เสิ่นเสวียนเข้าสู่สภาวะฝึกฝนอย่างสมบูรณ์เขาไม่ได้สนใจสีหน้าของเสวียนหลิงเอ่อร์และผู้เฒ่าจี๋เล่อเลยหลังจากเปิดฝาขวดสีดำออกแล้ว ยาน้ำสกัดเหล่านั้นก็ไหลผ่านค่ายกลเข้าสู่ร่างกายของเสิ่นเสวียน
เดิมทีพลังห้าธาตุไม่ได้ต่อต้านกันเองราวกับกำลังทำหน้าที่ของตนเอง เข้าไปรวมอยู่ที่แก่นทองคำภายในตันเถียน หลังจากที่ยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราไหลเข้าไปรวมด้วยภายในตันเถียนที่เคยสงบนิ่งพลันแปรปรวนขึ้นมาทันที
ยาน้ำสกัดเหล่านี้เป็นเหมือนตัวต้นเหตุให้พลังห้าธาตุต่อต้านกันเองและการดูดซับพลังพลันหยุดนิ่งลง
ส่วนเสิ่นเสวียนที่นั่งอยู่ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมากลิ่นคาวเลือดปะทุพร้อมกับกระอักเลือดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
แต่เขายังฝืนปิดปากเอาไว้นี่คือเลือดจากแก่นหัวใจ หากเขาปล่อยให้มันไหลออกมาการหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดคงยากขึ้นกว่าเดิม
จากนั้นก็เห็นได้ว่ามีเลือดไหลออกจากมุมปากของเขาอย่างช้าๆพลังบนร่างของเขาเริ่มไม่มั่นคง
“พี่หญิง?”
ผู้เฒ่าจี๋เล่อหันมองเสวียนหลิงเอ่อร์อยากถามนางว่าต้องช่วยเสิ่นเสวียนไหม
“ไม่ต้อง”
เสวียนหลิงเอ่อร์โบกมือส่งสัญญาณว่าไม่ต้องตอนนี้ดวงตาโตของนางเหมือนจะมองทะลุร่างของเสิ่นเสวียนไปจนถึงตันเถียนได้นางอยากมองให้เห็นว่าเสิ่นเสวียนจะจัดการสถานการณ์ตอนนี้อย่างไร
พลังห้าธาตุเป็นพลังหยางส่วนยาน้ำสกัดเป็นพลังหยิน หยินและหยางยากที่จะหลอมรวมเข้าด้วยกันได้โดยเฉพาะเสิ่นเสวียนที่เพิ่งอยู่ในขั้นแก่นทองคำเท่านั้นการจะหลอมรวมหยินและหยางเข้าด้วยกันเกินขอบเขตของเขาไปมาก
อย่างไรก็ตามนางยังคงประเมินเสิ่นเสวียนต่ำเกินไป
เสิ่นเสวียนหน้าแดงก่ำและไอพลังไม่มั่นคงเพียงเจ็ดลมหายใจเท่านั้นจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มสงบนิ่งลง แม้จะต่างจากก่อนหน้านี้มากแต่อย่างน้อยที่สุดก็เข้าสู่การหลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว
“เอ๋?”
เสวียนหลิงเอ่อร์ค่อยๆลอยตัวขึ้น จากนั้นก็เข้ามาอยู่ในระยะประมาณเก้าฉื่อจากเสิ่นเสวียนสังเกตเขาอย่างละเอียด
ค่ายกลของเสิ่นเสวียนมีขนาดราวเก้าฉื่อหากอยู่ห่างออกไปมากกว่าเก้าฉื่อจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในระยะนั้นอาจโดนโจมตีได้เสวียนหลิงเอ่อร์ไม่กลัวการโจมตีเหล่านี้เพียงแต่นางไม่อยากรบกวนการฝึกฝนของเสิ่นเสวียน
นางมองร่างกายของเสิ่นเสวียนในตอนนี้ด้วยความสงสัยจากนั้นนางก็เข้าใจ
“เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
ในน้ำเสียงของนางแฝงความชื่นชมเสิ่นเสวียนมากกว่าเดิมหลายส่วน
ที่แท้เสิ่นเสวียนสามารถปรับเปลี่ยนความต่างของหยินและหยางให้เข้ากันได้อย่างชำนาญ
ตันเถียนภายในร่างกำลังขยายใหญ่อย่างรวดเร็วส่วนแก่นทองคำก็ดูดพลังเข้าไปอย่างบ้าคลั่งแม้จะหลอมรวมหยินและหยางเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แต่จะต้องส่งผลต่อร่างกายของเขาจนอาจทำให้การหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดล้มเหลวได้
ทว่าเสิ่นเสวียนคิดถึงเรื่องนี้ไว้แล้วเขาจึงติดตั้งค่ายกลไว้ล่วงหน้าเพื่อส่งพลังหยินหยางที่ยังไม่มั่นคงเข้าไปเก็บไว้ภายในร่างของคนชุดดำ
