แสงแดดยามบ่ายคล้อยในสวนสนุกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองส้ม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเพลงจากขบวนพาเหรด มู่เฉิง เดินนำหน้าโดยมี เสี่ยวเป่า ที่ถือไอศกรีมโคนยักษ์เดินแกว่งมืออยู่ตรงกลาง และ ซูหว่าน เดินตามประกบอีกข้างหนึ่ง
ภาพของทั้งสามคนดูเหมือนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจนคนรอบข้างต่างเหลียวมอง โดยเฉพาะท่านประธานจอมเก๊กที่วันนี้สลัดคราบเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้าน มาสะพายกระเป๋าเป้ลายการ์ตูนของเสี่ยวเป่าไว้บนบ่าข้างหนึ่งอย่างไม่ขัดเขิน
"หว่านเอ๋อร์... หน้าคุณเลอะน่ะ" มู่เฉิงหยุดเดินกะทันหันแล้วหันมาหาซูหว่าน
"คะ? ตรงไหนคะ?" ซูหว่านลนลานหยิบกระดาษทิชชู่จะมาเช็ดหน้าตัวเอง
"มานี่มา ผมเช็ดให้" มู่เฉิงไม่รอคำอนุญาต เขาขยับเข้าไปใกล้จนซูหว่านได้กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขา มือหนาเอื้อมไปใช้นิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่โหนกแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับคำพูดที่ยังคงแข็งทื่อ "ซุ่มซ่ามจริงๆ กินยังไงให้ซอสสายไหมติดหน้า ถ้าไปออกงานกับผมแล้วทำแบบนี้ ผมคงขายหน้าแย่"
ซูหว่านหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "กะ... ก็ใครใช้ให้คุณซื้อสายไหมอันใหญ่ขนาดนั้นมาให้ล่ะคะ" เธอบ่นอุบอิบพลางหลบสายตาคมที่จ้องมองมา
"ผมซื้อให้เสี่ยวเป่าต่างหาก คุณนั่นแหละที่แย่งลูกกิน" มู่เฉิงรีบชักมือกลับแล้วกระแอมแก้เขิน แสร้งทำเป็นจัดปกเสื้อให้เรียบเพื่อปกปิดความประหม่าที่เกิดขึ้นในใจ
ลางสังหรณ์บนชิงช้าสวรรค์
"พ่อจ๋า แม่จ๋า! ขึ้นไปดูวิวบนชิงช้าสวรรค์กันเถอะจ้ะ!" เสี่ยวเป่ารบเร้าพลางชี้ไปที่ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่หมุนอย่างช้าๆ อยู่เบื้องหน้า
เมื่อทั้งสามเข้ามาอยู่ในกระเช้าส่วนตัวที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า มู่เฉิงและซูหว่านนั่งฝั่งตรงข้ามกันโดยมีเสี่ยวเป่านั่งเกาะกระจกชมวิวอยู่ด้านหนึ่ง บรรยากาศในพื้นที่แคบๆ ทำให้ความเงียบดูอึดอัดแต่กลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่าง
"ซูหว่าน... ขอบคุณนะ" มู่เฉิงเอ่ยขึ้นลอยๆ สายตามองออกไปที่เส้นขอบฟ้า
"เรื่องอะไรคะคุณมู่?"
"เรื่องที่ยอมทนอยู่กับประธานปากเสียอย่างผม... และเรื่องที่ดูแลเสี่ยวเป่ามาอย่างดี" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมด้วยเสียงเบาลง "ผมรู้ว่าอดีตที่ตระกูลหลินมันเจ็บปวด แต่จากนี้ไป... ผมจะทำให้สวนสนุกแห่งนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความสุขที่คุณกับเสี่ยวเป่าควรได้รับ"
ซูหว่านเงยหน้าสบตามู่เฉิง ความอ่อนโยนในดวงตาของเขาทำให้กำแพงในใจของเธอพังทลายลงทีละน้อย "ฉันเองก็... ขอบคุณที่คุณยอมรับเสี่ยวเป่าค่ะ"
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่น เสี่ยวเป่า ที่กำลังยิ้มร่ากลับชะงักกึก หนูน้อยหลับตาลงกะทันหัน ภาพนิมิตสีเลือดพุ่งเข้าสู่สมองเสมือนฉากทัศน์ล่วงหน้า เธอเห็นน็อตตัวใหญ่ที่ยึดโครงสร้างชิงช้าสวรรค์กำลังจะหลุด และกระเช้าที่เธอนั่งกำลังจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน!
