บทที่ 43
“เริ่มแรกนะครับ ตัดหัวออกแบบนี้ หลังจากตัดแล้วเก็บไว้นะครับผมจะนำไปทำซุป เมื่อตัดแล้วให้แล่จากทางด้านหัวกดมีดให้ติดกระดูกแบบนี้ เมื่อได้เนื้ออกมาก็ค่อยๆแร่เอาก้างตรงกลางนี่ออกไป ส่วนไข่พวกนี้ที่ได้มาเก็บไว้นะครับ” จากนั้นผมก็แล่จนได้เนื้อออกมาทั้งหมด (อาจจะบรรยายไม่ละเอียดเท่าไรขออภัยด้วยครับ)
“โอ้ฝีมือดีจริงๆ ลงมือเลยพวกเรา” จากนั้นพวกทหารก็ทำตามที่ผมสอนไป
ไม่นานแซลมอนทั้งหมดก็ถูกแล่ออกหมด
“เอาล่ะจากนั้นค่อยๆแล่หนังออกครับแต่ไม่ต้องทิ้งนะผมจะใช้ทำอาหารทานเล่นด้วย” ผมบอกไป เมื่อได้ที่ต้องการแล้วผมหันไปต้มน้ำซุปทันเมื่อน้ำเดือดผมก็ใส่หัวปลาแซลม่อนลงไป ปรุงด้วยเกลือเล็กน้อย จากนั้นผมก็ใส่ซีอิ้วลงไป แค่นี้ก็เรียบร้อยหัวปลาแซลมอนต้นซีอิ้ว
ผมเห็นพวกพี่ทหารเค้าแล่ปลาเสร็จแล้ว
“เนื้อพวกนี้เราทำยังไงต่อล่ะคลาวด์” พี่ทหารถามผม
“หั่นมันออกเป็นชิ้นๆขนาดประมาณนี้นะครับ” ผมหั่นให้ดูมันออกมาชิ้นประมาณขนาดทำเป็นสเต็กปลา จากนั้นผมหันไปทำพวกน้ำยำสำหรับปลาแซลม่อนต่อ
ผมซอยกระเทียมเป็นชิ้นเล็กๆ และหั่นตะไคร้ให้เป็นแว่นละเอียด และค่อยๆหั่นมะนาวจนหมด
“ให้เราช่วยมั้ยคลาวด์” ไวโอเลตนั่นเองที่เข้ามาถามผม
“ดีเลยกำลังขาดลูกมือ” จากนั้นผมยื่นมะนาวที่หั่นแล้วให้เธอ
“เราต้องทำยังไงกับมันอะ” เธอถามผม
“แค่บีบมันใส่หม้อนี่ไว้ก็พอ” ผมนำหม้อขนาดใหญ่ที่พวกทหารเตรียมมาให้ วางไว้ตรงหน้าเธอ จากนั้นเธอก็บีบมันอย่างเมามัน
“ตักเมล็ดมะนาวพวกนั้นออกให้ด้วยนะ จะได้ไม่เผลอทานเข้าไป” ผมบอกไวโอเลต
จากนั้นผมค่อยๆ เทกระเทียม ตะไคร้ และพริกใส่ลงไปในหม้อที่ไวโอเลต บีบมะนาวใส่อยู่ จากนั้นผมใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปเล็กน้อย และค่อยๆเทน้ำปลาตามลงไป ผมรอจนไวโอเลตเธอบีบมะนาวใส่หม้อจนหมด จากนั้นค่อยๆคนและชิมรสชาติของมันให้ออกมาพอดี ไม่เค็ม เปรี้ยว หรือเผ็ดมากเกินไป
“เอาล่ะแค่นี้ก็เรียบร้อย ไวโอเลตเธอย่างปลาเป็นมั้ย?” ผมถามเธอ
“มะ มะ ไม่เป็น” เธอตอบเสียงเบา
“มานี่เดี๋ยวจะสอนให้” จากนั้นผมก็ไปหาพวกทหารที่ช่วยผมหั่นปลาเป็นชิ้นอยู่ดูเหมือนจะเสร็จกันแล้ว
“เอาปลาพวกนี้โรยเกลือเล็กน้อยนะครับ แค่เล็กน้อยเท่านั้น” ผมย้ำเรื่องเกลือจากนั้นโรยให้ดู
“เสร็จแล้วนำมาย่างในกระทะร้อนๆเลยครับ” ผมใส่ปลาลงไปในกระทะ
ซี่ !! เสียงเนื้อปลาแซลมอนโดนไฟในกระทะร้อนๆ ปลาค่อยๆสุกจากนั้นผมก็พลิกทันที เพียงไม่ถึง 3 นาทีผมก็เอาปลาขึ้นจากกระทะ จริงๆ ผมก็อยากยำแบบสดๆ อยู่เหมือนกันแต่ผมไม่รู้ว่าคนในโลกนี้ทานกันได้มั้ยเลยทำให้มันสุกไปเลยจะได้จบ
