หลังจากที่รู้ว่าฉางเฟิงไม่ได้เป็นอะไรพวกสมุนไรเทพและภูติน้อยก็พากันจัดงานฉลองให้กับฉางเฟิงสำหรับความสำเร็จก้าวใหญ่ในตอนนี้ฉางเฟิงไม่ใช่ตัวตนที่จะดูถูกได้อีกต่อไปแล้ว จากนั้นฉางเฟิงก็ได้ปรุงยาแจกจ่ายให้กับพวกสมุนไพรเทพและพวกมู่เฟยเสวี่ยเพื่อให้ทุกคนฝึกฝนกันง่ายขึ้น
มู่หลานและเย่เฉียนยังคงดูแลเสี่ยวเสี่ยวอย่างใกล้ชิดเห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างของนางทำให้ตัวร้อนเหมือนเป็นไข้แต่ก็ไม่ร้ายแรงมากแค่ยังไม่ได้สติซึ่งซีรั่วหยานก็มาตรวจสอบแล้วและรู้ว่าไม่ได้อันตรายอะไรแค่เมื่อเสี่ยวเสี่ยวบรรลุเซียนมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น
“เราจะเอายังไงกับคนนอกพวกนั้นดีแม้พวกมันจะหนีไปยังชายขอบของสวนสมุนไพรแต่พวกมันก็ยังไม่ออกไปอยู่ดี” โสมมังกรกล่าวถามพวกฉางเฟิงและซีรั่วหยานเห็นได้ชัดว่าพวกเขายอมรับฉางเฟิงเป็นนายของพวกเขาจริงๆแล้ว
“เจ้าคิดว่าไง”ซีรั่วหยานหันไปทางฉางเฟิง
“จากที่ข้ารู้ตอนนี้สามนิกายได้เข้าร่วมกับวังสวรรค์อย่างเต็มตัวแล้วเรียกได้ว่าเป็นคนของวังสวรรค์อย่างเต็มตัวส่วนตระกูลเซียนบางกลุ่มเพราะไม่มีทางเลือกถึงต้องยินยอมติดตามวังสวรรค์” ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็แยกออกเป็นสองกลุ่มกลุ่มแรกพวกนั้นเกินความเยียวยาแล้วไม่สามารถทำอะไรได้มีเพียงกำจัดภัยในอนาคตไปเท่านั้นส่วนอีกกลุ่มถ้าพวกนั้นยอมกลับใจพวกเราก็ยังสามารถไว้ชีวิตได้” ซีรั่วหยานกล่าว
“ถ้างั้นโปรดแจ้งรายชื่อและตระกูลเซียนมาให้กับพวกเราด้วยพวกเราจะรีบจัดการทันที” โสมมังกรกล่าว
ฉางเฟิงมอบรายชื่อตระกูลเซียนบางกลุ่มที่ไม่ยินยอมจะเข้าร่วมกับวังสวรรค์แต่ถูกบังคับให้เข้าร่วมมอบให้กับโสมมังกรเมื่อได้รับโสมมังกร คราวนี้ทั้งโสมมังกรและหญ้าวิหคต่างก็ลงมือด้วยตัวเอง
หลังจากกงานเลี้ยงจบลงซีรั่วหยานก็ซ่อมแซมค่ายกลต่อไปจากที่นางบอกยังต้องใช้เวลาอีกสองถึงสามเดือนกว่าจะซ่อนจนเสร็จสมบูรณ์และเวลาที่เหลือฉางเฟิงก็ใช้เวลาไปกับการบ่มเพาะและศึกษาเต๋า
เมื่อมาถึงขั้นเซียนการบ่มเพาะของพวกมู่เฟยเสวี่ยก็เพิ่มช้ามากแม้จะมีเม็ดยาของฉางเฟิงช่วยก็ตามเพราะสำคัญที่สุดคือการศึกษาเต๋าและมันต้องใช้เวลาส่วนฉางเฟิงนอกจากศึกษาเต๋าและบ่มเพาะแล้วฉางเฟิงก็ได้ศึกษาเม็ดยาระดับ 9 ซึ่งตอนนี้ฉางเฟิงคิดว่าด้วยพลังของตนเองสามารถปรุงยาระดับ9 ได้แล้วเพียงแต่ต้องใช้เวลาศึกษาสักระยะ
เวลาผ่านไป2 เดือน ขุมอำนาจอย่างสามนิกายตระกูลเซียนต่างถูกโสมมังกรกวาดล้างจนหมดเหลือตระกูลเซียนไม่กี่ตระกูลที่ก้มหัวยอมแพ้ไปส่วนพวกสมาคมนักปรุงยาเมื่อได้รู้ว่าฉางเฟิงคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกวาดล้างครั้งนี้ก็พากันตกใจ
พวกเขาไม่คิดว่าฉางเฟิงจะมีอำนาจในโลกแห่งนี้ด้วยและไม่นานขุมอำนาจที่เหลือก็มารวมตัวกันและรอเวลาที่จะกลับออกไปทวีปเซียนเพราะตอนนี้พวกเขาได้ของที่จำเป็นเพียงพอแล้ว
ในเดือนที่สามฉางเฟิงก็มาพบกับคนของสมาคมนักปรุงยาและหอสมบัติด้วยตัวเองเมื่อเห็นฉางเฟิงที่มาพบพร้อมด้านหลังมีสมุนไพรเทพเดินตามด้วยความเคารพและที่สำคัญพลังของสมุนไพรเทพล้วนเป็นจักรพรรดิเซียนทั้งสิ้น
“ขอแสดงความยินดีกับสหายฉางเฟิงที่ทะลวงขั้นเซียนแล้วคาดว่าอีกไม่นานเต๋าโอสถของเจ้าคงจะมาถึงระดับ 9 แล้วใช่หรือไม่” สามปรมาจารย์พากันยิ้ม
“พวกท่านเองก็น่าจะได้รับประโยชน์ไม่น้อย”ฉางเฟิงยิ้ม