วินาทีเฉียดตายและการสำแดงเดช
"พ่อจ๋า! กอดแม่จ๋าไว้เร็ว! มันจะพังแล้ว!" เสี่ยวเป่าตะโกนลั่นด้วยความตระหนก
แกร๊ก... ครืดดดด!
เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ชิงช้าสวรรค์ยักษ์หยุดชะงักกะทันหัน กระเช้าแกว่งไปมาอย่างรุนแรงจนซูหว่านตัวโยนไปข้างหน้า มู่เฉิงปราดเข้าไปคว้าตัวซูหว่านมากอดไว้แนบอกทันทีตามสัญชาตญาณ โดยใช้แผ่นหลังของตัวเองยันขอบกระเช้าไว้เพื่อเป็นโล่ให้เธอ
"กอดผมไว้ซูหว่าน! ไม่ต้องกลัว!" มู่เฉิงคำราม แม้ใบหน้าของเขาจะซีดลงแต่เขากลับไม่มีความลังเลที่จะปกป้องเธอ
ในวินาทีที่น็อตตัวสำคัญกำลังจะขาดออกจากกัน เสี่ยวเป่ารีบกางแขนออก พลังสีทองบริสุทธิ์พุ่งออกจากปลายนิ้วน้อยๆ กระจายออกไปโอบล้อมโครงสร้างเหล็กทั้งหมดไว้ แสงสีทองที่คนธรรมดามองไม่เห็นช่วยพยุงและเชื่อมรอยร้าวของเหล็กที่กำลังจะหักให้กลับมาประสานกันชั่วคราวด้วยอำนาจเทพ
"ฮึ่มมม! อย่าพังนะ! เสี่ยวเป่าสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้!" หนูน้อยรวบรวมสมาธิขั้นสูงสุดจนร่างเล็กๆ ส่องแสงนวลตา
ชิงช้าสวรรค์ที่ควรจะร่วงหล่นกลับค่อยๆ ขยับตัวอย่างปาฏิหาริย์ พลังของเสี่ยวเป่าช่วยพยุงระบบเฟืองที่เสียหายให้หมุนกลับเข้าสู่ตำแหน่งปลอดภัย จนกระทั่งกระเช้าของพวกเขาสไลด์ลงมาถึงพื้นดินได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความโล่งใจของผู้คนเบื้องล่าง
ความห่วงใยภายใต้หน้ากาก
ทันทีที่เท้าเหยียบพื้น มู่เฉิงรีบตรวจเช็กอาการของซูหว่านด้วยความลนลาน "เป็นอะไรไหม? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" มือหนาลูบไปตามไหล่และแขนของเธออย่างลืมตัวว่ากำลังทำหน้าที่ประธานจอมเก็กอยู่
"ฉันไม่เป็นไรค่ะคุณมู่... แต่เสี่ยวเป่า..." ซูหว่านชี้ไปที่ลูกสาว
เสี่ยวเป่าที่เพิ่งใช้พลังไปมหาศาลยืนหอบหายใจถี่ มู่เฉิงรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมากอดแน่น "เก่งมากเสี่ยวเป่า... ลูกช่วยทุกคนไว้ได้จริงๆ" เขากระซิบบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความซึ้งใจ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สวนสนุกที่บัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและอำมหิต "มันไม่ใช่ความบังเอิญ... มีคนลอบวางระบบทำลายชิงช้าสวรรค์ลำนี้"
มู่เฉิงกระชับอ้อมกอดที่อุ้มเสี่ยวเป่าและโอบไหล่ซูหว่านไว้แน่น "กลับบ้านเรากันเถอะ... จากนี้ไป จะไม่มีที่ไหนปลอดภัยพอสำหรับพวกคุณ นอกจากในอ้อมแขนของผม"
แม้จะยังไม่มีคำว่า "รัก" หลุดออกมา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งสามคนรู้ดีว่า หัวใจของพวกเขาได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเกินกว่าที่คำพูดใดจะอธิบายได้ และพญามังกรอย่างมู่เฉิง... บัดนี้ได้เริ่มกางปีกออกเพื่อเตรียมตัวฉีกกระชากใครก็ตามที่บังอาจมาทำลายความสุขของครอบครัวเขาให้เป็นจุณ!