ตันเถียนของเขาไม่สามารถรองรับแรงกระแทกที่รุนแรงมากได้แต่ร่างของคนชุดดำกลับต่างออกไป ร่างนี้สามารถรองรับพลังได้เท่าที่เขาต้องการ
ไอพลังหยินหยางปะทะกันทันทีภายในร่างของคนชุดดำส่วนเสิ่นเสวียนเหมือนผู้ชมคนหนึ่งที่กำลังมองดูสองฝ่ายต่อสู้กัน
ไอวิญญาณภายในยาน้ำสกัดแม้จะน้อยแต่กลับรุนแรงกว่ามากเพราะพวกมันคือไอวิญญาณขั้นเซียนวิญญาณส่วนพลังห้าธาตุแม้จะเบาบางแต่กลับมีจำนวนมหาศาลอีกทั้งพลังห้าธาตุกำลังแปรเปลี่ยนเป็นพลังหยางเข้าปะทะกับพลังไอวิญญาณอยู่
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
พลังหยินหยางภายในร่างของคนชุดดำไม่สามารถทำลายกันและกันได้เสิ่นเสวียนจึงแทรกแซงเข้าไปเพื่อทำให้พลังทั้งสองสมดุลอย่างช้าๆเมื่อพลังหยินหยางสมดุลแล้วผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่เพียงแค่พลังรวมกันแบบหนึ่งบวกหนึ่งเท่านั้นแต่จะเป็นประโยชน์มากสำหรับการฝึกฝนขั้นหยวนก่อกำเนิดของเขาในภายหน้า
และเป็นเพราะเขาเก็บรักษาความทรงจำในชาติก่อนของเขาเอาไว้ไม่อย่างนั้นคิดจะหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดห้าธาตุขึ้นมา แม้ระดับความยากเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งตายได้เลยทีเดียว
ส่วนการหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดหกธาตุยิ่งไม่ต้องคิดเลย
สามชั่วยามต่อมาพลังหยินหยางเข้าสู่สภาวะสมดุลได้ในที่สุด ด้วยการแทรกแซงของเสิ่นเสวียนทำให้มันกลายเป็นไอพลังสายเดียวกันต่อมาไอพลังนั้นก็ไหลเข้าสู่ร่างของเสิ่นเสวียนอีกครั้งผ่านค่ายกลและเริ่มทำให้หยวนก่อกำเนิดของเขาเป็นรูปเป็นร่าง
ร่างคนชุดดำในตอนนี้กลายเป็นตัวกลางไปแล้วไอวิญญาณและพลังห้าธาตุไหลผ่านเข้าไปในร่างนั้นไม่หยุดหลังจากปรับสมดุลแล้วจึงไหลเข้าสู่ตันเถียนของเสิ่นเสวียนทำให้พลังหลอมรวมเป็นหยวนก่อกำเนิดกระจายตัวผ่านเส้นลมปราณต่อไป
ผ่านไปแล้วทั้งหมดสี่ชั่วยามความจุตันเถียนของเสิ่นเสวียนใหญ่กว่าก่อนหน้านี้มากกว่าหนึ่งเท่าพลังภายในตันเถียนเปรียบเสมือนคลื่นใหญ่ถาโถม ปั่นป่วนอย่างรุนแรง
กระบวนการนี้เทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นหยวนก่อกำเนิดแล้วแต่ยังไม่เพียงพอสำหรับเสิ่นเสวียน
ตันเถียนของเขายังคงขยายต่อไปและในขั้นตอนของการขยายตัวเสิ่นเสวียนรวบรวมไอพลังหยินหยางเข้าไปภายในแก่นทองคำด้วย
แก่นทองคำในตอนนี้กำลังลอยอยู่ภายในตันเถียนด้านนอกมีม่านพลังห้าสีปกคลุมอยู่ ภายในนั้นมีไข่สีทองกำลังลอยอยู่อย่างสงบ
ที่ไม่เหมือนกับพลังบ้าคลั่งภายในตันเถียนก็คือในนี้สงบนิ่งมากจนน่ากลัว พลังชีวิตเบาบางค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากแก่นทองคำแสดงให้เห็นถึงความพิเศษของแก่นทองคำ
แก่นทองคำในตอนนี้นับว่าเข้าสู่ขั้นแก่นทองคำระดับปลายอย่างแท้จริงแล้วแต่ยังห่างจากขั้นหยวนก่อกำเนิดอยู่อีกระยะหนึ่ง
หากใช้การฝึกฝนปกติในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรคงต้องใช้เวลาถึงสิบปีหรืออย่างน้อยก็สามปี ครั้งนี้เสิ่นเสวียนใช้หกธาตุเป็นตัวช่วยคาดคะเนไว้ว่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งปี
