เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 121: เงามหาเบญจพิษ (The Great of 5 Poison’s Shadow)

            ส่วนทางด้านเซย์เมย์นั้นยังคงเข้าเผชิญหน้ากับโดมันอยู่ที่สะพานทางด่วนอันโล่งโจ้ง ทั้งสองต่างก็ปะทะกันไปมาด้วยพลังเวทย์อย่างดุเดือด

            เซย์เมย์ได้ทำการโยนแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศ 1 แผ่น ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกแผ่นยันต์ให้กลายเป็นวิหคเพลิงที่มีขนาดใหญ่ และทำการสั่งการให้พ่นลูกไฟอันร้อนระอุออกมาโจมตีใส่อย่างต่อเนื่องจนเกิดแรงระเบิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งขึ้นมา

            แต่โดมันก็รีบร่ายมนต์ดำเสกกลุ่มก้อนน้ำแข็งอันเย็บเฉียบที่มีขนาดใหญ่ออกมาเพื่อใช้เป็นกำแพงในการรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน จากนั้น โดมันก็รีบทำการร่ายมนต์ดำเสกหมูป่าอันดุร้ายที่มีขนาดใหญ่ และมีเขี้ยวอันแหลมคมที่มีความยาวเท่ากับงาช้างออกมา มันรีบวิ่งพุ่งชนใส่คู่ต่อสู้ด้วยความบ้าคลั่ง

            แต่เซย์เมย์นั้นก็รีบโยนแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศ ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกแผ่นยันต์ให้กลายเป็นลิงกอริลล่าอันทรงพลังที่มีกายขนาดใหญ่ออกมา มันรีบเข้ามารับมือกับหมูป่าขนาดใหญ่ที่เกิดจากพลังมนต์ดำของคู่ต่อสู้ ด้วยการชกเข้าที่หน้าของมันเข้าอย่างจังด้วยกำปั้นอันแข็งแกร่ง จนทำให้หมู่ป่านั้นลอยกระเด็นออกมา ก่อนที่ร่างของมันนั้นจะค่อยๆ เลือนหายไป

            “ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะทำงานให้กับคนที่ชื่อเก็นอิจิโร่ อิชชินที่เป็นคนในยุคปัจจุบันนี้หล่ะสินะ...”

            ในระหว่างนั้น เซย์เมย์ก็พลางกล่าวในเชิงสันนิษฐานออกมา ราวกับว่าตัวเขานั้นรู้ทุกเรื่องของอีกฝ่าย

            “ถ้าใช่แล้วเจ้าจะทำไม เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรกับเขาคนนั้นได้งั้นหรือ”

            โดมันเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่คล้ายกับเย้ยหยัน

            “ตลอดเวลาที่ข้าใช้ชีวิตอยู่ในโลกยุคปัจจุบันนี้ แม้ว่าในโลกยุคปัจจุบันนี้ข้าจะยังไม่เคยพบหน้าเจ้าเลยสักครั้ง แต่เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ ว่าเจ้าทำเรื่องเลวทรามอะไรไว้บ้าง...”

            เซย์เมย์ถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขานั้นจะเอ่ยถามต่อไปอีกว่า

            “และคิดว่าข้าไม่รู้เหรอ ว่าเจ้าทำอะไรกับคุณฟูจิเอดะ ทาดาชิ”

            ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับไปยังช่วงเมื่อ 2 วันก่อนทันที สองพ่อลูกทาดาชิกับมิเนโกะนั้นได้เดินเข้ามารับประทานซูชิที่ร้านอาหารญี่ปุ่นโอมากาเสะ-ไคเซกิแห่งหนึ่งในตอนที่ทาดาชินั้นยังมีชีวิตอยู่

            โดยที่สองพ่อลูกคู่นั้นยังไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้ว มันคือร้านอาหารญี่ปุ่นทิพย์ที่โดมันนั้นได้ใช้พลังมนต์ดำในการพรางตาสองพ่อลูกคู่นั้นว่ามีร้านอาหารแห่งนั้นเปิดอยู่

            เพราะฉะนั้นแล้ว อาหารในแต่ละเมนูที่มีทั้ง ซูชิ ซาชิมิ อาหารทะเลเกรดพรีเมี่ยมชนิดอื่นๆ ทั้งแบบดิบ และแบบปรุงสุกนิดๆ รวมไปถึงของทานเล่นชนิดอื่นๆ ด้วยนั้น มีผงจากซากของได-โคโดกุ สุดยอดสัตว์มีพิษทั้ง 5 ชนิดที่ถูกนำมารวมกันเป็นหนึ่งผสมอยู่ในนั้นด้วย

            “เจ้าจงนำเมนูจานปกติไปเสิร์ฟให้กับเด็กสาวคนนั้น...”

