จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 85 ศัตรูล่าถอย ผลข้างเคียง

                ไป๋หยุนเฟยเก็บทวนเปลวอัคคีกลับคืนก่อนจะใช้ปลอกแขนต้านรับฝ่ามือธารน้ำแข็งจากจางเจิ้นซานเอาไว้ได้แต่ยังไม่ทันจะทรงตัวตั้งหลักได้ ท่าจู่โจมตามหลังก็มาถึงตัวแล้ว!

                ดวงตาจางเจิ้นซานเปลี่ยนเป็นแดงฉานราวเสียสติระหว่างโหมจู่โจมอย่างคลุ้มคลั่งมันถึงกับไม่คิดจะป้องกันแต่น้อยเงาฝ่ามือวนเวียนจู่โจมจากสี่ทิศแปดทางแม้แต่บาดแผลบนมือซ้ายก็ถูกแช่แข็งเพื่อใช้จู่โจมกระบวนท่า

                ขณะล่าถอยก้าวออกไปทีละก้าวไป๋หยุนเฟยก็ร่ายรำกระบวนท่าปิดป้องฝ่ามือของศัตรูไม่หยุดยั้ง แม้ดูเหมือนจะตกเป็นเบี้ยล่างของจางเจิ้นซานแต่แววตาของมันยังคงสงบนิ่งไม่สับสนระหว่างพลิ้วกายหลบหลีกฝ่ามือของศัตรูดวงตามันถึงกับทอประกายแวววับราวกับมีแผนการเก็บงำไว้...

                หากเทียบวิชาต่อสู้มือเปล่าไป๋หยุนเฟยย่อมไม่อาจเทียบกับศัตรูแม้ความเร็วมันจะไม่นับว่าเชื่องช้าทั้งกระบวนท่าก็ว่องไวแต่ผ่านไปครู่ใหญ่ไป๋หยุนเฟยก็เผยช่องโหว่จนถูกจางเจิ้นซานฟาดใส่ไหล่ซ้ายแม้เกราะวิญญาณไหมทองจะมีพลังป้องกันสูงล้ำแต่มันยังต้องโงนเงนล่าถอยไปสองก้าวด้วยความเจ็บปวดมิหนำซ้ำยังถูกพลังธาตุน้ำแข็งแทรกซึมเข้าสู่ในร่าง

                ไป๋หยุนเฟยรีบโคจรพลังวิญญาณแก่นพลังธาตุไฟขยายแล้วหดวูบส่งพลังธาตุไฟผสานรวมกับพลังวิญญาณเคลื่อนไปยังไหล่ซ้ายพริบตาเดียวพลังธาตุน้ำแข็งก็ถูกขับสลายออกไปหมดสิ้น

                จู่ๆลมเย็นยะเยียบพลันกระโชกมาถึงใบหน้าไป๋หยุนเฟยเบิกตามองก็เห็นฝ่ามือบิดเบี้ยวผิดรูปที่มีพลังธาตุน้ำแข็งวนเวียนโดยรอบฟาดมาถึงตรงหน้า!มันจะหลบเลี่ยงก็ไม่ทันการณ์จึงได้แต่ไขว้มือทั้งสองข้างปิดป้องใบหน้าเอาไว้เสียงหนักทึบดังขึ้นคราหนึ่งไป๋หยุนเฟยก็ถูกกระแทกล่าถอยไปครึ่งก้าวแต่ด้วยพลังป้องกันจากปลอกแขนมันจึงได้รับความเสียหายจากฝ่ามือนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                ฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่าที่ระดมจู่โจมหนักหน่วงขึ้นทุกทีไป๋หยุนเฟยก็ปักหลักใช้ปลอกแขนต้านรับได้ทุกครั้งไม่ทราบผ่านไปกี่ฝ่ามือในที่สุดจางเจิ้นซานก็สำนึกได้ว่าเพียงใช้ฝ่ามือจู่โจมกระบวนท่ากลับไม่อาจฟาดถูกศีรษะมิหนำซ้ำยังถูกเบี่ยงทิศทางฟาดใส่เพียงบริเวณไหล่ของศัตรูเท่านั้น