ภายในสุสานผู้เฒ่าจี๋เล่อเห็นว่าสถานการณ์ของเสิ่นเสวียนสงบนิ่งลงอย่างช้าๆทำให้เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขากลัวมากจริงๆ ว่าเสิ่นเสวียนจะล้มเหลวและความล้มเหลวนี้อาจถึงตายได้
“เด็กน้อยเฝ้าเขาไว้ให้ดีๆ ข้าจะไปพักสักหน่อย”
เสวียนหลิงเอ่อร์ออกมาอยู่ด้านนอกถึงสี่ชั่วยามแล้วทำให้นางอ่อนเพลียมาก หลังกล่าวกับผู้เฒ่าจี๋เล่อจบร่างจิตวิญญาณของนางก็เลือนหายไปทันที
ก่อนจะไปมุมปากของนางกระตุกยิ้มเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็มองไปบนท้องฟ้าทิศเหนือคล้ายว่ามีบางอย่างอยู่บนท้องฟ้าอันไกลโพ้น
ผู้เฒ่าจี๋เล่อนั่งอยู่ข้างๆเสิ่นเสวียนตามคำสั่งของเสวียนหลิงเอ่อร์ ตั้งใจปกป้องเสิ่นเสวียนอย่างจริงจัง
ในสุสานของเขาการปกป้องเสิ่นเสวียนไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แล้วกาลเวลาก็ผันผ่านไปเรื่อยๆ
ภายในถ้ำเหนือสุสานจี๋เล่อน้อย ซูเหยียน และคนอื่นๆ ตามหาร่องรอยภายในถ้ำกันอยู่นานสุดท้ายก็ไม่เจออะไรเลย แต่ที่นี่ก็ไม่มีพลังที่จะขับไล่พวกเขาออกไปได้พวกเขาจึงยังตามหาต่อไป
ตราบใดที่สุสานไม่บีบบังคับพวกเขาออกไปพวกเขาไม่มีทางยอมแพ้อย่างเด็ดขาด
เพราะที่นี่จะเปิดทุกๆสามสิบปี หากออกไปแล้ว ยากที่จะเข้ามาที่นี่ได้อีกในชีวิตนี้
หลังจากไม่เจอร่องรอยอะไรภายในถ้ำจี๋เล่อน้อยและคนอื่นๆ ต่างพากันออกไปจากที่นี่ เพื่อตามหาร่องรอยที่อื่นต่อ
ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่าผู้เฒ่าจี๋เล่อมั่งคั่งมากจริงๆมีทรัพย์สมบัติฝังไว้ตามที่ต่างๆ มากมายครั้งนี้มีคนเข้ามาที่นี่มากมายได้ของล้ำค่าไปแล้วแน่นอนว่าการแย่งชิงก็มากมายเช่นกัน
ก่อนหน้านี้มีคนเข้ามาหลายคนผ่านไปเพียงวันเดียว จำนวนคนลดลงไปกว่าครึ่งและของล้ำค่าที่พบเจอนั้นยังเปลี่ยนมือไปอยู่หลายครั้ง
หากพลังยังไม่แข็งแกร่งมากของที่ได้มาอยู่นอกเหนือขอบเขตที่ตนเองจะรับมือได้อาจก่อให้เกิดภัยมาถึงตัวจนถึงแก่ชีวิตได้
ความโหดเหี้ยมยังคงดำเนินต่อไป
เริ่นเสี้ยวเทียนในตอนนี้มาถึงอีกสถานที่หนึ่งแล้ว
ที่นี่คือภูเขาลูกหนึ่ง
ภูเขาลูกนี้ลักษณะเหมือนหัวช้างจมูกโค้งลงไปในน้ำ ภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นดูงดงามมากเลยทีเดียว
ตอนนี้เริ่นเสี้ยวเทียนนั่งลงบนผิวน้ำระหว่างจมูกนั้นพลางหลับตาเข้าสู่สภาวะฝึกฝน
ที่นี่คือสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมเป็นสถานที่ที่เขาอยากมาตั้งนานแล้ว ครั้งนี้เขาหาที่นี่เจอได้โดยบังเอิญเดิมทีเขาคิดจะมาที่นี่กับเสิ่นเสวียนใครจะไปคาดคิดว่าเมื่อเข้ามาถึงแล้วจะขาดการติดต่อจากเสิ่นเสวียนไปและด้วยเวลาที่มีอย่างจำกัด เขาจึงเริ่มฝึกฝนเพียงลำพัง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเสิ่นเสวียนในใจของเขามีความหวาดกลัวอยู่เล็กน้อยพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดไม่เหมือนกับที่คนทั่วไปรับรู้กันเลย
โชคดีที่ในตอนนั้นไม่คิดเป็นศัตรูกับเสิ่นเสวียนไม่อย่างนั้นคนที่จะร้องไห้คงต้องกลายเป็นเขา
โลกภายนอกทุกคนต่างมองดูภายในนั้นด้วยความคาดหวังแต่พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้สุสานจะเปิดเป็นระยะเวลานานขนาดนี้
ครึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ภายในสุสานตอนนี้บรรยากาศต่างออกไปจากเดิม