            เชฟเจ้าของร้านเอ่ยสั่งผู้ช่วยเชฟเจ้าของร้านด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยความดุดัน ก่อนที่เขานั้นจะกล่าวต่อไปอีกว่า “ส่วนข้า...ก็จะนำเมนูจานที่ผสมกับผงพิษจากได-โคโดกุนั้นไปเสิร์ฟให้กับผู้ชายคนนั้นเอง”

            ในทุกๆ เมนูอาหารญี่ปุ่น ผู้ช่วยเชฟเจ้าของร้าน ซึ่งแท้จริงแล้ว มันคือหนึ่งในลูกสมุนของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่ปลอมตัวเข้ามานั้นจะคอยนำเมนูจานปกติที่ไม่มีผงพิษจากได-โคโดกุผสมมาเสิร์ฟให้กับมิเนโกะ ส่วนตัวเชฟเจ้าของร้านจะคอยนำเมนูจานที่มีผงพิษจากได-โคโดกุผสมอยู่ในนั้นมาเสิร์ฟให้กับทาดาชิ

            ด้วยความที่ผงพิษจากได-โคโดกุนั้นไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เมื่อได้ถูกนำมาผสมเข้ากับอาหารชนิดใดๆ ก็ตาม ถึงแม้ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั้นจะกินเข้าไป ก็ไม่ได้หมายความว่า...มันจะแสดงอาการออกมาในทันที จึงทำให้ทาดาชิในตอนนี้ยังไม่ได้รู้สึกเหมือนกับถูกวางยาพิษแต่อย่างใด

            แต่หากรู้ไม่ว่า พิษอันแสนจะร้ายกาจของมันนั้นจะค่อยๆ ออกฤทธิ์อย่างช้าๆ โดยที่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั้นจะไม่แสดงอาการออกมา

            “เรียบร้อยแล้วครับท่าน”

            หลังจากที่สองพ่อลูกทาดาชิกับมิเนโกะนั้นเช็คบิลเสร็จแล้วรีบเดินออกจากร้านไป ทางด้านเชฟเจ้าของร้านนั้นก็รีบยกมือถือไอโฟนขึ้นมาวางหู เพื่อกล่าวรายงานให้กับอิชชิน ผู้เป็นนายของเขาได้ทราบโดยทันที ในขณะเดียวกัน เชฟเจ้าของร้านนั้นก็พลางมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาด้วยความร้ายกาจแบบสุดๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังในลำคออย่างแผ่วเบา

            ซึ่งเชฟอาหารญี่ปุ่นที่เป็นเสมือนเจ้าของร้านนายนี้ แท้จริงแล้ว มันก็คือโดมันที่ได้ทำการแปลงโฉมตัวเองด้วยพลังเวทย์ดำของเขา เพื่อตบตาสองพ่อลูกคู่นั้น

            เมื่อนานๆ เข้า เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั้นจะเริ่มแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน โดยที่ตัวเขานั้นจะมีอาการเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสราวกับว่าจะเป็นจะตาย หลังจากนั้นสักพัก เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นก็จะสิ้นใจลงในทันที โดยที่ไม่มียารักษา หรือวิทยาการทางการแพทย์ใดๆ ที่จะช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ต่อให้จะเป็นวิทยาการทางการแพทย์ขั้นสุดยอดจากฝั่งตะวันตกก็ตาม

            จากนั้น ภาพก็ได้ตัดกลับมายังช่วงเหตุการณ์ที่ห้องผ่าตัดคนไข้ที่อยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งเดียวกับที่มิเนโกะพาตัวทาดาชิ ผู้เป็นพ่อมารักษาอาการที่เขากำลังเป็นอยู่ตอนนั้น ซึ่งคล้ายกับมะเร็งในลำไส้

            หลังจากที่หมอศัลยแพทย์นายหนึ่งได้กำลังผ่าท้องคนไข้ออกมา หมอศัลยแพทย์นายนั้นก็ต้องตกใจอย่างสุดขีด เมื่อเห็นเงาของสัตว์พิษทั้ง 5 ชนิดที่มีขนาดย่อมนั้นกำลังกัดกินอวัยวะส่วนต่างๆ ที่อยู่ภายในจนขาด และมีเลือดไหลออกมาตามจุดต่างๆ อย่างน่าสยดสยอง และนั่นก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไข้นั้นสิ้นใจลงในทันที

