บทที่9.กล่องไม้ของท่านย่า
ลู่ฮันจ้องมองของที่อยู่ในมือก่อนจะเดินถือมานั่งที่เตียงนอนโดยมีเหยาเหยาคอยเดินตามหลังต้อยๆเมื่อเห็นท่านพ่อนั่งบนเตียงก็เดินไปหาชูแขนขึ้นให้ท่านพ่ออุ้มขึ้นนั่งบนเตียงด้วยส่วนเฟยเฟยนั้นเห็นสามีกำลังถือจดหมายอยู่ในมือเตรียมเปิดอ่านจึงเดินเข้าไปหารวมถึงลู่หยางและลู่จื่อด้วยเช่นกัน
“จดหมายอันใดหรือเ้าคะท่านพี่”
“พี่ก็ไม่รู้เช่นกันเห็นมันอยู่ในช่องลับก้นกล่องไม้ใบนี้น่ะ”
“เช่นนั้นก็ลองเปิดอ่านดูก่อนเถิดขอรับท่านพ่อ”ลู่จื่อกล่าวขึ้น ลู่ฮันจึงคลี่จดหมายออกมาอ่านก่อนจะค่อยๆไล่สายตาไปตามตัวอักษรบนจดหมายที่ถืออยู่ในมือ
ถึงลู่ฮันลูกรักของแม่
ตอนที่แม่เขียนจดหมายฉบับนี้แม่ได้คลอดเ้าออกมาได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้นแต่ร่างกายนี้ของแม่ช่างอ่อนแอนัก คงไม่อาจอยู่ดูแลเ้าจนเติบใหญ่ได้เป็แน่ แม่จึงเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นพร้อมใส่ตั๋วเงินที่ท่านพ่อเ้าให้แม่ติดตัวไว้แล้วซ่อนไว้ในกล่องไม้ใบนี้เผื่อว่าสักวันเ้าจะมาเจอมันเข้า
ตัวแม่และท่านพ่อของเ้ากำลังจะเดินทางกลับบ้านเดิมของแม่แต่ระหว่างทางถูกคนดักปล้นและทำร้ายพ่อของเ้านั้นถ่วงเวลาไว้เพื่อให้แม่หนีมาก่อนแม่ไม่รู้เลยว่าท่านพ่อของเ้าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรแต่หากเป็ไปได้แม่อยากให้ลูกกลับไปที่บ้านเดิมของแม่สักครั้งที่หมู่บ้าน ‘ป่าหยกปราณ’ เมืองซานไห่เพียงนำแหวนหยกของแม่ไปแสดงตัวยามเข้าไปในเขตของหมู่บ้านป่าหยกปราณพร้อมบอกคนที่นั่นว่าเ้าเป็ลูกของแม่เซี่ยม่านม่านจากสกุลเซี่ย เ้าก็จะสามารถเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านนั้นได้แหวนหยกนั้นแม่ไม่กล้าฝากไว้ที่ซูคงเพราะแม่ไม่อาจไว้ใจเขาได้จึงเก็บไว้ที่ช่องลับช่องเล็กด้านข้างของกล่องไม้แทน แหวนนี่สำคัญมากเก็บไว้ให้ดีๆเป็ของตกทอดประจำบ้านสกุลเซี่ยของแม่
ส่วนซูคงนั้นแม้ว่าเขาจะเป็ผู้มีพระคุณช่วยเหลือเราแม่ลูกแต่เขามีจิตใจไม่บริสุทธิ์ต่อแม่ตัวแม่เองไม่คิดทรยศต่อความรักที่มีต่อท่านพ่อของเ้าก่อนนี้แม่คิดว่าจะรีบรักษาตัวแล้วพาเ้าออกไปตามหาท่านพ่อของเ้าแต่ร่างกายแม่อ่อนแอมากเหลือเกิน แม่ได้แต่หวังว่าหากแม่ตายไปแล้วซูคงจะมีจิตสำนึกของความเป็คนไม่ทำอันตรายเ้าและยอมเลี้ยงดูเ้าต่อไป
แม่หวังเป็อย่างยิ่งว่าเ้าจะเติบโตขึ้นมาได้อย่างดีและจำไว้ให้ดีท่านพ่อของเ้านั้นมีนามว่า หลินลู่เฉิง แม่ตั้งชื่อเ้าว่าลู่ฮันเพื่อให้มีอักษรลู่เช่นเดียวกับชื่อท่านพ่อของเ้า
รักลูกจากแม่ เซี่ยม่านม่าน
เมื่ออ่านจดหมายจนจบลู่ฮันก็ตาแดงก่ำอย่างพยายามอดกลั้นน้ำตาไว้แต่ก็ไม่อาจทำได้น้ำตาไหลหยดลงมาใส่จดหมายในมือจนเฟยเฟยต้องรีบเดินเข้ามากอดปลอบสามีไว้
“ท่านพี่”มือแห้งกร้านเอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้สามีอย่างแ่เบา
“พวกเ้าลองอ่านดูเถิด”เมื่อเริ่มคลายเศร้าได้บ้างแล้วลู่ฮันก็กล่าวขึ้น ก่อนจะส่งจดหมายให้ภรรยาอ่านดูส่วนตัวเขาก็แกะช่องลับข้างกล่องออกดู มันเล็กมากๆช่องลับตรงนี้มีขนาดพอดีกับตัวแหวนซึ่งถูกซ่อนไปอย่างแเีกับผิวไม้ยากจะสังเกตเห็นได้ตัวกล่องไม้ก็ดูเหมือนของธรรมดาๆไม่ได้สวยงามหรูหราอันใดจึงไม่สะดุดตาคนซูคงเองเมื่อเห็นว่าเป็ของเดิมที่ติดตัวมาของแม่ลู่ฮันมา จึงนำมาให้ลู่ฮันใช้