“ไวโอเลตเห็นมั้ย ง่ายจะตาย ช่วยหน่อยแล้วกันปลามีเยอะ ผมทอดคนเดียวคงไม่ทัน” จากนั้นไวโอเลตและทหารที่มาช่วยผมก็แยกกันไปย่างปลา ตอนแรกไวโอเลตดูเก้ๆกังๆ ผ่านไปไม่กี่ชิ้นเธอก็เริ่มชำนาญขึ้น ผมพยักหน้าจากนั้นผมไปดู หนังปลาที่แยกเอาไว้
ผมโรยเกลือลงไปบนหนังปลาพวกนั้น จริงๆผมก็อยากเอาไปทอดนะ แต่ผมไม่มีน้ำมันเลย ผมจึงนำมันไปย่างแทน
“โอ้กลิ่นหอมดีจริงๆ หนังปลาพวกนี้มันทานได้ด้วยหรอคลาวด์” พี่ไรอันเข้ามาถามผม
“พี่ลองสิครับ” ผมยื่นชิ้นที่สุกได้ที่แล้วมันเกรียมนิดๆ ให้พี่ไรอัน พี่เค้าเอาเข้าปากโดยไม่ลังเล
“อืม กรอบๆ เหนียวๆ เค็มนิดๆ มันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างน้า” พี่ไรอันกินไปบ่นไป
“จริงๆมันต้องมีน้ำจิ้มด้วยครับ แต่ผมมีเครื่องปรุงไม่พอ พี่คงต้องทานมันแบบนี้ไปก่อนล่ะครับ” จากนั้นผมและพี่ไรอันก็ช่วยกันย่างหนังปลา ดูเหมือนกลิ่นมันทำให้หลายๆคนอยากทานอาหาร ไม่นานทหารที่ว่างอยู่ก็มาช่วยนำมันไปย่างกันเอง เพื่อทานเล่นก่อนอาหาร
ผมหันไปดูไข่ปลาแซลมอนที่ได้มาจากปลาพวกนั้น ผมเอาไปใส่ในน้ำยำ ที่เตรียมไว้ ผมค่อยๆใส่ไปและตีให้มันแตกออกจากกันจนกลายๆเป็นเม็ดๆ
“คลาวด์ปลาย่างหมดแล้ว ทำไงต่อ” ไวโอเลตนั่นเองที่มาบอกผม
“อ้อก็ตักใส่จานได้เลย แต่ก่อนทานให้มาราดน้ำยำในหม้อนี่ก่อนราดไม่ต้องเยอะหรอกนะ” ผมบอกจากนั้นผมก็ไปหยิบปลาที่ย่างเสร็จแล้วใส่จานตัวเองและมาราดน้ำยำ
ไม่นานพวกทหารทั้งหลายก็ทำแบบผมมั่ง ผมไปดูซุปหัวปลาต้มซีอิ้วในหม้อ อืมได้ที่แล้วกลิ่นหอมทีเดียว ผมตักใส่ถ้วยก่อนจะแยกออกไปหามุมสงบๆนั่งทานข้างลำธาร
“ไงทำไมมานั่งคนเดียวล่ะ” พี่ไรอันนั่นเองที่มาหาผม
“อ๋อป่าวหรอกพี่ไรอัน แค่อยากนั่งมองธรรมชาติไปทานไปน่ะพี่” ผมบอกจากนั้นผมก็ซดซุปในถ้วย และค่อยๆทานยำปลาแซลมอนไปพี่ไรอันเห็นแบบนั้นก็ลองทานของตัวเองบ้าง
“อร่อยจริงๆเลยนะ ปลาเนี่ย ถึงจะรสชาติเผ็ดไปนิดแต่ก็อร่อยดี ทานคู่กับซุปหัวปลานี่มันตัดรสชาติเผ็ดได้ดีจริงๆ ต้องขอบคุณคนที่ค้นพบเครื่องปรุงพวกนี้จริงๆ ทำให้รสชาติอาหารมันเปลี่ยนไปเยอะเลย” พี่ไรอันพูดออกมาหลังจากทานเข้าไป นี่พี่เค้าไม่รู้หรอเนี่ยว่าเมืองบาร็อคเป็นคนผลิตเครื่องปรุงพวกนั้น ผมได้แต่ทานไปเงียบๆ
ที่แคมป์
“ผัวะ !! เฮ้ยเอ็งอย่าแย่งหนังปลาข้าสิวะ ชิ้นนั้นข้าเป็นคนย่างนะ” ทหารนายหนึ่งตบหัวเพื่อน
“อืม !! ซุปนี่มันอร่อยมากจริงๆ ทั้งหอม มัน เค็ม ครบรสเลย” คนที่กำลังทานซูปหัวปลาอยู่พูดขึ้นมา
