ตอนพิเศษ ระดับพลังจิตและแนวคิดต่อพลังจิต
ในจักรวรรดิเซเลสเทียลนั้นการมีพลังจิตเท่ากับทำให้มีสถานะประชากรโดยอัตโนมัติเพราะมีนโยบายสนับสนุนผู้มีพลังจิต
แน่นอนไม่ได้หมายความว่าทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันเพราะพลังจิตนั้นจะสามารถแสดงออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนไม่สามารถปกปิดได้
คนเราจะปกปิดวิญญาณของตนเองได้อย่างไรกัน?
ตามความคิดของพวกเขาคนมีพลังจิตสูงกว่าจะสามารถจับพลังจิตของคนที่ต่ำกว่าได้หากมีความพยายามค้นหามากพอ..และไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีคนมีพลังจิตสูงมาปลอมตัวเป็นคนที่มีพลังจิตต่ำกว่าเพราะเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก
เพราะพลังจิตนั้นคือสิ่งที่เป็นศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์Art more than Science คนเราจะโกหกโดยการเปลี่ยนสภาพวิญญาณของตนเองได้อย่างไรและกฎของพลังจิตนั้นก็ยากที่จะเอาเกณฑ์ทางฟิสิกส์ปรกติมาชี้วัดเพราะพลังจิตสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นจริงได้
ตามตำนานคนที่จะได้ความรู้จากโลกพลังจิตหรือโลกแห่งวิญญาณมาต้องแลกเปลี่ยนกับพวกตัวตนต่างโลกหรือต้องบูชายัญ
แต่มาเมื่อพันกว่าปีนี้เองที่เราถึงพึ่งจะเริ่มหนทางของการสร้างทฤษฎีพลังจิตได้บ้างเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น
เราสามารถแบ่งระดับชั้นพลังจิตได้คร่าวๆดังนี้
อัลฟ่า Alpha ระดับประมาณเลเวลห้าของอคาเดมีซิตี้อยู่เหนือสามัญสำนึกของคนทั่วไป ประดุจดาราบนนภาทำในสิ่งที่ระดับต่ำกว่าแม้แต่ฝันก็ยังไม่สามารถฝันถึง
เบต้า Beta เบต้าระดับประมาณเลเวลสี่ของอคาเดมีซิตี้นับเป็นคนพิเศษที่เห็นได้อย่างเด่นชัดต่างจากสามอันดับล่างหากสามอันดับล่างคือฐานปิรามิด เบต้าคือเหยี่ยวที่บินอยู่บนฟ้าได้แต่ทำให้คนทั่วไปฝันถึงสิ่งที่พวกเขาทำได้
แกมม่า Gamma ประมาณเลเวลสามของอคาเดมีซิตี้จุดสูงสุดของยอดปิรามิด..ของคนธรรมดาขีดจำกัดของคนที่มีพรสวรรค์และความพยายามจะสามารถไปถึงได้
เดลต้า Delta ประมาณเลเวลสองจุดกลางของปิรามิดของคนธรรมดาระดับคนธรรมดาที่มีความพยายามหรือคนมีพรสวรรค์ที่ขี้เกียจ
แอปซิลอน Epsilon เลเวลหนึ่งที่พอจับวัดค่าพลังจิตว่าปรากฏขึ้นระดับคนมีพรสวรรค์ที่ไม่ฝึกหรือคนธรรมดาที่ผ่านการฝึกมาพอสมควรแล้ว
และยังมีพลังระดับต่ำกว่าที่เป็น ผู้มีสัมผัสพลังจิตPsi sensitive ที่ยังไม่สามารถจัดให้อยู่ระดับ แอปซิลอนที่จะมีสถานะเป็นพลเมืองได้
ท่านจักรพรรดิพยายามสำรวจประชากรเพื่อเกณฑ์คนมีพลังจิตให้ไปเป็นประชากรที่มีสิทธิออกเสียงต่างๆเพิ่มขึ้นอยู่และพยายามสร้างสถานที่ฝึกสอนสถาบันค้นคว้าพลังจิตเพิ่มมากขึ้น