“ต้องขอบคุณเจ้านั่นแหละที่ให้คำแนะนำพวกเราทำให้พวกเราได้รับสมุนไพรหายากแม้แต่สมุนไพรที่คิดว่าหายสาบสูญไปแล้วด้วย” สามปรมาจารย์พากันตื่นเต้นเห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าอยากจะรีบกลับไปขยายพันธ์สมุนไพรพวกนี้เร็วๆ
“แต่ข้าสนใจว่าเจ้ามีสถานะอะไรในโลกนี้มากกว่า”โหลวซิวเถียนกล่าวด้วยความสนใจ
“ถ้าข้าบอกว่าข้าคือผู้นำของโลกนี้หรือสวนสมุนไพรแห่งนี้ท่านจะเชื่อหรือไม่ละ”ฉางเฟิงยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้วดูจากสมุนไพรเทพด้านหลังเจ้าข้าก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง เอาละ ตอนนี้ข้าว่าเรามาคุยกันดีกว่าว่าจะออกไปจากสวนสมุนไพรได้อย่างไร”โหลวซิวเถียนกล่าว
“ข้ามาเพราะเรื่องนั้นถ้าพวกท่านต้องการข้าจะส่งพวกท่านออกไปเดี๋ยวนี้เลยยังได้” ฉางเฟิงยิ้ม
“เจ้าพูดเหมือนจะไม่ออกไปพร้อมกับพวกเรา”โหลวหลานขมวดคิ้ว
“ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่อีกหนะ”ฉางเฟิงกล่าว
“อย่างงี้นี่เองถ้างั้นต้องรบกวนสหายฉางเฟิงแล้ว” สามปรมาจารย์พากันคารวะฉางเฟิงในครั้งนี้พวกเขาคิดหนี้ฉางเฟิงมากจริงๆไม่งั้นพวกเขาไม่มีทางเก็บเกี่ยวได้มากขนาดนี้
“แล้วพวกท่านละต้องการออกจากสวนสมุนไพรพร้อมกับพวกเขาหรือไม่”ฉางเฟิงหันไปทางนิกายธารวารีและตระกูลฉางพร้อมกับตระกูลเซียนที่เหลือรอด
“แน่นอนแต่ก่อนอื่นข้ามีคำถามที่อยากจะยืนยัน” ผู้อาวุโสของนิกายธารวารีที่เป็นอาจารย์ของซวนหยวนเสวี่ยกล่าวขึ้น
“เชิญถามมาได้เลย”
“ที่เจ้าโจมตีสามนิกายและตระกูลเซียนพวกนั้นแต่ไม่โจมตีพวกเราเพราะพวกเราไม่ได้เข้าร่วมกับวังสวรรค์ใช่หรือไม่”
“ไม่ผิด”
“ถ้างั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำแบบนี้อาจจะทำให้เจ้าเดือดร้อนเพราะถ้าสามนิกายขอความช่วยเหลือจากทูตของวังสวรรค์เจ้าอาจจะได้รับอันตรายได้นะ”
“เรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ในอีก2 ปีนับจากนี้เพราะทูตคนนั้นได้กลายเป็นทาสของข้าแล้ว ส่วนอีก 2 ปี วังสวรรค์จะส่งคนลงมาหรือก็คือส่งอัจฉริยะลงมาฝึกฝนตอนนั้นข้าแค่อยากจะให้พวกท่านระวังตัวเอาไว้ให้ดีและถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ให้พวกท่านให้ความร่วมมือกันต่อต้านวังสวรรค์เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นทาสของพวกวังสวรรค์อีก”ฉางเฟิงกล่าว
“เจ้าคิดจะต่อต้านวังสวรรค์งั้นเหรอ”ร่างผู้อาวุโสนิกายธารวารีสั่นสะท้าน
“ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอถ้าขืนยังจำนนต่อไปลูกหลานของพวกท่านก็จะไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากอย่างแน่นอนและขีดจำกัดของพวกท่านก็จะหยุดอยู่ที่จักรพรรดิเซียนต่อไป และสำหรับอัจฉริยะที่เกิดขึ้นมาก็จะถูกวังสวรรค์นำตัวไปเป็นทาสของพวกเขา”ฉางเฟิงกล่าว
“แสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะข้อมูลนี้คงได้มาจากทูตคนนั้นใช่หรือไม่”
“ไม่ผิดข้าได้รู้อีกว่า ส่วนใหญ่ถ้าไม่ตายก็กลายเป็นเพียงทาสที่ไร้จิตใจหรือพวกไร้วิญญาณ สำหรับผู้หญิงก็เป็นเพียงของเล่นของพวกวังสวรรค์เท่านั้น”ฉางเฟิงกล่าว
“บัดซบเอ้ยข้าว่าแล้ว ทำไมนางถึงไม่ติดต่อมาเลย” ผู้อาวุโสตระกูลเซียนคนหนึ่งถึงกับขาอ่อนใบหน้าซีดขาวเพราะลูกสาวของเขาถูกวังสวรรค์พาตัวไปอ้างว่านางจะได้แต่งงานกับอัจฉริยะของวังสวรรค์กลายเป็นว่านางถูกส่งให้กลายเป็นของเล่นของคนเหล่านั้นแทน