ภัทรเป็เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี
รูปร่างของเขาเล็กกระทัดรัดเพรียวบางต่างจากเพื่อนชายในมหาลัยอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้ารูปไข่จิ้มลิ้มเหมือนเด็กซื่อๆคนหนึ่ง ดวงตากลมโตและปากทรงกระจับเข้ารูปชวนให้ผู้คนสงสัย ผิวกายเปล่งปลั่งระยิบระยับเมื่อโดนแสงแดด เส้นผมสลวยยาวพอที่จะทัดใบหูได้ยิ่งทำให้คนมองเข้าใจผิดไปใหญ่ ถ้าเกิดว่าไม่เห็นร่างเล็กใส่ชุดนักศึกษาชาย ป่านนี้เพื่อนปีหนึ่งทั้งหลายคงคิดว่าภัทรเป็ผู้หญิงไปแล้ว
“แม่นะแม่ ทำไมต้องบังคับกันขนาดนี้ด้วย”
เด็กหนุ่มบ่นพึมพำในขณะที่กำลังพับเสื้อผ้าลงกระเป๋า ร่างเล็กตั้งใจจะใช้เวลาปิดเทอมส่วนใหญ่ไปกับการเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ อีกไม่กี่เดือนภัทรก็จะขึ้นปีสอง แต่ต้องกลับบ้านไปเยี่ยมผู้ปกครองเหมือนกับเด็กอมมืออยู่ได้ แม้ว่าเด็กหนุ่มจะสนิทกับมารดาปานใด แต่เขาก็ไม่อยากไปเจอหน้าพ่อเลี้ยงร่างสูงคนนั้นเลย
แม่ของภัทรแต่งงานใหม่เมื่อห้าปีที่แล้ว ทำให้ชีวิตวัยรุ่นของเด็กหนุ่มเติบโตมากับสามีใหม่ของแม่ ลุงสิงห์เป็ชายวัยกลางคนหน้าตาโหดเถื่อน เขาตัวสูงจนภัทรต้องแหงนหน้ามอง ผิวกายแทนเข้มและเต็มไปด้วยรอยสักตามลำคอและต้นแขนทั้งสองข้าง หนวดเครารุงรังตามริมฝีปากหนามักจะบ่นให้กับท่าทางและกิริยาของลูกเลี้ยงเสมอ
ลุงสิงห์เป็ผู้ชายหัวโบราณ เขาคิดว่าบนโลกนี้มีเพียงสองเพศเท่านั้น ทำให้การใช้ชีวิตของภัทรภายใต้หลังคาเดียวกันจำเป็ต้องปกปิดและเก็บให้มิดชิดเอาไว้ ภัทรรู้ตัวั้แ่เกิดว่าเขาชอบผู้ชาย แต่ก็ต้องเก็บงำตัวตนเอาไว้เพื่อพ่อเลี้ยงปากหมาเพียงคนเดียว
สิงห์มักจะพูดจาถากถางเื่การแต่งกายของภัทรบ่อยครั้ง แม้กระทั่งท่าเดินและการพูดจาก็สั่งสอนเขาให้พูดเสียงเข้มทะมัดทะแมงเข้าไว้ เด็กหนุ่มแทบจะเป็บ้าตาย ถ้าเกิดไม่ได้เข้าเรียนมหาลัยก็คงไม่มีสิทธิได้เป็ตัวของตัวเอง
ตูดด ตูดดดด...
“ครับแม่” ภัทรรับสายจากมารดา
“เดินทางมาหรือยังภัทร”
“เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วครับ”
“ยังไม่ออกเดินทางอีกหรอ”
“รถทัวร์ออกตอนสี่โมงเช้าน่ะครับ ยังเหลือเวลาตั้งเยอะเลย”
“ตายจริง ลุงสิงห์ออกไปรับเราที่สถานีั้แ่เช้าแล้วนะ”
“…..”
เมื่อได้ยินผู้เป็แม่อุทานออกมาเช่นนั้น ภัทรก็อยากจะกรีดร้องเหมือนนกแก้วให้คอแตก คนคนเดียวที่ทำให้ร่างเล็กไม่อยากกลับไปหาแม่ตัวเองก็คือสามีใหม่ของเธอ ชายคนนั้นไม่เคยถูกมองว่าเป็พ่อหรือลุงด้วยซ้ำ หากแต่ภัทรมองสิงห์เป็เพียงเ้ากรรมนายเวรที่มีเื่บาดหมางกันมาั้แ่ชาติปางก่อน
ตลอดหนึ่งปีที่อยู่ในรั้วหมาลัยเด็กหนุ่มได้เป็ตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ เขามีเพื่อนๆคอยซัพพอร์ตเื่การแต่งตัวและแนะนำเครื่องประทินผิวกายมากมายให้ได้ใช้ หนึ่งปีในรั้วมหาลัยภัทรเปลี่ยนไปมาก เขานึกออกได้เลยว่าชายผู้เป็คนจ่ายค่าเทอมและค่าเล่าเรียนทุกอย่างจะพูดเช่นไรเมื่อเจอหน้าเขาครั้งแรก
ลุงสิงห์ไม่ชอบคนประเภทตุ้งติ้ง เขาเป็ผู้ชายบ้านๆ ทำตัวห่ามๆ พูดจาโผงผาง และมีนิสัยกร้าวร้าวเมื่อมีอะไรไม่ได้ดั่งใจ ภัทรไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้แม่ของตัวเองไปตกลงใช้ชีวิตกับคนประเภทนั้น แต่ชายที่พูดจาหยาบคายและเสียงดัทุกวัน ก็เป็คนส่งเสียค่าเล่าเรียนรวมถึงค่าหอพักให้เขาได้อยู่สุขสบายจนถึงทุกวันนี้
ภัทรอยากจะเกลียดพ่อเลี้ยงของตัวเองให้สุด แต่พอมาเห็นชุดและเสื้อผ้าสวยๆในกระเป๋า สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแล้วเป็เงินของชายร่างสูงคนนั้นทั้งสิ้น
“บอกลุงสิงห์กลับไปรอที่บ้านก่อนเถอะครับ เดี๋ยวถึงแล้วภัทรนั่งแท็กซี่ไปเอง”
“ไม่เอาหรอก ลุงเขาอุตส่าห์ไปรับเราแล้ว โทรคุยกันเองก็แล้วกัน”
“ด…เดี๋ยวสิแม่”
เมื่อผู้เป็แม่วางสาย เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็พ่นออกมา ภัทรรีบสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นบ่า ก่อนจะออกเดินทางไปยังสถานีขนส่งเพื่อกลับไปยังภูมิลำเนาเดิม