                หลังจากพลาดท่าตกเป็นเบี้ยล่างไป๋หยุนเฟยก็ชักมือขวาขวางเบื้องหน้าพร้อมกับล่าถอยเปิดโอกาสให้จางเจิ้นซานระดมฝ่ามือฟาดใส่ สถานะของทั้งสองพลิกกลับอย่างฉับพลันยามนี้กลับกลายเป็นจางเจิ้นซานที่โหมจู่โจมอย่างคลุ้มคลั่งขณะที่ไป๋หยุนเฟยตั้งท่าต้านรับอย่างเยือกเย็น

                แต่หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ--- ไป๋หยุนเฟยกลับไม่แยแสโอกาสที่จะโต้กลับหลายต่อหลายครั้งทั้งยังก้มหน้าป้องกันจางเจิ้นซานอยู่ฝ่ายเดียวราวกับรอคอยบางอย่าง...

                ในที่สุดหลังจากถูกฟาดใส่หน้าท้องและไป๋หยุนเฟยใช้ปลอกแขนต้านรับฝ่ามือที่ฟาดตามหลังดวงตามันก็สาดประกายดุร้ายราวกับโอกาสที่รอคอยในที่สุดก็มาถึงหลังจากป้องกันตนจากฝ่ามือที่หนักหน่วงดุดันทั้งร่างไป๋หยุนเฟยก็พลันบิดพลิกมือขวาถูกรั้งกลับมาที่ข้างเอวแทนที่จะใช้ป้องกันฝ่ามือของจางเจิ้นซานที่ฟาดใส่หน้าท้องอีกครั้งไป๋หยุนเฟยถึงกับไม่ตั้งท่าป้องกันเพียงสืบเท้าขวาไปครึ่งก้าวมือขวารวบเป็นกำปั้นก่อนจะชกออกโดยไม่ลังเล!

                “ปัง!”เวลาเดียวกับที่ฝ่ามือธารน้ำแข็งของจางเจิ้นซานฟาดถูกหน้าท้องไป๋หยุนเฟยหมัดของไป๋หยุนเฟยก็ชกถูกทรวงอกของจางเจิ้นซานอย่างถนัดถนี่!

                พลังหมัดเก้าทบ!

                “ปัง!”

                “กร๊อบ!”

                เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นพร้อมกับร่างของจางเจิ้นซานปลิวละลิ่วออกไปราวลูกกระสุนปากมันกระอักโลหิตเป็นฟูฝอย! ไป๋หยุนเฟยโงนเงนถอยหลังไปหลายก้าว ที่มุมปากก็ปรากฏโลหิตทะลักออกมาเช่นกัน

                นี่เป็นกระบวนท่าสวนกลับคราแรกของไป๋หยุนเฟยหลังจากเก็บทวนเปลี่ยนเป็นมือเปล่าและยามที่ศัตรูระดมจู่โจมฝ่ามือใส่ราวฝนกระหน่ำฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่าในที่สุดโอกาสพลิกกลับก็มาถึง!

              “ผลเพิ่มเติมสำหรับ+10: เมื่อรับการโจมตี มีโอกาส 9%ที่จะดูดซับพลังโจมตีบางส่วนและเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีให้แก่ผู้สวมใส่ในการโจมตีครั้งต่อไปสามารถรักษาพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไว้ได้ 3 วินาทีเมื่อเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้”

                ไป๋หยุนเฟยต้านรับอยู่นานรอคอยให้ผลเพิ่มเติมนี้ถูกกระตุ้นบังเกิดขึ้นเพื่อจะโต้กลับด้วยพลังหมัดเก้าทบรวมกับพลังของฝ่ามือศัตรูที่ดูดซับมา!

                ความพลิกผันครั้งนี้กะทันหันเกินไปจนสร้างความแตกตื่นตะลึงลานให้แก่ผู้ชมทุกคนแต่สำหรับยอดฝีมือที่ร้ายกาจเช่นหงยินเหยียนซื่อและระดับผู้นำกลับเผยแววตาครุ่นคิดราวกับพวกมันมองเห็นบางอย่าง...