เมื่อเห็นแหวนหยกสีเขียวมรกตเนื้อใส่มันวาวดูก็รู้ว่าเป็เนื้อหยกจักรพรรดิแถมยังเป็หยกเหมันต์ที่หายากยิ่งนักลู่ฮันมองหยกอยู่อย่างนั้นอย่างเหม่อลอย โดยข้างกายมีร่างน้อยๆของเหยาเหยาเอนร่างพิงกายลงมากับต้นแขนของเขาคอยมองดูอยู่ไม่ห่าง
“งะ งามเ้าก่ะ” เสียงเล็กๆของบุตรสาวที่เอ่ยชมแหวนหยกนั้นทำให้เขาตื่นจากภวังค์ความคิดก่อนจะก้มลงหอมกระหม่อมน้อยๆ อย่าง้าเรียกกำลังใจให้ตนเองแล้วเอาเชื่อกมาร้อยกับแหวนมาสวมคอเอาไว้พร้อมเอาซุกไว้ในอกเสื้ออย่างมิดชิดเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าภรรยาและบุตรชายทั้งสองอ่านจดหมายกันครบแล้วและกำลังรอการตัดสินใจของเขาอยู่
“เราจะเดินทางไปหมู่บ้านป่าหยกปราณกัน”
“เ้าค่ะท่านพี่”
“ขอรับท่านพ่อ/ขอรับท่านพ่อ”
“เ้าก่ะ”
เมื่อได้จุดหมายปลายทางแล้วทุกคนจึงเร่งเก็บของรวมถึงนำกระดูกและป้ายิญญาของท่านย่าเซี่ยม่านม่านไปด้วย
เมื่อเก็บของทั้งหมดแล้วก็พากันเดินออกมาจากห้องเรือนตะวันออกเมื่อออกมาด้านนอกที่ลานหน้าบ้านเหยาเหยาเห็นฉิงฟางที่นั่งอยู่ที่แคร่ไม้เข้าจึงเดินเข้าไปหาทันทีลู่หยางเห็นน้องเล็กเดินไปเช่นนั้นก็รีบเดินตามหลังมาติดๆก่อนเหยาเหยาจะลงมือดึงรองเท้าฟางที่ท่านพ่อถักให้นางคืนมา โดยมีลู่หยางเข้าไปช่วยจับฉินฟางไว้ไม่ให้ดิ้นขัดขืนเ้าตัวน้อยก็ใช้แรงที่มีดึงรองเท้าคืนมาจนได้
“ของข้า”เหยาเหยาพูดทั้งยังทำหน้ามุ่ยยู่ปากใส่ฉินฟางเมื่อได้ของแล้วก็กอดรองเท้าไว้แล้วรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กกลับไปหาท่านแม่ทันทีโดยมีสายตาของฉิงฟางมองตามอย่างโมโหที่ถูกแย่งรองเท้ากลับคืนไปแต่ก็ไม่กล้าที่จะโวยวายหรือสร้างปัญหาอีกเพราะเื่ที่เกิดก่อนนี้นางก็ถูกท่านแม่ตีไปหลายทีแล้ว
“เหยาเหยาจะใส่รองเท้าเลยหรือไม่หื้ม” เฟยเฟยก้มลงถามบุตรสาวที่ตามไปเอารองเท้าคืนมาได้
“ล้างก่อนเ้าก่ะ”นางไม่้าสวมทับรอยเท้าฉินฟางล้างก่อนดีกว่า
“ได้ๆเดี๋ยวแม่เอารองเท้าไปล้างให้สะอาดก่อน รอเดี๋ยวนะลูก”ช่างเป็เด็กรักสะอาดเสียจริงเฟยเฟยเดินไปที่ถังน้ำเพื่อเอารองเท้าไปล้างให้บุตรสาวก่อนทันทีจากนั้นเอามาร้อยเชือกผูกเอวไว้ รอให้แห้งก่อนค่อยเอาให้เหยาเหยาใส่เดินกลับมาช้อนอุ้มเ้าตัวน้อย ส่วนลู่ฮัน ลู่จื่อลู่หยางก็ช่วยกันถือห่อผ้าคนละห่อและข้าวของอีกนิดหน่อยเท่านั้น
ตอนนี้เข้าสู่ยามเซิน (15.00 – 16.59) แล้ว อีกไม่นานจะมืดแล้วซึ่งยามค่ำคืนเช่นนี้คนธรรมดาที่ไม่มีพลังปราณธาตุไม่ควรเดินทางเพราะอาจเจอเข้ากับสัตว์อสูรที่ออกหากินหรือคนไม่ดีทำร้ายเอาได้
“เราจะเดินกันไปหรือขอรับท่านพ่อข้าเกรงว่าจะมืดค่ำเสียก่อน” ลู่จื่อออกความคิดเห็น
“อืม เช่นนั้นเราอาจจะต้องไปจ้างเกวียนของลุงจ้าวให้ไปส่งที่ตัวเมืองกันรีบเดินกันเถิด”ทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกเดินออกจากประตูบ้านสกุลซูท่ามกลางสายตาของคนในบ้านและเสียงะโไล่หลังของนางฟางเถาที่ทั้งสะใจและสาสมใจหากนางรู้มาก่อนว่ามันหาใช่ลูกแท้ๆ ของสามีนางละก็คงหาทางกำจัดมันไปให้พ้นทางเสียนานแล้วส่วนผู้เฒ่าซูหรือซูคงมองการจากไปของครอบครัวลู่ฮันด้วยสายตาว่างเปล่าไม่มีความอาลัยอาวรณ์หรือรู้สึกผิดใดๆเลยสักนิด….