยว่ประคองร่างของชิงเหลียนเฟิงให้นั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ “ท่านพ่อ ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”


    “ข้าไม่เป็นไร…” ชิงเหลียนเฟิงที่พอจะสงบสติอารมณ์และยอมรับชะตากรรมของตนเองได้ก็รีบโบกมือให้แก่ชิงเยว่ ก่อนที่มันจะมองใบหน้าของบุตรสาวของมัน และย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “นับจากนี้ เจ้าต้องทำให้ดีที่สุดในสำนักจักรพรรดิพิรุณ เพื่อให้พวกเราเป็นที่เชิดหน้าชูตาในเมืองชิงโจวให้ได้… หากเจ้ามีอำนาจมากพอ แม้แต่เจ้าเมืองชิงโจวก็ไม่มีความกล้าที่จะพูดอะไรแม้แต่ครึ่งคำ”


    ชิงเยว่พยักหน้าอย่างหนักหน่วง “ท่านพ่อไม่ต้องกังวล เยว่เอ๋อร์จะทำให้ดีที่สุด”


    ในตอนนี้ชะตากรรมของตระกูลชิงได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ตระกูลชิงจะไม่มีวันมาบรรจบกับตระกูลจางอีกต่อไป นี่เป็นสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกผิดในใจเล็กน้อยที่ตนต้องเป็นต้นเหตุให้ตระกูลชิงต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์นี้


    ในขณะเดียวกันนั้นปรมาจารย์ซูหยานที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาว 


    [ตอนนี้ข้าคงหมดหนทางที่จะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 แล้ว...]


    [เพียงแต่ข้ายังมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากจักรวรรดิติงหยวนอยู่]


    [และอีกอย่างข้ายังได้รับลูกศิษย์ที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นอัจฉริยะในบันทึกสีทองในภายภาคหน้า]


    [ถือได้ว่าการเดินทางมายังเมืองหยางโจวในครั้งนี้ไม่สูญเปล่าสักเท่าใดนัก]


    จากนั้นปรมาจารย์ซูหยานก็โบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันออกไป ชิงเหลียนเฟิงก็ได้สั่งให้สมาชิกของตระกูลชิงรวบรวมสัมภาระและของมีค่าทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพไปอาศัยในเมืองชิงโจวในอีกสามวันข้างหน้า


    โดยที่ชิงเยว่จะต้องติดตามปรมาจารย์ซูหยานไปที่สำนักจักรพรรดิพิรุณในทันที


    หลังจากที่หยางเซี่ยออกมาจากห้อง ดวงตาของมันก็พลันลุกโชนด้วยความแค้นที่ยังไม่หายไป!


    [ข้าเป็นผู้ที่ทำให้อาจารย์ต้องเสียโอกาสในการครอบครองสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 ไป]


    [ฉะนั้นแล้วเรื่องนี้ข้าจำเป็นต้องแก้ไขด้วยตนเอง!]


    [เจ้าพวกตระกูลจาง...พวกเจ้าล้างคอรอรับหายนะที่จะเกิดขึ้นไว้ได้เลย!]


    หยางเซี่ยไม่ได้รู้ตัวเลยว่า การตัดสินใจด้วยอารมณ์ในครั้งนี้เพียงครั้งเดียวจะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นสำนักกับจักรพรรดิพิรุณในภายภาคหน้า และมันได้ทำให้โลกแห่งการต่อสู้ทั้งหมดของแคว้นฉู่ต้องเปลี่ยนไป…