                เห็นจางเจิ้นซานลอยละลิ่วออกไปดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอแววมุ่งร้าย มันไม่แน่ใจว่าหนึ่งหมัดนี้เพียงพอจะตัดสินแพ้ชนะได้หรือไม่ไป๋หยุนเฟยไม่รีรอถีบเท้ากับพื้นทะยานไล่ตามไปทันที ---ไม่อาจปล่อยให้ศัตรูมีเวลาแม้แต่อึดใจเดียว!

                หลังจากกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่งจางเจิ้นซานก็ไม่ขยับเคลื่อนไหวอีก ดูจากภายนอกมันไม่ได้สิ้นสติไปแต่เป็นเพราะบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีกความเร็วจากท่าเท้าท่องคลื่นกลับรวดเร็วกว่าที่จางเจิ้นซานปลิวกระเด็นออกไปก่อนที่จางเจิ้นซานจะร่วงลงสู่พื้นไป๋หยุนเฟยก็ไล่ตามทันมันเอื้อมมือขวาออกคว้าจับในบัดดล

                “หยุดมือ!พวกเราขอยอมแพ้!”

                ทันใดนั้นได้ยินเสียงกึกก้องดังมาจากด้านซ้ายก่อนจะปรากฏร่างคนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามามือข้างหนึ่งรวบคว้าใส่จางเจิ้นซานส่วนมืออีกข้างกลับโคจรพลังธาตุน้ำแข็งฟาดใส่ทรวงอกของไป๋หยุนเฟย!

                ที่แท้เป็นหลิวเฉิงที่สอดแทรกเข้ามาหมัดของไป๋หยุนเฟยที่ซัดจางเจิ้นซานจนปลิวกระเด็นสร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้คนจากสำนักธารน้ำแข็งยิ่งนักหลิวเฉิงเห็นจางเจิ้นซานบาดเจ็บสาหัสจึงเกรงว่าไป๋หยุนเฟยจะลงมือสังหารด้วยเหตุนี้มันจึงไม่มีทางเลือกได้แต่ยื่นมือเพื่อช่วยชีวิตจางเจิ้นซาน

                ไป๋หยุนเฟยชกหมัดหยุดยั้งฝ่ามือหลิวเฉิงไว้ได้แต่มันก็ไม่ขยับเคลื่อนไหวอีก ไป๋หยุนเฟยยั้งร่างหยุดเท้ามองดูฝ่ามือที่หลิวเฉิงฟาดออกด้วยท่าทีตื่นตะลึงเมื่อครู่ยามที่อีกฝ่ายจู่โจมมันเหลือบเห็นในแขนเสื้อหลิวเฉิงสวมกำไลสีครามสดใสเอาไว้--- ไม่ผิดแน่ หลิวเฉิงก็เป็นเช่นเดียวกับไป๋หยุนเฟย สวมใส่กำไลที่ดูขัดตาแต่ไป๋หยุนเฟยกลับทราบเหตุผลดี เนื่องเพราะกำไลวงนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่มีความเร็วเพิ่มขึ้น...

                ชั่วพริบตาความรู้สึกขุ่นแค้นก็เอ่อล้นในใจจากนั้นกลายเป็นท่วมท้นในอกของไป๋หยุนเฟยความเดือดดาลครานี้กลับนำมาซึ่งแรงกระตุ้น...สร้างความโกรธแค้นแก่มันอย่างใหญ่หลวง ดวงตาไป๋หยุนเฟยกลายเป็นแดงฉานด้วยสายเลือดมันยกหมัดขวาขึ้นชกใส่หลิวเฉิงตรงหน้าในบัดดล!

                หลิวเฉิงหันกลับไปมองจางเจิ้นซานที่ด้านหลังสีหน้ามันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มิหนำซ้ำยังกระอักโลหิตออกมาไม่หยุดยั้งแม้ยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างยากเย็นแต่เห็นได้ชัดว่าจางเจิ้นซานไม่อาจต่อสู้ได้อีกแล้ว แต่ยามที่หลิวเฉิงหันกายมาหมายจะกล่าววาจาก็เห็นไป๋หยุนเฟยยื่นแขนชกหมัดใส่มันโดยไม่บอกกล่าว!

                หลิวเฉิงแตกตื่นยิ่งมันทราบดีว่าไม่อาจหลบเลี่ยงหมัดนี้เนื่องเพราะที่ด้านหลังมีจางเจิ้นซานอยู่ ยามอับจนปัญญาจึงได้แต่ยกแขนขึ้นป้องกันพร้อมกันโคจรพลังวิญญาณเพื่อต้านรับหมัดนี้อย่างหักโหม

                วิชาระลอกคลื่นพลังหมัดแปดสิบเอ็ดทบ!!

                หมัดนี้เป็นกระบวนท่าที่ไป๋หยุนเฟยไม่เคยใช้ออกแม้แต่การต่อสู้เมื่อครู่มันก็ยังไม่ยอมใช้ นี่เป็นกระบวนท่าที่ร้ายกาจที่สุดของวิชาระลอกคลื่น!

                “ปัง!”

                “กร๊อบ!”

                เสียงกระดูกแตกหักดังจากร่างหลิวเฉิงก่อนที่มันจะลอยละลิ่วออกไปเช่นเดียวกับจางเจิ้นซาน

                ยามที่หลิวเฉิงถูกซัดกระเด็นออกไปชิ้นส่วนกำไลที่แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ร่วงออกจากแขนเสื้อลงสู่พื้น

                “เด็กน้อยเจ้าหาที่ตาย!”เดิมทีอวี้เฟยก็พุ่งเข้ามาหมายจะหยุดการต่อสู้ แต่กลับลังเลที่จะสอดมือเข้าไปทว่าเมื่อเห็นหลิวเฉิงได้รับบาดเจ็บไปอีกคน จิตใจมันจึงกลายเป็นพลุ่งพล่านดาลเดือดอากาศรอบกายอวี้เฟยราวกับผนึกตัวเป็นน้ำแข็งรวมตัวอยู่รอบมือขวาก่อนจะพลิกฝ่ามือฟาดใส่ไป๋หยุนเฟยในบัดดล

                ฝ่ามือของอวี้เฟยไม่ทันได้สัมผัสร่างไป๋หยุนเฟยก็บังเกิดสายลมกระโชกพัดโดยไร้วี่แววลมหอบนี้ถึงกับพัดร่างอวี้เฟยถอยกลับไปหลังจากล้มกลิ้งไปหลายก้าวอวี้เฟยจึงค่อยทรงกายลุกขึ้นยืนยามประคองร่างยืนขึ้นมือซ้ายก็กุมอกพร้อมกับกระอักโลหิตออกมา สายตามันจับจ้องไปที่หงยินที่ยืนเคียงข้าไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าตะลึงลาน

                “นี่เป็นการต่อสู้อย่างยุติธรรมที่เจ้าสำนักอวี้เฟยและผู้อาวุโสหลิวเฉิงสอดมือเข้ามาหมายความว่าอย่างไร?!” น้ำเสียงกระจ่างใสดังขึ้นยามที่มู่หว่านชิงและหยิวชิงเฟิงเร่งรุดมาถึงข้างกายไป๋หยุนเฟย

                เห็นผู้คนเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้สีหน้าอวี้เฟยกลายเป็นหมองคล้ำขณะที่ดวงตาทอประกายแวววับราวกับกำลังครุ่นคิดหาแผนการ

                ไป๋หยุนเฟยกล้ำกลืนโลหิตที่พลุ่งขึ้นลำคอก่อนจะเขม้นมองที่อวี้เฟย“ข้าชนะแล้ว คืนหนามธารน้ำแข็งมา!” ไป๋หยุนเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

                กล่าวจบจึงหันไปมองหงยินที่ข้างกายอีกฝ่ายเข้าใจเจตนาของไป๋หยุนเฟยจึงขยับร่างวูบพริบตาเดียวก็ปรากฏตัวที่เบื้องหน้าอวี้เฟยด้วยสีหน้าเย็นชา“ข้าจะไม่ถือสาการกระทำอันต่ำช้าของพวกเจ้าเมื่อครู่ทิ้งหนามธารน้ำแข็งไว้แล้วไสหัวไป!”

                ภายใต้สายตาของหงยินที่เพ่งมองและพลังวิญญาณที่กดทับใส่อวี้เฟยต้องถอยไปครึ่งก้าวอย่างลืมตัวมันทราบดีว่าต่อให้รวมกำลังทั้งสำนักธารน้ำแข็งก็ยังไม่อาจต่อกรกับบุรุษตรงหน้ามันได้ใบหน้ามันบัดเดี๋ยวเขียวคล้ำบัดเดี๋ยวซีดขาวในที่สุดก็นำหนามธารน้ำแข็งออกมามอบให้แก่หงยินด้วยท่าทีไม่ยินยอมจากนั้นจึงหันไปส่งสัญญาณแก่ศิษย์ที่ด้านหลังให้ช่วยประคองจางเจิ้นซานกับหลิวเฉิงขึ้นและจากไปทันที

                เหยียนซื่อจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยสายตาลึกล้ำก่อนจะหันกายจากไปโดยอย่างเงียบงัน

                ไป๋หยุนเฟยยังคงไม่ขยับเคลื่อนไหวมือขวามันสั่นระริกขณะที่โลหิตไหลซึมลงมาตามแขนการปะทุพลังของหมัดแปดสิบเอ็ดทบทำให้แขนทั้งข้างมันราวถูกฉีกกระชากกล้ามเนื้อและกระดูกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

                แต่ไป๋หยุนเฟยราวกับไม่สนใจจะเหลือบตามองศัตรูที่จากไปแม้แต่น้อยสายตาที่เหม่อลอยของมันเพียงจับจ้องเศษกำไลสีครามที่กองอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าซับซ้อน...

                ผ่านไปชั่วครู่จู่ๆมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะของมันกลับเปี่ยมด้วยความรู้สึกเย้ยหยันและเหยียดหยามตัวมันเอง...“นี่เป็นกำไลที่เป็น‘สมบัติล้ำค่า’ของท่าน...”

                มันยกมือซ้ายแตะที่แขนขวาอย่างแผ่วเบาหมวกฟางสีน้ำตาลก็ปรากฏขึ้นในมือ

                “ข้ามอบให้ท่านแต่ท่านกลับไม่ต้องการ... แล้วของที่ท่านมอบให้ ข้าจะเก็บไว้ทำไม?”

                “ปัง...”เสียงแตกระเบิดดังแผ่วเบาบนฝ่ามือไป๋หยุนเฟยปรากฏลูกไฟกลืนกินหมวกฟางจนกลายเป็นเถ้าถ่านปลิวละล่องขึ้นไปบนท้องฟ้า...

                “หยุนเฟย...เจ้าเป็นไรหรือไม่?” หงยินที่ด้านข้างถามอย่างห่วงใย ไป๋หยุนเฟยหลับตาสูดลมหายใจก่อนจะระบายออกอย่างแช่มช้ายามที่ลืมตาขึ้นท่าทีมันราวกับสามารถปล่อยวาง สีหน้าก็กลับคืนสู่ความเยือกเย็นไป๋หยุนเฟยหันไปยิ้มให้แก่ทุกคนก่อนจะพยักหน้า

                “อย่าได้กังวลข้าสบา...”

                ก่อนจะทันได้กล่าวจบจู่ๆสีหน้ามันเปลี่ยนเป็นนิ่งค้างและชะงักคำพูดกลางคันจากนั้นก็ล้มลงกับพื้นโดยไม่บอกกล่าว

                หงยินรีบประคองไป๋หยุนเฟยขึ้นด้วยความแตกตื่นหลังจากก้มลงมองก็เห็นไป๋หยุนเฟยหลับตาแน่นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดกล้ามเนื้อทั้งร่างเกร็งกระตุกราวกับเผชิญความเจ็บปวดอย่างใหญ่หลวง

                สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้สร้างความแตกตื่นให้แก่ทุกคนมู่หว่านชิงรีบโอบไหล่ปลอบโยนฉู่อวี้เหอที่แทบจะร่ำไห้ออกมา หลังจากมองดูหงยินตรวจอาการของไป๋หยุนเฟยแล้วมู่หว่านชิงจึงกระซิบถามว่า “หงยิน หยุนเฟยเป็น...”

                หงยินพยักหน้าอย่างหนักหน่วง“นี่เป็นผลข้างเคียงดังที่คาดไว้ พวกเราสมควรกลับเข้าสำนักและรีบคิดหาหนทางในบัดดล...”