“ไอ้ที่เรียกว่ายำปลาแซลมอนนี่ต่างหาก ข้าชอบรสชาติแบบนี้จริงๆ มันเผ็ดๆถูกใจข้ามากเลย” ดูเหมือนคนนี้จะชอบทานเผ็ดๆสินะ
อาหารเย็นวันนั้นทุกคนทานอย่างเอร็ดอร่อย ปลาหลายสิบตัวถูกทานจนหมด บางคนก็นั่งย่างหนังปลาเก็บไปทานเล่นในตอนกลางคืน
ส่วนผมไปก็ไปพักผ่อนในที่นอนที่พวกทหารเค้าจัดไว้ให้ ผมนอนไปทำสมาธิไปจนหลับไป
ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด ผมค่อยๆลุกขึ้นมาเงียบๆ พร้อมหยิบดาบคู่ของผมติดไปด้วย
“อ้าวตื่นแล้วหรอ คลาวด์” พี่ไรอันนั่นเอง
“ครับพอดีอยากไปล้างตัวหน่อย พี่ไรอันได้นอนยังครับเนี่ย” ผมถามพี่เค้า
“อ้อนอนไปเยอะแล้วนี่พี่มาสลับเวรเฝ้ายามน่ะ” พี่เค้าบอกผม
“พี่เรียกผมมาเฝ้ายามเป็นเพื่อนก็ได้นะครับ” ผมบอกพี่เค้าไป
“ไม่เป็นไร เด็กๆน่ะต้องนอนเยอะๆ” พี่เค้าว่าแบบนั้น แต่พี่ครับนอนเยอะๆนั่นมันเด็กทารกไม่ใช่หรอพี่
“งั้นผมขอตัวก่อนนะพี่” จากนั้นผมก็เดินไปลำธารทันที
“โอ้ ระวังตัวด้วยล่ะ” พี่ไรอันบอกผมไล่หลังมา
ผมเดินมาถึงลำธารผมล้างหน้าล้างตาจากนั้นค่อยๆปลดดาบคู่และชักดาบออกมา ผมค่อยๆร่ายรำเพลงดาบอาทมาฎของผม
เริ่มตั้งแต่ท่าพื้นฐาน ไล่ไปจนจบที่แม่ไม้ต่างๆของเพลงดาบ จากนั้นค่อยๆวางดาบลงข้างลำธาร และต่อด้วยรำมวยไชยา ถึงมาอยู่ที่โลกนี้จะวุ่นๆ ยุ่งๆทุกวันผมก็ยังไม่ลืม ฝึกพวกศิลปะการต่อสู้ที่ผมเคยฝึกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันผมไปแล้ว
ผมฝึกไปไม่นานพระอาทิตย์ก็เริ่มจะทอแสงยามเช้า ผมหยุดมือก่อนจะอาบน้ำล้างตัวในลำธารนั่นเลย ตอนนี้ผมเปียกไปทั้งตัว แต่มันไม่เป็นไรหรอก เพราะผมมีเวทย์มนต์ไงล่ะ มันสบายตรงนี้ล่ะโลกแฟนตาซีผมค่อยๆร่ายเวทย์ลมเพื่อให้เสื้อผ้าแห้งทั้งตัว และตามด้วยเวทย์ธาตุไฟค่อยๆอังไปทีละส่วน จนเสื้อผ้าผมแห้งสนิท
มันสะดวกสบายจริงๆเลยให้ตายเถอะ ทำไมโลกก่อนผมไม่มีแบบนี้น้า จะเปิดร้านซักรีดซะเลย จากนั้นผมก็เก็บของและเดินกลับไปที่แคมป์
“เอาล่ะในเมื่อมากันครบแล้วเราก็ออกเดินทางกันเถอะ” พี่ไรอันเห็นผมเดินเข้ามาก็สั่งพวกลูกน้องทันที และก็ถือเอาสัมภาระของผมมาให้
“หลังจากนี้เราต้องระวังตัวกันด้วย เพราะเราจะเริ่มเข้าเขตของพวกสัตว์ดุร้ายกันแล้ว” พี่ไรอันตะโกนบอก อืมอยากเห็นจังเลยนะที่พี่ไรอันบอกสัตว์ดุร้าย หมาป่าหรอ เสือหรอ มันจะเหมือนในโลกเก่าผมมั้ยนะ โลกเก่าผมเห็นหมาป่าแค่ในสารคดี ส่วนเสือผมก็เคยเห็นแค่ในสวนสัตว์ที่ผมเคยไปเที่ยวกับเด็กๆแถววัดตอนที่พ่อพวกนั้นชวนผมไปเท่านั้นเอง
ผมตรวจดูสัมภาระอีกทีก่อนค่อยๆก้าวเท้าเดินตามทหารนขบวนออกไป
จบ...