ตอนที่สี่สิบสอง The soul of man 2
สารภาพตามตรงว่าทุกเหตุการณ์ตั้งแต่ผมย้อนเวลากลับมานี่ทำให้ผมมองโลกศักดินาล้าหลังนี้ได้แย่ลงเรื่อยๆ
และราวกับว่ามันทดสอบความอดทนของผมทำให้ผมได้เจอกับเรื่องที่ทำให้ผมได้รู้ตัวว่าผมเสียความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนมนุษย์และความหวังที่มีอยู่น้อยนิดที่ผมไม่คิดว่าตนเองยังเชื่อมั่นในเพื่อนมนุษย์และคาดหวังว่าตนเองยังมีอยู่ออกไป
โลกของจอมนางแห่งวังหลวง
โลกหลังจากสงครามชิงแผ่นดินและสงครามฆ่าฟันฟันในวังหลวง
ผลกระทบไม่ใช่แค่วังหลวงแต่มาถึงทั้งแผ่นดินด้วย
โลกที่ทำให้คนที่อ่านเล่าเรียนหนังสือปกแดงของท่านเหมาไท่จู่ต้องกัดฟันทน
ว่าการซื้อคนไปเป็นทาสคือการช่วยเหลือผู้คนทั้งที่ชายหญิงทุกคนจะแบกแผ่นฟ้าร่วมกันและเรียกกันและกันว่า
สหาย
ภายใต้อุดมการณ์สมุดเล่มแดง
แต่ความฝันนั้นช่างแสนไกล
ความเจ็บปวดของคนทั้งแผ่นดินที่ต้องรองรับเพื่อให้พระเอกนางเอก เสวยสุขเป็นฮ่องเต้และจอมนางแห่งวังหลวงนั้นช่างมหาศาลนัก
แต่แน่นอว่าจะโทษแต่พวกพระเอกนางเอกก็ไม่ได้เพราะก่อนหน้านั้นราชวงศ์ถังก็เข่นฆ่าสังหารกันเองก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว
ดินแดนอันแสนสุขขตามความฝันของท่านเหมาไท่จู่ก็ยังยิ่งห่างไกลออกไปสำหรับผม
ดั่งคำว่า
แผ่นดินทุกเข็ญราษฏรก็ทุกข์ยาก
แผ่นดินสงบราษฎรก็ยังคงทุกข์ยาก
พวกเราคงต้องออกเดินทางค้นหาจิตใจและวิญยาณของเราเองว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ผมเมหือนคนตาดีข้างหนึ่งนำทางคนตาบอดสองข้างที่เป้นลูกน้องและผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ติดตามผมมา
ในใจของผมเบื้องลึกนั้นรู้หลักการและเหตุผลว่า
คนทุกข์ยากที่ตามผมมามีโอกาสรอดมากกว่าการอดตายอยู่ในนครลั่วหยาง
บรรดานางเอกที่อิเซไคมักชอบติดนิสัยผลิตสินค้าฟุ่มเฟยเครื่องสำอาง เสื้อผ้า แต่มักจะละเลยการผลิตอาหารจำนวนมากไป
อาจจะเพราะมันคือของสามัญมากจนเกินกว่าที่บรรดานางเอกจะใส่ใจก็เป็นไปได้
ไปนอกฟ้าขอบเขตของอโอรสสวรรค์ก็คงไม่ใช่เรื่องแย่นัก
ขงจื้อก็ไม่ได้ตำหนิคนที่ขึ้นเขาไปให้เสือกินมากมายนักเพราะแม้แต่ขงจื้อก็ยอมรับว่าผู้ปกครองที่โหดร้ายนั้นแย่กว่าเสือ
ไม่ต้องพูดถึงพระเอกคลั่งรักในแนวจอมนางแห่งวังหลวงเลย
ผมเช่าเรือและซื้อเรือเหมาลำค่อยๆล่องออกมาจากนครลั่วหยางสู่อนาคตที่ไม่มีในนิยาย
ผมไม่คิดจะเกี่ยวข้อง เสี่ยงตายกับพวกคนหรือโจรบนพื้นดินไปมากกว่าเท่าที่จำเป็น
และอยู่บนเรือหมายความว่า
คนที่ตามเรามาได้คือคนของทางการเท่านั้น
....
“เรียนฝ่าบาท เย่ชิวได้แวะอยู่สามวันที่นครลั่วหยางและซื้อเรือรวมทั้งเช่าเหมาลำออกไปโดยแทบไม่ได้ต่อรองราคาพะยะค่ะ”
องครักษ์เสื้อแพรรายงานองค์ฮ่องเต้ที่ช่วงนี้สะสางราชสำนักจนตาคล้ำ
แต่แม้กระนั้นก็ยังใส่ใจมากพอที่จะสนใจเย่ชิวที่ออกจากนครหลวงไป