            ทันทีที่หมอศัลยแพทย์นายนั้นได้นำมีดผ่าตัดไปแตะเข้าที่เงาของสัตว์พิษทั้ง 5 ชนิด พวกมันก็ได้ทำการแยกเงาออกมาและพุ่งเข้าไปเล่นงานหมอศัลยแพทย์นายนั้นด้วยความเร็วสูง จนกระทั่งร่างของเขานั้นได้แหลกสลายลงจนกลายเป็นผงทรายไปในทันที ทำให้หมอศัลยแพทย์คนอื่นๆ ที่เหลือพากันตกใจอย่างสุดขีด ดวงตาทั้ง 2 ข้างของพวกเขานั้นก็พลางเบิกกว้างออก มาเพียงเล็กน้อย

            สักพัก เงาของสัตว์พิษทั้ง 5 ชนิดที่กำลังกัดกินอวัยวะภายในของทาดาชิอยู่นั้นก็ได้แยกเงาออกมา แล้วพุ่งเข้าเล่นงานหมอศัลย์แพทย์คนอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมดในลักษณะเดียวกัน จนทำให้ร่างของพวกเขาทั้งหมดนั้นได้พากันแหลกสลายลงจนกลายเป็นผงทรายไปในทันที

            แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหมอศัลยแพทย์อีก 2 นายที่รอดชีวิต และเงาของพวกมันนั้นก็ไม่สามารถเล่นงานพวกเขาได้ ซึ่งแท้จริงแล้ว พวกเขาทั้งสองก็คือเซย์เมย์กับเมียวบุ ภูติพิทักษ์พญาจิ้งจอกขาวที่ตัวเขานั้นได้ทำการแปลงโฉมทั้งตัวเอง และก็ภูติพิทักษ์ประจำกายของเขาด้วยพลังเวทย์

            เซย์เมย์ที่อยู่ในคราบหมอศัลยแพทย์นั้นรีบนำแผ่นยันต์ออกมา แล้วแปะเข้าที่ร่างไร้วิญญาณของคนไข้ ก่อนที่เขานั้นจะเริ่มการร่ายเวทย์ทันที

            “Rin Pyo To Sha Kai Jin Retsu Zai Zen...OM!!”

            หลังจากที่การร่ายเวทย์นั้นสิ้นสุดลง เงาของพวกสัตว์พิษทั้ง 5 ที่มีขนาดย่อมนั้นก็ได้ถูกปัดเป่าจนดับสลายหายไปจนหมดสิ้นในทันที พร้อมกับแผ่นยันต์ที่ติดอยู่บนร่างไร้วิญญาณของทาดาชิ

            “นี่เราช้าไปอย่างงั้นหรือ”

            เซย์เมย์พลางถอนหายใจเบาๆ ด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบและสุขุมลุ่มลึก แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเจ็บใจ เซย์เมย์ได้ทำการร่ายเวทย์ส่งดวงวิญญาณของหมอศัลย์แพทย์ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ไปสู่สุคติ จนทำให้ผงทรายที่มาจากร่างของพวกเขาทั้งหมดนั้นค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับชุดอาภรณ์ของพวกเขาที่มีเปลวไฟอันบริสุทธิ์ลุกโชนขึ้นมา และทำการแผดเผาชุดอาภรณ์เหล่านั้นจนดับสลายหายไปทั้งหมด

            จากนั้น เซย์เมย์ กับภูติพิทักษ์เมียวบุที่อยู่ในคราบหมอศัลยแพทย์นั้นก็ค่อยๆ เดินออกมาที่นอกห้องผ่าตัดคนไข้ ก่อนที่ทั้งสองนั้นจะรีบกล่าวรายงานให้มิเนโกะทราบในทันที โดยที่เซย์เมย์นั้นพยายามปิดบังมิเนโกะเรื่องของพิธีสาปแห่งได-โคโดกุนั่นไว้ เพื่อไม่ต้องการให้มิเนโกะมีอาการตื่นตระหนกเพราะเรื่องนั้น จากนั้น ทั้งสองก็รีบเดินจากไปทันที ปล่อยให้มิเนโกะนั่งร้องไห้สะอื้นอยู่ตรงนั้น

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน